/>

"บางครั้งความสำเร็จอาจมาในรูปแบบของการเอาชนะตัวเอง" แล้วคุณล่ะเริ่มเขียนนิยายแล้วหรือยัง!? []

วิว

"บางครั้งความสำเร็จอาจมาในรูปแบบของการเอาชนะตัวเอง"
แล้วคุณล่ะเริ่มเขียนนิยายแล้วหรือยัง!? 

สวัสดีนักเขียนชาวเด็กดีทุกคนค่ะ บราม สโตกเกอร์ นักเขียนผู้ให้กำเนิด Dracula เคยกล่าวไว้ว่า "เราทุกคนเรียนรู้จากความล้มเหลวไม่ใช่ความสำเร็จ" เพราะฉะนั้นใครที่กำลังรู้สึกว่าตัวเองกำลังล้มเหลว ขอให้คุณเปลี่ยนความคิดใหม่ แล้วอ่านบทความนี้ให้จบ เรารู้ว่าการเป็นนักเขียนมันยาก แต่รับรองได้ว่ามันไม่ได้ยากเกินความสามารถของคนที่ลงมือเขียนแน่นอน บางครั้งความสำเร็จอาจมาในรูปแบบของการเอาชนะตัวเอง การติดท็อปและคอมเมนต์จากนักอ่านคือรางวัลของความพยายามที่เรากล้าลงมือเขียน เรามาดูกันว่าเราจะเริ่มเขียนนิยายได้ยังไง แล้วจะหาแรงบันดาลใจได้จากไหนบ้าง! 
 

พาตัวเองไปอยู่ในกลุ่มนักเขียน 

ชอบอะไรก็พาตัวเองไปอยู่ตรงนั้น บางทีแรงบันดาลใจของเราอาจจะต้องอาศัยไฟของคนอื่นๆ ช่วยจุด อย่าไปคิดว่าการพาตัวเองไปอยู่ในกลุ่มนักเขียนเป็นเรื่องที่ชวนปวดหัวประโยชน์ของการอยู่ในกลุ่มนักเขียน มีเยอะมากๆ แบบที่เราอาจจะไม่เคยสังเกตเห็นเลยก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น โทนี มอร์ริสัน (Toni Morrison) นักเขียนเจ้าของนวนิยายอันโด่งดังเรื่อง The Bluest eye (1970) เธอเข้าร่วม "กลุ่มนักเขียน" ตอนแรกเพื่อความสนุกเท่านั้น จนกระทั่งเธอรู้สึกตัวว่าไม่สามารถอยู่ในกลุ่มนี้ได้ หากเธอไม่เขียนอะไรบางอย่างจริงๆ จังๆ  แล้วในที่สุด เธอก็เริ่มเขียนเรื่องราวของหญิงสาวผิวดำที่ถูกล้อเลียนเรื่องสีผิว และดวงตา จนปรารถนาจะมีอวัยวะบางอย่างเหมือนคนผิวขาวเพื่อให้ได้รับการยอมรับจากคนในสังคม กระทั่งหญิงสาวอธิษฐานเพื่อขอให้เธอมีดวงตาสีอ่อน ชีวิตของเธอกลับพบเจอเรื่องราวอันแสนเจ็บปวด หลังจากนั้นนิยายเรื่อง The Bluest eye ก็ถือกำเนิดขึ้น และกลายเป็นนิยายเรื่องแรกของโทนี มอร์ริสัน นักเขียนเชื้อสายแอฟริกัน-อเมริกัน คนแรกที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม 

จากเรื่องราวของนักเขียนที่ยกตัวอย่างมา แสดงให้เห็นว่าการอยู่ในกลุ่มนักเขียนนั้นกระตุ้นการเขียนได้อย่างไรบ้าง มอร์ริสัน ไม่สามารถอยู่ในกลุ่มเฉยๆ โดยไม่เขียนอะไรบางอย่างไม่ได้ สิ่งเหล่านี้เป็นแรงผลักดันให้เรากล้าลงมือทำอะไรบางอย่าง แม้เธอจะลงมือช้ากว่าคนอื่น แต่ท้ายที่สุดเธอก็ได้เขียนนิยาย และกลายเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียงในเวลาต่อมา เพราะฉะนั้นแล้ว การพาตัวเองไปอยู่ในกลุ่มนักเขียน นอกจากจะได้แรงบันดาลใจแล้ว ยังได้แรงผลักดันที่สามารถกระตุ้นตัวเราให้ลงมือเขียนนิยายได้อีกด้วย 

หากใครไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง จะไปค้นหากลุ่มนักเขียนจากไหน ใน Dek-D เองมีบอร์ดนักเขียนเด็กดีซึ่งถือเป็น "กลุ่มนักเขียน" สาธารณะที่นักเขียนทุกคนสามารถเข้าไปตั้งกระทู้พูดคุยกันได้ทุกเรื่องอยู่เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาจากการเขียนนิยาย ประสบการณ์ชีวิต เคล็ดลับการเขียนนิยาย หรือแม้แต่ข่าวประชาสัมพันธ์ นักเขียนทุกคนสามารถแชร์เรื่องราวเหล่านี้ให้กับเพื่อนๆ นักเขียนได้ทุกที่ทุกเวลาเลยค่ะ 
 

พาตัวเองหนีออกจากปัญหา หรืออยู่กับปัญหาจนจบ

ปัญหาในที่นี้คือ "ทุกเรื่อง" ในชีวิตของเราเลยค่ะ น่าจะเคยได้ยินกันมาบ้างว่านิยายบางเรื่องก็เขียนมาจากเรื่องจริงของนักเขียน ถามว่าทำไมนักเขียนถึงเลือกเอาชีวิตจริงมาเขียนนิยาย นั่นเพราะโลกนิยายคือโลกสมมติ มันเป็นโลกจินตนาการ เป็นโลกคู่ขนานที่อยากให้เกิดอะไรขึ้นมาก็ได้ นักเขียนหลายคนเขียนนิยายมาจากความเครียด บ้างเขียนนิยายเพราะคิดตอนจบอันน่าเศร้าได้ หน้าที่ต่อมาของพวกเขาคือทำเส้นเรื่อง และบอกเล่าเรื่องราวของพวกเขาผ่านตัวละคร และการกระทำต่างๆ ขึ้นมา ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นกับนักเขียนจำนวนมาก เพราะบางครั้ง "ความเครียดและความกดดัน" ก็เป็นแรงผลักดันที่ดีที่สุด เมื่อเขียนนิยายก็เหมือนพวกเขาได้ระบายสิ่งต่างๆ ออกมา นั่นจึงทำให้บางครั้งการวิเคราะห์นิยายบางเรื่อง ก็ต้องวิเคราะห์ไปถึงชีวิตของนักเขียนด้วย สิ่งเหล่านี้ล้วนเชื่อมโยงกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง 

ยกตัวอย่างเช่น เดวิด ฟอสเตอร์ วอลเลซ (David Foster Wallace) เขาถูกแฟนสาวบอกว่าเธออยากเป็นตัวละครในหนังสือมากกว่าเป็นคนจริงๆ คำพูดของแฟนสาวทำให้วอลเลซเกิดความสับสน และติดค้างบางอย่าง เขาอยากรู้ว่าเพราะอะไรเธอถึงอยากเป็นตัวละครในนิยาย เขาขบคิดอยู่นานว่าชีวิตคนจริงๆ กับตัวละครในนิยายเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร จนในที่สุดเขาก็ได้เขียนนิยายเรื่อง The Broom of the System ขึ้นมา มันเป็นนิยายที่เล่าถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่เชื่อในความเป็นจริงของเธอเอง..

จะเห็นได้ว่าแม้แต่ความคิดเห็นจากแฟนสาวก็สามารถสร้างนิยายขึ้นมาได้ ดังนั้นการเขียนนิยายไม่น่าจะใช่เรื่องยาก บทเรียนจากวอลเลซสอนเราว่าทุกเรื่องในชีวิตสามารถนำมาเขียนนิยายได้หมด อยู่ที่ความสนใจ และช่างสังเกตของเรา ทั้งนี้เราไม่จำเป็นต้องสงสัยทุกอย่างราวกับนักวิทยาศาสตร์ แต่ก็ไม่ควรละเว้นความสงสัยในเรื่องที่เราไม่สามารถหาคำตอบได้ เพราะบางครั้งการได้ขบคิดอะไรบ้าง อาจจะทำให้เรามองเห็นมุมมองใหม่ๆ ที่สามารถนำมาต่อยอดเพื่อเขียนนิยายได้ ส่วนจะเป็นการหนีปัญหา หรืออยู่กับปัญหานั้น ให้เราเป็นคนตัดสินใจขบคิดกันเองเมื่อลงมือเขียนนิยายก็แล้วกันค่ะ 
 

พาตัวเองออกไปใช้ชีวิตให้มากที่สุด 

เคยอ่านเจอว่าเออร์เนสต์ เฮมิงเวย์เคยถูกคุมขังในฐานะนักข่าวหนังสือพิมพ์ หลังจากนั้นเขาได้กลับบ้านเกิด แต่งงาน และย้ายไปปารีส กระทั่งได้เดินทางไปสเปนกับเพื่อนๆ ของเขา ทำให้ความคิดของเฮมิงเวย์ตกผลึกมากยิ่งขึ้น จนสามารถเขียนนิยายขึ้นมาได้ และเพื่อนร่วมทริปของเขากลายเป็นพื้นฐานของตัวละครที่เฮมิงเวย์ดึงมาเขียนในนิยาย ซึ่งเขาอ้างว่าเขาสามารถเขียนได้เฉลี่ย 2,000 คำต่อวัน และเขียนเสร็จภายในหนึ่งปี 

เรื่องราวของเฮมิงเวย์ไม่ได้แปลกใหม่ แต่สิ่งที่สร้างความน่าสนใจก็คือ "การออกเดินทาง" ของเขา ทำให้เขาได้เจอสิ่งใหม่ๆ จนเกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา เราอาจอนุมานได้ว่าการเดินทางคือการออกไปใช้ชีวิตในรูปแบบที่แตกต่างจากเดิม ซึ่งแนวคิดนี้ไม่ได้มีเพียงเฮมิงเวย์เท่านั้นที่ทำ มีนักเขียนมืออาชีพจำนวนมากแนะนำนักเขียนใหม่ให้พวกเขาออกไปใช้ชีวิตให้พอ แล้วค่อยกลับมาเขียนนิยายใหม่ ซึ่งเหตุผลที่ต้องให้นักเขียนไปใช้ชีวิตนั้น เพราะนักเขียนที่ไม่มีประสบการณ์ชีวิต จะเขียนให้นักอ่านอินกับนิยาย และการใช้ชีวิตได้ยาก อย่างที่เคยได้เขียนไปว่านิยายกับนักเขียนล้วนเชื่อมโยงกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่ทางที่เห็นชัดที่สุดก็คือความคิดของนักเขียนสามารถสะท้อนผ่านมุมมองตัวละคร และการเล่าเรื่องทั้งหมดได้ 

ดังนั้น ไปใช้ชีวิตซะ! 
 

ยังยืนยันคำเดิมว่า "เราทุกคนเรียนรู้จากความล้มเหลวไม่ใช่ความสำเร็จ" เมื่อเรารู้สึกท้อจนเขียนนิยายไม่ออก ให้เราทบทวนดูว่า "เราพาตัวเองไปไหนได้บ้าง" อย่ามัวแต่คิดว่าความสำเร็จมันไกล ให้ถามตัวเองบ่อยๆ ซ้ำๆ ว่า เราเรียนรู้อะไรบ้างจากสิ่งที่เราคิดว่ามันคือล้มเหลว หากคุณอ่านบทความนี้จนจบ คุณจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่าสิ่งที่ทำให้นักเขียนเป็นนักเขียนคือ "ความคิด" และ "ความกล้า" เมื่อคุณกล้าคิด คุณก็ต้องกล้าที่จะเขียน แล้วท้ายที่สุดผลลัพธ์จะออกมาดีหรือไม่ ก็ให้นักอ่านเป็นคนตัดสินใจเอง แต่จงรับรู้ไว้ว่าเมื่อคุณเริ่มเขียน (แม้จะยังเขียนไม่จบ) คุณได้ก้าวเข้าสู่ความสำเร็จไปแล้วขั้นหนึ่ง.. ใครที่เริ่มมีใจฮึกเหิมขึ้นมาบ้างแล้ว มาเขียนนิยายกันเลยค่ะ 

พี่แนนนี่เพน


ขอบคุณรูปภาพจาก unsplash
 

Deep Sound แสดงความรู้สึก

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nannypen

พี่แนนนี่เพน - ผู้เขียน

สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #เคล็ดลับนักเขียน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?