/>

ทำได้จริงไหม!? ชวนออกกำลังสมองสไตล์นักเขียนแค่วันละ 1 ไอเดีย มาแชร์กัน []

วิว

ทำได้จริงไหม!? ชวนออกกำลังสมอง
สไตล์นักเขียนแค่วันละ 1 ไอเดีย
มาแชร์กัน


สวัสดีค่ะนักเขียนชาวเด็กดีทุกคน พี่แนนนี่เพนรู้สึกว่าช่วงนี้ใช้สมองทำอะไรเยอะมาก จนคิดพล็อตคิดไอเดียเขียนนิยายต่อไม่ออกเลย ที่เขียนๆ อยู่ก็ค้างไว้ก่อน พอจะมาต่อก็ดันเขียนไม่ออกซะงั้น ตอนแรกคิดว่าเราคงหมดไฟกับการเขียนนิยายไปแล้ว แต่พอได้อ่านเคล็ดลับที่นักเขียนคนหนึ่งแชร์มาในทวิตเตอร์พี่ก็ปิ๊งไอเดีย แล้วลองหาข้อมูลดูว่ามันทำได้จริงไหม สรุปว่ามันมีวิธีดึงตัวเราให้กลับมาเขียนนิยายได้อีกครั้งจริงๆ ค่ะ เป็นวิธีง่ายๆ ที่แอบเครียดเหมือนกันว่าจะทำได้ไหม เพราะแต่ละวิธีดูแล้วไม่น่าจะกี่ยวกับการเขียนนิยายสักเท่าไหร่ แต่ก็ถือเป็นไอเดียดีๆ ที่น่าลองทำตามดูค่ะ 

ออกกำลังสมองสไตล์นักเขียนแค่วันละ 1 ไอเดีย! 

ต้องบอกก่อนว่าไอเดียต่อไปนี้ไม่ใช่ไอเดียที่เหมาะสำหรับนักเขียนทุกคนนะคะ แต่ละข้อก็เหมาะกับปัญหาของนักเขียนแต่ละคนไป แนะนำให้ลองเลือกมาสักไอเดียที่ชอบและคิดว่าเราน่าจะทำได้มาสักข้อหนึ่ง แล้วมาทำมันให้สำเร็จกันค่ะ
 

1. คิดให้เป็นเรื่องตลก

จริงๆ การคิดเรื่องตลก หรือมุกตลก ต้องอาศัยพรสวรรค์กันสักเล็กน้อย เพราะแต่ละคนก็โตมาด้วยสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน มุกตลกของเราอาจจะไม่ตลกเท่าคนอื่น อาจจะเป็นมุกฝืด มุกแป้ก เล่นแล้วอาจจะมีคนงง ไม่เข้าใจว่าเรากำลังจะสื่ออะไร ถ้าเราไม่ได้เป็นคนที่ทำอะไรแล้วฮา ไอเดียข้อนี้ก็ค่อนข้างยากที่เราจะทำได้ แต่อย่าลืมว่า นักเขียนคือนักสร้างเรื่อง เราจะยอมแพ้แค่เพราะเราไม่มีพรสวรรค์ไม่ได้นะคะ มาเอาชนะสิ่งที่เราไม่เคยทำได้ด้วยการคิดเรื่องตลกกันเถอะค่ะ หากถามว่าการคิดเรื่องตลกวันละ 1 เรื่องจะช่วยเราเรื่องเขียนนิยายได้ยังไง ข้อนี้ช่วยได้แน่นอนค่ะ เพราะมันทำให้เราคิดแยกแยะว่าตัวเราเป็นคนแบบไหน แล้วเรื่องตลกสำหรับเราคืออะไร เมื่อไปเขียนนิยายเราก็จะเข้าใจความคิดของเรามากขึ้น ไม่คิดเปรียบเทียบเรื่องความสนุกของนิยายอีก แล้วถ้าหากใครไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นคิดเรื่องตลกยังไง ลองทำตามทริคง่ายๆ นี้ดูค่ะ คือ คิดทุกเรื่องที่เราเจอให้เป็นเรื่องตลกเท่านั้นเอง แรงบันดาลใจอยู่รอบๆ ตัวเราเสมอ อาจจะเป็นเรื่องที่เราเจอแล้วคิดว่ามันตลกในความคิดเราก็ได้ พอคิดได้แล้วก็จดเก็บไว้ ทำติดต่อกันอย่างน้อยสัก 5 วัน แล้วกลับมาอ่านดู เราอาจจะได้ไอเดียไปเขียนนิยายแบบไม่รู้ตัวก็ได้ ถึงแม้ว่าเรื่องที่คิดมาเราอาจจะคิดว่าไม่ตลกเลยก็ตาม 
 

2. เขียนคำโปรยไม่เกิน 3 บรรทัด

ข้อนี้คือดี ไปรวบรวมนิยายทุกรื่องที่เราเคยเขียนมา แล้วเขียนเรื่องย่อให้นิยายเหล่านั้นใหม่เดี๋ยวนี้เลยค่ะ หากใครที่มีนิยายอยู่แล้ว ลองเรียบเรียงไอเดียของนิยายเรื่องนั้นใหม่อีกครั้งแล้วเขียนคำโปรยเรื่องย่อไม่เกิน 3 บรรทัด โดยมีใจความครบทุกประเด็นให้ได้ คือ ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร โดยใช้หลัก 5W1H มาช่วยด้วย ส่วนใครที่เพิ่งเริ่มเขียนนิยายได้ไม่นาน อาจจะมีนิยายให้มาเขียนเรื่องย่อได้น้อย แนะนำให้หานิยายที่เราเคยอ่านจากเรื่องที่เรา Favorite ไว้ หรือที่ Bookmark เก็บไว้ เลือกมาสักวันละ 1 เรื่อง แล้วมาเขียนคำโปรยให้นิยายเรื่องนั้นใหม่กันค่ะ สิ่งสำคัญคือเราต้องเคยอ่านนิยายเรื่องนั้นด้วยนะคะ ห้ามโกงเด็ดขาด เชื่อได้เลยว่าคนที่ทำแบบนี้ได้ทุกวัน จะมองเห็นภาพรวมของเรื่อง และนิยายที่เราเขียนได้มากขึ้นแน่นอน! 
 


 

3. เล่าเรื่องจากภาพ

เคยได้ยินเรื่อง 1 ภาพล้านความหมายกันใช่ไหมคะ ออกกำลังสมองข้อนี้แนะนำให้เราอยู่เฉยๆ เลยค่ะ ไม่ต้องพยายามหาภาพเพื่อมาเขียนเรื่องราวอะไรเลย ใช้ชีวิตไปตามปกติ ไม่ว่าจะอ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือแม้แต่เล่นเกมก็ทำไปเลย เพียงแต่ระหว่างวันในวันนั้นๆ หากเราเจอภาพอะไรที่สะดุดตา ทั้งที่เป็นรูปภาพ วิดีโอ หรือจากสายตาของเราก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นภาพแรก หรือภาพสุดท้ายของวัน หรือเป็นภาพที่เราถ่ายเองก็ได้ ขอให้เราใช้เวลาเพียง 5 นาที บรรยายภาพเหล่านั้นที่เจอออกมาก็พอ เพียงเท่านี้เราก็ได้ใช้สมองขบคิดเรื่องราวบางอย่างขึ้นมาแล้ว แม้ว่าตลอดทั้งวันเราอาจจะมีเรื่องให้คิดเยอะแยะไปหมด แต่เชื่อเถอะว่า การคิดแบบที่เราจดจ่อกับสิ่งๆ หนึ่งในช่วงเวลาสั้นๆ นั้น จะช่วยให้เราผ่อนคลาย และเกิดไอเดียแบบคาดไม่ถึงเลยล่ะ
 

4. คิดตามหนัง

ไปผ่อนคลายตัวเองด้วยการดูหนัง ดูละคร ดูซีรีส์กันค่ะ เลือกเรื่องที่เราอยากดูมาสักเรื่องหนึ่ง ไอเดียข้อนี้ช่วยเราออกกำลังสมองได้ค่อนข้างดีเลยค่ะ ไม่ต้องเขียนอะไรด้วย แค่ดูแล้วคิดตามให้ได้ก็พอ โดยสิ่งที่เราต้องโฟกัสคือ ปัญหาของเราค่ะ แล้วอะไรคือปัญหาของเรากันล่ะ? ตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนฉาก การดำเนินเรื่อง บทสนทนา หรือแม้แต่มุมมองการเล่าเรื่อง เราสามารถเรียนรู้ได้จากการดูค่ะ มีนักเขียนหลายคนที่บอกว่าเวลาเครียดก็จะดูหนังฟังเพลง หาอารมณ์มาเขียนนิยายกันใช่ไหมคะ การดูหนังแล้วคิดตามก็เป็นวิธีแก้เครียด และแก้ปัญหาให้เราได้เช่นกันค่ะ ลองคิดว่าตอนนี้เรามีปัญหาอะไรอยู่ แล้วในหนังเรื่องที่เราดู เราสามารถเอามาปรับใช้ในการเขียนได้บ้างไหม ซึ่งไอเดียข้อนี้ดูแล้วน่าจะทำได้ง่ายๆ ใช่ไหมคะแค่ดูหนังเอง แต่ถ้าใครไม่รู้ปัญหาของตัวเองก็ค่อนข้างยากเลย คิดเหมือนกันไหม?
 

5.  ต้องมีคำนี้ทุกครั้งที่พูด

ข้อนี้ชาเลนจ์มากค่ะ ใครทำได้สุดยอดเลย เป็นไอเดียที่มีต้นแบบมาจากการพูดภาษาอังกฤษตลอด 1 วันค่ะ โดยเราต้องคิดว่าในหนึ่งวันนี้เราจะพูดคำๆ นี้ให้ได้ทุกครั้งได้อย่างไร ซึ่งจริงๆ แล้วมันค่อนข้างยากมากๆ เลยค่ะ หลายคนอาจจะคิดโกงด้วยการพูดคำว่า “ครับ/ค่ะ” ทุกครั้งที่พูด บอกเลยว่าถ้าจะทำแบบนี้ไม่มีประโยชน์เลยค่ะ คำแนะนำคือ ให้เราเขียนคีย์เวิร์ดคำที่เราน่าจะใช้ประจำเอาไว้ แล้วจับฉลากขึ้นมาแทนค่ะ จับมาอย่างน้อย 3 คำ แล้วใช้สามคำนี้ในการพูดอย่างน้อยกับคน 3 คน เป็นชาเลนจ์ง่ายๆ ที่ทำให้เราต้องคิดว่าจะพูดอะไรออกไปดี ซึ่งจริงๆ แล้วคำที่เราเขียน เราสามารถอ้างอิงมาจากการทำงาน จากการเรียนในชีวิตประจำวันของเราได้ค่ะ เอาที่ใช่แน่ๆ มาเลย แล้วเราจะได้รู้กันว่าเรามีคลังคำในการพูดและการเขียนมากน้อยแค่ไหน!
 


 

นอกจากนี้ ยังมีการไปออกเดทกับเพื่อน เพื่อเอาวิธีการออกเดทมาเขียนนิยาย, การฝึกพิมพ์ให้ได้จำนวนคำในเวลาที่กำหนด เพื่อเขียนนิยายให้เร็วยิ่งขึ้น, การฟังเพลงต่างชาติที่เราไม่รู้จัก แล้วให้บรรยายว่าเพลงนั้นๆ น่าจะสื่อความหมายถึงอะไร ซึ่งถ้าหากนักเขียนชาวเด็กดีมีไอเดียออกกำลังสมองอื่นๆ ที่น่าสนใจ สามารถแนะนำเข้ามาในคอมเมนต์ได้เลยนะคะ ส่วนไอเดียทั้ง 5 ข้อที่พี่นำมาบอกต่อนั้น พี่คิดว่าการดูหนังน่าจะเหมาะกับวิธีการเขียนของพี่มากที่สุดค่ะ เพราะพี่อยากได้แรงบันดาลใจในการเล่าเรื่อง อยากรู้ว่าตัวละครแต่ละตัวสามารถเชื่อมโยงกันได้ยังไงบ้าง ซึ่งใครที่ตอนนี้กำลังมีปัญหาอะไรอยู่ มาลองฝึกออกกำลังสมองด้วยวิธีง่ายๆ เหล่านี้กันได้เลยนะคะ ได้ผลไม่ได้ผลยังไงมาบอกต่อกันด้วยนะทุกคน  ^^

พี่แนนนี่เพน 

ขอบคุณรูปภาพจาก 
https://unsplash.com/

Deep Sound แสดงความรู้สึก

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nannypen

พี่แนนนี่เพน - ผู้เขียน

สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นักเขียน #นิยาย #ไอเดียนิยาย

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?