/>

Review นิยายน่าอ่าน : 10 แนวคิดชวนว้าวที่คนอยากประสบความสำเร็จต้องรู้จาก “เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard” []

วิว


 

Review นิยายน่าอ่าน :
10 แนวคิดชวนว้าวที่คนอยากประสบความสำเร็จต้องรู้จาก
“เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard”

สวัสดีค่ะชาวเด็กดีทุกคน รู้มั้ยว่านิยายหนึ่งเรื่องให้อะไรมากกว่าที่คิด มันให้ทั้งความสนุกสนาน ความสุข เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ “แง่คิด” บางอย่างเพื่อนำไปปรับใช้ให้ชีวิตเราดีขึ้น เช่นเดียวกับนิยายเรื่องเซียนจอมเวทย์ Deva Wizard ผลงานของท่านโซ เห็นเป็นนิยายแฟนตาซีติด Top แบบนี้แล้ว ภายใต้ความสนุกสนานของเรื่องกลับเต็มไปด้วยแนวคิดเพื่อการพัฒนาตัวเองสู่ความสำเร็จในชีวิต!

พี่เชื่อว่านักอ่านสายแฟนตาซีหลายคนคงเคยได้ยินเรื่อง “เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard” ด้วยยอดวิวที่สูงเกือบห้าล้านทำให้อดใจไม่ไหวขอคลิกเข้าไปส่องหน่อย พอได้อ่านแล้วรู้เลยว่าทำไมแฟนๆ ถึงตกหลุมรักนิยายเรื่องนี้ โดยเฉพาะตัวเอกอย่าง “เมอร์ลิน”  สำหรับนิยายเรื่องนี้ มันคือการผจญภัยในโลกเวทมนตร์ของเมอร์ลินที่เน้นไปทางการพัฒนาตัวเอง การอดทน ดวงดี การต่อสู้ และพระเอกเรื่องนี้อดทนมาก! พัฒนาตัวเองตลอด ฝีมือเลยดีขึ้นถึงขนาดเอาชนะระดับจอมเวทได้ทั้งที่ตัวเองห่างขั้น! ทั้งหมดนี้จุดประกายให้นักอ่านอย่างพี่อยากพัฒนาตัวเองตามเลย

เนื่องจากตัวเอกเป็นคนที่ไม่หยุดพัฒนาตัวเอง วันนี้พี่เลยหยิบแนวคิดการใช้ชีวิตแบบเมอร์ลินมาฝาก ซึ่งจะช่วยเผยหนทางสู่ความสำเร็จในชีวิตผ่านการพัฒนาตัวเอง 10 ข้อที่เรียบง่ายและได้ผลจริง เชื่อว่าแค่นำ 10 แนวคิดตามแบบฉบับเซอร์เตส เมอร์ลิน ตัวเอกของเรื่องไปปรับใช้ คุณก็จะเห็นตัวเองประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น...ราวกับกระโดดข้ามเวลาไปดูตัวเองในอนาคตเลยแหละ! เอาล่ะ ไม่พูดเยอะเดี๋ยวเจ็บคอ เอาเป็นว่าถ้าพร้อมแล้วตามไปดูกันเลยดีกว่าจ้า


เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard
ผู้แต่ง : ท่านโซ
หมวด : ฟรีสไตล์ / แฟนตาซี
จำนวนตอน : 318 ตอน
คำโปรย : ตัวตนระดับสูงของผู้ฝึกตนเป็นเซียนผู้หนึ่งทำการตัดผ่านวิญญาณผิดพลาด
วิญญาณนั้นกลับไปปรากฏในอีกโลกหนึ่ง มันเป็นโลกที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของเวทมนต์


 

01 เปลี่ยนคำดูถูกให้กลายเป็นพลัง


"เทียนหลง" เซียนเทพที่ใช้เวลาบำเพ็ญเพียรนานถึง 600 ปีได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างเด็กน้อย "เมอร์ลิน" ที่มีชาติกำเนิดต่ำต้อย เนื่องจากแม่ของเขาเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกรับมาเลี้ยงในฐานะคนใช้ ก่อนกลายเป็นอนุภรรยาคนที่สามของเซอร์เตส วิชเชอร์ในเวลาต่อมา ดังนั้นคนในตระกูลวิชชอร์จึงเกลียดเธอและลูกมาก

เมื่อเทียนหลงมาอยู่ในร่างนี้ เขาจึงโดนดูถูกเหยียดหยามสารพัด แต่เมอร์ลินของเราไม่ย่อท้อ เขาไม่นำคำพูดของคนอื่นที่เหยียดหยามมาตัดสินชีวิตของตัวเอง ตรงกันข้าม เขามุ่งมั่นตั้งหน้าตั้งตาพัฒนาตัวเอง จนในที่สุดจากเด็กใสซื่อที่เคยโง่เขลาและขี้ขลาดก็กลายเป็นเด็กน้อยที่สุขุม ฉลาด เอาตัวรอดเก่ง แถมยังสามารถทำให้คนรอบตัวยำเกรงได้

นี่จึงเป็นบทเรียนที่สอนให้เรารู้เลยว่า “อย่าเอาคำพูดคนอื่นมาตัดสินชีวิตของตัวเอง” เพราะสุดท้ายแล้วเรานี่แหละเป็นคนสร้างชีวิตของเราเอง และทุกคำพูดเหยีดหยามไม่ใช่ตัวตัดสินคุณค่าในตัวเรา จงเปลี่ยนคำดูถูกที่เกิดขึ้นให้กลายเป็นพลังแล้วนำไปพัฒนาตัวเอง เพื่อพิสูจน์ให้ตัวคุณเองและโลกใบนี้รู้ว่า “คุณไม่ได้เป็นเหมือนอย่างที่ใครพูด” เหมือนอย่างที่เมอร์ลินทำให้เราเห็นไงล่ะ

 


02 อดีตคืออดีต ปัจจุบันสำคัญกว่า


ลองจินตนาการดู ตอนนี้คุณคือเซียนเทพที่มุ่งมั่นบำเพ็ญเพียรอย่างยาวนานถึง 600 ปีเพื่อความเป็นอมตะ แต่แล้ววันหนึ่งขณะที่คุณกำลังนั่งสมาธิฝึกลมปราณอยู่ดีๆ ก็เกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นกับคุณ! คุณสลบไป ก่อนตื่นขึ้นมาอีกทีและพบว่าตัวเองอยู่ในร่างของเด็กน้อย! วินาทีนั้นคุณควรรู้สึกยังไง… ทั้งตกใจ ช็อก ทำตัวไม่ถูก บางคนถึงขั้นอาจเป็นบ้า ไม่ว่าคุณจะรู้สึกแบบไหน แต่นั่นแหละคือฟีลลิ่งของพระเอกเรา

ยังดีที่เทียนหลงมีสติ อาจเป็นเพราะตัวเขาในอดีตเป็นคนที่ผ่านโลกมามาก เขาจึงไม่ได้แพนิคอย่างที่ใครหลายคนน่าจะเป็น เทียนหลงไม่ได้ตกใจมากเท่าไหร่ที่ตัวเองมาอยู่ในร่างของเมอร์ลิน และไม่ได้ฟูมฟายกับพลังของตัวเองที่หายไปด้วย (แม้ว่าที่อุตส่าห์บ่มเพาะมาตั้ง 600 ปีจะหายไปหมดก็ตาม) ตรงกันข้าม เขาสูดลมหายใจลึกๆ และเรียนรู้ที่จะปล่อยวางกับเรื่องที่ผ่านมา ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้ ถ้ามัวแต่จมปลักอยู่ในอดีตก็คงไม่มีประโยชน์อะไร สู้เริ่มต้นใหม่ซะดีกว่า ซึ่งนี่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสนุกในนิยายเรื่องนี้!

เพราะงั้นหากใครที่มีเรื่องแย่ในอดีตแล้วปล่อยวางไม่ได้สักที วันๆ เอาแต่คิดถึงมัน อยากให้ดูเทียนหลงเป็นตัวอย่าง อดีตก็คืออดีต อย่าไปโฟกัสที่มันมากนักเลย สิ่งที่ควรโฟกัสมากที่สุดคือปัจจุบัน เพราะไม่ว่ายังไงการเริ่มต้นใหม่และเดินหน้าต่อไปอย่างเข้มแข็งย่อมสำคัญที่สุดเสมอนะ

 


03 ความพยายามไม่เคยทรยศใคร

ถ้าจะพูดว่าประเด็นหลักของ “เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard” คือ “ความพยายามของเมอร์ลิน” ก็คงไม่ผิดเท่าไหร่นัก เพราะตลอดกว่า 300 ตอนของนิยายเรื่องนี้ พระเอกของเราพยายามฝ่าฟันปัญหา เอาชนะอุปสรรคหลายๆ อย่างที่เข้ามา เช่น ตอนที่เมอร์ลินติดอยู่ในมิติแห่งหนึ่งที่ถูกปกคลุมด้วยอักขระเวทสีดำนานนับ 4 ปีและไม่สามารถออกมาได้ เขาก็พยายามหาทางออกจนในที่สุดก็สำเร็จ แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคที่เกิดขึ้น แม้ความหวังจะดูริบหรี่ก็ตามที

ชีวิตคนเราก็เช่นกัน ตั้งแต่เกิดจนตายมักมีอุปสรรคเข้ามาให้เราเจออยู่เรื่อยๆ เล็กบ้างใหญ่บ้างก็ว่ากันไป แต่สุดท้ายถ้าคนเรามีความพยายามก็สามารถผ่านมันไปได้ เหมือนอย่างตัวละครตัวนี้แหละค่ะ ชวนให้พี่นึกถึงคำพูดของไมเคิล จอร์แดน ราชานักบาสตลอดกาลเลย เขาเคยกล่าวไว้ว่า “บางครั้งสิ่งต่างๆ อาจไม่เป็นไปตามที่คุณต้องการ แต่ควรมีความพยายามในทุกๆ วัน” ถ้าหากเรายังทุ่มเทให้มันต่อไป ในที่สุดวันหนึ่งความสำเร็จจะเกิดขึ้นเอง...และนั่นคือผลลัพธ์ของทุกความพยายามที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลว

 


04 ความหยิ่งยโสคือจุดจบของทุกสิ่ง


ความตลกของนิยายเรื่องนี้คือ ตัวละครแทบทุกตัวในเรื่องมีความทะนงตนขั้นสุด โดยเฉพาะเมอร์ลิน พระเอกของเรื่อง จะว่าไปแล้วการเป็นคนหยิ่งไม่ใช่ปัญหาใหญ่หลวงหรอก แต่สำหรับคนที่ต้องการพัฒนาตัวเอง...นี่แหละคือปัญหาใหญ่มาก! เพราะหากเราหยิ่งยโส คิดว่าตัวเองเก่ง ทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว เราจะไม่สามารถพัฒนาตัวเองได้อย่างเต็มที่ เราจะมัวแต่คิดว่า “ฉันรู้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องฟัง” ซึ่งนั่นทำให้เราพลาดสิ่งดีๆ หรือโอกาสดีๆ ไป นอกจากนี้ความหยิ่งยโสยังสามารถนำมาสู่ปัญหาได้ในอนาคตด้วย เราจะเห็นได้ว่าในหลายๆ ครั้งที่เกิดเรื่องขึ้นล้วนเกิดจากความทะนงตนทั้งของพระเอกและตัวละครคู่กรณีทั้งนั้น

 


05 การพัฒนาตัวเองที่ดีจะขาดความเจ้าสังเกตไม่ได้


ลองสังเกตนิสัยของผู้นำหรือคนที่ประสบความสำเร็จสิ พวกเขาล้วนแล้วแต่มีนิสัยอย่างนึงที่เหมือนกันคือ “ชอบสังเกต” ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนที่มีนิสัยชอบสังเกตมักก้าวนำคนอื่นไปหนึ่งก้าว นั่นจึงเป็นเหตุให้ว่าทำไมคนเหล่านี้ถึงประสบความสำเร็จได้ง่ายกว่าคนอื่น ซึ่งพระเอกเรื่องนี้เองก็มีนิสัยชอบสังเกตเหมือนกัน! เห็นอะไรนิดอะไรหน่อยที่ผิดปกติเป็นไม่ได้ รู้หมด เรียกได้ว่าไม่สามารถรอดพ้นสายตาของเมอร์ลินได้เลย

เมื่อเรารู้จักสังเกต เราก็จะสามารถค้นหาวิธีแก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น เหมือนอย่างตอนที่เมอร์ลินหลงไปติดอยู่ในมิติลึกลับหลังจากช่วยอาเธอร์และเมรี่ เขาสังเกตเห็นดวงจันทร์ซึ่งแท้จริงแล้วคือก้อนพลังงานเรืองแสงมหึมา เขาจึงหาวิธีจัดการทำลายมัน ทำให้ตัวเองหลุดออกมาจากมิติลึกลับได้ ดังนั้นถ้าเราฝึกการสังเกตเยอะๆ เราก็จะสามารถแก้ปัญหาสิ่งต่างๆ รอบตัวได้ง่ายค่ะ
 


06 ความรู้ไม่มีที่สิ้นสุด


ในตอนที่เมอร์ลินต่อสู้กับมนุษย์ร่างทองในสถานที่ลับของมหาจักรพรรดิโซโลมอน สถานที่กักเก็บกุญแจปัญญาหาแห่งโซโลมอน เขาบังเอิญได้ดวงตาเลเมเกทันซึ่งเปรียบดั่งสารานุกรมมา จึงช่วยเพิ่มพูนความรู้ในหัวของเขาให้มากขึ้น ทำให้เขามีความจำที่เป็นเลิศและรู้ทุกสิ่งในพิภพ

แต่ถึงเขาจะโชคดีแค่ไหน เมอร์ลินก็ยังขวนขวายหาความรู้ใส่ตัวเองเสมอจนทำให้เขากลายเป็นอัจฉริยะคนหนึ่ง นี่แสดงให้เราเห็นว่าความรู้ไม่มีที่สิ้นสุดและมันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในชั้นเรียนเท่านั้น ดังนั้นจงอย่าให้อะไรมาหยุดยั้งเราจากการเรียนรู้เลย สมัยนี้แค่มีกูเกิ้ล อะไรก็ง่าย อยากรู้อะไรก็ได้รู้ อยากฝึกทักษะอะไรก็ได้ฝึก ขออย่าให้ความขี้เกียจมาหยุดเราพอ

 


07 รอบคอบเข้าไว้มีชัยไปกว่าครึ่ง


หนึ่งในนิสัยที่น่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างของเมอร์ลินคือความรอบคอบ เวลาที่เขาทำอะไรสักอย่าง เขาจะไม่ได้มีแค่ทางเลือกเดียว แต่ยังมีหลายๆ เส้นทาง เมอร์ลินมักวางแผนหลายอย่างไว้ในหัวเพื่อป้องกันความผิดพลาด หรือกันเหตุฉุกเฉิน ยกตัวอย่างเช่น ก่อนเมอร์ลินจะตัดสินใจขายน้ำยาที่ตัวเองปรุงมาให้กับร้านค้า เขาคิดแล้วคิดอีกคิดหลายทาง และเมื่อได้ทำสัญญาผูกขาดซื้อขายกับร้านค้า เขาก็อ่านและตรวจเช็กอย่างรอบคอบ ทีนี้ปัญหาก็จะไม่เกิดในภายหลัง

การตัดสินใจรอบคอบจะช่วยให้เราลดความผิดพลาดลงได้ ทำให้เราไม่ต้องเสี่ยงทำผิดซ้ำๆ ดังนั้นก่อนจะทำอะไร เราควรคิดและไตร่ตรองให้ดีเสมอ เป็นไปได้ก็ควรมีแผนสำรองไว้ เผื่อว่าถ้าแพลน A ไม่สำเร็จ ก็จะได้มุ่งไปทางแพลน B เราจะได้ไม่เคว้งหรือท้อใจง่ายๆ อย่าลืมสิว่าในบางครั้งชีวิตอาจไม่ได้เป็นไปตามแผน A ของเราเสมอ มีทางเลือกไว้อุ่นใจกว่าเยอะ
 


08 ความอดทนคือสิ่งที่ทุกคนพึงมี


ถ้าพูดถึงนิสัยที่เด่นมากๆ ในตัวเมอร์ลินคงนี้ไม่พ้น “ความอดทน” ที่มีมาตั้งแต่ต้นจนจบ พูดตรงๆ นะ เส้นทางชีวิตของพระเอกไม่ได้ราบรื่นเลย ไหนจะโดนกลั่นแกล้งจากคนรอบตัว โดนดูถูกเหยียดหยาม แถมยังต้องบ่มเพาะพลังโดยเริ่มต้นจาก 0 อีก เขาต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างมากเพื่อให้ผ่านมันไปได้ เรียกได้ว่าถ้าจิตใจของเมอร์ลินไม่เข้มแข็งมากพอก็มีสิทธิ์ล้มเหลวพ่ายแพ้ได้กลางคัน
 
ในยุคปัจจุบันนี้พวกเราส่วนใหญ่มักลืมที่จะอดทนและหงุดหงิดกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เช่นการจราจรติดขัด การรอคอยเมสเสจจากคนที่ชอบ หรือแม้แต่รอนิยายที่ไม่ได้อัป! แต่ในความเป็นจริง ทุกคนควรตระหนักถึงความสำคัญของความอดทน เพราะมันสามารถทำให้เราเอื้อมมือไปคว้าดวงดาว หรือประสบความสำเร็จในสิ่งที่วาดฝัน ด้วยความอดทน เราสามารถหลีกเลี่ยงการตัดสินใจที่รวดเร็ว และความอดทนนี่แหละเป็นคุณธรรมที่ทุกคนพึงมี! เพราะฉะนั้นไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ขอให้อดทนไว้นะ เหมือนอย่างที่เมอร์ลินอดทนบนเส้นทางสู่การเป็นอมตะของเขาไงล่ะ

 


09 รู้จักมีศิลปะในการพูดบ้าง


เคยมีคนบอกว่า “ทุกคนพูดได้ แต่มีบางคนที่พูดเป็น” และบางคนที่พูดเป็นนั้นคงหนีไม่พ้น “เมอร์ลิน” ค่ะ เมอร์ลินเป็นคนที่ฉลาดหลักแหลม ลึกซึ้งและสุขุม ความใจเย็นของเขาทำให้เมอร์ลินรู้จักคิดก่อนพูด นั่นทำให้เขากลายเป็นคนที่พูดจาน่าเชื่อถือ ผู้คนจึงพร้อมให้ความช่วยเหลือเขาอย่างเต็มที่

นอกจากนี้เมอร์ลินยังเป็นคนพูดโน้มน้าวจิตใจคนเก่งด้วย นั่นทำให้เขาสามารถเอาตัวรอดจากสถานการณ์ขับขันได้ คิดดูว่าพูดเก่งเบอร์ไหน ขนาดแม้แต่กับจอร์มุนกานต์ ศัตรูของโซโลมอน เมอร์ลินคนนี้ยังสามารถทำให้จอร์มุนกานต์ยอมเชื่อใจและเพิ่มพลังให้กลายเป็นผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวได้ ไม่ธรรมดาใช่มั้ยล่ะ!

 


10 ชีวิตของเราควรมีจุดหมายเสมอ


เคยถามตัวเองบ้างมั้ยว่าทุกวันนี้เกิดมาทำไม? เกิดมาเพื่ออะไร? เคยคิดบ้างมั้ยว่าอะไรคือเป้าหมายในชีวิต? พวกเราบางคนใช้ชีวิตทั้งชีวิตโดยพยายามหาจุดประสงค์ของการดำรงอยู่ของเรา บางคนล้มเหลว บางคนประสบความสำเร็จ มันมีคนที่รู้จุดประสงค์ของตัวเอง แต่ในขณะเดียวกัน...บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดมาทำไม

เมอร์ลินมีจุดหมายในการใช้ชีวิตเสมอ เขามักตั้งคำถามว่าจะทำอะไร? ทำไปทำไม? ผลตอบแทนคืออะไร? แล้วอะไรคือเป้าหมายสูงสุดในชีวิตของเขา การตอบคำถามเหล่านี้ได้ทำให้เขามองเห็นเส้นทางชีวิตของตัวเองที่ชัดเจนและสามารถช่วยให้เขาเดินทางไปสู่เป้าหมายได้ง่ายขึ้น มันทำให้เขาได้รับประสบการณ์ชีวิตที่หลากหลาย ทั้งการเข้าเรียนในโรงเรียนเวทมนตร์ หรือการตามหากุญแจแห่งโซโลมอน สุดท้ายชีวิตของเมอร์ลินจึงมีคุณค่ามากกว่าชีวิตที่ไม่มีอะไรเลย

เหมือนอย่างชีวิตเรานั่นแหละค่ะ เมื่อเรารู้จุดประสงค์ของชีวิต เราจะมีชีวิตที่มีความหมายมากกว่าคนที่ไม่รู้ เราจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ในแต่ละวันเพราะเรารู้ว่าเราเป็นใคร มาจากไหน และกำลังจะไปที่ไหน ดังนั้นขอให้มองภาพอนาคตของตัวเองให้ชัดเจน แล้วเราจะสามารถมุ่งหน้าสู่ปลายทางของชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบเช่นเดียวกับเมอร์ลิน


เป็นอย่างไรบ้างคะกับ 10 แนวคิดเพื่อเส้นทางสู่ความสำเร็จจากเซียนจอมเวทย์ Deva Wizard นิยายแฟนตาซีสุดคูลที่เต็มไปด้วยการผจญภัยในโลกเวทมนตร์ ได้พลังบวกกลับไปเพียบเลยล่ะสิ! ไม่อยากเชื่อเลยนะคะว่านิยายหนึ่งเรื่องจะสามารถให้อะไรกับเราได้มากมายขนาดนี้ บอกเลยว่าที่ยกมาฝากเป็นแค่น้ำจิ้มเท่านั้น เพราะตลอดกว่า 300 ตอนของเซียนจอมเวทย์ Deva Wizard พี่ได้แง่คิดกลับไปมากมาย โดยเฉพาะเรื่องของการพัฒนาตัวเองสู่ความสำเร็จ จนบางทีก็นึกสงสัยว่า “นี่ฉันกำลังอ่านหนังสือพัฒนาตัวเองอยู่หรือเปล่า!”

แต่ก็นั่นแหละ...ถ้าเซียนจอมเวทย์ Deva Wizard เป็นหนังสือพัฒนาตัวเองจริงๆ เห็นทีคงมาในรูปแบบนิยายที่อ่านสนุก เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกเวทมนตร์ยุคอัศวินโต๊ะกลม แต่ในขณะเดียวกันนิสัยของตัวละครก็คอยกระตุ้นให้เราอยากพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เหมือนอย่างที่ตัวเอกของเรื่องไม่หยุดพัฒนาตัวเองเลย! มีแต่เก่งเอาๆ ใครที่อยากสัมผัสฟีลลิ่งแบบพี่บ้าง บอกเลยว่าห้ามพลาดนิยายเรื่องนี้ รับรองว่านิสัยของตัวละครจะไม่ทำให้ผิดหวัง แล้วคุณจะได้คำตอบเลยว่าเหตุใดนิยายเรื่องนี้ถึงครองใจนักอ่านชาวเด็กดี!

     

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nampueng

พี่น้ำผึ้ง - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์นักเขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นิยายออนไลน์ #ท่านโซ #เซียนจอมเวทย์ Deva Wizard #อ่านนิยาย #นิยายแฟนตาซี #แฟนตาซี #ทะลุมิติ #เมอร์ลิน #อัสวินโต๊ะกลม #พัฒนาตัวเอง #แฮร์รี่ พอตเตอร์ #เวทมนตร์ #นิยายผจญภัย #โรงเรียนเวทมนตร์

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?