/>

เช็คด่วน! 7 ข้อนี้จะทำให้รู้ว่าคุณเป็นนักเขียนมี Passion หรือไม่!? []

วิว

เช็คด่วน! 7 ข้อนี้จะทำให้รู้ว่า..
คุณเป็นนักเขียนมี Passion หรือไม่!?

สวัสดีนักเขียนชาวเด็กดีทุกคนค่ะ คำว่า "Passion" ในปัจจุบันมีคนนำมาใช้กันเยอะมาก จนบางครั้งพี่ก็เกือบลืมไปแล้วเหมือนกันว่าจริงๆ แล้วคำนี้แต่ก่อนมันถูกใช้เพื่อสื่อถึงอะไร กระทั่งมีนักเขียนคนหนึ่งที่พี่ได้มีโอกาสสัมภาษณ์บอกกับพี่ว่า "การได้พูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนคติกับคนที่มีความชอบเหมือนๆ กัน ทำให้เราได้เห็นความทุ่มเทและความพยายามของเขา จนเราเกิดแพสชันขึ้นมา อยากทำอะไรสักอย่าง จนสุดท้ายก็เกิดพล็อตนิยายขึ้นมา.." สิ่งที่นักเขียนคนนี้เล่าให้พี่ฟัง ทำให้พี่สงสัยว่าคนเราเกิดแพสชันได้ง่ายขนาดนี้เลยเหรอ แล้วช่วงที่เรากำลังมีแพสชันมันเป็นอย่างไร ทำไมบางคนที่มีแพสชันมากๆ ถึงรู้สึกหมดแพสชันจนไม่อยากจะทำอะไรเลย..

คำถามต่อมาคือ เราจะรู้ได้อย่างไรว่า "เรากำลังอยู่ในห้วงของแพสชัน" เราต่างรู้กันว่าความหมายของแพสชันคือ การหลงไหล หรือการชอบอะไรบางอย่างมากๆ แล้วสำหรับนักเขียนทุกคนล่ะ แพสชันหมายถึงไฟในการเขียน แรงบันดาลใจที่ได้เจอ หรือเป็นเพียงแค่ไอเดียที่ผุดขึ้นมา.. คำตอบของคำถามเหล่านี้ พี่ได้รวบรวมเป็นเช็คลิสต์เอาไว้แล้ว มาเช็คกันเลยดีกว่า มาดูกันว่า 7 ข้อที่นักเขียนมีแพสชันทำดังต่อไปนี้ คุณเคยทำแล้วหรือยัง!?

เช็คลิสต์กัน! คุณเป็นนักเขียนมี Passion หรือไม่!?

ก่อนจะไปเช็คว่าเราเป็นนักเขียนที่มีแพสชันหรือไม่ อยากจะให้เข้าใจตรงกันก่อนว่า 7 ข้อดังต่อไปนี้ เป็นลิสต์ที่คนมีแพสชันมักจะทำอยู่เสมอ ไม่ใช่เพียงแค่ "ความกระตือรือร้น" ที่อยากจะทำ แต่รวมถึง "ความรู้สึก" ที่อยากจะทำด้วย และนี่คือข้อที่คนมีแพสชันอยากทำแต่คนมีแพสชันน้อยอยากหลีกเลี่ยง! 

1. การเริ่มต้นวันของคนมีแพสชัน

คนมีแพสชันมักจะนอนน้อยและตื่นเร็ว (อย่าเพิ่งร้องโอดครวญกันนะ) ที่เป็นแบบนี้เพราะคนมีแพสชันมักจะรู้สึกตื่นเต้นอยู่เสมอ ไม่ว่างานที่ทำจะน่าเบื่อหรือรู้เรื่องราวอยู่แล้วก็ตาม พวกเขามักจะมองเห็นสิ่งที่อยากทำ สิ่งที่จะต้องทำ และรู้สึกอยากให้ถึงเวลานั้นเร็วๆ จนทำให้ "ความกระตือรือร้น" ผลักพวกเขาให้ลุกจากเตียงพร้อมความรู้สึก "อยากตื่น" ขึ้นมา ทั้งนี้ความกระตือรือร้นและความรู้สึกอยากตื่น ต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ถึงจะเรียกช่วงเวลานั้นว่าเป็นช่วงมีแพสชันได้ หากเราลุกจากเตียงพร้อมความรู้สึกเหนื่อยล้า อยากนอนต่อ หรือรู้สึกหงุดหงิด สิ่งนั้นอาจเป็นการตื่นขึ้นมาเพราะหน้าที่และความรับผิดชอบ

ในข้อ 1 นี้แม้จะดูไม่เกี่ยวกับการเป็นนักเขียน แต่เป็นการแสดงให้เราเห็นว่า "แพสชัน" คือสิ่งที่เราอยากทำ และไม่ฝืนธรรมชาติความเป็นตัวเรา หากรู้สึกว่าการเขียนนิยายเป็นสิ่งที่ต้องทำ ไม่ได้เป็นสิ่งที่ใจอยากทำจริงๆ ให้ลองสำรวจตัวเราอีกครั้ง ว่าเรามาเป็นนักเขียนเพราะอะไร แล้วอะไรคือแรงขับเคลื่อนที่ทำให้เราอยากเขียนนิยาย.. นี่เป็นเพียงข้อแรกเท่านั้นนะคะ สำรวจตัวเองแล้วไปข้อต่อไปกันเลยค่ะ

2. มีความสนใจในสิ่งที่ชอบเสมอ

ชอบอะไรต้องสนใจสิ่งนั้นไม่เสื่อมคลาย ดังที่นักเขียนหลายคนที่เป็นนักอ่านมาก่อน ไม่มีทางจะเลิกอ่านหนังสือ หรือนิยายไปได้แน่นอน เพราะมันอยู่ในสายเลือด! คำว่า "ชอบ" ในที่นี้หากจะแทนด้วยคำว่าหมกมุ่นก็ดูจะมากเกินไป ขอใช้คำว่า "ตื่นเต้น" ทุกครั้งที่ได้สัมผัสกับความชอบแทนก็แล้วกัน ดูจะเห็นภาพมากกว่า คนที่มีแพสชันมักจะวนเวียนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความชอบเสมอ พวกเขาพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ยินดีที่ได้รู้จักสิ่งที่ชอบมากขึ้นเรื่อยๆ และสามารถเชื่อมโยงเหตุการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับความชอบได้ดี เรียกง่ายๆ ว่าพวกเขาเป็นนักสังเกตการณ์ ที่มักจะทำสิ่งที่ชอบด้วยความสุขเสมอ แล้วคุณล่ะยังชอบเขียนนิยายอยู่ไหม?

3. รู้สึกตื่นเต้นมากกว่าปกติ 

อย่างที่บอกว่าคนมีแพสชันมักจะรู้สึกตื่นเต้น แต่บางคนที่มีแพสชันก็ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นเสมอไป ไม่มีใครตื่นเต้นตลอดเวลาหรอกใช่ไหมล่ะ อาการตื่นเต้นที่พี่พูดถึงคือความกระตือรือร้นเวลาได้ทำสิ่งที่ชอบค่ะ นอกจากได้ทำแล้วยังทำอย่างเต็มที่ด้วย ทำบ่อยๆ จนชินแม้ว่าจะใช้เวลานานก็ตาม อาการตื่นตื่นเต้นของคนมีแพสชันมักจะเป็นอาการที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอยากทำ พวกเขายินดีที่จะมอบเวลา หรือศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมเสมอ หากทำให้สิ่งที่ชอบสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับการเป็นนักเขียน คุณให้เวลากับการเขียนนิยายหรือยัง แล้วคุณเขียนนิยายเพียงเพราะอยากเขียนให้จบ หรืออยากให้เป็นนิยายที่คนจดจำ..

4. เต็มใจยอมแพ้ในสิ่งที่ไม่ตกหลุมรัก 

หากใครพอเข้าใจแล้วว่าคนมีแพสชันมีลักษณะแบบไหน พวกเขาชื่นชอบและทำสิ่งที่ชื่นชอบอย่างไร ในข้อห้านี้ จะขอย้ำอีกครั้งว่าเป้าหมายของคนมีแพสชันเทียบได้กับเป้าหมายของชีวิตเลยค่ะ แม้จะเป็นเป้าหมายที่เพิ่งเกิดขึ้น หรือดูมีระยะเวลาเพียงไม่นาน แต่หากแพสชันนั้นทำให้เรามีความสุข และอยากทำอยู่เสมอ ตลอดเวลา เป้าหมายนั้นเทียบได้กับอนาคตทั้งหมดเลยค่ะ จึงไม่แปลกเลยที่คนมีแพสชัน มักจะหลงลืม หรือให้ความสำคัญกับบางสิ่งบางอย่างน้อยลง อาจจะงดโซเชียล หรือเจอผู้คนน้อยลง เพราะเมื่อพวกเขากำลังตกอยู่ในห้วงเวลาที่เต็มไปด้วยแพสชัน พวกเขาล้วนเต็มใจยอมแพ้ในสิ่งที่ไม่ตกหลุมรัก และมุ่งหน้าทำสิ่งที่รักให้ดียิ่งขึ้น แล้วคุณล่ะทุ่มเทให้กับนิยาย ทุ่มเทให้กับการเป็นนักเขียนมากพอหรือยัง 

บางครั้งการเป็นนักเขียนสำหรับคุณอาจจะไม่ใช่งานหลัก แต่เป็นงานรองที่ทำแล้วมีความสุข การเขียนนิยายควรเป็นสิ่งที่เราควรทำเพราะรัก หรือเพราะความคุ้มค่า มีหลายคนอุทิศตัวเองเพื่อความฝันการเป็นนักเขียน แต่ได้โปรดอย่าลืมนะคะว่า เส้นทางนักเขียนนั้นหากไม่มีใจรักที่แท้จริง คุณก็อาจจะต้องยอมแพ้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง เพราะฉะนั้นแล้ว สำรวจตัวเองและลองเปลี่ยนแปลงตัวเองดูค่ะ แล้วคุณจะไม่แพ้ในเส้นทางที่ชอบ

5. อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นอิสระ

มีหลายคนเลยค่ะ มองว่าการเอางานกลับมาทำที่บ้านถือเป็นเรื่องที่แย่ แต่คนที่มีแพสชันมักจะรู้สึกสงบจิตสงบใจมากที่สุดเมื่อพวกเขาได้อยู่ที่บ้าน เป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะไม่นำงานกลับมาทำที่บ้าน เพราะที่แห่งนี้มีทุกอย่างที่เขาต้องการ มีมุมโปรดที่ทำให้คิดงานออก มีจุดที่สามารถพักผ่อนได้ รวมถึงมีความเป็นส่วนตัว ไม่รู้สึกว่ากำลังถูกเพ่งเล็ง หรือถูกจดจ้องจากใคร กล่าวโดยนัยก็คือ คนที่มีแพสชันมักต้องการพื้นที่ส่วนตัวที่สามารถแสดงออกซึ่งความชอบได้ การได้อยู่ในที่คุ้นเคยอย่างบ้านก็ถือเป็นการรักษาสภาพแวดล้อมที่มีแพสชันให้คงอยู่ และมีอิสระทางความคิดมากที่สุด นักเขียนคนไหนชอบอยู่ติดบ้านแล้วเขียนงานออก ไม่แน่ว่าคุณก็รู้สึกได้ว่าแพสชันของคุณอยู่ไม่ไกล ขอเพียงแค่ได้กลับบ้านคุณจะเขียนนิยายหนึ่งตอนพันหน้าก็ยังได้ 

6. ไม่ยอมแพ้

คนที่กระตือรือร้นมักจะมีสมดุลชีวิตที่ไม่ดี อย่างที่บอกว่าพวกเขามักตื่นเต้นมากเกินไป และพยายามผลักดันตัวเองให้ถึงขีดสุด คนมีแพสชันมักจะรักในงานที่ทำ และอยากให้งานของตัวเองก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป แต่ท้ายที่สุด คนมีแพสชันก็มีวันหมดแพสชันได้เหมือนกัน เมื่อพวกเขาใช้ชีวิตทุ่มเทให้กับสิ่งที่ชอบแบบสุดๆ พวกเขามักจะหมดแรงลงอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดอุปสรรคบ่อยครั้งจนเกินไป คนที่จะก้าวผ่านช่วงเวลาอันเลวร้าย และกลับมามีแพสชันได้อีกครั้งคือคนที่ไม่ยอมแพ้ บางครั้งมันก็ยากที่จะกลับมาเริ่มต้นใหม่ แต่หากลองถอยออกมา และใช้เวลาทบทวน หยุดพักเสียบ้าง การเริ่มต้นใหม่อีกครั้งก็ไม่ได้ยากเกินไปแน่นอน

นักเขียนที่หมดแพสชันไปแล้วก็เช่นกัน บอกมาเกือบทุกข้อแล้วให้ลองสำรวจตัวเองดู บางครั้งจุดที่ทำให้เรายังไปไม่ถึงฝัน หรือยังย่ำอยู่กับที่ ก็คือกำลังใจจากตัวเรา หากรู้เป้าหมายว่าการเขียนนิยายนี้ทำเพื่อให้ตัวเรามีความสุข ให้นักอ่านมีความสุข เราจะมีแนวทางที่ชัดเจนมากขึ้น และหาทาพัฒนาตัวเองแน่นอน อยู่ที่ตัวคุณแล้วค่ะ

7. คิดแง่บวกเสมอเกี่ยวกับอนาคต

ข้อสุดท้ายแล้ว คนมีแพสชันมักจะเป็นคนที่มองโลกในแง่บวก บางครั้งอาจจะดูทุ่งลาเวนเดอร์โลกสวยไปบ้าง แต่อย่าเพิ่งคิดไปถึงขั้นนั้นเลยค่ะ อย่ามองว่าพี่กำลังสอนให้ทุกคนไม่อยู่บนความเป็นจริง พี่เพียงอยากบอกว่า การที่เรามีความคิดแง่บวกบนเส้นทางนักเขียน แม้ว่าเราจะเจออุปสรรคที่ยากจะฝ่าฟัน แต่หากคิดอยู่เสมอว่าเส้นทางนี้คือความสุข เราชอบและอยากทำมันตลอดไป ความคิดแง่บวกนี้จะเป็นพลังให้คุณอดทน อยากทำเพื่ออนาคตในวันข้างหน้ามากขึ้น..

เป็นยังไงบ้างคะ 7 ข้อนี้ เราเคยทำข้อไหนไปแล้วบ้าง พี่เชื่อว่าน้องๆ นักเขียนชาวเด็กดีทุกคนต้องมีอย่างน้อยคนละข้อสองข้อล่ะ ทุกคนมีแพสชันค่ะ แค่คุณก้าวเข้ามาเป็นนักเขียน คุณก็ได้เริ่มทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่แล้ว หวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกคนมองเห็นเส้นทางนักเขียนชัดเจนมากขึ้นนะคะ ใครที่กำลังท้อก็ขอให้กลับไปอ่านข้อ 6 อีกครั้ง แพสชันไม่มีวันหมด มีแค่เราที่หมดความพยายามค่ะ สู้ๆ นะคะทุกคน เป็นกำลังใจให้เสมอ

พี่แนนนี่เพน

ขอบคุณรูปภาพจาก unsplashDeep Sound แสดงความรู้สึก
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nannypen

พี่แนนนี่เพน - ผู้เขียน

สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #เคล็ดลับ #แพสชัน #หมดไฟ #Passion

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?