9 เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับ "เอลฟ์" ที่แฟนคลับตัวยงของ Lord of the Rings ห้ามพลาด!
เป็นอมตะ เบาหวิวดั่งสายลมและงดงามจนตรึงใจ คือภาพของเอลฟ์แห่งมิดเดิลเอิร์ธที่พี่ได้เห็นใน Lord of the Rings ผลงานเลื่องชื่อของเจ.อาร์.อาร์ โทลคีน เชื่อว่าหลายคนเป็นเหมือนกับพี่คือ ตะลึงในความงามและทึ่งในความสามารถของชาวเอลฟ์ เริ่มตั้งแต่การที่พวกเขามีอายุยืนยาวเท่าโลก แถมยังคอยซัพพอร์ทมิดเดิลเอิร์ธเสมอ สำหรับพี่ เอลฟ์เป็นเผ่าพันธุ์ที่สามารถสะกดใจได้มากกว่าตัวละครอื่นๆ ในเรื่อง โดยเฉพาะเลโกลัส เจ้าชายแห่งป่าเมิร์ควู้ด
หลายคนเชื่อว่าเรื่องราวของมิดเดิลเอิร์ธนั้นมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่แหวนแห่งพลังอันเลื่องชื่อและฮอบบิทจากลอร์ดออฟเดอะริงส์ แต่ในความเป็นจริง เรื่องราวของโทลคีนเปิดขึ้นพร้อมกับการสร้างสรรค์จักรวาล โดยแก่นแท้เริ่มต้นและจบลงที่เอลฟ์ ใช่แล้วค่ะ น้องๆ อ่านไม่ผิดหรอก ลอร์ดออฟเดอะริงส์เริ่มต้นเพราะเอลฟ์ ยิ่งไปกว่านั้น ในจักรวาลของโทลคีน เอลฟ์ยังเป็นตัวแทนของอารยธรรมอันเก่าแก่ ผู้ทรงภูมิปัญญาและความดีงามของโลกด้วย
ซึ่งในวันนี้พี่น้ำผึ้งได้นำเกร็ดความรู้เด็ดๆ เกี่ยวกับเอลฟ์มาฝาก เหมาะมากๆ สำหรับแฟนคลับ LOTR (Lord of the Rings) และคนที่กำลังหาข้อมูลมาเขียนนิยาย บอกเลยว่าแต่ละอันรู้แล้วแทบอึ้งเลยแหละค่ะ
เอลฟ์ไม่แก่ชรา
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ชาวเอลฟ์ไม่เคยแก่ชรา แถมไม่ตายเพราะโรค ทางเดียวที่จะทำให้พวกเขาตายได้คือพลังงานลบต่างๆ เช่น ความเศร้าและความเหนื่อยล้า รวมทั้งความรุนแรง อันที่จริงเวทมนตร์ก็สามารถฆ่าพวกเขาได้เช่นกันนะ แต่อย่าลืม พวกเอลฟ์น่ะ มีพลังในการรักษาหรือฮีลตัวเอง! เพราะงั้นมันเป็นเรื่องยากมากๆ ที่จะมีอะไรทำให้พวกเขาตายได้ และถ้าสังเกต พวกเอลฟ์ไม่เคยป่วยหรือตายเพราะอายุมากเลย จะพูดว่าเอลฟ์เป็นอมตะ มีอายุเท่าโลกก็คงถูก
เห็นเป็นอมตะแบบนี้แล้ว จริงๆ เอลฟฟ์สามารถ "ตาย" ในวัยชราได้ด้วย หลักๆ เป็นเพราะตัวเองเหนื่อยล้าเมื่อเห็นโลกเปลี่ยนแปลงไป (แต่ตัวเองไม่ได้เปลี่ยนไปเลย) ดังนั้นชาวเอลฟ์จะค่อยๆ เฟดตัวเองและจางหายไปกลายเป็นผีที่ไม่มีร่าง ถึงอย่างนั้นวิญญาณของพวกเขาก็ยังวนเวียนอยู่ในโลก นอกจากนี้แนวคิดเกี่ยวกับชีวิตหลังความตายของชาวเอลฟ์ยังค่อนข้างแตกต่างจากคนอื่น กล่าวคือ ดูเหมือนว่าวิญญาณของพวกเขาจะไปยังสถานที่ที่แตกต่างจากมนุษย์ที่เรียกว่า “วาลินอร์” หรือดินแดนอมตะค่ะ
เอลฟ์สื่อสารผ่านกระแสจิต
กาลาเดรียล เจ้าหญิงแห่งพฤกษาสามารถอ่านสิ่งที่ซ่อนอยู่ในใจของผู้คนได้ ในลอร์ดออฟเดอะริงส์ เราพบว่าเธอสามารถพยากรณ์และสื่อสารทางจิตกับเหล่าคณะเดินทางได้ อันที่จริงความสามารถที่กาลาเดรียลมีอยู่ไม่ใช่อะไรที่แปลกนัก บางคนสงสัยว่าพลังของเธอนั้นเกิดจากการที่เธอครอบครองหนึ่งในแหวนแห่งพลังของเอลฟ์หรือเปล่า? แต่ในความเป็นจริง พวกเอลฟ์ทุกคนมีพลังในการถ่ายโอนกระแสจิตทางความคิดในระดับหนึ่ง
โทลคีนอธิบายไว้เพิ่มเติมในบทความ “Ósanwe-kenta” ของเขา เพื่อสนับสนุนให้ตำนาน “มิดเดิลเอิร์ธ” สมบูรณ์มากขึ้น โดย “Ósanwe-kenta” เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าการสื่อสารทางความคิด เป็นบทความที่อธิบายถึงวิธีที่เอลฟ์ใช้ sanwe-latya (ซึ่งแปลว่าการเปิดความคิด) ในการสื่อสารการผู้อื่น ตามทฤษฎีแล้ว การเปิดจิตของเอลฟ์เป็นความสามารถที่มีเพียงแต่ผู้ที่มีจิตใจแข็งแกร่งที่สุดเช่นกาลาเดรียลเท่านั้นที่สามารถใช้มันได้อย่างอิสระค่ะ
เอลฟ์มีมากกว่าหนึ่งภาษา!
โทลคีนเป็นศาสตราจารย์ด้านภาษาศาสตร์ เขาได้ประดิษฐ์คิดค้นภาษาจนสามารถใช้งานได้จริง และเรื่องราวต่างๆ ของเขาก็เติบโตจากภาษาด้วย ภาษาเอลฟ์จึงเป็นภาษาแรกๆ ที่โทลคีนคิคค้นและมีไวยากรณ์กับคำศัพท์มากพอที่จะใช้ได้จริงๆ ยิ่งไปกว่านั้น ภาษาเอลฟ์ไม่ได้มีแค่หนึ่งภาษา แต่ยังแตกย่อยเป็นอีกหลายๆ ภาษาเหมือนภาษามนุษย์ที่มีตั้งแต่ไทย อังกฤษ จีน เป็นต้น
เควนเดรินเป็นต้นกำเนิดของภาษาเอลฟ์ทั้งหมด ถูกแบ่งออกอีกยิบย่อยและพัฒนาตามกลุ่มเอลฟ์ที่อพยพไปอยู่ในที่ต่างๆ กัน จากบรรดาภาษาที่ถูกพัฒนาแล้ว ซินดารินและเควนยาเป็นภาษาที่พัฒนาได้ดีที่สุด ในยุคที่สาม (หรือเหตุการณ์ที่ดำเนินในลอร์ดออฟเดอะริงส์) ซินเดอรินคือภาษาที่พวกเอลฟ์ใช้กันอย่างแพร่หลาย ส่วนต้นกำเนิดก็มาจากพวกเอลฟ์ที่ไม่ได้เข้าร่วมการเดินทางครั้งใหญ่เพื่อไปยังวาลินอร์ และตกค้างอยู่บนดินแดนมิดเดิลเอิร์ธ ทำให้พวกเขาสร้างภาษาซินเดอรินขึ้นมา ขณะที่เควนยาก็เป็นอีกภาษาหนึ่งที่ถูกใช้งานเช่นกัน เพียงแต่ใช้ในภาษาชั้นสูงสำหรับการจารึกต่างๆ รวมทั้งใช้ในหมู่เจ้านายชาวโนลเดอร์กับข้าราชบริพารเท่านั้น
เอลฟ์เคยล่าคนแคระเหมือนล่าสัตว์
ใครๆ ต่างก็รู้ดีว่าเอลฟ์กับคนแคระเป็นปรปักษ์กันตั้งแต่โบราณกาล แต่ความขุ่นเคืองข้องใจของกิมลีและเลโกลัสที่ค่อยๆ กลายเป็นมิตรภาพดีๆ นับว่าเป็นหนึ่งในวิวัฒนาการของตัวละครที่น่าพึงพอใจในลอร์ดออฟเดอะริงส์
หากถามถึงความเกลียดชังของสองเผ่าพันธุ์ คงต้องมองย้อนกลับไปสู่ความขัดแย้งที่ปรากฎในตำนานแห่งซิลมาริล (Silmarillion) และการฆาตกรรมกษัตริย์ธิงโกล เรื่องมีอยู่ว่า ธิงโกลว่าจ้างคนแคระให้ทำสร้อยประดับซิลมาริลอันล้ำค่า แต่คนแคระดันหลงใหลอัญมณีนี้เลยลอบสังหารกษัตริย์ซะเลย
นอกจากนี้ใน War of the Jewels อีกหนึ่งงานเขียนของโทลคีนยังได้อธิบายไว้ว่า พวกเอลฟ์เข้าไปในป่าและเข้าใจผิดคิดว่าคนแคระค่อม (Petty Dwarves) เป็นสัตว์ป่าที่ฉลาด!! เลยไล่ล่าฆ่าคนแคระค่อมไปซะเยอะ แม้ว่าคนแคระเผ่าพันธ์ุอื่นๆ จะไม่ค่อยโอเคกับชาวคนแคระค่อมสักเท่าไหร่ แต่เมื่อพวกเขารู้ว่าชาวเอลฟ์ฆ่าญาติของเขาไปซะเยอะขนาดนี้ เป็นใครก็ไม่พอใจหรอก ก็แหม ใกล้เคียงกับการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุแบบนี้ไม่ใช่จุดเริ่มต้นที่ดีในการสานสัมพันธ์เท่าไหร่นะ!
เอลฟ์ไม่มีเพศ!!
อาจฟังดูแปลก แต่เอลฟ์เพศชายที่ปรากฎมักมีรูปลักษณ์และนิสัยคล้ายคลึงกับผู้หญิง กล่าวคือ พวกเขามีผมยาวสวย รูปร่างบอบบางและมีความเป็นผู้หญิงเวอร์ (เฟมินิน) ชนิดที่ว่าขนาดยืนข้างผู้หญิงยังแยกไม่ออกเลยว่าตกลงแล้วนี่เป็นชายหรือหญิงกันแน่!! สันนิษฐานกันว่าเอลฟ์มีใบหน้างดงามและไม่ไว้หนวดเคราบนใบหน้า ซึ่งแตกต่างจากเผ่าพันธุ์อื่นๆ ในมิดเดิลเอิร์ธ อันที่จริงแล้วชาวเอลฟ์ไม่นิยมไว้หนวดเคราและหนวดเคราจะไม่งอกจนกว่าจะถึงรอบที่สามในชีวิต หรือตอนที่พวกเขาเครียดสุดๆ
สำหรับความแตกต่างทางเพศ โทลคีนได้กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ว่า “แทบไม่มีความแตกต่างในเรื่องความแข็งแกร่งและความเร็วระหว่างเอลฟ์ชายและหญิงเลย” เอลฟ์เป็นพวกหน้าตาดีก็จริง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาอ่อนแอ ไม่งั้นเลโกลัสคงไม่สามารถแบกคันธนูบนบ่าได้ (มันหนักมาก จริงๆ นะ!) ดูเหมือนว่าโทลคีนทำแบบนี้เพื่อให้ผู้อ่านเห็นว่าทั้งสองเพศมีความเท่าเทียมกัน คือ มีหน้าตาที่งดงามและแข็งแกร่งเหมือนกัน ดังนั้นถ้าจะบอกว่าชาวเอลฟ์ไม่มีเพศก็ไม่ผิดเท่าไหร่นัก
เอลฟ์ทุกคนมีมากกว่าหนึ่งชื่อ
เช่นเดียวกับทุกสิ่งของโทลคีน การตั้งชื่อเอลฟ์นั้นไม่ง่ายนัก ตามปกติแล้วตอนแรกเกิด เอลฟ์จะได้ชื่อมาจากฝั่งพ่อ (ataressë) ซึ่งมักสะท้อนถึงการสืบเชื้อสายของผู้ปกครองของแต่ละบุคคล ต่อมา เมื่อเอลฟ์เริ่มโตขึ้นเล็กน้อย พวกเขาจะได้รับชื่อที่สองมาจากแม่ (amilessë) โดยชื่อนี้สะท้อนให้เห็นถึงบุคลิกภาพ ทักษะความสามารถหรือโชคชะตาของเอลฟ์คนนั้น ส่วนชื่อที่สาม หรือ “after-name’’ (epessë) เป็นชื่อที่ได้มาทีหลัง มักได้มาในรูปแบบของเกียรติยศหรือตำแหน่ง รวมทั้งในบางครั้งเอลฟ์ก็เลือกตั้งชื่อให้ตัวเองด้วย (kilmessë)
หลังจากที่ชาวเอลฟ์ไปอยู่ในมิดเดิลเอิร์ธเป็นส่วนใหญ่ พวกเขาเลือกใช้ชื่อซินดาริน โดยชื่อมักเป็นคำแปลของชื่อตนเอง หรือเป็นอีกรูปแบบนึงของภาษาเควนยาเพราะซินดารินกลายเป็นภาษาที่พูดกันอย่างแพร่หลายในกลุ่มเอลฟ์ แม้ว่าชื่อจริงๆ ของพวกเขาจะเป็นแค่สองชื่อเเรก แต่เอลฟ์ก็แฮปปี้ดี๊ด๊าเวลาที่พวกเขาได้รับชื่อใหม่ๆ น่ารักไปอีก
เอลฟ์จะไม่โตเต็มที่จนกว่าอายุร้อยปี
อย่างที่กล่าวไปตอนต้นว่าเอลฟ์เป็นอมตะ ซึ่งแนวคิดเกี่ยวกับความเป็นอมตะของโทลคีนหมายความว่าพวกเขามีความผูกพันกับอาร์ดาจนกว่าโลกจะสูญสลาย แม้ว่าพวกเอลฟ์จะมีอายุมาก แต่พวกเขาก็มีภูมิคุ้มกันโรคและสามารถรักษาบาดแผลได้ ไม่ว่าบาดแผลนั้นจะเล็กน้อยหรือใหญ่โตก็ตาม ถึงอย่างนั้น พวกเขาอาจตายเพราะความโศกเศร้าหรือเหนื่อยล้ามากเกินไปได้
เนื่องจากอายุขัยที่เพิ่มขึ้น พวกเขาจึงมีวงจรชีวิตที่แตกต่างจากมนุษย์มากๆ ในปีแรก เอลฟ์เด็กสามารถพูดและเดินได้ ต่อมาตอนอายุ 15 ปี พวกเขาเติบโตเร็วกว่ามนุษย์ในเรื่องของจิตใจ ในทางกลับกัน เมื่อเป็นผู้ใหญ่ ร่างกายของพวกเขาพัฒนาช้ากว่ามนุษย์ในช่วงอายุ 50 ปี และไม่ถือว่าเป็นผู้ใหญ่เต็มที่จนกระทั่งอายุร้อยปี หลังจากนั้นเอลฟ์ไม่ชราภาพอีกเลย พวกเขาจะอาศัยอยู่ในโลกอาร์ดาจนกว่าจะรู้สึกเบื่อหน่ายกับความเศร้าโศกของโลกและปรารถนาที่จะไปวาลีนอร์ ดินแดนแห่งความเป็นอมตะ
เอลฟ์ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้มาก่อน
เอรู อิลูวาทาร์คือพระเจ้าในจักรวาลของโทลคีนเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขามีบทบาทสำคัญขนาดไหน ในตอนแรก เขาได้สร้างเหล่าเทพไอนัวร์และเออา (หรืออาร์ดาที่เป็นโลก) ต่อมาเขาได้ให้กำเนิดบุตรแห่งอิลูวาทาร์ คือเอลฟ์ และมนุษย์ (ผู้มาจุติที่มาทั้งวิญญาณและร่างกาย) โดยเอลฟ์เป็นเผ่าพันธุ์ที่ตื่นก่อนมนุษย์หลายพันปี พวกเขาจึงได้ชื่อว่าเป็นผู้มาก่อน
เอลฟ์คนแรกที่ลืมตาตื่นคือ อิมิน (Imin) และอิมินเย (Iminyë) ผู้ที่กลายมาเป็นภรรยาของเขาในเวลาต่อมา อิมินเดินไปปลุกเพื่อนข้างๆ คือตาตากับเอเนลและถือวิสาสะปลุกเอลฟ์คนอื่นๆ ซะเลย ว่ากันว่าพวกเอลฟ์ตื่นขึ้นริมทะเลสาบคุยวิเอเนนทางฝั่งตะวันออกของทวีปมิดเดิลเอิร์ธ โดยเวลานั้นยังไม่มีดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ มีเพียงแต่แสงจากดวงดาว พวกเอลฟ์จึงหลงรักแสงดาวเพราะเห็นมันเป็นสิ่งแรก
กาลาเดรียลและกิลกาลัดคือเอลฟ์ที่ทรงพลังที่สุด
หากพูดถึงผู้ที่ทรงพลังในบรรดาเอลฟ์ คงหนีไม่พ้นกาลาเดรียลและกิลกาลัด สองผู้ครอบครองแหวนแห่งเอลฟ์ กาลาเดรียลเป็นธิดาองค์สุดท้องของฟินาร์ฟิน เธอเกิดตั้งแต่ยุคแห่งพฤกษา ซึ่งเป็นยุคก่อนยุคแรก กาลาเดรียลเป็นเอลฟ์ที่ฉลาดและทรงพลังที่สุดในมิดเดิลเอิร์ธ ไม่ต่างจากกิลกาลัด ผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดในหมู่เอลฟ์
แม้ว่ากิลกาลัดจะปรากฎในหนังสือแค่เพียงน้อยนิด (โผล่มาในภาคผนวก) แต่เขาก็จัดว่ามีบทบาทสำคัญต่อมิดเดิลเอิร์ธ เนื่องจากกิลกาลัดเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของโนลดอร์ และเป็นผู้ที่นำทัพเอลฟ์มาต่อสู้กับเซารอนร่วมกับมนุษย์ก่อนที่จะสิ้นพระชนม์ในสงครามนั้น นอกจากนี้เขายังเป็นผู้ครอบครองแหวนวิลย่า แหวนแห่งเอลฟ์ที่ทรงอานุภาพที่สุดด้วย ด้วยความเก่งกาจและอายุยืนยาวเบอร์นี้แล้ว พี่จึงขอยกตำแหน่งเอลฟ์ทรงพลังให้เลย
เป็นอย่างไรบ้างคะกับเรื่องราวของเอลฟ์ที่พี่น้ำผึ้งนำมาฝากในวันนี้ จะว่าไปแล้วการที่เอลฟ์อายุยืนยาวเท่าโลก (หรือเป็นอมตะ) เหมือนจะเป็นเรื่องดี เนื่องจากได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของโลกไปในทิศทางต่างๆ แต่พอมองอีกมุมหนึ่งมันก็น่าเหนื่อยใจไม่แพ้กัน เพราะถ้าโลกมันเต็มไปด้วยสงคราม การต่อสู้และความขัดแย้งอย่างเช่นเหตุการณ์ในลอร์ดออฟเดอะริง โลกคงไม่น่าอยู่สักเท่าไหร่ ดังนั้นถ้าไม่ช่วยกันทำอะไรสักอย่าง อย่าว่าแต่พวกเอลฟ์ที่ต้องพบจุดจบด้วยโศกนาฎกรรมอันน่าเศร้าเลย เผ่าพันธ์ุอื่นๆ ด้วยเช่นกัน แล้วน้องๆ ล่ะคะคิดยังไงกับเรื่องนี้ อย่าลืมเล่าให้พี่น้ำผึ้งฟังด้วยนะคะ ส่วนครั้งหน้าพี่จะนำเรื่องอะไรมาฝากนั้น รอติดตามได้เลยจ้า
พี่น้ำผึ้ง :)
ขอบคุณรูปภาพจากภาพยนตร์
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก
https://en.wikipedia.org/wiki/Galadriel
http://tolkiengateway.net/wiki/Thingol
https://lotr.fandom.com/wiki/War_of_the_Jewels
http://askmiddlearth.tumblr.com/post/109764490220/androgynous-elves
https://www.lotro.com/forums/showthread.php?371960-Can-someone-please-explain-Elven-surnames&s=0c0ed9cca9dbbd0f55436e6cc143a9f9
https://en.wikipedia.org/wiki/Elf_(Middle-earth)











5 ความคิดเห็น
คิดว่าเอลฟ์ที่ทรงพลังที่สุดไม่ใช่กาลาเดรียลกับกิล กาลัด นะคะ อย่างเช่น ลูธิเอน และ
เฟอานอร์ ที่ถือว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในบรรดาบุตรแห่งอิลูวาทาร์
คงหมายถึงยุคเดอะลอร์ดเท่านั้นมั้งคะ เพราะกาลาเดรียลเป็นเอลฟ์ตนสุดท้ายที่ได้อาบแสงของไม้เงินไม้ทอง
ชอบประโยคที่ว่า เอลฟ์หลงรักแสงดาวเพราะเห็นเป็นสิ่งแรก ดูโรแมนติกบอกไม่ถูกฮะ
ประโยคที่บอกว่าดีใจทุกครั้งที่ได้ชื่อใหม่ก็น่ารักไม่หยอกนะครับ
ขอถามหน่อยครับว่าหนังสือในชุดจักรวาลมิเดิลเอิร์ท มีเรื่องอะไรบ้าง
ขอบคุณมากนะคะ