/>

5 เรื่องตลกที่ไม่ตลกของนักเขียน อ่านแล้วถึงจะขำไม่ออก แต่เกิดไอเดียได้แน่นอน! []

วิว

5 เรื่องตลกที่ไม่ตลกของนักเขียน
อ่านแล้วถึงจะขำไม่ออก แต่เกิดไอเดียได้แน่นอน! 

          สวัสดีค่ะชาวเด็กดีทุกคน ช่วงที่ผ่านมาพี่ไปแอบส่องแฮชแท็กทวิตเตอร์ #นักเขียนเด็กดี มา พบว่านักเขียนหลายๆ คนเป็นคนตลก แต่ก็ตลกไม่สุดกันเลย หลายทวิตของนักเขียนสื่อให้เราเห็นว่าการทวิตตลกๆ นั้น แฝงไปด้วยความเครียด และความกดดันบางอย่าง มีทวิตหนึ่งบอกว่า “อยากเขียนนิยายที่ฮีลคนอ่านได้ แต่จะฮีลตัวเองยังไม่รอดเลย” บางทวิตก็บอกว่า “มีพล็อตในหัวเยอะมาก เขียนได้เป็นล้านๆ คำ แต่ชีวิตจริงเขียนได้ไม่ถึงสามบรรทัด” ลองสังเกตจากที่นักเขียนเหล่านี้พิมพ์มาดูซิคะ มันมีบางอย่างซ่อนอยู่จริงๆ นะ ในบทความนี้พี่จึงอยากนำเรื่องราวที่ดูเหมือนจะตลก แต่ไม่ตลกสำหรับคนเป็นนักเขียนจริงๆ มาเล่าสู้กันฟัง มาดูกันเลยว่ามีเรื่องอะไรบ้าง
 

ไม่ได้หายไปไหนค่ะ ช่วงนี้ติดซีรีส์อยู่! 

          เป็นเหตุผลที่แอบตลกดีเหมือนกันค่ะ ไม่ใช่แค่นักเขียนหรอกที่ติดซีรีส์ หรือติดละคร นักอ่านเองก็เป็นเหมือนกัน และเราทุกคนน่าจะเข้าใจกันดีว่าการได้เสพติดอะไรสักอย่างนั้น จำเป็นต้องมีเวลาให้มัน เราต้องใช้เวลาในการดูหนังดูละคร ต้องใช้เวลาในการรักษาตัวเองสักพักหลังจากเฝ้าดูสิ่งเหล่านี้จนจบ ยิ่งถ้ามีคนอินซีรีส์ หรือติดตามละครเรื่องเดียวกันอยู่ใกล้ๆ (ในโซเชียลก็ถือว่าใกล้ชิดกันนะ) ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นด้วยกัน การจะมูฟออนออกจากเรื่องราวเหล่านี้ และกลับมาเขียนนิยายอีกครั้งคงจะเป็นเรื่องยากน่าดู 

          ทว่าคนเป็นนักเขียนก็มีวิธีมูฟออนที่แตกต่างกันออกไป บางคนอินมากถึงขั้นเอาซีรีส์ที่ชอบมาเป็นแรงบันดาลใจในการเขียนนิยาย บางคนก็ได้พล็อต ได้ไอเดียนำมาต่อยอดในงานเขียนที่เขียนค้างเอาไว้ ดูๆ แล้วเหมือนจะเป็นข้อดีมากกว่าใช่ไหมล่ะคะ แต่หากคิดอีกด้านหนึ่ง การที่นักเขียนทิ้งงานเขียนของตัวเองชั่วคราวเพื่อไปเสพหาความสุขในด้านอื่นๆ นั่นอาจเป็นสัญญาณที่กำลังเตือนให้นักเขียนรู้ว่าคุณกำลังหมดไฟ หรือไม่คุณก็กำลังตันเพราะเขียนงานไม่ออก จนต้องไปหาอย่างอื่นทำก่อนกลับมาเขียนนิยายนั่นเอง 
 

อ่านนิยายของคนอื่นสนุกกว่านิยายของตัวเอง! 

          อีกเรื่องที่ทำให้นักเขียนหายไป ก็คือ ติดนิยายเรื่องอื่นอยู่ อาการตอนติดซีรีส์ยังพอเข้าใจได้ว่าเป็นการเสพความบันเทิงอย่างหนึ่ง แต่การติดนิยายเรื่องอื่น แล้วมองว่านิยายของตัวเองไม่สนุกนั้น ถือว่าอาการหนักเลยค่ะ เพราะมีนักเขียนที่พี่เคยสัมภาษณ์คนหนึ่งเขาบอกว่า นักเขียนควรพิจารณาตัวเองทุกครั้งที่เขียนนิยาย ถ้าคนเขียนไม่รู้สึกสนุก คนอ่านก็จะไม่สนุกตามคนเขียนเหมือนกัน พร้อมแนะนำทิ้งท้ายว่า “ถ้าไม่ไหวก็อย่าฝืน” ซึ่งพี่เห็นด้วยมากๆ และอยากให้นักเขียนชาวเด็กดีที่รู้สึกว่านิยายของตัวเองไม่สนุก ได้ลองคิดทบทวนตัวเองดูอีกครั้งว่าทำไมถึงรู้สึกว่านิยายของเราไม่สนุก แล้วนิยายแบบไหนล่ะที่นักเขียนรู้สึกว่าสนุก เราสามารถเขียนไปด้วยสนุกไปด้วยได้หรือไม่ หากทำไม่ได้ก็ต้องรีบหาวิธีแก้แล้วนะคะ เพราะการเขียนนิยายนั้น ไม่ใช่แค่การเขียนเพื่อให้นักอ่านรู้สึกสนุกฝ่ายเดียว คนเขียนก็ต้องรู้สึกสนุกไปด้วย แม้ว่าความสนุกของเราจะไม่ใช่แนวที่นักอ่านส่วนใหญ่ชื่นชอบ แต่เชื่อเถอะค่ะว่าท้ายที่สุด ก็ต้องมีนักอ่านสักคนที่ชอบแนวเดียวกับเรา และรู้สึกสนุกกับนิยายของเราเหมือนที่เราสนุกกับมัน
 

เขียนผิดยังไงให้โดนด่า! 

          หัวข้ออาจจะดูแรงไป แต่จริงๆ เนื้อหาแรงกว่า เอ๊ย! ล้อเล่นค่ะ ประเด็นการเจอคำผิดของนักเขียน และมีนักอ่านท้วงติง เป็นเรื่องที่ค่อนข้างอ่อนไหวพอสมควร นักเขียนบางคนยินดีรับฟังความคิดเห็น และรู้สึกยินดีที่มีนักอ่านคอยช่วยชี้แนะ ทว่าก็มีนักเขียนบางคนที่รู้สึกติดใจ เหมือนโดนจับผิดตลอดเวลา ฉะนั้นแล้ว หากคุณเป็นคนอ่าน คุณจะทำอย่างไรเมื่อเจอคำผิดกันคะ? แน่นอนว่านักอ่านจำนวนมากมักจะปล่อยผ่านคำผิดบางคำเพื่ออรรถรสในการอ่าน เพราะเชื่อว่านักเขียนจะต้องกลับมารีไรต์ในภายหลัง แต่นักอ่านบางคนกลับคิดว่าการเจอคำผิดในนิยายทำให้ความสนุกในการอ่านน้อยลง จนต้องคอมเมนต์ไปบอกนักเขียนสักหน่อยจะได้รีบแก้.. จากที่เล่ามา สังเกตเห็นอะไรกันไหมคะ? ทั้งนักเขียนและนักอ่านต่างมีมุมมอง และความคิดที่ไม่เหมือนกัน ไม่มีใครผิดและไม่มีใครถูก เหมือนดังเหรียญที่มีสองด้าน นักอ่านก็มีทั้งคนที่คอยชื่นชม และคอยวิจารณ์ นักเขียนก็มีทั้งคนที่ยินดีรับฟังคำวิจารณ์ เพื่อปรับปรุงแก้ไข และคนที่รู้สึกว่าคำวิจารณ์คือคำบั่นทอนกำลังใจ ดังนั้น คำแนะนำที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนก็คือ “เอาใจเขามาใส่ใจเรา” แล้วจะพบว่าการมีคนอ่าน และนักเขียน ที่คอยรับฟังซึ่งกันและกัน เป็นดังมิตรภาพที่หาไม่ได้ง่ายๆ เลยค่ะ
 

รอว่างๆ จะเขียนนิยายให้จบ!?

          เจอบ่อยมาก ประโยคยอดฮิตของนักเขียนที่กำลังจะเฟดตัวเองหายไป ลองถามตัวเองดูค่ะว่าเคยพูด หรือคิดประโยคนี้บ้างรึเปล่า นักเขียนหลายคนที่หายไปจากการเขียนนิยายก็เพราะว่ารอเวลานี่แหละค่ะ แต่ทุกคนเชื่อไหมว่าจริงๆ แล้วเวลาไม่ใช่อุปสรรคสำหรับการเขียนนิยายที่เราแก้ไขไม่ได้เลย มีนักเขียนที่พี่เคยสัมภาษณ์บอกว่า “ถ้าเรารักในการเขียนมากพอ เราจะมีเวลาให้มันเสมอ” โอ้โฮ มันจริงมาก คุณพอมีเวลาสักสองสามชั่วโมงไหมคะ? ขอถามแบบขายตรงเลย เอาแค่สิบห้านาทีก่อนก็ได้ พอจะมีเวลาให้งานเขียนของเราบ้างไหมคะ?
 

เขียนเหมือนเดิมตลอด ไม่รู้คนอ่านจะเบื่อไหม..

          มีนักเขียนหลายคนรู้สึกว่าสไตล์การเขียนนิยายของตัวเองน่าเบื่อ และไม่พัฒนาขึ้นเลย รู้สึกเศร้าที่นักอ่านต้องมารอ และคาดหวังกับงานเขียนเสมอ บางคนก็แอบไปมีนามปากกาลับอื่นๆ เพื่อจะได้เขียนนิยายแนวใหม่ ปรับปรุงการเขียนให้ดียิ่งขึ้น.. ความกังวลของนักเขียนสื่อสารผ่านงานเขียนได้เสมอ บางครั้งมันเป็นเรื่องตลกที่นักอ่านเข้ามาให้กำลังใจ พร้อมคำว่า “รอเสมอ” สำหรับนักเขียนที่มีผลงานอย่างต่อเนื่อง และมีแฟนๆ นักอ่านคอยติดตาม นอกจากกำลังใจที่ได้รับกำลังใจอย่างล้นหลามแล้ว ก็มีความคาดหวัง ความกดดันตามมาอีกเป็นพรวน จะเขียนแตกต่างจากแนวเดิมนักอ่านจะรับได้ไหม หรือถ้าเขียนเหมือนเดิมนักอ่านจะเบื่อรึเปล่า ในจุดนี้ต้องขอบอกเลยว่า การมีสไตล์งานเขียนเป็นของตัวเองนั้นถือว่าหายาก หากเราถนัดแบบไหน ก็ทำในสิ่งที่เราถนัดให้ดีที่สุดไปเลยดีกว่า และเมื่อถึงจุดที่อยากลองเปลี่ยนแปลงตัวเองดูบ้าง ค่อยสวมหน้ากากเปลี่ยนไปใช้นามปากกาลับดูค่ะ แล้วค่อยมาลุ้นว่าจะเวิร์คหรือไม่เวิร์ค 
 

……….

          เอาล่ะค่ะ ปัญหาต่างๆ นาๆ ที่พี่ได้พบเจอมานั้น แม้จะดูขำๆ แต่ก็ตลกไม่ออกกันใช่ไหมล่ะคะ จริงๆ ยังมีปัญหาอย่างเช่น มีพล็อตเยอะมากจนไม่รู้จะเขียนเรื่องไหนก่อนดีด้วยนะคะ อยากจะแนะนำให้เอาพล็อตมาแชร์ในบอร์ดนักเขียนเด็กดีของเราเลยค่ะ นักเขียนที่ขาดแรงบันดาลใจจะได้ลองเอาปรับใช้ในงานเขียนดู นอกจากนี้ยังมีปัญหาว่า ตั้งใจจะเขียนนิยายตามกระแส แต่ดันถูกมองว่าลอกบ้าง มีข้อมูลในหัวเยอะมาก แต่หยิบมาใช้ไม่ได้เลย และที่เจอบ่อยสุดคงเป็นปัญหาคอมพัง กำลังมีไฟเลยแต่คอมดันมาพังซะก่อน! โธ่ ก็อยากให้คิดขำๆ นะว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป แต่ถ้าใครเจอกับตัวเข้าก็คงตลกไม่ออกเหมือนกัน สุดท้ายนี้ ใครมีเรื่องขำขันระหว่างเขียนนิยายก็มาเขียนให้อ่านได้นะ รออ่านในคอมเมนต์นี้เสมอ ถือเป็นเรื่องเล่าสู่กันฟังเนอะ จะได้มีกำลังใจเขียนนิยายว่าเราไม่ได้เจอแบบนี้คนเดียวสักหน่อย!!  

พี่แนนนี่เพน

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nannypen

พี่แนนนี่เพน - ผู้เขียน

สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #เคล็ดลับ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?