/>

"LittleDroplet" การต่อสู้ของนักเขียนโรคมะเร็งกับครึ่งชีวิตที่อุทิศให้การเขียนนิยาย []

วิว

  • แป้ง ศศนนท์ ศรีบุญทรง คือนักเขียนเจ้าของนามปากกา เถียนฟาง และ LittleDroplet
  • นิยายเรื่อง Raphael de l'air : เจ้าแห่งสายลม ที่เขียนลงบนเว็บไซต์ Dek-D เมื่อสิบปีก่อน (พ.ศ. 2551) เป็นนิยายเรื่องแรกที่ทำให้ทุกคนรู้จักนามปากกาเถียนฟาง 
  • นิยายเรื่อง The Best Wingman สุดยอดเพื่อนพระเอกขอรายงานตัว! เป็นนิยายเรื่องล่าสุดของแป้งในนามปากกา LittleDroplet
  • กว่า 10 ปีที่แป้งหายไป เธอต้องต้องต่อสู้กับโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง จนเกือบกลายเป็นคนตาบอด 
  • การเขียนนิยายสำหรับแป้ง คือ การพิสูจน์คุณค่าในตัวเอง 

"เราเคยคิดว่าเราแบกรับทุกอย่างคนเดียว แต่จริงๆ ไม่ใช่
ลองมองดูดีๆ จะเห็นว่ามีคนที่พร้อมจะประคอง และให้กำลังใจเราเสมอ" 

นี่คือคำพูดที่สะท้อนความคิดเชิงบวกของ 'แป้ง' ศศนนท์ ศรีบุญทรง นักเขียนสาวที่อยู่กับ Dek-D มานานนับ 10 ปี ตั้งแต่นิยายแฟนตาซีเรื่อง Raphael de l'air : เจ้าแห่งสายลม ก่อนที่เธอในนามปากกา 'เถียนฟาง' จะหายตัวไปและกลับมาอีกครั้งด้วยนามปากกา 'LittleDroplet' พร้อมนิยายแนวระบบสุดฮิตเรื่อง The Best Wingman สุดยอดเพื่อนพระเอกขอรายงานตัว! ที่ตอนนี้ดำเนินเรื่องมาถึงโลกที่ 5 กันแล้ว! 

ทว่าขณะที่เรากำลังสนุกกับนิยายของเธออยู่นั้น นักเขียนผู้มอบความสุขให้แก่นักอ่านอย่างเรา กลับต้องเผชิญกับปัญหาโรคภัยเข้ามารุมเร้าอย่างหนักจนทำให้เธอเกือบสูญเสียการมองเห็น และไม่สามารถเขียนนิยายได้อีก.. แป้งบอกกับเราว่าเธอมีความสุขทุกครั้งที่ได้เขียนนิยาย ได้มีช่วงเวลาดีๆ กับแฟนๆ นักอ่าน แต่ด้วยสุขภาพร่างกายที่ไม่เอื้ออำนวย พร้อมทั้งค่ารักษาที่มีค่ายาสูงถึงเข็มละสองแสน ทั้งยังต้องฉีดยานี้เป็นประจำทุก 15-20 วัน บางครั้งมันก็ทำให้เธอรู้สึกท้อขึ้นมาบ้างเหมือนกัน

ในฐานะแฟนนักอ่านคนหนึ่งที่เพิ่งทราบข่าว เราเลยอยากพาแป้งมาพูดคุยกับชาวเด็กดีทุกคน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทสัมภาษณ์นี้ จะเป็นกำลังใจให้ทุกคน ต่อสู้กับปัญหาที่หนักหนา และพยายามทำความฝันให้สำเร็จไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม.. ดังที่นักเขียนสาวคนนี้กำลังทำอยู่ 

กว่า 10 ปีที่ผ่านมา แป้งเป็นทั้งนักเขียนและผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

สวัสดีค่ะ LittleDroplet หรือ แป้ง ศศนนท์ ศรีบุญทรง เจ้าของผลงานเรื่อง The Best Wingman สุดยอดเพื่อนพระเอกขอรายงานตัว! ค่ะ ปัจจุบันอายุ 2-- เอาเป็นว่าเราข้ามเรื่องนี้ไปเนอะ ตอนนี้กำลังเป็นผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเต็มตัวค่ะ 

เห็นว่าเถียนป่วยก็อย่าทำเหมือนเถียนเป็นเต้าหู้นะคะ พูดเล่นนะ.. วิจารณ์ผลงาน ท้วงติงได้ เล่นหัวได้ ไม่ต้องกังวลเลยค่ะ เถียนชอบเวลาที่นักอ่านเล่นเป็นธรรมชาติกับเถียนมากกว่าจะมองด้วยฟิลเตอร์คนป่วย เถียนผ่านเรื่องหนักมาหลายรอบแล้ว สตรองนะคะ 

ก้าวสู่การเป็นนักเขียน และต้องหยุดเขียนเพราะร่างกายไม่อนุญาต! 

เริ่มจากความอยากลองเขียนแบบเด็กๆ ค่ะ สมัยนั้นนิยายออนไลน์เพิ่งเริ่มบูมขึ้นมา เราที่เป็นนักอ่านอยู่แล้วก็แฮปปี้ หานิยายอ่านสนุกไปเรื่อย ไปๆ มาๆ ไม่มีเรื่องที่ตรงใจเราเท่าไหร่ สุดท้ายก็เริ่มลองแต่งสิ่งที่ตัวเองอยากอ่านเองค่ะ  

กระแสตอบรับตอนนั้นก็ค่อนข้างดีเลยค่ะ คอมเมนต์ของนักอ่านเป็นกำลังใจให้เราเสมอ เราเลยคิดจะยึดงานเขียนเป็นงานรองไปเรื่อยๆ ค่ะ แต่น่าเสียดายร่างกายไม่อนุญาต มีช่วงหนึ่งน่าจะเพราะผลข้างเคียงของยาที่ให้เรื่อยๆ ตาเลยเป็นต้อกระจก มองอะไรไม่เห็นเลยค่ะนอกจากแสงขาว ตอนนั้นเลยต้องพักการเขียนไปโดยปริยาย แต่ใจนี่คิดถึงอดีตที่สวยงามที่มีกับการแต่งนิยายและเว็บเด็กดีเสมอนะคะ พอผ่าตัดตาเสร็จ อะไรเริ่มลงตัวเลยกลับมาแต่งนิยายต่อ

อยากพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง จึงเปลี่ยนนามปากกาจาก 'เถียนฟาง' สู่ 'LittleDroplet' 

สาเหตุที่เปลี่ยนนามปากกาเพราะตอนเริ่มกลับมาเขียนมันอายตัวเองค่ะ  รู้สึกเหมือนระหว่างที่เรานอนรักษาตัว สมองเราไปหมดแล้ว เชื่อมโยงคำ ประโยคหนึ่งใช้เวลานานมาก  ลืมศัพท์นู่นนี่ เลยเฟลๆ ไม่กล้าใช้นามปากกาเถียนฟาง กลัวมันแย่ แล้วทำให้คนอ่านที่รอเราอยู่ต้องผิดหวัง เราก็เลยหาทางกายภาพสมองส่วนภาษา(?) ผสมอยากพิสูจน์ตัวเองว่าเรายังมี ‘ของ’ ที่ทำให้คนอ่านเข้ามาอ่านนิยายเราแล้วมีความสุขอยู่ ...อยากพิสูจน์คุณค่าของตัวเองน่ะค่ะ เพราะเรานอนป่วยนานมากจนรู้สึกว่าชีวิตของตัวเองไร้ค่าเหลือเกิน เอาไปทำประโยชน์อะไรไม่ได้ เลยเกิดเป็นนามปากกา LittleDroplet ขึ้นมา 

การเขียนนิยายช่วยแป้งพิสูจน์ตัวเอง หรือเพิ่มคุณค่าให้ตัวเองอย่างไรบ้าง 

มันเป็นความรู้สึกของคนที่ได้แต่นอนเฉยๆ นานๆ ไม่ได้ทำอะไร จะดูแลตัวเองก็ยังทำไม่ได้นอกจากผลาญเงินค่ากิน ค่าอยู่ และรักษาตัวไปวันๆ การที่เรายังแต่งนิยายแล้วมีคนติดตามเยอะมันทำให้เราภาคภูมิใจขึ้นมาว่า "อย่างน้อยก็ยังพอมีอะไรที่เราพอจะทำได้อยู่" การที่มีคนอ่านอารมณ์ดีเพราะเรื่องของเรา มันทำให้เรารู้สึกว่า เอ้อ...ฉันยังสร้างประโยชน์ให้คนอื่นได้นะ

เพราะป่วยจนเกือบตาบอด ทำให้แป้งรู้จักชีวิตมากขึ้น

ช่วงที่ทุกข์ที่สุดคือช่วงที่นอกจากตามองไม่เห็นแล้วยังตัวบวมจนลุกเดินไม่ได้ค่ะ แถมยังมาติดเชื้อในปอด น้ำท่วมปอดไอตลอดเวลา ไอจนขาดสติอีก โอ้โห คอมโบนี้ทรมานสุดๆ ค่ะ  คือได้แต่นอนไอไปวันๆ  พอหมอถามว่าจะเสี่ยงผ่าตัดตามั้ย  ตอนนั้นเลยค่อนข้างตัดสินใจเร็วว่าจะทำ จะผ่า ถ้าสุดท้ายตาบอดก็... คงไม่มีอะไรแย่กว่านี้แล้ว อย่างมากก็แค่ต้องหัดใช้ชีวิตแบบคนตาบอดจริงจัง

ที่ผ่านมารู้สึกโตขึ้นเยอะเลยค่ะ ในด้านมุมมองต่อโลก 10 กว่าปีที่ผ่านมาเถียนเจอมาหนักมาก เข้า ICU เกือบเอาชีวิตไม่รอดถึงสองครั้ง ต้องตัดสินใจเรื่องหนักๆ หลายอย่าง เช่น ตอนผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตาก็ต้องยอมรับความเสี่ยงว่าอาจติดเชื้อเพราะภูมิเราต่ำมาก แล้วถ้าติดเชื้อคือส่วนมากหมอคุมไม่ได้ ต้องตาบอดตลอดไปคือ ต้องเลือกระหว่างโอกาสหายและพลาดตลอดไป  เป็นอะไรที่ทำให้เราโตขึ้นเยอะเลยค่ะ

โลกชีวิตจริงเราโตขึ้น แล้วโลกนิยายล่ะเป็นยังไง?

ด้านนิยายโตขึ้นมั้ย.. อันนี้เถียนก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่มุขเกรียนขึ้น (คนอ่านเพื่อนพระเอกของเราจะรู้ดี) ต้องขอบคุณคนอ่านทุกคนจริงๆ ที่ยังรักในสำนวนของเราอยู่ จนทำให้รู้สึกว่าชีวิตของเรายังไม่สิ้นหวังเสียทีเดียว เราเคยคิดว่าเราแบกรับทุกอย่างคนเดียว แต่จริงๆ ไม่ใช่ ลองมองดูดีๆ จะเห็นว่ามีคนที่พร้อมจะประคอง และให้กำลังใจเราเสมอ 

กำลังใจที่อยากส่งต่อ..

ไม่ว่าทุกคนกำลังเผชิญกับอะไรอยู่  อยากบอกว่าไม่ผิดที่คุณจะท้อ จะเหนื่อย คุณไม่ได้อ่อนแอ  มันแค่เป็นอาการบอกว่าให้คุณหยุดก่อน พักก่อน ร้องไห้ให้เต็มที่สักยก แล้วหันมาเอาใจใส่ตัวเองให้มีความสุขก่อน  ทำยังไงก็ได้ให้มีความสุข  แล้วพอย้อนมองอีกที สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกหนักหรือท้อ จะดูเบาลงเองค่ะ 

“The Best Wingman สุดยอดเพื่อนพระเอกขอรายงานตัว!” นิยายแนวระบบที่เริ่มเขียนเพราะแต่งง่าย เหมาะกับการฟื้นฟูภาษา และเข้ากับสไตล์การอ่านของคนสมัยนี้! 

ตอนแรกๆ กว่าจะเรียงร้อยเรื่องเพื่อนพระเอกออกมาแต่ละตอนคือยากมาก คนอ่านจะเห็นว่าตอน  Arc แรก  ภาษาจะกระชับมาก และแต่ละตอนก็จะสั้นๆ นั่นแหละค่ะ (หัวเราะ)

ตอนนอนป่วยติดเตียง เถียนก็ไถหน้าจออ่านนิยายไป จนไปเจอกับนิยายแนวระบบค่ะ อ่านไปก็รู้สึกว่ามันตอบสนองสังคมยุคนี้ได้ดี เพราะเนื้อเรื่องค่อนข้างกระชับเดินเรื่องไว พอเปลี่ยนโลกก็เหมือนขึ้นเรื่องใหม่ แต่ก็ขัดใจเวลาอ่านที่พระนางดูจะรักกันง่ายดายเหลือเกิน  แค่เพราะรูปลักษณ์ภายนอกดูสง่าสวยงาม อ่านไปก็คิดไปว่าถ้าเราเขียนจะเป็นยังไงบ้างนะ จนเป็นแรงบันดาลใจค่ะ  

เถียนรู้สึกว่าด้วยความแมสของนิยายแนวระบบมันทำให้การเขียนนิยายง่ายขึ้น เหมาะกับคนที่กำลังเริ่มฟื้นฟูความสามารถในการใช้ภาษา เสน่ห์ของนิยายแนวระบบก็อยู่ตรงนี้แหละค่ะ การเปลี่ยนโลกไปเรื่อยๆ ทำให้เกิดความตื่นเต้น ความกระชับ เหมาะกับสไตล์การอ่านของคนสมัยนี้ที่ต้องการความไว ไม่ต้องมาบรรยายฉากอะไรให้ละเมียดละไมมาก

ส่วนพล็อต...หึหึ...จริงๆ ค่อนข้างสดค่ะ ตอนแต่งเถียนยังไม่รู้เลยว่าโลกที่สองจะให้เป็นโลกซอมบี้

เพราะขี้สงสัย ช่างสังเกต และสนใจรายละเอียด แม้พล็อตจะสด แต่ข้อมูลแน่นมาก

ตอนเขียนหาข้อมูลเรื่อยๆ เลยค่ะ อย่างโลกซอมบี้นี่เชื่อไหม ในกูเกิ้ลมีคนทำลิสต์จริงๆ นะว่าถ้าซอมบี้บุกให้ทำอะไรก่อน หลบที่ไหน ต้องเอาอะไรติดตัว นับว่าเปิดโลกเถียนเหมือนกันค่ะ ส่วนโลกที่ยากที่สุดก็คงไม่พ้นโลกนักสืบที่ยังแต่งค้างไว้นี่แหละค่ะ คือเถียนเป็นคนแบบ...จะแต่งว่าเพื่อนพระเอกขึ้นรถม้าไปตามถนน เถียนก็จะ เอ๊ะ ปีที่เซตติ้ง arc นี่ตอนนั้นเริ่มผลิตรถยนต์รึยังนะ (หาข้อมูล) แล้วตามถนนตอนนั้นเริ่มเปลี่ยนจะการใช้ตะเกียงมาใช้หลอดไฟหรือยังนะ...ยาวค่ะ พลิกหาข้อมูลกันยาวๆ ไป ไหลไปเรื่อย ไหลไปจนรู้ตัวอีกทีไปโผล่นู่น กฏหมายว่าด้วยการอนุญาตให้บริษัทดำเนินการเรื่องหลอดไฟฟ้าในสหราชอาณาจักรตามการอนุญาตของสมเด็จพระราชินี (ชื่อคร่าวๆ) 

สปอยล์หนักมากพระนายรักกันได้อย่างไร!?

5555555555555555 (ขำแรงมาก) จุดต่างเยอะค่ะ (สปอยล์หนักมาก) โลกแรกจริงๆ พระนายยังไม่ได้รักกันด้วยซ้ำ พระเอกก็แค่อกหักแล้วเหงา เลยเริ่มสนใจเพื่อนสนิทตัวเอง  แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรก็ดันมาตายเสียก่อน ความรักจริงๆ มันเริ่มตอนโลกที่สองค่ะ ส่วนพ่อเพื่อนพระเอกผู้ทำใจแข็งของเรานั้น มันเริ่มจากความรู้สึกผิดที่ทำพระเอกในโลกแรกตาย ผสมกับความผูกพันธ์ที่ก่อขึ้นทีละนิดในแต่ละโลกค่ะ ที่ทลายกำแพงหัวใจจริงๆ ก็แค่ยอมรับว่าแพ้ใจตัวเองเท่านั้นแหละค่ะ 

กระแสนิยาย และผลตอบรับที่ดีเกินคาด! 

กระแสดีจนไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองค่ะ หวังว่านักอ่านจะได้รับความบันเทิง สนุกสนาน ความสุข และสิ่งดีๆ ที่นิยายเรื่องนี้มีค่ะ (นิยายเรื่องนี้เหมาะกับ..) อืม ก็น่าจะแนวแฟนตาซี ไซไฟแหละค่ะ แต่ก็ไม่แน่นะ เพราะในเรื่องมีหลายแนว 

การเขียนนิยายทำให้รู้จักตัวเองมากขึ้น! 

นักเขียนคือนักสังเกตการณ์ที่ชอบมองสิ่งเล็กๆ รอบตัวแล้วนำมาเรียงร้อยเป็นเรื่องราวของตัวเองค่ะ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือต้องมีใจรักในการเขียน การเขียนนิยายให้อะไรเถียนเยอะมากนะคะ ระหว่างเขียนเราได้เรียบเรียงความคิดของตัวเองลงไป หลายๆ ครั้งก็เพราะการเขียนนี่แหละที่ทำให้เถียนสะกิดใจว่า เอ๊ะ? ตรรกะของเรามันแปลกๆ นะ เราเป็นคนแบบนี้หรือ? แล้วก็มานั่งสำรวจตัวเอง ก่อนตกผลึกค่ะ ที่สำคัญการเขียนนิยายทำให้เถียนได้รู้จักคนที่วิเศษหลายคนเลยค่ะ

เคล็ดลับของเถียน : ตัวละครต้องมาก่อนพล็อต! 

ไอเดียส่วนใหญ่มาจากตัวละครค่ะ เพราะพอมีตัวละครเถียนจะจินตนาการถึงความเป็นไปได้ที่เขาจะกระทำหรือไม่กระทำอะไร หรือถ้าตัวละครสองตัวนี้มาเจอกันจะเกิดอะไรขึ้น จะเข้ากันได้มั้ย เรื่องพล็อตเถียนไม่กำหนดมากค่ะ จะมีแค่ฉากเด็ดที่ต้องไปให้ถึง แบบเราอยากให้เกิดฉากนี้ขึ้นในนิยายเท่านั้น ที่เหลือคือปล่อยตัวตามสัญชาตญาณค่ะ

ฝากผลงานกับน้องๆ ชาวเด็กดีได้เลย!

ใครที่ยังไม่เคยอ่านไม่ว่าจะเรื่อง Raphael de l’air เจ้าชายแห่งสายลม หรือ สุดยอดเพื่อนพระเอกฯ ก็เข้าไปอ่านได้นะคะ หรือถ้าอยากสนับสนุนไม่ว่าจะรูปเล่มหรืออีบุ๊คก็ติดตามทางเพจ Clover Book ได้เลยค่ะ

สำหรับใครที่ยังไม่เคยอ่านนิยายของแป้ง ลองเข้าไปติดตามกันได้นะคะ รับรองได้เลยว่าสนุกมาก จนต้องคอมเมนต์ให้นักเขียนรีบๆ อัปเลยล่ะ (ขอทวงนิยายหน่อย.. หัวเราะ) ส่วนนักเขียนที่อ่านบทสัมภาษณ์นี้จนจบ พี่แนนนี่เพนหวังว่าทุกคนจะได้แรงบันดาลใจ และไอเดียดีๆ นำไปต่อยอดทั้งการเขียนนิยาย และการใช้ชีวิตนะคะ หากเรามุ่งมั่นอยากเดินบนเส้นทางนักเขียน เว็บไซต์ Dek-D พร้อมสนับสนุน และเป็นกำลังใจให้นักเขียนทุกคนค่ะ ว่าแล้วก็มา 'เขียนนิยาย' กันเถอะ! 

พี่แนนนี่เพน

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nannypen

พี่แนนนี่เพน - ผู้เขียน

สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นักเขียน #นิยาย #LittleDroplet #Raphael de l'air : เจ้าแห่งสายลม #The Best Wingman สุดยอดเพื่อนพระเอกขอรายงานตัว #สุดยอดเพื่อนพระเอก #เถียนฟาง

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?