/>

7 วันฉันหายตัน! ท้านักเขียนเด็กดีทำชาเลนจ์ #WritingPrompt แก้อาการ Writer’s Block ในหนึ่งอาทิตย์! []

วิว

7 วันฉันหายตัน! ท้านักเขียนเด็กดีทำชาเลนจ์
 #WritingPrompt แก้อาการ Writer’s Block ในหนึ่งอาทิตย์! 

          สวัสดีค่ะ นักเขียนชาวเด็กดีทุกคน เคยเขียนนิยายได้แค่ประโยคเดียวหรือข้อความเดียวไหมคะ ยิ่งเขียนยิ่งท้อ ยิ่งแก้ยิ่งแย่กว่าเดิม จนท้ายที่สุดก็เขียนไม่ออก หมดไอเดีย หมดไฟ และเขียนนิยายไม่จบ.. ปัญหาเหล่านี้ยอมรับเลยค่ะว่าแก้ไม่ได้ง่ายๆ เลย แม้แต่นักเขียนมืออาชีพที่เขียนนิยายออกมาแล้วหลายเรื่องก็ยังมีวันที่เขียนไม่ได้เลยสักตัวอักษรเหมือนกัน! ในบทความนี้พี่จึงไปสรรหาวิธีแก้ปัญหาแบบง่ายๆ ที่นักเขียนทุกคนสามารถทำได้ ไม่เปลืองเวลา และไม่ต้องใช้ความคิดเยอะมาก เป็นการทำชาเลนจ์ในหมู่นักเขียนต่างประเทศที่มีมานานแล้ว และสามารถแก้ไขปัญหา Writer’s Block ได้อีกด้วย ซึ่งชาเลนจ์ที่พี่นำมาช่วยนักเขียนในวันนี้ก็คือ..
 

#WritingPrompt มาเขียนสั้นๆ ให้ได้เรื่องยาวกันเถอะ! 

          ชาเลนจ์ที่ว่าก็คือ #WritingPrompt หรือการเขียนแบบฉับพลันนั่นเอง วิธีการก็คือเราจะได้โจทย์จากชาเลนจ์นี้ เป็นหัวข้อง่าย วลีสั้นๆ หรืออาจจะเป็นรูปภาพก็ได้ จากนั้นให้เราเขียนบรรยาย อธิบาย คล้ายเรียงความเลยค่ะ แสดงความคิดเห็น หรืออยากเล่าอะไรก็ได้เกี่ยวกับโจทย์ที่ได้รับมา ส่วนความยาวนั้นแล้วแต่เราเลยค่ะ เริ่มจากเขียนสั้นๆ ก่อน แล้วค่อยๆ เขียนยาวขึ้นเรื่อยๆ ก็ได้ อิสระมากๆ เลยใช่ไหมคะ มาดูกันว่าการทำชาเลนจ์นี้มีเทคนิคในการเขียนยังไงให้ได้ประโยชน์ที่สุด แล้วเราได้อะไรจากการทำชาเลนจ์นี้บ้าง 

          - เทคนิคคือ เขียนจากประสบการณ์ของตัวเอง! ค่ะ หากเราจะเขียนอะไรออกมาสักอย่างให้ตัวเราและคนอ่านอินได้ ต้องเริ่มจากเขียนในสิ่งที่ตัวเราเองถนัดก่อนค่ะ เขียนในสิ่งที่เราเข้าใจ เขียนในสิ่งที่เราเรียนมา หากเราเขียนเพราะสิ่งนั้นเป็นตัวเราอยู่แล้ว ไม่มีทางที่เราจะเขียนไม่ออก หรือตันได้เลย อย่างมากในขั้นต้นก็ติดอยู่ที่การเรียบเรียงความคิดเท่านั้น แนะนำเลยว่าเมื่อได้รับโจทย์มาแล้ว ให้เขียนจากความรู้สึกของเราก่อน เล่าในสิ่งที่เราอยากเล่า แล้วพอเขียนเสร็จ กลับมาอ่านทบทวนดูค่ะ เราจะเห็นว่าเรามีปัญหาในการเขียนยังไงบ้าง ไอเดีย หรือใจความสำคัญของสิ่งที่เราเขียนออกมาคืออะไร สิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนกระจกสะท้อนความคิด สะท้อนตัวตนของเรานั่นเอง 

          - ทำชาเลนจ์แล้ว กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ได้แน่นอน! ค่ะ แค่ได้โจทย์มาก็ท้าทายความสามารถของเราแล้วค่ะ มันจะมีช่วงหนึ่งที่เราไม่รู้จะเขียนอะไร แต่พอมีโจทย์ให้เราได้เขียน ได้แสดงความคิดเห็น ในหัวเราที่ตอนแรกไม่มีอะไรจะเล่า ก็อาจจะมีเรื่องมาเล่านับพันเรื่องเลยก็ได้นะคะ แล้วส่วนใหญ่ชาเลนจ์นี้ทำแล้วแชร์ค่ะ เป็นการแบ่งปันความคิดและประสบการณ์ของตัวเองให้คนอื่นได้รู้ เพราะแม้จะเป็นโจทย์เดียวกัน แต่รับรองได้ว่าความคิดและไอเดียของแต่ละคน ไม่มีทางเหมือนกันหมดทุกคนแน่นอน! 
 


 

7 วันฉันหายตัน! ท้านักเขียนทำชาเลนจ์ง่ายๆ ท้าทายตัวเองกัน! 

          น่าจะมีคนสงสัยกันว่าทำไมต้อง 7 วันด้วยคะ? จริงๆ ชาเลนจ์สำหรับการเขียนส่วนใหญ่มักจะทำกันนานเป็นเดือนๆ เลยค่ะ แต่สำหรับพี่คิดว่าการกระตุ้นการเขียนในระยะเวลาสั้นๆ นั้นเป็นการไม่ทรมานตัวเองมากจนเกินไป หากเราสามารถฝึกฝน อดทนได้ถึง 7 วัน นับว่าเราได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของเราไปแล้ว เพราะจากที่เราเขียนไม่ออก อย่างน้อยเราก็ได้เขียนมันทุกวันนะ มาดูกันว่าต่อจากนี้เราต้องเขียนอะไรกันบ้าง 
 

          Day 1 - เขียนชีวิตของคุณจากมุมมองของคนอื่น

          คิดว่าตัวเราเป็นยังไงในสายตาคนอื่นคะ ตรงส่วนนี้จะทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น ว่าเราอยากให้คนอื่นมองเราเป็นแบบไหน หรือเราคิดว่าคนอื่นมองเราเป็นอย่างไร จากนั้นลองอ่านทบทวนดูค่ะ อาจจะเห็นตัวเองในมุมมองที่คาดไม่ถึงเลยก็ได้ 

          Day 2 - เขียนนิสัยที่แย่ที่สุดของคุณ 

          คนที่รู้จักตัวเราดีที่สุดก็คือตัวเรานี่แหละค่ะ เราประเมินตัวเองได้ไหมว่าเรามีส่วนไหนที่แย่ และอยากปรับปรุง หรือเราไม่อยากแก้นิสัยที่แย่เพราะอะไร หาคำตอบกันได้ไหมเอ่ย?

          Day 3 - เขียนถึงของเล่นที่คุณชอบที่สุดในวัยเด็ก

          ขุดความทรงจำของเราขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ เรามีของเล่นที่ชอบไหม ของสิ่งนั้นยังอยู่กับเราหรือเปล่า เราได้รับมันจากใคร ทำไมเราถึงชอบ หรือหากเราไม่มีของเล่นที่ชอบ ทำไมเราถึงไม่มีล่ะคะ ลองค้นหาความชอบในวัยเด็กของเรากันค่ะ อาจจะมีความลับอะไรซ่อนอยู่ก็ได้ 

          Day 4 -  เขียนถึงคนแรกที่คุณพบหน้าในวันนี้ 

          คนแรกที่เราพบหน้าคือใครกันคะ ลองเล่าถึงคนๆ นี้ในความทรงจำออกมาหน่อยได้ไหม อาจจะเป็นคนในครอบครัวที่เจอกันอยู่ทุกวัน แต่เราเคยสังเกตไหมว่าทำไมต้องเจอพวกเขาเป็นคนแรกๆ เสมอ หากเป็นคนแปลกหน้า เราเจอคนแปลกหน้าที่เพิ่งเคยเจอครั้งแรกแบบนี้เสมอรึเปล่า ลองเชื่อมโยงสิ่งเราเจอกับตัวเราดูค่ะ แล้วจะรู้ว่าทุกอย่างที่เราเจอนั้นมีเรื่องราวของมันซ่อนอยู่เสมอ 

          Day 5 - เขียนถึงคนที่ทำให้คุณยิ้มได้ในวันนี้

          ข้อนี้เขียนได้ง่าย และเขียนได้ยากพอๆ กันเลยค่ะ วันนี้เราอาจจะไม่ยิ้มเลยก็ได้ หรืออาจจะมีคนที่ทำให้เรายิ้มได้หลายคน ซึ่งเราสามารถเขียนถึงอะไรก็ได้ที่ทำให้เรายิ้มค่ะ ในระหว่างที่เขียนลองสังเกตดูนะว่าทำไมเราถึงยิ้มได้ และเรื่องที่ทำให้เรายิ้มนั้นเป็นอย่างไร หรือในกรณีที่เราไม่ยิ้ม ก็ลองหาเหตุผลดูว่าเพราะสาเหตุใด เราถึงไม่ยิ้มในวันนี้ 

          Day 6 - เขียนถึงเพลงแรกที่คุณได้ฟังในวันนี้ 

          อาจจะเป็นเพลงที่ได้ฟังโดยบังเอิญ หรือตั้งใจฟังก็ได้ค่ะ อยากเขียนอะไรถึงเพลงๆ นี้ที่เราได้ฟังบ้างคะ เราเห็นภาพอะไรบ้างจากเพลงเหล่านี้ 

          Day 7 - เขียนว่าทำไมคุณถึงมาเขียนนิยาย  

          ข้อนี้วัดใจกันไปเลยค่ะ เขียนเสร็จแล้วอย่าลืมอ่านทบทวนซ้ำๆ นะคะว่าทำไมเราถึงมาเขียนนิยาย วันไหนที่ท้อ หรือหมดกำลังใจ หยิบมันขึ้นมาอ่านได้เสมอนะ มันจะเป็นคำตอบที่อยู่กับตัวเราตลอดไป 
 

……….

          เป็นยังไงกันบ้าง ชาเลนจ์ง่ายมากเลยใช่ไหมคะ หากใครไม่รู้จะเขียนชาเลนจ์ลงที่ไหน ก็มาทำชาเลนจ์ในบทความนี้ก็ได้นะคะ พี่แนนนี่เพนเคยทดลองทำมาแล้วค่ะ แรกๆ เขียนได้แค่สองสามบรรทัดเอง แต่พอเขียนไปเรื่อยๆ ก็เริ่มเขียนได้เยอะขึ้น อยากเล่าอะไรเยอะแยะไปหมด บางทีก็ไม่เกี่ยวกับหัวข้อเลยด้วยซ้ำ เป็นเหมือนไดอารี่เล่มเล็กที่ย้อนกลับไปอ่านทีไรก็ขำทุกที พี่เลยอยากให้นักเขียนชาวเด็กดีได้ลองทำชาเลนจ์นี้กันค่ะ เชื่อว่าเราจะกลับมาเขียนนิยายได้เยอะขึ้น อยากเล่าอะไรมากขึ้นได้แน่นอนค่ะ ลองดูนะ เป็นกำลังใจให้ ^^

พี่แนนนี่เพน

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก
Unsplash


Deep Sound แสดงความรู้สึก
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nannypen

พี่แนนนี่เพน - ผู้เขียน

สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นักเขียน #แก้ตัน #ชาเลนจ์ #เคล็ดลับ #ตัน #เขียนนิยายไม่ออก

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?