/>

"นักเขียนต้องเป็นหมาบ้า" แนวคิดของ SnaiLife นักเขียนที่เคยเสียใจจนเอาเงินรางวัลไปบริจาคโลงศพ []

วิว

  • SnaiLife ส่งนิยายประกวดหวังได้รับคำวิจารณ์ แต่กลับได้มาเพียงเงินรางวัล เธอเสียใจจนเอาเงินรางวัลที่ได้ไปบริจาคโลงศพ 
  • เธอตั้งใจเขียนเขียนนิยายแฟนตาซีพร้อมเพื่อนนักเขียน สรุปเพื่อนเขียนจบไปสองพันหน้าแต่ตัวเองเขียนไม่จบ จนต้องถอยมาตั้งหลักใหม่ 
  • ค้นพบว่านักเขียนต้องเป็นเหมือนดังหมาบ้าจึงจะเขียนนิยายจบเรื่องได้! 
  • บทเรียนจากการเขียนนิยายนอกตลาด คือ ต้องอดทน และใช้ความชอบเข้าสู้

          สวัสดีค่ะชาวเด็กดีทุกคน นักเขียนที่พามาพบปะพูดคุยกันในวันนี้ เธอเชื่อว่าการจะเขียนนิยายให้จบเรื่องได้ นักเขียนจะต้องมีความกล้า และบ้าบิ่น ต้องกลายร่างเป็นหมาที่กัดไม่ปล่อยจนกว่าจะขยี้เรื่องราวทั้งหมดให้กลายเป็นเค้กวันเกิดที่พร้อมเป่าเทียนเปิดม่านในฉากสุดท้ายได้! 

          ความเชื่อของนักเขียนสาว เกิดขึ้นหลังจากเธอเจออุปสรรคบนเส้นทางนักเขียนจนเกือบยอมแพ้ โชคดีที่เธอเพียงแค่ถอยไปตั้งหลักใหม่ ไม่ได้คิดยอมแพ้บนเส้นทางนี้แต่อย่างใด จึงทำให้เราได้มีโอกาสพาทุกคนไปรู้จักกับ "โยย" นักเขียนเจ้าของนามปากกา SnaiLife หรือหว่อหนิวเซิน (สำหรับสายจีนโบราณ) ผู้เขียนนิยายแฟนตาซีแนวเกมออนไลน์เรื่อง [Live] เมื่อผมติดอยู่ในเกม dead by sunlight (ก็เกมที่มีฆาตกรไล่ฆ่าคุณไง) และนิยายแนวจีนเรื่อง ข้าไม่อยากเป็นฮ่องเต้แล้ว ผู้อื่นเอาไปที [be your reign]  นิยายสองเรื่องสองแนวที่ทำให้เรารู้จัก SnaiLife ในมุมมองที่แตกต่างกัน มาติดตามกันค่ะว่าเธอมีความเป็นมาอย่างไร รับรองว่าอ่านแล้วจะอึ้ง และประทับใจในความไม่ยอมแพ้ของเธอกันแน่นอน..

01
เริ่มเขียนนิยายเพราะชอบ
แต่กลับผิดหวังเพราะได้รับเงินแทนคำวิจารณ์

          เราเริ่มต้นเขียนก็เหมือนหลายๆ คนเลยค่ะ คือเขียนเพราะชอบอ่านนิยายก่อน (ไม่ได้มีรอยแผลเป็นรูปปากกาบนหน้าผากแน่นอน) แล้วทุกคนคงต้องประสบปัญหาเดียวกันก็คือเรื่องที่ชอบมันออกช้าไม่ทันใจวัยรุ่นก็เลยพยายามเขียนฟิคเพื่อสลายความอัดอั้นตันใจ จากนั้นก็เริ่มเปลี่ยนฟิคเป็นเรื่องใหม่ จนสุดท้ายก็เริ่มเป็นนิยายของตัวเอง จริงๆ ก็เริ่มเขียนตามเพื่อนด้วยนะ อย่าง ล.โลกลัลล้า (เอิร์ธ) นั่นก็รู้จักกันมาหลายปีแล้วเป็นไอดอลของเราเลย

          ประสบการณ์เรื่องแรกที่เขียนคืองานแข่งสำนักพิมพ์หนึ่ง สิบตอนจบ เรื่องน่ารักธรรมดาเรื่องหนึ่ง ได้รางวัลชมเชยมา ตอนนั้นจริงๆ คือดีใจมากที่เขียนเรื่องสิบตอนจบได้ แต่หลังจากนั้นก็ผิดหวังมาก คือตกรอบอาจจะเฟลนิดหน่อย แต่ถ้าเรายอมรับความจริงได้ว่าเราเพิ่งเริ่มเขียนมันก็เป็นเรื่องปกติ แต่ที่เฟลกว่าคือตอนไปเอารางวัลห้าพันบาท เราขอลาเรียนไปเลย ไม่ได้สนเงินแต่หวังอยากได้คำวิจารณ์จาก บก. หรือผู้มีประสบการณ์ในวงการสักหน่อยว่าเรื่องเรามันดีไม่ดียังไง ปรากฎว่าตอนไปถึงก็ไม่มีใครสนใจจะพูดถึงเลย ถ่ายรูปเสร็จรับตังเสียภาษี ณ ที่จ่าย แล้วก็เดินออกมาแบบงงๆ เอ๊ะ นี่เรามาทำอะไรนะ? 

          ตอนนั้นคือขากลับก็เดินไปเจอคนขอบริจาคโลงศพตรงสะพานลอย(โคตรพอดี) ก็เลยบริจาคเงินรางวัลไป จากนั้นก็บอกกับตัวเองเลยว่า... จริงๆ จำไม่ได้หรอกว่าบอกอะไร 55555 รู้แต่ว่าขึ้นรถเมล์กลับบ้าน แล้วจำวันนั้นได้ไม่ลืมเลยล่ะ
 

02
เส้นทางนักเขียนที่พังเพราะทำตัวเอง

          หลังจากนั้นไม่รู้ว่าใครชวนใครก่อนนะ สรุปคือตกลงกับ ล.โลกลัลล้า ว่าจะเปิดเรื่องแนวแฟนตาซีพร้อมกันตอนวันขึ้นปีใหม่ปี 2557 แล้วจะเขียนต่อเนื่องไปจนจบให้ได้ ของเราคือเรื่อง Sin recipes สูตรลับคำสาป ตามสไตล์เด็กโตมากับสายแฟนตาซี ของ ล.โลกลัลล้า คือ How to be Game Idol คู่มือการเป็นเกมไอดอล (ตีพิมพ์กับสถาพร 5 เล่มจบ) ส่วนของเราถ้าไปตามดูก็จะเห็นได้ว่าเราเขียนไม่จบ คาอยู่ที่ตอนที่สิบกว่าไปต่อไม่ได้ สาเหตุคือเรื่องมันมีอะไรเยอะเกินไป พอเรียบเรียงไม่ดีก็กลายเป็นว่าพังที่การดำเนินเรื่อง เรียกว่าวาง Storyboard มาไม่ดีนั่นเอง ถ้าจะแก้อาจจะต้องเขียนใหม่ตั้งแต่ต้น ตอนนั้นเราคิดว่าทู่ซี้เขียนต่อไปคงไม่มีอะไรดีขึ้น สุดท้ายก็เลยต้องยอมถอนตัวจากข้อตกลงไปแบบเหงาๆ 

          เราถอยออกมาแล้วเกิดความสงสัยในความสามารถของตัวเองอยู่สักพัก หรือเราจะไม่เหมาะกับการเขียนนิยายจริงๆ ตอนนั้นเลยหยุดเขียนไปพักใหญ่ๆ กระทั่งวันที่ดึงเรากลับมาเขียนนิยายได้อีกครั้ง ก็คือวันที่เพื่อนเราแต่งเรื่อง How to be Game Idol จบ รวมแล้วประมาณ 2000 หน้ามั้ง

          วันนั้นก็เป็นที่เราตัดสินใจกับตัวเองเหมือนกันว่า... ว่าอะไรสักอย่างก็จำไม่ได้เหมือนกัน 55555 แต่ที่รู้ตัวอีกที เราก็เริ่มต้นเขียนเรื่องถัดไปแล้ว และเรื่องนี้จะต้องจบด้วยทุกอย่างที่มีให้ได้

          และสุดท้ายมันก็เป็นนิยายสามสิบตอนจบเรื่องแรกของเรา แล้วเราก็ค้นพบว่า การเขียนนิยายให้จบนั้นยากนะ แต่มนุษย์เดินดินทุกคนทำได้ และก็ทำได้ทุกคนจริงๆ อยากให้ลองแล้วจำความรู้สึกตรงนั้นเอาไว้ แล้วต่อๆ ไปการเขียนให้จบก็ไม่ได้ยากอีกเลย

03
นักเขียนต้องเป็น 'หมาบ้า' ถึงจะเขียนนิยายจบ

          จากจุดเริ่มต้นของเราแบบนั้น เราคิดว่าการจะเป็นนักเขียนได้ไม่ใช่แค่มีไอเดีย แต่ต้องมีความดึงดันที่จะบอกเล่าเรื่องราวให้จบด้วย ไม่ใช่ดึงดันธรรมดา แต่เป็นความยืนกราน ความบ้าบิ่น ความกล้าหาญ จะต้องกลายร่างเป็นหมาที่กัดไม่ปล่อยจนกว่าจะสามารถขยี้เรื่องราวทั้งหมดให้กลายเป็นเค้กวันเกิดที่พร้อมเป่าเทียนปิดม่านในฉากสุดท้ายได้

          ดังนั้นเราคิดว่าอาชีพนักเขียนสำคัญที่ความอดทนนะ มันคือความไม่ยอมแพ้ ดื้อด้าน ฆ่าไม่ตายเหมือนซอมบี้ นักเขียนคนอื่นอาจมีชีวิตรูปแบบอื่นที่ดีกว่าเรานะ เราไม่รู้หรอก เช่นเขียนเรื่องแรกก็ดังเลย ขายดีเลย แต่เราก็คิดว่าข้อดีของการเริ่มต้นเป็นคนตัวเล็กๆ ก็คือเราสามารถทำให้มันใหญ่ขึ้นได้เรื่อยๆ 

          การเขียนนิยายให้อะไรเราเยอะนะ เดิมทีเราขี้กลัวไม่กล้าทำอะไรใหม่ๆ หรือทำะไรที่แตกต่าง ตอนนี้บอกเลยว่าแค่คิดจะทำก็พุ่งชนไปแล้ว จะพุ่งผิดเป้าเจ็บตัวบ้างก็ไม่เป็นไรหรอก เชื่อเถอะว่ายังไงมันก็รู้สึกดีกว่าตอนที่อยู่นิ่งๆ มากกว่า
 

04
นักเขียนต้องกล้าจบเรื่องในแบบที่ตัวเองเชื่อมั่น

          นิยายเรื่อง “ข้าไม่อยากเป็นฮ่องเต้แล้วฯ” เอาตรงๆ ชัดๆ ก็มาจากตัวร้ายอย่างข้าเลยค่ะ อ่านเล่มแรกจบปุ๊บ ฟินไม่หายก็กลายเป็นที่มาของจิ้งเกอกับฮ่องเต้ทันที แต่ถ้าสังเกตดีๆ เราคิดว่าอีกเรื่องที่มีผลกับเราก็คือเรื่อง Daemon Bakery ของพี่ลวิตร์นะ ใครไม่เคยอ่านอยากให้ลองสัมผัสดู ส่วนใครที่เคยอ่านน่าจะอ๋อได้ไม่ยากว่าเราพูดถึงใครในเรื่อง เป็นชายหนุ่มในดวงใจหลายๆ คนเลยใช่มั้ย น่าเสียดายว่าเรารู้จักเรื่องนี้หลังออกครบเซตไปนานแล้วทำให้ไม่มีใครมากรี้ดกร้าดด้วย แต่ยอมไปตามหามาจนครบเซตพร้อมบ็อกเลยนะเรื่องนี้ ไอเดียตรงนี้เป็นไอเดียที่น่าต่อยอดมาก อยากให้พี่ลวิตร์เขียนเรื่องแยกเฉพาะของพี่ชายคนนี้เลยด้วยซ้ำ ^^ ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆ นะคะ

          ส่วนเรื่องสปอยล์นิยายไม่ค่อยห่วงเท่าไร เพราะที่ไล่อ่านในคอมเมนต์ก็มีคนเดาถูกหลายคนแล้วนะ ถ้าเป็นนักอ่านที่ตามเรื่องก่อนหน้าเรามาด้วย (อย่าง LIVE หรือ Unlock) น่าจะเดาได้ไม่ยาก เพราะเราก็สังเกตว่าเราชอบพล็อตเรื่องสไตล์นี้ เรื่องหน้าคงต้องเปลี่ยนแนวละ 555 แต่เรื่องนี้จริงๆ ก็อยากให้จับไต๋ได้นะ เพราะจะได้รู้สึกว่าเรื่องไม่เครียดการเมืองหรือกดดันเกินไป เพราะโทนเรื่องหลักเป็นแนวเฮฮาปาจิงโกะ อีกอย่างคือไม่อยากให้ตกใจกับตอนหักมุมมากเกินไปด้วย เพราะเห็นในเรื่อง LIVE กับ Unlock มีหลายคอมเมนต์เอะอะนั่นนี่ แต่คือคอมเมนต์มันสื่อได้ไม่ชัดว่าตกลงที่เอะอะตกใจนี่คือชอบกับบทหักมุมนี้ หรือว่าตกใจรับไม่ได้น่ะ 555 คือจริงๆ อยากให้บอกไว้นะ จะส่งข้อความมาบอกก็ได้ เพราะจะได้เป็นประโยชน์ในการปรับปรุงงานเขียนต่อไปด้วย 

          แต่โดยส่วนตัวแล้วเราไม่เคยเปลี่ยนตอนจบตามคอมเมนต์หรือกระแสนะ ต่อให้กังวลแค่ไหนก็ตาม เพราะเรารู้สึกว่าสิ่งที่นักเขียนต้องมีคือความยืนกราน บ้าบิ่น และกล้าหาญที่จะจบเรื่องในแบบที่ตัวเองเชื่อมั่นนะ

          สำหรับเรื่องคู่ เรื่องนี้ไม่ได้เน้นความรัก ทุกคนจะดูอกหักรักคุดไปกันหมด 555 ส่วนคู่จิ้นคงต้องไปลองส่องดูว่าชอบแบบไหน แต่เรื่องหลักฮ่องเต้ไม่วายนะ ยังคงยืนยันเช่นเดิม ถึงแม้เราจะเขียนวายมาก่อนก็ตาม เพราะเราคิดว่าวายในบริบทนี้จะทำให้บริบทของตัวละครใน Setting นี้มันไม่สมจริงเท่าไร (แม้เทรนด์วายจะมาแรงก็เถอะนะ TwT ) แต่ถ้าแยกเป็นภาคเสริมหลังจบพล็อตหลักน่ะได้สบายมาก(ยิ้มชั่วร้าย) 

05
ไม่ควรตัดสินใครเพียงเพราะความคิดเห็นไม่ตรงกัน

          เราเชื่อว่าบนโลกมีดีเลวนะ แต่ไม่มีผิดถูก เวลาเราอ่านนิยายที่ทุกคนเป็นคนดีแล้วถูกเสมอ หรือคนชั่วที่เป็นตัวเอกกลับได้ดีเสมอแล้วถูกเสมอ เราก็รู้สึกว่าต่อมตรรกะเรามันทำงานหนักมาก (ตรรกะนะ ไม่ใช่ตะกละ555) ก็เลยอยากเขียนเรื่องนี้เพื่อสื่อประเด็นนี้ออกมา จะสื่อได้ดีแค่ไหนก็ลองติดตามอ่านดูนะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นตรรกะของทุกคนย่อมไม่เท่ากัน เราก็เข้าใจได้นะว่าถ้าอ่านจบแล้วจะมีคนต่อมตรรกะทำงานแล้วตะโกนออกมาว่า เรื่องนี้มันก็ไม่สมเหตุสมผลเหมือนกันนี่หว่า! อืม ก็นั่นแหละความจริง ตรรกะของคนบนโลกนี้ไม่ควรเท่ากัน จริงมั้ย กระทั่งตัวละครในโลกนิยายเดียวกันก็ตาม สิ่งที่เราอยากให้ตัวเรามีและคนอ่านได้รับคงเป็นเรื่องพื้นฐานอย่างการมองโลกในหลายๆ มุม และการไม่ตัดสินกันและกัน ไม่ว่าในโลกความจริงหรือโลกออนไลน์ ซึ่งถ้าพวกเราทำได้ โลกของพวกเราก็จะน่าอยู่มากขึ้นทีเดียว

06
กระแสนิยายคือความกดดัน

          กระแสเหรอคะ? อืมมมมมมม ถ้าเทียบกับเรื่องที่จำนวนตอนใกล้ๆ กันแนวจีนสายจิ้นไม่มีเปรียบเทียบนะ แต่ถ้าเทียบกับสายวาย อย่างตัวประกอบอย่างข้าน่ะ ยอมรับว่าเทียบไม่ติดเลยล่ะ ของเขาดีจริง อ่านลื่นเว่อร์ ตอนนั้นคือแอบทำตัวเนียนๆ ส่งนิยายไปให้เพื่อนอ่าน แล้วไม่บอกว่าเป็นนิยายตัวเองกะรอดูผลตอบรับแบบไม่มี Bias เพื่อนก็กรีดร้องแล้วส่งเรื่องตัวประกอบกลับมาให้ (แล้วนิยายตูละพวกT_T ) ยอมรับเลยว่ารู้สึกพ่ายแพ้ไปหลายวันเลยล่ะ ก็เลยคิดว่ากระแสตัวเองไม่ค่อยดีนะ แต่การอยู่ใต้กระแสก็เป็นข้อได้เปรียบที่เขียนสบายใจกว่า

          ส่วนกลุ่มนักอ่าน เท่าที่ดูก็ต่างนะเพราะคนละกลุ่มอายุ ลักษณะการคอมเมนต์จะต่างกัน

          Dead by sunlight จะเป็นคอเกมเป็นหลัก กับคนที่ชอบแนวตื่นเต้นระทึกขวัญ survival เขาจะชัดเจนว่าชอบแนวนี้ และในเด็กดีไม่ค่อยเห็นใครแต่งนะ เพราะงั้นตัวเลือกจะค่อนข้างน้อยอยู่แล้ว เลยมาเจอเรื่องเราง่ายหน่อย แต่กระแสก็จะธรรมดานะ เพราะว่าไม่ใช่ตลาดใหญ่ แต่ยังไงสังคมเล็กๆ ก็เป็นสถานที่ที่อบอุ่นนะ ขอบคุณมากมายเลยที่ร่วมหนีตายไปกับวีกิจ 

          ส่วนเรื่องข้าไม่อยากเป็นฮ่องเต้แล้วฯ เป็นตลาดที่ใหญ่กว่า คนอ่านหลากอายุกว่า จะมีตั้งแต่กูรูผู้รู้จักจีนโบราณมายาวนานกับน้องๆ ที่พลัดหลงเข้ามาในมิติใหม่ ดังนั้นก็เลยกิ้วกร้าวกันไปคนละแบบ แต่เราชอบทั้งสองกลุ่มนะ เหมือนมีเพื่อนหลายๆ วัยที่สามารถคุยเรื่องเดียวกันได้ และทุกคนก็มีเป้าหมายเดียวกัน อย่างในเรื่องฮ่องเต้ก็คือ การให้กำลังใจฮ่องเต้สละราชบัลลังก์สำเร็จ (หรือเปล่านะ55) 

07
เขียนนิยายให้สมจริงต้องยึดความชอบเป็นหลัก

          เรื่องฮ่องเต้เขียนยากกว่ามาก(กอไก่ล้านตัว555) ปกติเวลาเราอ่านนิยายหรือดูหนังก็ไม่ได้สนใจจำรายละเอียดโลกรอบตัวเท่าไรหรอก แต่ตอนเขียนมันเขียนส่งๆ ไม่ได้ แล้วตัวเราไม่ได้โตแถวเยาวราชด้วยก็เลยไม่ได้มีพื้นฐานด้านธรรมเนียมครอบครัวจีนเท่าไรเลยด้วย ทั้งหมดต้องค้นหาเอาเอง ก็แนะนำหนังสือจากสำนักพิมพ์ แสงดาว ยิปซี และ open world นะ ดีมากเลยในฐานะหนังสืออ้างอิง ประวัติศาสตร์จีน วัฒนธรรมจีนพวกนั้น ยิ่งถ้ารู้ภาษาจีนมากกว่านี้จะเขียนได้ดีขึ้น

          ส่วนเรื่องติดอยู่ในเกมน่ะ มันมีแหล่งข้อมูลในยูทูปแคสเกมค่อนข้างเยอะ หาง่ายดูสนุกเพลินแถมอินอีกต่างหาก เวลาเขียนทำให้ลื่นมากเลย อันนี้ก็เลยอยากแนะนำนะ เวลาเลือกธีมนิยายที่จะเขียนนอกจากความชอบส่วนตัวแล้ว ให้ดูแหล่งข้อมูลที่เราเข้าถึงได้ง่ายด้วย(ไม่งั้นหมดค่าหนังสืออ้างอิงหนักแน่นวล) จริงอยู่ว่ามีอินเตอร์เนตกันทุกบ้านแล้ว แต่ลองเทียบการงมหาข้อมูลสักเรื่องเป็นชั่วโมงๆ เพื่อเขียนหนึ่งตอน กับการนั่งดูคลิปเฮฮาครึ่งชั่วโมงเขียนได้เป็นสิบตอน555 ต่างกันเยอะเลยล่ะ แต่ยังไงก็ให้ยึดความชอบเป็นหลักนะ

          นอกจากนั้นก็สำคัญมากว่าเวลาเขียนต้องอินให้ได้ ทำเองไม่ได้ก็ใช้สื่อรอบตัวช่วย เพลงมันส์ๆ ตื่นเต้นตอนฉากบู๊ เพลงหลอนๆ ตอนฉากแอบย่อง และสุดท้ายก็เสียงกรี้ดพี่เอก HRK ตอนฉากตลก55555555 (ช่วยได้เยอะคอนเฟิร์ม)

08
คู่จิ้นเกิดได้ทุกที่อยู่ที่พลังสายวาย

          จริงๆ สายหลักของเราไม่ใช่สายวายนะ เราเข้าสายวาย มาจากสายจิ้น งงมั้ย55 เอาเป็นว่าเราเริ่มวายหลังจากอ่านเรื่อง Monster soul online ล่ะ (เอ๊ะ ได้ข่าวว่าเรื่องนี้บู๊ล้างผลาญไม่ใช่เรอะ) คือก่อนหน้านั้น เรา normal เท่านั้นนะ วายเรอะ คืออะไร แล้วตอนนั้นก็งงมากเลยว่าทำไมเราชอบโมเมนต์ของตัวเอกชายสองคนที่ปล่อยท่าบู๊ล้างผลาญใส่กันจังนะ555555 อ่านทีไรลุ้นให้ดีกันทุกทีเลยนะ (พวกนายจับเข่าคุยกันเดี๋ยวนี้นะ!) หลังจากแหกตาไล่อ่านสามวันสามคืน (หรืออาจจะมากกว่านั้น โปรดศึกษาจำนวนตอนก่อนอ่าน) เราก็บรรลุได้ว่าคู่จิ้นที่แท้ทรูมันคือแบบนี้นี่เอง พลังโจมตีสายคู่รักคู่แค้นนั้นรุนแรงมากๆ ตอนนั้นเราก็เลยบอกกับตัวเองว่า...

          บอกว่าไรไม่รู้ แต่สรุปว่ากลายเป็นสาววายซะแล้วล่ะแม่จ๋า5555 จากนั้นก็ออกเดินทางท่องยุทธภพกวาดทุกนิยายวายในตำนานมาศึกษาลมปราณเพิ่มพลังจิตให้ตัวเอง กร้าก

          ปล.ขอยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเนื้อเรื่องของ Monster soul online เลย เรื่องเขาเป็นสาย normal บู๊แบบแมนๆ แท้ทรู แต่สาวๆ ก็แนะนำให้อ่านนะ เพราะว่า...อาจจะมีโอกาสได้เจอฟิกวายที่ยาวครึ่งหน้ากระดาษที่เราไปเมนต์ไว้ในตอนใดตอนหนึ่งได้555 คือตอนนั้นมันมีขบวนการจุดไฟม่วงเร่งให้พี่นักเขียน (ผู้แพ้ทางพลังวาย) อัปตอนใหม่เร็วๆ ทุกคนก็เลยรุมปล่อยหมัดและลูกเตะพลังวายใส่ในคอมเมนต์รัวๆ ชนิดที่สาววายไปไล่อ่านแล้วจะฟินตัวแตก5555 (ทั้งหอกทั้งดาบออกกันทุกกระบวนท่าเลย มีทั้งแทงข้างหน้าแทงข้างหลัง ม้วนตัวตีลังกาแทง ฮา สงสารคุณพี่นักเขียนมาก สงสารและทำต่อไป กร้าก) แต่ตอนหลังพี่นักเขียนเขามีภูมิต้านทานแล้วก็เลยไม่ได้ผล ไม่ได้ตอนใหม่มา ขบวนการไฟม่วงก็เลยล่มไปด้วยประการฉะนี้//ขอโทษคุณพี่นักเขียนด้วยนะคะ...แต่พวกเราหยุดใจไม่ได้จริงๆ555 เอ้า ใครเคยมีส่วนร่วมจุดไฟม่วงยกมือสารภาพมาเลยนะ อย่าให้เราผิดบาปคนเดียว XD

          สรุปแล้วคู่จิ้นหรือสายวายเป็นพลังแฝงได้ทุกที่นะ โดยส่วนตัวเราชอบให้มันแฝงอยู่อย่างลี้ลับตามเรื่องสาย normal มากกว่าวายกันโต้งๆ ตรงๆ แบบไม่มีเหตุผลที่มาที่ไปน่ะ เพราะต่อมตรรกะเรามันขวางทางตลอดเลย TwT บางเรื่องทนอ่านจนจบไม่ไหวจริงๆ

09
อย่ากลัวตลาดนักอ่าน
นิยายแต่ละแนวล้วนมีฐานแฟนคลับ

          เขียนได้หลายแนวต้องเริ่มจากอ่านได้หลายแนวก่อน ตัวเราก็ไม่ได้อ่านได้ทุกแนว แนวสยองขวัญลี้ลับนักสืบ ไซไฟนี่ไม่ถนัดเลย เพราะงั้นก็จะเขียนไม่ได้เหมือนกัน ในช่วงชีวิตหนึ่งคนเราสามารถมีความชอบได้หลายแบบ เราคิดว่าไม่ว่าช่วงไหนของชีวิตตอนนั้นชอบอะไร อินอะไรอยู่ (เกม หนัง นิยาย ละคร ดารา เชฟทำอาหาร) ก็รีบจับประเด็นนั้นมาเป็นวัตถุดิบในการเขียนนิยายไปเลย ก็จะกำไรสองต่อนะ เพราะไม่ต้องฝืนมาก และได้เรื่องที่หลากหลายแนวด้วย สำคัญอีกอย่างคือ อย่ากลัวตลาด คนไม่กล้าเขียนต่างแนวเพราะกลัวไม่มีตลาดนักอ่าน ซึ่งก็ถูกนะ มันไม่มีจริงๆ 555 ;w; แต่ก็สร้างได้ อาจจะช้ากว่า น้อยกว่า นานกว่า แต่ใช่ มันสร้างได้ และเว็ปเด็กดีก็เหมาะที่จะลองดู เพราะฐานนักอ่านและระบบค่อนข้างเอื้อให้เรื่องของคุณถูกพบได้ง่าย
 

10
เขียนนิยายนอกตลาด
ต้องอาศัยความชอบและความอดทนเข้าสู้ 

          ช่วงทุกข์มีมาเรื่อยๆ นะ อย่างในเรื่องที่สองของเราคือ Unlock Universe แต่งประกวดสำนักพิมพ์เหมือนกันแต่ไม่ผ่าน ได้จดหมายตอบกลับมาว่าสนุก แต่ไม่ตรงแนวตลาดที่เขาต้องการ ซึ่งตอนนั้นวายแฟนตาซีต่างดาวขนาดนั้นมันไม่มีหรอก เขาฮิตวายมหาลัยกัน ซึ่งความเหนื่อยของการเขียนงานนอกตลาดก็คือจุดนี้แหละ เราเป็นคนชอบอะไรไม่ค่อยเหมือนตลาดทั่วไป เพราะงั้นต้องอดทนเท่านั้น ถ้ารู้ว่าไม่ได้เขียนแนวที่จะมีคนตามเยอะๆ แนะนำให้เขียนให้จบก่อนค่อยลงไม่งั้นเห็นยอดคนอ่านน้อยคนส่วนใหญ่จะท้อเลิกไปก่อนจบ แต่แนวนอกตลาดข้อดีมันมีอยู่นะ ก็คือคุณอาจจะเป็นคนนำกระแสคนถัดไปก็ได้555 ต้องคิดบวกเข้าไว้สิ TwT

          ส่วนการแก้ปัญหาเรอะ คำตอบคือทำอะไรกับตลาดไม่ได้หรอก ที่เราทำได้คือ เริ่มจากปรับมุมมองของตัวเองก่อน จากนั้นค่อยมาดูกันว่าแนวตลาดเป็นแบบไหน ถ้าชอบพอดีก็เขียนเลย ถ้าไม่ชอบฝืนไปก็ไม่สนุกนะ นิยายแนวตลาดที่ไม่สนุกจะอยู่ยากกว่าแนวนอกตลาดแต่สนุกอีกนะ เพราะคนอ่านเขามีตัวเลือกเยอะมาก

11
เทคนิค : เขียนนิยายให้จบก่อน! 

          เรื่อง Ice & Wind ที่เป็นแนวเกมเรื่องแรก แต่งประมาณหกเดือนได้ สามสิบตอนนิดๆ เพราะเรียนอยู่ สำหรับเรื่องแรกบอกเลยไม่ต้องใช้เทคนิคอะไรทั้งนั้น ขอประเด็นเดียว เอาให้จบก่อน เพราะต่อให้ไปอ่านเคล็ดลับอะไรมาเยอะแค่ไหนนะ เราก็จะเอามาใช้ไม่ถูกที่อยู่ดี เพราะทุกอย่างมันจะยุ่งเหยิงวุ่นวายไปหมด อะไรเป็นอะไรก็ไม่รู้ ต้องจดอะไรเต็มไปหมดเลย ต้องเริ่มยังไง จบยังไง หักมุมพลิกพล็อตยังไง โอ๊ย วุ่นวายมาก เรื่องแรกบอกเลยไม่ต้องคิดเยอะ เขียนไปเลย วุ่นก็วุ่นถือเสียว่าเป็นการทดสอบสัญชาตญาตการเล่าเรื่องของตัวเอง เราคิดว่าแบบไหนดีทำไปก่อนเลย แม้ว่าจะเจอข้อผิดพลาดตรงไหน ก็ไม่ต้องแคร์นะ อะไรแก้เฉพาะหน้าได้แก้ไป แก้ไม่ได้ก็ไม่ต้องแก้ จดไว้ พอเขียนจบ ก็ให้เขียนแบบประเมินตัวเอง ว่าเรื่องนี้เราพบข้อผิดพลาดอะไรบ้าง คราวหน้าเรื่องใหม่จะต้องแก้ตรงไหนบ้าง กระแสตอบรับเป็นยังไง ฯลฯ เอามาประมวลให้ดี ทีนี้ค่อยเอาวิธีที่เราถนัดไปเทียบกับวิธีของคนอื่น จากนั้นให้เลือกตรงกลางหรืออันที่ดีกว่า เพราะถ้าเราเริ่มด้วยการเลียนแบบคนอื่นเลย เราจะไม่เจอว่าสิ่งที่สัญชาตญาณ ความชอบหรือสมองของเรามันถนัดนั้นเป็นยังไง

12
นิยายดีๆ จะมีโอกาสเปิดตัวสู่สายตาผู้คนได้
ก็ด้วยสังคมการอ่านที่ดี 

          สำหรับนักอ่าน ขอบคุณที่ติดตามนะ และขอให้มีความสุขกับการอ่านนิยาย เราทั้งในฐานะนักอ่านและนักเขียน เชื่อนะว่านิยายดีๆ จะมีโอกาสเปิดตัวสู่สายตาผู้คนได้ก็ด้วยสังคมการอ่านที่ดี ทั้งระบบที่ดี ทั้งนักอ่านที่ดี นักเขียนและสำนักพิมพ์ที่ดี เหล่านี้ถึงจะสร้างสังคมการอ่านที่มีพลังและสร้างความสุขให้เราอย่างยั่งยืนได้ แน่นอนว่ามิจฉาชีพ คนฉวยโอกาส หรือคนนิสัยไม่ดี ไม่เห็นใจคนอื่นก็คงมีแฝงอยู่ทุกที่ แต่นั่นคงไม่ใช่เหตุผลที่เราจะทำตามหรือท้อแท้ไป เพราะรอบๆ ตัวเรายังมีนักอ่านที่ดีมากมายที่ไม่เคยหยุดส่งกำลังใจให้ และก็มีนักเขียนที่ดีอยู่มากมายพยายามสร้างผลงานด้วยความอดทน เราคิดว่าพวกเราโชคดีที่มีสังคมการอ่านที่อบอุ่นเป็นที่พักพิงจากความเหนื่อยล้าในชีวิตประจำวัน และเราก็อยากรักษาสังคมแบบนี้เอาไว้ให้นานเท่านานนะ เพราะเรามีความสุขที่ได้อ่านนิยายที่สนุก แล้วก็อยากให้ทุกคนได้อ่านเหมือนกัน

          จำไว้ว่า ถ้าโลกนี้ยังไม่มีนิยายที่เราตามหา ก็จงเขียนมันสักเรื่องก่อนตายนะ //ใครสักคนได้กล่าวไว้ 

คนบนโลกได้ยินสิ่งที่เราคิด ด้วยการกระทำเท่านั้น
และคนสุดท้ายบนโลกนี้ที่มีสิทธิดูถูกเรา ก็คือตัวเราเอง

- SnaiLife - 

          ในวันที่คุณพบเจอกับความมืดหม่น เราอาจจะไม่ได้ยืนอยู่เคียงข้างคุณ แต่ในวันที่คุณพยายามจนส่องสว่าง เราจะเป็นแสงพาคุณสู่ความสำเร็จให้ได้มากที่สุด เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งยอมแพ้บนเส้นทางนักเขียน พยายามต่อไป เราเป็นกำลังใจให้คุณ และหวังว่าคุณจะได้มาแชร์ประสบการณ์ให้กับชาวเด็กดีดัง SnaiLife นักเขียนสาวผู้ไม่เคยยอมแพ้..  

พี่แนนนี่เพน
 

5 เรื่องต้องรู้! เปิดขาย “แพ็กเกจใหม่” อย่างไรไม่ให้เสียสิทธิ์แคมเปญ “ลดราคา”

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nannypen

พี่แนนนี่เพน - ผู้เขียน

สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #นิยายแฟนตาซี #SnaiLife #ข้าไม่อยากเป็นฮ่องเต้แล้ว #เมื่อผมติดอยู่ในเกม

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?