/>

​5 เทคนิคแก้ตัน อยากให้เอามาปรับใช้กับนิยายของเราดู []

วิว

5 เทคนิคแก้ตัน
อยากให้เอามาปรับใช้กับนิยายของเราดู 

 
แอดมินค่อนข้างมั่นใจว่า... 90% ของคนที่วางแผนอยากเป็นนักเขียนจริงจังน่าจะเคยพิมพ์คำว่า “เทคนิคการเขียน” หรือ “Writing tips” ในกูเกิ้ลมาแน่ๆ (แอดมินก็ทำค่ะ) เพราะเราเองก็อยากรู้ว่า... อาชีพที่เราอยากทำนั้น มันมีเทคนิคหรือคำแนะนำอะไรที่น่าสนใจบ้าง และหนึ่งในเทคนิคที่นักเขียนส่วนใหญ่อยากรู้คำตอบมากๆ น่าจะลงเอยที่ “วิธีแก้อาการเขียนไม่ออก” หรือ “วิธีแก้ตัน” นั่นเอง เอาล่ะค่ะ วันนี้แอดมินลิสต์มาให้ 5 ข้อด้วยกัน มาดูซิว่าวิธีไหนเหมาะสมกับเรามากที่สุด 
 

 
เทคนิคโพโมโดโร (Pomodoro Technique)
เทคนิคนี้ถูกพัฒนาขึ้นในปี ค.ศ. 1980 ใช้ในกระบวนการทดลองและทดสอบผลิตภัณฑ์ โดยจะมีการสลับและหยุดเป็นระยะ เชื่อกันว่าช่วยให้สมองสดชื่นขึ้น และกำหนดเป้าหมายได้ชัดเจนขึ้น กระบวนการนี้คือ 
- เริ่มกระบวนการทำงานรอบแรก กำหนดเวลา 25 นาที (ต้องจับเวลาด้วย)
- พักระยะสั้นๆ (ประมาณ 5 นาที) 
- เริ่มกระบวนการทำงานรอบสอง กำหนดเวลา 25 นาที
- พักระยะสั้นๆ (ประมาณ 5 นาที) 
- เริ่มกระบวนการทำงานรอบสาม กำหนดเวลา 25 นาที
- พักระยะสั้นๆ (ประมาณ 5 นาที) 
- เริ่มกระบวนการทำงานรอบสี่ กำหนดเวลา 25 นาที
- พักระยะยาว (ประมาณ 20-30 นาที) 
 
อ่านแล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะนักเขียนทั้งหลาย แอดมินว่ามันเข้าท่าเลยนะ เราสามารถใช้เวลาเขียน 25 นาที จากนั้นก็พัก อ่านทบทวนสิ่งที่เขียนไป เพื่อปรับจูนความคิด ได้ปรับแก้ไขสำนวน ตรวจคำผิด เคาะบรรทัด จัดหน้า จับจังหวะเรื่องให้ชัดเจนมากขึ้น รวมถึงเพิ่มสิ่งที่ควรเพิ่มลงในฉากนั้นๆ การเขียนในระยะเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงยังลดทอนความเครียด กดดัน ลงได้ด้วย มันทำให้เรารู้สึกยืดหยุ่น และได้ทำงานเป็นจังหวะๆ ถ้าหากรู้สึกว่า 25 นาที น้อยไป อาจเพิ่มเป็น 30-45 นาที และพักเพิ่มเป็น 10-15 นาทีก็ได้ค่ะ ลองเลือกตัวแปรที่เหมาะกับตัวเอง จะได้ออกแบบการเขียนได้ไงล่ะ 
 
เทคนิคเขียนอิสระ (Free-Writing) 
ถ้าหากรู้สคกว่าตัน เขียนไม่ออก ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี หรือคิดว่า... ไม่รู้จะเขียนอะไร แนะนำเทคนิค “เขียนอิสระ” หรือ “ฟรีไรท์ติ้ง” เทคนิคนี้มีข้อดีคือช่วยลดความเครียดและทำให้เราได้ระบายอารมณ์ความรู้สึกออกมา วิธีนั้นง่ายมาก คือ ให้เขียนทุกสิ่งที่คิดอยู่ออกมา จะพิมพ์หรือจะเขียนลงกระดาษก็ได้ทั้งนั้น ไม่ต้องสนใจเรื่องไวยากรณ์ สำนวน ตัวสะกด จะผิดจะถูกจะมีความหมายหรือไม่ไม่ต้องไปคิดเลย เขียนออกมาให้หมด ระบายทุกอย่างในหัวเลย อาจเป็นคำ เป็นประโยค เป็นคำบรรยาย เป็นสำนวน เป็นความคิดบ้าๆ คำสุ่มๆ มั่วๆ ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องกลัว ก็แค่เขียนสิ่งที่คิดเท่านั้น และเชื่อหรือไม่ว่า... สิ่งที่เขียนออกมานั้น สามารถนำมาใช้ได้ มันเหมือนคุณได้เปิดใจตัวเอง และทำให้คุณได้รู้ว่าใจลึกๆ ของคุณจดจ่ออยู่กับอะไร เมื่อเขียนเสร็จลองกลับไปอ่านทวนอีกครั้ง และลองปะติดปะต่อดู บางทีอาจได้พล็อตใหม่แบบไม่น่าเชื่อเลยก็ได้นะ 
 
คุณอาจจะประยุกต์เทคนิคนี้กับโพโมโดโรก็ได้ คือเขียนจริงจังไปสักพัก แล้วมาเขียนอิสระเป็นการพัก จากนั้นก็อ่านทวน แล้วเขียนจริงจังอีกครั้ง
 
เทคนิคเขียนไปพูดไป (Dictation)  
เทคนิคที่ช่วยให้เราสร้างบทสนทนาในนิยายได้ราบรื่น อ่านแล้วไม่สะดุด ก็คือการอ่านออกเสียงดังๆ เพราะมันเหมือนเป็นการจำลองสถานการณ์ว่า... คนจริงๆ พูดคุยกันอย่างไร เราแนะนำให้คุณใช้เทคนิคนี้ส่วนที่ไม่ใช่บทสนทนาด้วยค่ะ ลองอ่านดังๆ ดู แน่นอนว่ามันช่วยเรื่องบทสนทนาได้ และยังช่วยให้เรารู้สึกด้วยว่า... สิ่งที่เขียนไปสมเหตุสมผลหรือไม่ เราแนะนำเทคนิให้ลองอัดเสียงที่อ่านเอาไว้แล้วมาฟังทีหลัง แนะนำใช้โทรศัพท์มือถือจะสะดวกที่สุด เวลาอ่านควรเว้นวรรค ออกเสียงตามจังหวะที่วางเอาไว้จะได้รู้ว่าสมเหตุสมผลไหม    
 
เทคนิคเขียนไม่เรียงลำดับ (Writing Out Of Order) 
นักเขียนส่วนใหญ่จะชอบเขียนเรียงลำดับสถานการณ์ไปเรื่อยๆ แต่ถ้าหากคุณรู้สึกว่า เขียนแล้วมันน่าเบื่อ เรื่อยๆ มากเกินไป ก็ลองเทคนิคเขียนไม่เรียงลำดับดูไหม วิธีนี้มันอยู่ที่ใจของคุณเลยว่าตอนนั้นอยู่ในอารมณ์ไหน อยากเขียนฉากไหน อาจจะดราม่ามาก อยากเขียนฉากทะเลาะกัน หรืออยู่ในช่วงเวลาอารมณ์ดี อยากเขียนฉากมีความสุข เพิ่งดูซีรี่ส์มา พระเอกนางเอกแอ๊วกันน่ารักจัง เขียนฉากจีบกันก่อนดีกว่า การเขียนแบบไม่เรียงลำดับก็น่าตื่นเต้นไปอีกแบบ และจะช่วยทำให้คุณไม่รู้สึกเหมือนทำงานตามลำดับมากเกินไป ก็น่าตื่นเต้นดีเหมือนกัน แต่ข้อควรระวังคือ... คุณอาจจะต้องดูว่ามันปะติดปะต่อกันลงตัวไหม เพราะบางทีอาจจะเขียนแล้วกระโดดหรือข้ามๆ ไปบ้าง แล้วเลยทำให้เนื้อเรื่องไม่ราบรื่นเท่าที่ควร 
 
เทคนิคเขียนไปรีไรท์ไป (Writing/Revising Simultaneously) 
นักเขียนส่วนใหญ่เลือกที่จะเขียนให้จบเรื่องก่อนแล้วค่อยรีไรท์ทีเดียว แต่หากว่าตันหรือเขียนไม่ออก ลองเขียนไปรีไรท์ไปก็เป็นวิธีที่โอเคอยู่นะ เหมือนให้เราได้ทบทวนตัวเองไปด้วย และทำให้เราได้ปรับแก้ไขอย่างรวดเร็ว นานๆ ที แอดมินก็ใช้เทคนิคนี้อยู่นะ คือแก้ไปทีละตอน ทีละบท และเมื่อเขียนบทที 2 ก็ย้อนกลับมาอ่านบทที่ 1 ลากยาวไปบทที่ 2 จากนั้นก็แก้ให้มันเชื่อมโยงกัน ถ้าหากรู้สึกเขียนไม่ออกหรือเบื่อ ลองหันมารีไรท์แทนก็ไม่เลวเหมือนกัน แอดมินว่าเป็นเทคนิคที่โอเค อย่างน้อยๆ เราก็ได้เขียน ไม่ใช่พักอยู่เฉยๆ 
 
สารภาพว่าหลังทำบทความนี้จบ แอดมินก็ได้ไปทดลองทำครบทั้ง 5 วิธีเลยค่ะ และพบว่าวิธีที่ชอบมากที่สุดคือ เทคนิคโพโมโดโร ค่ะ ใช้ได้ผลดีทีเดียว เขียนบ้างพักบ้าง ช่วยให้เราปรับจูนความคิดได้ดีกว่าเขียนตะลุยไปเรื่อยๆ แบบไร้ทิศทาง เหมือนได้ดึงตัวเองไปด้วย ไม่หลงทางดีนะคะ ส่วนคนอื่นๆ ชอบข้อไหน มาแลกเปลี่ยนกันได้นะ แอดมินรอฟังอยู่ 
 
ทีมงานนักเขียนเด็กดี  
  
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=writer_team

ทีมงาน writer - ผู้เขียน

ทีมงาน writer

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #แก้ตัน #แก้เขียนไม่ออก #เขียนไม่ออก #เคล็ดลับการเขียนนิยาย #เขียนนิยาย

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?