/>

ได้เวลาส่งนักเขียน "ฝันกลางวัน" กันแล้ว! []

วิว


 

ได้เวลาส่งนักเขียน "ฝันกลางวัน" กันแล้ว!

ใครอยากเป็นนักเขียนต้องช่างเพ้อฝัน! พี่แนนนี่เพนไปอ่านบทความหนึ่งมา เขาบอกว่าคนที่จะเป็นนักเขียนได้สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ "จินตนาการ" และ "ความเพ้อฝัน" ส่วนสกิลฝีมือด้านอื่นๆ เป็นข้อมูลพื้นฐานที่หาเรียนรู้เองได้ ซึ่งจากที่พี่เคยสัมภาษณ์นักเขียนมาหลายคน พบว่าไอเดียของนักเขียนส่วนใหญ่มาจากจินตนาการที่ "คนทั่วไป" มองไม่เห็น.. อย่างนิยายเรื่อง Angel Beside Me รัก (หล่น) จากฟากฟ้า ของพี่เมย์ (May112) ก็ได้ไอเดียมาจากความคิดที่ว่า 'ถ้ามีผู้ชายทะลุเพดานตกมาหาเราบ้างก็คงจะดี' เป็นไอเดียที่พี่เมย์คิดได้ตอนนอนอยู่บนเตียงนั่นเอง นอกจากนี้ ยังมีไอเดียของเจ้าปลาน้อยที่คิดขึ้นมาว่า 'คนเราจะสามารถแช่งคนอื่นโดยที่ตัวเราเองไม่โดนอะไรเลยได้ยังไง' จนเกิดเป็นนิยายเรื่อง GOD เมื่อพระเจ้ามีความรัก ขึ้นมาในที่สุด 

จากตัวอย่างที่เล่ามา ทำให้พี่เห็นว่าจินตนาการสำหรับนักเขียนเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ต่อให้ตอนนี้เรายังเขียนได้ไม่ดีพอ แต่หากไอเดียเราดี จดเก็บไว้และนำมันมาต่อยอด พี่เชื่อว่าสักวันความฝันบนเส้นทางนักเขียนของเราจะต้องเป็นจริงขึ้นมาแน่นอน ดังนั้น ในบทความนี้ พี่จึงหาวิธีฝันกลางวันมาให้ทุกคนได้ฝึกฝนกัน เชื่อว่าน้องๆ ชาวเด็กดีจะต้องถูกใจกันแน่นอน! 
 

ฝึก "ฝันกลางวัน" ด้วย 4 วิธีนี้กันเถอะ!

ก่อนจะเข้าเรื่องว่าฝึกกันยังไง รู้กันไหมว่าประโยชน์ของการฝันกลางวันมีอะไรบ้าง? ต้องบอกก่อนว่าการฝันกลางวันนั้นก็คือความสงสัยในใจของเรานี่แหละค่ะ เราฝันกลางวันเพราะเราสงสัยในเรื่องราวบางอย่าง และคิดกังวลจดจ่อกับความคิดนี้ไม่จบสิ้นนั่นเอง เพราะฉะนั้น ถ้าเราฝันกลางวันบ่อยๆ เราจะมีความคิดเชื่อมโยงเรื่องราวได้เก่ง และมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น นี่จึงเป็นเพียงประโยชน์คร่าวๆ จากการฝันกลางวันเท่านั้น ส่วนจะฝึกกันอย่างไร มาดูกันเลย 
 

1. ถ้าฝันแล้วต้องจด

ความฝันเป็นเวิร์คช็อปที่มีประโยชน์ที่สุดของนักเขียน! หลายครั้งที่เราฝันแล้วจำไม่ได้ นั่นเป็นเพราะกลไกการทำงานของร่างกายที่ต้องอาศัยหลักทางวิทยาศาสตร์ในการอธิบาย ในส่วนนี้พี่ก็จะขอข้ามไป และคุยกันถึงความฝันที่พอจำกันได้เลือนลางก็แล้วกัน ก่อนอื่น มีหลายทฤษฏีเกี่ยวกับความฝันที่เชื่อว่า บางครั้งสิ่งที่เราฝันถึงเป็นเรื่องราวของอดีต ความหวัง และความสุข บางครั้งความฝันของเราก็เกิดจากความกลัวในสิ่งที่ไม่รู้จักและกลัวว่ามันจะเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้น ความฝันจึงเป็นแหล่งที่มาของเนื้อหาที่หลากหลาย อยู่ที่ว่าเราจะเก็บเกี่ยวความฝันเหล่านี้ด้วยวิธีไหนจึงจะดีที่สุด 

ด้วยเหตุนี้ เมื่อเราฝัน ไม่ว่าจะฝันในช่วงเวลาไหนก็ตาม ขั้นแรกให้เราจดความฝันนั้นเอาไว้เท่าที่พอจำได้ อาจจะเป็นคีย์เวิร์ด สถานที่ สถานการณ์ หรือแม้กระทั่งว่าคนในความฝันมีรูปร่างยังไง เป็นสัตว์แบบไหน จดเท่าที่จำได้ และเก็บเอาไว้ จากนั้นค่อยนำไอเดียจากความฝันเหล่านี้มาต่อยอดในภายหลัง เชื่อเถอะว่าการมีไอเดียเก็บไว้ ดีกว่าไม่มีอะไรเก็บไว้เลย ไม่แน่ว่าในวันหนึ่ง นิยายที่เราเขียนไม่ออก อาจจะได้คีย์เวิร์ดจากการจดบันทึกเหล่านี้ช่วยไว้ก็ได้ ใครจะไปรู้อนาคตกัน 
 

2. ต้องหลุดออกจากโลกความเป็นจริง

เคยคิดกันไหมคะว่าทำไมเราถึงกลายมาเป็นนักเขียน? จริงๆ แล้วนักเขียนแทบทุกคนล้วนฝันกลางวันกันทั้งนั้น บางครั้งเราดูเหมือนคนไร้สาระ ดูเป็นคนช่างเพ้อฝันจนเกิดเหตุ และอาจถูกหาว่าบ้าเพราะจินตนาการเราล้ำเกินใคร หากมองในโลกความจริง เราก็ดูเป็นคนเพ้อฝันจริงๆ นั่นแหละ แต่ในโลกของนักเขียน คุณทำมันได้ดีแล้ว! บางครั้งเราก็ต้องสร้างโลกขึ้นมาหลายๆ ใบ ใบแรกเป็นชีวิตจริงที่เราต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ต้องมีสติรับคำวิจารณ์จากนักอ่านได้ ส่วนโลกใบที่สอง ไม่ต้องไปสนใจอะไรเลยค่ะ เขียนในสิ่งที่เราอยากเขียนออกมาให้ได้มากที่สุด เราชอบอะไร อยากให้โลกใบนี้เป็นแบบไหน เขียนออกมาให้หมด ถ้าสิ่งที่เขียน โลกชีวิตจริงทำไม่ได้ เอามาเขียนในโลกอีกใบนี้ได้เลย ไม่มีใครหยุดยั้งจินตนาการของเราได้แน่นอน 

ในส่วนนี้ การปลดปล่อยจินตนาการถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ วิธีง่ายๆ ที่จะฝึกจินตนาการของเราก็คือเราต้องปลดปล่อยความคิดออกมาให้ได้มากที่สุด เขียนไปก่อน แล้วมาดูกันว่าเราคิดอะไรอยู่ เราถนัดจินตนาการแบบไหน แค่เห็นปากกาก็รู้สึกอยากให้มันบินได้ไหม หรือนั่งอยู่เฉยๆ ก็อยากอ่านความคิดของคนอื่นได้ วิธีนี้สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือจิตใจนี่แหละ เราต้องจัดสมดุลให้ดี และแยกแยะให้ได้ว่าอะไรคือความจริง และอะไรคือความฝัน แล้วนิยายของเราจะสมเหตุสมผลไหม ก็อยู่ที่ความบาลานซ์ตรงนี้นี่แหละค่ะ 
 

3. ต้องเสียสละเวลาบ้าง

นักเขียนหลายคนไม่มีเวลามากพอที่จะเขียนนิยาย และใช้มันเป็นข้ออ้างในการหยุดเขียน จนก่อให้เกิดคำว่าหมดไฟ ขณะเดียวกันนักเขียนอีกส่วนหนึ่งกลับบอกว่า "หากเรารักในการเขียนมากพอ เราจะมีเวลาให้มันเสมอ" ด้วยเหตุนี้ คำว่า "เวลา" จึงเปรียบเสมือนอุปสรรคที่มองไม่เห็น เมื่อนักเขียนคิดจะใช้เวลาเป็นข้ออ้างเพื่อหยุดเขียนนิยาย ทำให้เวลาของทุกคนมีแค่คำว่าพรุ่งนี้ และไม่เคยมีวันนี้สำหรับการเขียนอีกเลย ซึ่งจริงๆ แล้ว การฝันกลางวันไม่ใช่สิ่งที่เราสามารถทำได้พร้อมๆ กันกับกิจกรรมอื่นๆ บางครั้งเราอาจใช้เวลานานมาก กว่าจะมีสมาธิจนเกิดไอเดีย และบางครั้ง เราก็ค้นพบว่าเราต้องหยุดพักบ้าง ออกไปเดินเล่น จ้องหน้าต่าง นอน ฟังเพลง ดูซีรีส์ ดูหนัง ทำอะไรเรื่อยเปื่อยตามใจตัวเอง เพื่อให้สมองได้หยุดคิด และมีเวลาประมวลความคิดสร้างสรรค์ออกมา เพราะฉะนั้น บางครั้งเราก็ต้องเสียสละเวลาออกไปใช้ชีวิตบ้าง ไม่ต้องจดจ่อกับการเขียนมากเกินไป เขียนเมื่อเกิดไอเดีย และต้องไม่หลีกเลี่ยงด้วยคำว่าพรุ่งนี้ 

4. ทดลองเป็นคนอื่น 

จินตนาการอย่างเดียวไม่พอต้องลองเป็นคนอื่นด้วย! วิธีนี้ง่ายต่อการฝึกฝนมากๆ การทดลองเป็นคนอื่นในที่นี้หมายถึงการพาตัวเราเองเข้าไปในโลกของอีกฝ่าย สมมติเรามีเพื่อนสนิทอยู่คนหนึ่ง เรารู้ว่าเพื่อนเรามีลักษณะยังไง มีการแสดงออกแบบไหน วิธีฝึกคือให้เราทดลองเป็นเพื่อนคนนี้ ลองคิด ลองพูด ลองแสดงความคิดเห็นด้วยความคิดของเขา แล้วเราจะเห็นว่าการรักษาคาแรคเตอร์ตัวละครสำคัญอย่างไร แบบไหนถึงจะเรียกว่าตัวละครที่สมจริง และมีมิติ การทดลองเป็นคนอื่นยังหมายถึงสัตว์ และสิ่งของได้ด้วย เราสามารถใช้ความช่างฝันของเรา จินตนาการว่าเราคือสิ่งของ แล้วสวมบทบาทเป็นของดังกล่าว เพื่อสร้างเรื่องราวขึ้นมาก็ได้ การฝึกฝนด้วยวิธีนี้เป็นได้ทั้งการเลียนแบบผู้อื่น และสร้างคาแรคเตอร์ขึ้นมาใหม่ เมื่อเราเข้าใจว่าคาแรคเตอร์คืออะไร รับรองได้ว่าจินตนาการของเราจะบรรเจิดมากขึ้นแน่นอน 
 

วิธีเหล่านี้ พี่แนนนี่เพนรวบรวมมาให้ทุกคนได้ฝึกกันง่ายๆ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ นอกจากความพยายามของน้องๆ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกคนที่ได้อ่านบทความนี้ จะมีแรงใจแรงกายที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น และพร้อมเข้าสู่สมรภูมิแห่งความฝันได้ในเร็ววันนี้ พี่เชื่อว่าน้องๆ ทุกคนที่อยากเป็นนักเขียนล้วนมีพื้นฐานมาไม่มากก็น้อย เรื่องฝีมือการเขียน การใช้ภาษา เป็นเรื่องที่ฝึกกันได้ อ่านเยอะๆ ไม่ก็มาเขียนนิยายลงเว็บเด็กดีของเรา ก็จะมีเพื่อนๆ นักอ่านและนักเขียนเข้ามาแนะนำติชมกันอยู่แล้ว อยู่ที่ความพยายามของเราว่าจะอดทนจนกว่าจะถึงฝั่งฝันได้ไหม เพราะฉะนั้น ในขณะที่เรายังมีฝัน ลองพยายามฝึกฝนด้วยวิธีเหล่านี้เพื่อสร้างไอเดียที่จะทำให้เราอยู่บนเส้นทางนักเขียนนี้ไปนานๆ กันเถอะ พี่เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะ สู้ๆ 

พี่แนนนี่เพน

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nannypen

พี่แนนนี่เพน - ผู้เขียน

สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #เคล็ดลับนักเขียน #ฝันกลางวัน #จินตนาการ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?