/>

5 ทริคจากนิยายสืบสวนที่ทำให้คนอ่านหมกมุ่นจนหยุดอ่านนิยายไม่ได้! []

วิว

5 ทริคจากนิยายสืบสวน
ที่ทำให้คนอ่านหมกมุ่นจนหยุดอ่านนิยายไม่ได้! 


สวัสดีน้องๆ ชาวเด็กดีทุกคนค่ะ ใครที่อยากให้นักอ่านหมกมุ่นอยู่กับนิยายของเราจนไม่สามารถหยุดคิดถึงฉากต่อไปได้ พี่แนนนี่เพนมีทริคดีๆ จากนิยายแนวสืบสวนสอบสวนเอามาฝากกันอีกแล้ว ที่ต้องบอกว่าอีกแล้วเนี่ย ต้องบอกก่อนว่าพี่เคยนำทริคเรื่องพล็อตหักมุม (Plot Twist) มาเล่าสู่กันฟังไปแล้ว และก็มีน้องๆ นักเขียนสนใจแนวทางการเขียนพล็อตแบบนั้นเยอะมากๆ พี่เลยนึกขึ้นได้ว่านิยายแนวสืบสวนสอบสวนยังมีทริคที่น่าสนใจ และสามารถเอามาปรับใช้ในนิยายของเราได้อีกหลายทริคเลย ในบทความนี้พี่จึงรวบรวมทริคดีๆ ที่น่าสนใจ สามารถทำให้นักอ่านอยากมีส่วนร่วมกับนิยายของเรา เช่น การคอมเมนต์เล็กๆ น้อยๆ เพราะว่าค้างบ้าง เดาเรื่องไม่ออกบ้าง มาฝากทุกคนกันค่ะ ถ้าพร้อมแล้ว มาดูกันเลยว่าเราจะทำให้นักอ่านหมกมุ่นอยู่กับนิยายของเราได้ยังไงบ้าง! 
 


 

มาทำให้นักอ่านหมกมุ่นกับนิยายของเราด้วย 5 ทริคนี้กัน! 

1. ทริคเปิดประตูสู่พล็อต

หากใครเคยอ่านนิยายแนวสืบสวนสอบสวน แนวแฟนตาซี หรือแนวสยองขวัญมาบ้าง แล้วช่างสังเกตสักนิด จะรู้ว่ามีทริคดีๆ ทริคหนึ่งที่นักเขียนนิยมใช้กันมากซึ่งก็คือ ทริคการเปิดประตูสู่พล็อตเรื่องหลัก ที่ทำให้นักอ่านอยากรู้ว่ามีอะไรรออยู่หลังประตูบานนั้นนั่นเอง ทริคนี้จะทำให้นักอ่านเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อเลยค่ะ ว่านักเขียนกำลังจะเล่าเรื่องไปในทิศทางไหน เพราะการก้าวผ่านสิ่งกีดขวาง และไม่สามารถรับรู้ได้ว่ามีอะไรอยู่หลังประตูบานนั้นที่กำลังจะเปิดโดยใครสักคน ทำให้จินตนาการของนักอ่านโลดแล่น จนเกิดพล็อตเรื่องที่มาจากการคาดเดาได้เป็นสิบๆ พล็อต เพราะนักอ่านจะสงสัย คิดว่าหลังประตูเป็นกับดัก เป็นอุปสรรคที่อันตราย ไม่ก็คิดว่าเป็นการเปิดเผยเรื่องราวบางอย่างแน่นอน ซึ่งหากมองในมุมนักเขียน เราสามารถเล่นกับฉากหลังประตูได้เยอะเลยค่ะ เราจะพลิกพล็อตหักมุม หรือใช้เป็นประตูเพื่อก้าวสู่อะไรก็ได้ แต่ใจความสำคัญของทริคนี้อยู่ที่ “การตัดสินใจ” ของตัวละครและ “การดึงจังหวะ” ค่ะ การเปิดประตูคือการเปิดเผยเรื่องราวบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก หรือเรื่องใหญ่ก็ตาม การให้เวลาตัวละครได้ตัดสินใจก่อนเปิดประตู ก็เป็นการดึงจังหวะเพื่อเล่าเรื่องราวได้เหมือนกัน โดยตัวอย่างของทริคเปิดประตูที่หลายคนน่าจะพอนึกภาพกันออกก็เช่นเรื่อง ตำนานแห่งนาร์เนีย (The Chronicles of Narnia) ตอนที่เด็กๆ เปิดประตูตู้พิศวงแล้วเจอกับดินแดนหิมะ จนเกิดเรื่องราวการผจญภัยต่างๆ ขึ้นมานั่นเอง 
 

 2. ทริคจำกัดเวลา 

ทริคจำกัดเวลาถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่นิยายแนวสืบสวนนิยมใช้กันบ่อย เช่น ตอนที่ตำรวจต้องหาคำตอบของคดีที่เกิดขึ้นภายในหนึ่งชั่วโมงก่อนที่หลักฐานจะหายไป โดยการเดินเรื่องในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ถูกจำกัดเวลาเอาไว้นั้น ทำให้นักอ่านรู้สึกตื่นเต้นจากความกดดันของเวลา และเฝ้ารอว่าตำรวจจะไขคดีนี้ได้สำเร็จตามเวลาหรือไม่ เป็นการใช้ทริคบังคับตัวละครให้แข่งกับเวลานั่นเอง ซึ่งหากเราลองเปลี่ยนจากนิยายสืบสวนเป็นนิยายรัก เราอาจจะใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ความรัก และเร่งเรื่องราวให้เข้มข้นขึ้นได้ เช่น พระเอกมีเวลาพิสูจน์ความรักกับนางเอกอีกเพียงแค่ 7 วัน ก่อนที่นางเอกจะแต่งงานกับคนอื่น หรือไปเรียนต่อ หรือย้ายถิ่นฐานไปที่ห่างไกล เป็นต้น ฉากแนวนี้หลายคนอาจจะเคยเห็นในนิยายรักไปแล้วหลายเรื่อง แต่เชื่อไหมว่าทริคนี้ไม่เคยเก่าเลยที่จะนำมาใช้ในนิยาย และไม่ต้องกลัวว่าจะซ้ำซากน่าเบื่อ เพราะการจำกัดเวลา ทำให้ช่วงเวลาสั้นๆ มีความหมายมากขึ้นได้จริงๆ ไม่ว่าจะในแง่ของความรัก การค้นหาความจริง หรือการหลบหนี ช่วงเวลาเร่งด่วน ทำให้นักอ่านหมกมุ่น และเฝ้ารอตอนต่อไปได้จริงๆ นะ 
 


 

3. ทริคบอกใบ้

หากใครจะใช้ทริคนี้ ต้องอาศัยเทคนิคการเล่าเรื่องพอสมควรเลยค่ะ เพราะนักอ่านสมัยนี้เปรียบเหมือนเชอร์ล็อก โฮล์มกันแล้ว เผลอๆ เป็นยิ่งกว่านักเขียนเสียอีก เพราะนักอ่านมักจะจดจำเรื่องราวที่อ่านไปแล้วได้ดี สามารถผูกโยงเรื่องราวต่างๆ จนสามารถคาดเดานิยายเรื่องนั้นๆ ได้ เพียงแค่อ่านเรื่องย่อด้วยซ้ำ ดังนั้นในนิยายแนวสืบสวนหลายๆ เรื่องที่มีการใช้ทริคเดิมเพื่อพลางตานักอ่านบ่อยๆ เมื่อนักอ่านเดาทางจากทริคได้ เรื่องราวเหล่านั้นก็จะไม่น่าตื่นเต้น และไม่น่าสนใจอีกต่อไป นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่แนวสืบสวนมักจะซ่อนปมจนมิด และเผยเรื่องราวเพียงน้อยนิดเพื่อให้นักอ่านร่วมกันสืบหาความจริงไปพร้อมๆ กัน ทริคข้อนี้จึงเป็นการเล่าเรื่องแบบบอกใบ้ ที่นักเขียนต้องทิ้งร่องรอยบางสิ่งบางอย่างเอาไว้ และไม่เปิดเผยความสำคัญของสิ่งนั้นๆ จนกว่าจะถึงจุดสำคัญของเรื่อง โดยนักเขียนจำเป็นต้องใช้ทริคนี้ตั้งแต่ต้นเรื่องเพื่อเป็นการบอกใบ้และดึงดูดใจนักอ่าน จากนั้นค่อยนำสิ่งที่เคยบอกใบ้กลับมาเล่าใหม่อีกครั้งในภายหลัง 
 

4. ทริคคู่ตรงข้าม

จะมีอะไรที่ทำให้นักอ่านหมกมุ่นกับนิยายของเราได้ดีที่สุด นอกจากการแก้ปมปัญหาต่างๆ ได้ด้วยตัวเองก่อนที่นักเขียนจะเฉลยเรื่องราวทั้งหมด ความภูมิใจเล็กๆ น้อยๆ ของนักอ่านนี้ ทำให้นักเขียนต้องมุ่งมั่นและพยายามในการเขียนมากขึ้น เพราะความสนุกของนักอ่าน คือ การได้เจอเรื่องราวที่เหนือความคาดหมายแบบสมเหตุสมผล ดังนั้น ทริคข้อนี้จึงเป็นทริคที่นักเขียนต้องเอาสิ่งที่ดูแล้วไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันได้มาเชื่อมโยงกัน โดยบังคับให้ตัวละครเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดเรื่องราวขึ้นมา ยกตัวอย่าง เช่น เรื่องราวการฆาตกรรมที่มีเหยื่อเป็นคนดีในสายตาของคนในชุมชน เมื่อเขาถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม มีปัจจัยไหนบ้างที่จะเชื่อมโยงได้ว่าเขาถูกฆาตกรรมเพราะความแค้น เป็นต้น ทั้งนี้ นักเขียนจะต้องรู้ว่าการเปิดเผยเรื่องราวที่ไม่เกี่ยวข้องกัน หรือเป็นคู่ตรงข้ามกัน จะต้องมีการวางปมหลัง หรือโยงเรื่องไปยังเรื่องราวในอนาคตได้ด้วย ส่วนตัวอย่างสำหรับนิยายแนวอื่น อาจจะเป็นเรื่องไลฟ์สไตล์ที่ตรงข้ามกันก็ได้ เช่น พระเอกแอบชอบนางเอก และสืบรู้มาว่านางเอกเป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดี ไปเที่ยวสนุกสนานกับเพื่อนๆ เสมอ ทว่านางเอกมักจะมีสถานที่หนึ่งที่เธอมักจะไปนั่งสงบๆ อยู่เสมอ เป็นต้น 
 


 

5. ทริคฝังปมความกลัว

ในนิยายแทบทุกเรื่องนักเขียนมักจะวางปมให้ตัวละคร และเนื้อเรื่องอยู่แล้ว ทริคข้อนี้จึงเป็นทริคที่เฉพาะเจาะจงขึ้นมาหน่อย ตรงที่เราต้องฝังปมให้ตัวละครเอกมีความหวาดกลัวต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง และสามารถกระทบจิตใจของตัวเอกได้ค่ะ ความกลัวเป็นเริ่มต้นเรื่องราวและจุดจบเรื่องที่ดี เพราะมนุษย์ทุกคนมีความกลัว และความกลัวจะผลักดันให้คนคนหนึ่งเติบโตจากความยากลำบากนี้ไปได้แม้จะต้องผ่านเงื่อนไขหรือข้อแม้ต่างๆ มากมายก็ตาม เมื่อเราใช้ทริคนี้ในนิยายของเรา จะทำให้คนอ่านรักตัวละครของเรา และสงสัยถึงที่มาที่ไปของความหวาดกลัวที่นักเขียนสร้างขึ้น ไม่อยากอ่านนิยายพลาดไปเลยสักตอนจนกว่าจะเฉลยว่าความกลัวนั้นมีความเป็นมายังไง และสามารถขจัดความกลัวออกไปได้อย่างไร ตัวอย่างเช่น นางเอกหวาดกลัวสตอล์กเกอร์ ทำให้ระแวงคนรอบข้าง จนส่งผลถึงลักษณะการใช้ชีวิตประจำวัน การดำเนินเรื่องด้วยความกลัวของนางเอก ทำให้นักอ่าน หรือแม้แต่เราที่เป็นนักเขียนน่าจะพอเดากันได้ว่าเจ้าสตอล์กเกอร์ตัวร้ายน่าจะต้องโผล่มาตอนท้ายๆ แน่ๆ แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไปล่ะที่จะสร้างความแตกต่างให้พล็อตเรื่องนี้ได้ เราจะหักมุม หรือจะดำเนินเรื่องด้วยทริค โดยใช้ความกลัวจนจบเรื่อง นี่จึงเป็นวิธีการที่ท้าทายนักเขียนมากๆ ว่าจะใช้ความกลัวมาฝังปมและคลายปมออกไปได้อย่างไร มาลองใช้ทริคนี้กันดูไหมคะ 
 

แต่ละทริคน่าสนใจมากค่ะ หากเราเอาไปปรับใช้ในนิยายของเราได้ พี่เชื่อว่านักอ่านจะต้องอยากติดตามนิยายของเราไปทุกๆ ตอนจนกว่าเราจะเขียนจบเรื่องแน่นอน เพราะแต่ละทริคดูลึกลับและน่าค้นหามากๆ ค่ะ ถ้าหากพี่ได้อ่านนิยายรักที่มีทริคเหล่านี้อยู่ เรื่องราวของนิยายจะต้องน่าตื่นเต้น และชวนให้อยากติดตามมากแน่ๆ นักเขียนคนไหนที่เคยใช้ทริคเหล่านี้ในนิยายแล้ว นำมาเล่าสู่กันฟังได้นะคะ ถือเป็นประสบการณ์สำหรับน้องๆ คนอื่นๆ ส่วนใครที่ยังไม่เคยใช้เลย ต้องลองค่ะ! 

พี่แนนนี่เพน 

Deep Sound แสดงความรู้สึก

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nannypen

พี่แนนนี่เพน - ผู้เขียน

สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #ทริคเขียนนิยาย #เคล็ดลับนักเขียน #พล็อตนิยาย #หักมุมนิยาย

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?