ชวนเขียนนิยายแบบหนังด้วย 5 สูตร (ไม่) ลับจากพล็อต 'แสงกระสือ' []

วิว
 

ชวนเขียนนิยายแบบหนังด้วย
5 สูตร(ไม่)ลับจากพล็อต 'แสงกระสือ' 

สวัสดีค่ะ ชาวเด็กดีทุกคน 'จูบแรก จูบเดียว จะเปลี่ยนเราไปตลอดกาล' เป็นคำโปรยของหนังที่พี่แนนนี่เพนสัมผัสได้ถึงความรักโรแมนติกและความลึกลับที่มาพร้อมความสยองขวัญทันทีเมื่อได้เห็นชื่อหนังเรื่องนี้ 'แสงกระสือ' คือหนังผีแนวรักโรแมนติกทริลเลอร์ที่เล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนรักสามคน ที่สัญญากันไว้ว่า หลังสงครามสิ้นสุดลงพวกเขาจะไปเที่ยวพระนครด้วยกัน แต่ก็เกิดเรื่องราวประหลาดขึ้นในหมู่บ้านเสียก่อน ทำให้ชีวิตของพวกเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล..

นี่เป็นเรื่องราวย่อๆ ของหนังเรื่องแสงกระสือ ที่ไม่ต้องเดากันก็รู้ใช่ไหมคะ ว่าเรื่องราวประหลาดที่ว่าคือเรื่องอะไร.. พี่แนนนี่เพนได้มีโอกาสไปดูหนังเรื่องนี้มาแล้ว และรู้สึกประหลาดใจพอสมควรกับบทหนังที่ไม่ได้เต็มไปด้วยความสยองขวัญ แต่กลับเต็มไปด้วยความรักที่ไม่คาดคิด เรื่องราวของหนังทำให้พี่คิดถึงการเขียนนิยาย และอยากนำพล็อตหนังเรื่องนี้ มาส่งต่อให้กับนักเขียนชาวเด็กดีทุกคน เพราะแสงกระสือเป็นพล็อตที่เต็มไปด้วยความนิยมที่พี่มั่นใจว่า หากนำพล็อตของหนังมาต่อยอดในการเขียนนิยาย จะทำให้นิยายของเราเข้าถึงคนอ่านได้มากขึ้นแน่นอน! 

ชวนเขียนนิยายแบบหนังด้วย 5 สูตร (ไม่) ลับจากพล็อต 'แสงกระสือ'
ภาพใบปิดหนังเรื่องแสงกระสือ

สูตรที่ 1 เอาตำนานหรือความเชื่อมาเล่าใหม่

หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องเอาตำนานหรือความเชื่อเก่าๆ นำมาเล่าใหม่อีกครั้ง.. หากเราสังเกตให้ดีปัจจัยที่ทำให้เราเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดได้ดีที่สุด ก็มาจากการที่เรารู้จักเรื่องราวเหล่านั้นอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งหนังผีไทยแทบทุกเรื่องล้วนมีที่มาจากตำนานหรือความเชื่อที่คนไทยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ทุกตำนาน ทุกเรื่องเล่าล้วนถูกถ่ายทอดส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น จนเกิดเป็นความเชื่อและสร้างความกลัวให้กับคนไทยมาอย่างยาวนาน 'ผีไทย' ในมุมมองของคนไทยจึงเป็นเรื่องราวที่เต็มไปด้วยเงื่อนไขของความหวาดกลัวที่ต้องถูกกำจัดทิ้ง.. 

แม้ 'แสงกระสือ' จะเป็นหนังที่หยิบยืมตำนานของกระสือมาเล่าในรูปแบบใหม่ มี 'ตัวละคร' ที่พลิกบทบาทของกระสือไปแบบสุดขั้ว จากเดิมที่มีแต่ความน่ากลัว สยดสยอง สกปรก และไร้ซึ่งความสวยงาม เปลี่ยนมาเป็นกระสือสาวที่มีความฝันอันสวยงาม มีจิตใจดี เป็นที่รักของผู้คน.. แต่สุดท้าย เราทุกคนก็เหมือนถูกปลุกให้ตื่นจากความฝัน มนุษย์และกระสือไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ เรื่องราวของหนังดำเนินเรื่องตามเงื่อนไขเดิมเลยค่ะ กระสือคือความหวาดกลัวและชาวบ้านต้องการกำจัดกระสือทิ้ง แม้หนังเรื่องนี้จะไม่ได้ลบล้างความเชื่อหรือตำนานของผู้คนในเรื่องของความหวาดกลัวและการยอมรับ แต่หนังก็เลือกที่จะเปลี่ยนตัวตนและมุมมองของกระสือที่ผู้คนเชื่อว่ามีแต่ความหวาดกลัวให้เราได้คิดกันเอาเองว่า ระหว่างความเชื่อกับตัวตน สิ่งใหนดังที่สุดในใจเรา

ชวนเขียนนิยายแบบหนังด้วย 5 สูตร (ไม่) ลับจากพล็อต 'แสงกระสือ'
ตัวละคร น้อย สาย และเจิด 

สูตรที่ 2 สร้างปมขัดแย้งด้วยความรักที่เป็นไปไม่ได้ 

แสงกระสือดำเนินเรื่องด้วยความรักและความสัมพันธ์ เป็นความรักระหว่างมนุษย์กับกระสือที่ไม่มีทางเป็นไปได้ โดยจากชื่อหนังเลือกใช้คำว่า 'อมนุษย์' (Inhuman) แทนการใช้คำว่า 'ผี' ซึ่งเป็นวิญญาณหรือสสารที่จับต้องไม่ได้ ดังนั้นกระสือในบริบทของหนังเรื่องนี้ จึงมีครึ่งหนึ่งเป็นมนุษย์ที่มีหัวใจ ส่วนอีกครึ่งคือมนุษย์ที่มีการกลายพันธุ์ (Mutation) ดังนั้น ความรักของมนุษย์กับอมนุษย์ จึงเป็นปมความขัดแย้งของเรื่องที่ถูกนำไปผูกอยู่กับความเป็นอมนุษย์ของนางเอก ทำให้ทุกคนที่มีความเกี่ยวข้องกับอมนุษย์พบเจอแต่อุปสรรค และติดอยู่ในวังวนของทางเลือก ที่ต้องเลือกระหว่างความรัก มิตรภาพ และการเสียสละ ซึ่งท้ายที่สุด ปมขัดแย้งเหล่านี้จะเป็นบทเรียนให้เราได้เรียนรู้ว่า การปกป้องสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้นไม่ผิด ไม่ว่าจะปกป้องด้วยความรัก หรือความแค้น การสร้างปมด้วยความรักที่เป็นไปไม่ได้ จึงเป็นพล็อตที่อยากแนะนำให้ลองเอามาเขียนในนิยายดูค่ะ

ชวนเขียนนิยายแบบหนังด้วย 5 สูตร (ไม่) ลับจากพล็อต 'แสงกระสือ'

สูตรที่ 3 มีความสัมพันธ์แบบรักสามเส้า

ความสัมพันธ์แบบรักสามเส้าในปัจจุบันได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แม้จะมีดราม่าน้ำตานองแต่ท้ายที่สุดบทของพระรองกลับตราตรึงใจทุกคนได้เป็นอย่างดี หากใครเคยอ่านหรือเคยดูหนังที่สร้างมาจากนิยายชุด Twilight Saga ของ สเตเฟอนี เมเยอร์ จะเห็นว่ามีเรื่องราวรักสามเส้าสุดฟินของมนุษย์ แวมไพร์ และหมาป่า ดำเนินอยู่แทบทั้งเรื่อง ซึ่งในหนังเรื่องแสงกระสือก็มีรักสามเส้าตามสไตล์นิยายรัก และมีพระรองแสนดีที่ไม่สมหวังในความรักเหมือนกัน นอกจากนี้ยังเป็นความรักระหว่างมนุษย์กับอมนุษย์อีกด้วย สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ไม่ว่าเป็นจะแสงกระสือหรือทไวไลท์ เรื่องราวที่ดำเนินเรื่องโดยมีความสัมพันธ์แบบรักสามเส้ายังคงเป็นที่นิยมและได้รับความสนใจอยู่เสมอ

สูตรที่ 4 Coming of Age ความฝันของวัยหนุ่มสาว

ตัวละครในแสงกระสือเป็นเด็กวัยรุ่น และผู้ใหญ่ที่มีลูกหลาน สิ่งที่เชื่อมโยงให้คนสนใจตัวละคร และเข้าถึงหนังได้มากที่สุดก็คือการเติบโต และพัฒนาการของตัวละครนั่นเอง ตัวละครหลักอย่าง สาย น้อย และเจิด ต่างมีความฝันวัยหนุ่มสาวที่อยากประกอบอาชีพ และมีชีวิตในแบบของตัวเอง ตัวละครทั้งหมดต่างต้องการชีวิตที่สงบสุข ราบรื่น และปลอดภัย ซึ่งนี่ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถนำมาเขียนนิยายได้ การเติบโต และพัฒนาการของตัวละคร เป็นสิ่งที่นักเขียนสามารถทำให้คนอ่านรักตัวละครของเราได้ ความฝัน เป้าหมาย หรืออิสรภาพของตัวละคร ล้วนเป็นหน้าที่และบทบาทที่ทำให้ตัวละครเติบโตไปในทิศทางที่ต่างกัน ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องราวที่ดึงดูดคนอ่านที่ชื่นชอบจินตนาการได้เป็นอย่างดี

ชวนเขียนนิยายแบบหนังด้วย 5 สูตร (ไม่) ลับจากพล็อต 'แสงกระสือ'

สูตรที่ 5 ตัวละครต้องการวีรบุรุษและตัวประกอบ

หากใครได้ไปดูหนังเรื่องนี้มาแล้ว จะมีฉากหนึ่งที่ทำให้คนทั้งโรงหนังถึงกับอุทานออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย เป็นฉากที่ขอเล่าแบบสปอยล์เลยว่าไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าจะเป็นตัวละครนี้ที่เข้ามาช่วยเหลือในตอนสุดท้าย ซึ่งพี่แนนนี่เพนขอเรียกเขาว่า 'วีรบุรุษ' แม้จะดูขัดๆ เขินๆ ที่จะเรียกแบบนี้ แต่ในบริบทของการนำมาเขียนนิยาย วีรบุรุษคือคนที่เข้ามาช่วยเหลือและเป็นคนคลี่คลายเรื่องราวทั้งหมด บางตัวละครได้เป็นถึงตัวเอก บางตัวละครก็เป็นได้แค่ตัวประกอบ แต่ทุกตัวละครที่เป็นวีรบุรุษ แม้จะถูกลืมในตอนท้าย แต่ก็มีบทบาทสำคัญที่นิยายทุกเรื่องจำเป็นต้องมี เพื่อให้นิยายดำเนินต่อไปได้โดยที่ตัวละครหลักได้รับความช่วยเหลือ ในแสงกระสือ มีฉากสำคัญที่ตัวละครหลักไม่สามารถปกป้องตัวเองและคนอื่นได้ จึงเกิดภาพพระภิกษุรูปหนึ่งถือปืนยาวยิงกระหังที่เต็มไปด้วยความแค้น.. ทำให้ทุกคนถึงกับงงว่ามาได้อย่างไร ซึ่งหากไม่มองในแง่ของศีลธรรมหรือหลักของพระสงฆ์องค์เจ้า ฉากพระยิงกระหังที่คนทั้งโรงหนังร้องอือหือ.. พร้อมกัน ถือเป็นฉากวีรบุรุษที่เข้ามาช่วยเหลือตัวละครหลักได้ทันเวลาพอดี 

ชวนเขียนนิยายแบบหนังด้วย 5 สูตร (ไม่) ลับจากพล็อต 'แสงกระสือ'

ทั้ง 5 สูตร(ไม่)ลับนี้ พี่แนนนี่เพนมองเห็นว่าเราสามารถนำไปต่อยอดในการเขียนนิยายได้ ทั้งเรื่องตำนาน ความรัก และวีรบุรุษ ล้วนเป็นเรื่องที่เข้าถึงคนอ่านได้ง่าย ซึ่งการเขียนนิยายแบบหนัง หรือการสร้างหนังจากนิยาย ทุกอย่างล้วนมีจุดเริ่มต้นเดียวกันนั่นก็คือโครงสร้าง หรือพล็อตที่มีปมความขัดแย้งที่น่าสนใจ ดังนั้น ไม่ว่าเราจะหยิบสูตรไหนมาใช้ในนิยาย พี่เชื่อว่านิยายของเราจะมีเรื่องราวที่น่าสนใจ และน่าติดตามมากขึ้นแน่นอน หากใครอยากค้นหาสูตรการเขียนนิยายใหม่ๆ ลองดูหนังบ่อยๆ และถอดพล็อตของหนังเรื่องนั้นออกมา วิธีนี้จะช่วยให้เรามองเห็นจุดที่เราคุ้นเคย และจุดที่เราสนใจได้ง่ายขึ้น ทำให้เราเห็นว่าคนดูหรือคนอ่านชอบแบบไหน และนำมาปรับใช้ในนิยายของเราให้ดีขึ้นได้นั่นเอง 
 

พี่แนนนี่เพน 

Deep Sound แสดงความรู้สึก

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nannypen

พี่แนนนี่เพน - ผู้เขียน

สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #แสงกระสือ #kiss inhuman

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?