/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการพัฒนาประสบการณ์ของผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน นโยบายคุกกี้ ยอมรับ เรียนรู้เพิ่มเติม

เซฟโซนที่ปลอดภัยและมีความสุขของ อัมริสา = การเขียนนิยาย []

วิว

เซฟโซนที่ปลอดภัยและมีความสุขของอัมริสา
คือการเขียนนิยาย
 

สวัสดีค่ะ ชาวเด็กดีทุกคน เชื่อว่าแต่ละคนก็คงจะมีพื้นที่เซฟโซนแตกต่างกันไป บางคนอาจมอง “บ้าน” เป็นสถานที่ที่เราอยู่แล้วสบายใจที่อยู่ หรืออย่างพี่หญิงมองการ “อ่านนิยาย” เป็นเซฟโซนที่ทำให้ผ่อนคลาย ไม่เครียด ได้หลีกหนีจากความเป็นจริงไปท่องเที่ยวในโลกจินตนาการ และสำหรับนักเขียนที่พี่หญิงพามาให้รู้จักในวันนี้ เธอมีเซฟโซนเป็น “การเขียนนิยาย” ค่ะ  “อัมริสา” เล่าให้เราฟังระหว่างการสัมภาษณ์ว่า.. การเขียนนิยายทำให้เธอหลุดพ้นจากทุกปัญหา ได้ดำดิ่งสู่จินตนาการของตัวเอง เป็นการพักผ่อนที่แสนมีความสุข ทั้งที่สำคัญการเขียนนิยายยังทำให้เธอได้ส่งต่อความสุข ความรู้สึกดีๆ ไปยังพี่ๆ น้องๆ ทุกคนได้อีกด้วย

ได้ฟังแล้ว พี่หญิงก็ไม่แปลกใจเลยค่ะ ว่าทำให้นักอ่านแต่ละคนถึงได้อิน และมีความสุขไปกับการอ่านนิยายนัก เพราะนักเขียนส่งต่อพลังบวกดีๆ แบบนี้ออกมาอยู่ตลอดนั้นเอง แต่เห็นอย่างนี้แล้ว กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ก็ไม่ง่ายนะคะ อัมริสาก็เป็นนักเขียนคนหนึ่งที่เคยผ่านช่วงเวลาที่อยากลด ละ เลิก ทิ้งหารเขียนนิยายไปเช่นกัน 

แต่เพราะอะไรถึงเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น และอะไรทำให้อัมริสาตัดสินใจกลับมาเขียนนิยายอีกครั้งจนได้ตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ ไปร่วมค้นหาพร้อมๆ กันได้ในบทสัมภาษณ์นี้กันเลยค่ะ



Q : แนะนำตัวกับชาวเด็กดีหน่อยจ้า 

อัมริสา : สวัสดีชาวเด็กดีทุกคนค่ะ นามปากกา อัมริสา นะคะ ผลงานเขียนตอนนี้มีสองเล่มคือ Race queen รักอันตรายของนายจอมโหด กับเล่มล่าสุดเรื่อง สัมพันธ์ลับสัมผัสรัก ตอนนี้ทำงานกับเขียนนิยายเป็นงานอดิเรกค่ะ

Q : นามปากมีที่มายังไง ทำไมถึงใช้สองนามปากเลย

อัมริสา : นามปากกาผิงกั่วเหวิน ได้มาตอนเริ่มเขียนนิยายจีนเรื่องแรกค่ะ แต่มาเปลี่ยนเป็นอัมริสา เพราะนิยายที่ได้ตีพิมพ์เป็นนิยายรัก เลยขอพี่ บก.เปลี่ยนให้เข้ากับเนื้อเรื่องที่เขียนค่ะ

Q : จุดเริ่มต้นการเขียนนิยาย

อัมริสา : ที่เริ่มเขียนเพราะอยากลองเปลี่ยนงานอดิเรกดูค่ะ เพิ่งเขียนครั้งแรกตอนกลางปี 60 นับถึงปัจจุบันก็ประมาณ 2 ปีกว่าค่ะ นิยายเรื่องแรกที่เขียน ก็ลงในเด็กดี เป็นนิยายจีนชื่อเรื่อง สมุนน้อยเด็กสร้างท่านแม่ทัพ สถานะปัจจุบันคือยังไม่จบค่ะ แต่ก็จะพยายามเข็นให้จบนะคะ รักคนอ่าน หลงใหลคนทวงค่ะ(ฮา) 

Q : กว่านิยายจะได้ตีพิมพ์

อัมริสา : ส่วนตัวเริ่มต้นเส้นทางนักเขียนแบบงง ๆค่ะ คือปกติเป็นนักอ่าน ไม่เคยคิดจะเป็นนักเขียนเลย เป็นหนอนหนังสือมาตลอด แต่วันหนึ่ง นิยายที่ได้อ่าน ไม่ได้คลายเครียดอีกต่อไป ไม่ใช่หนังสือไม่ดีนะคะ มันดีมาก แต่ตอนนั้นไม่ใช่สิ่งที่ตอบโจทย์ ซึ่งมันเป็นอารมณ์ที่อธิบายลำบาก คือจากที่เครียดเรื่องงาน ยังต้องมาเครียดเพราะอ่านนิยายอีก เลยวางหนังสือลงแล้วลองทบทวนตัวเองดูค่ะ ว่าอยากทำอะไรกันแน่ จากที่เป็นฝ่ายรับมาตลอด เลยเลือกที่จะลองเป็นฝ่ายให้ดูบ้าง ลองระบายความคิดออกมาเป็นตัวอักษรดูค่ะ คิดว่าเป็นการผ่อนคลายตัวเองอย่างหนึ่ง

เขียนเรื่องแรกก็งานเข้าเลย(ฮา) คนเขียนไม่เป็นก็คือเขียนไม่เป็นค่ะ ไม่เป็นสัปปะรดเลย คนวิจารณ์ค่อนข้างเยอะ เลยแอบไปพักใจในทวิตเตอร์อยู่หลายเดือน จนเริ่มสนิทกับคนหลายคนในนั้น จากการตามรายการเซอร์ไวเวอร์นักร้องด้วยกัน พอเห็นเพื่อนในทวิตเครียดเวลามีดราม่า ก็อยากช่วยฮีลใจ เลยกลับมาคิดอีกครั้งว่าเราพอจะทำประโยชน์อะไรได้บ้าง นอกจากทุ่มโหวตกับเปย์เงิน (ฮา) ก็คิดได้ว่าเราพอเขียนนิยายได้ ถึงมันจะไม่ได้ดีมาก แต่ก็คิดว่าทำสนุก ๆ แจกเพื่อนอ่านค่ะ เลยเริ่มเขียนฟิคสั้น ๆให้อ่าน จนจบไปสองเรื่อง ผลตอบรับที่ได้กลับมาค่อนข้างดี สภาพจิตใจเราก็เหมือนได้รับการเยียวยาไปด้วย

จากที่คิดว่าจะเลิกแล้ว ไม่เอาแล้ว พอกันที เลยลองกลับมาเขียนนิยายจริงจังอีกครั้ง เพราะเพื่อนในทวิตเตอร์แนะนำว่าถ้าชอบรถ ก็เขียนเรื่องรถสิ ก็เลยลองดูค่ะ แล้วสำนักพิมพ์ก็ติดต่อมา ตอนนั้นก็ยังไม่เชื่อ ปล่อยเบลออยู่สองอาทิตย์ จนพี่เขาทักมาอีกครั้งว่าผ่านนะ ให้เริ่มส่งงาน กว่าจะเชื่อว่าตัวเองได้ตีพิมพ์จริง ๆ ก็กินเวลาไปเป็นเดือน จนเห็นสัญญา ถึงเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงค่ะ

ส่วนตอนนี้ก็ยังอยู่ในช่วงพัฒนาตัวเองอยู่เลยค่ะ ยังไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ใช่ ว่าจะลองเขียนไปเรื่อย ๆ ก่อนค่ะ หวังว่าวันนึงจะเจอสิ่งที่ตัวเองชอบจริง ๆ

Q : เขียนนิยาย ยากตรงไหน

อัมริสา : การจัดสรรเวลาค่ะ เพราะทำงานด้วย เวลาในการเขียน การให้ความสำคัญ หรือใส่ใจกับเนื้องานเลยน้อยมาก กว่าจะได้เขียนนิยาย พลังงานระหว่างวัน ก็ถูกใช้ไปจนหมด ได้เขียนแต่ละทีคือหลังเที่ยงคืนตลอด ก็เลยออกมาแนวมึนผสมเบลอ พอกลางวันช่วงไหนที่พอจะมีเวลาว่าง ลองมานั่งไล่อ่านสิ่งที่ตัวเองเขียนเมื่อคืน ก็ต้องเกาหัว พร้อมกับสงสัยตลอดว่าเมื่อคืนเขียนอะไรลงไป (ฮา)

Q : ตัวละครแบบไหนที่ไม่ชอบ ไม่ถนัด

อัมริสา : ไม่ชอบ น่าจะไม่มีค่ะ แต่ละตัวละครเขาก็มีเสน่ห์ของเขา แต่ที่ไม่ถนัด ก็แทบจะทั้งหมด เพราะประสบการณ์ในงานเขียนค่อนข้างน้อยค่ะ คงต้องสั่งสมความรู้อีกเยอะ ถึงจะตอบได้ว่า แบบไหนที่ถนัดหรือไม่ถนัดค่ะ

Q : กำลังใจในการเขียน คือ….

อัมริสา : กำลังใจหลักในการเขียนเลย คืออยากเห็นตอนจบของเรื่องค่ะ อยากรู้ว่าจะเป็นยังไง เลยเขียนไปเรื่อยๆ ด้วยความสนุก ลุ้นจุดจบของทุกตัวละครไปพร้อมๆ กับนักอ่าน ส่วนคอมเมนต์นี่เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนตายระหว่างทางเลยค่ะ (ฮา)  เป็นทั้งกำลังใจ คนพิสูจน์อักษร กูรูด้านต่าง ๆ ที่จะแนะนำ ติ ชม กันเสมอ

Q : เคยได้รับคอมเมนต์แรงๆ ไหม รับมือกับมันยังไง

อัมริสา : เคยค่ะ เรื่องแรกที่เขียน ดันไปจับงานยากโดยไม่รู้ตัว เพราะแค่นึกอยากเขียน ก็เขียน โดยไม่ได้ประเมินตัวเองว่าไหวไหม เลยได้รับคอมเมนต์อย่างท่วมท้น จากที่น้อมรับคำติ ก็เริ่มจะน้อมรับไม่ไหว เพราะตอนนั้นยังไม่รู้แม้กระทั่งว่า ต้องใช้สรรพนามยังไงให้ถูกต้อง มุมมองของตัวละครก็สับสน เรียกได้ง่าย ๆว่าเละค่ะ 

วิธีแก้คือร้องไห้ (ฮา) แล้วถอดล็อกอินเข้าไปถามวิธีแก้ปัญหาในบอร์ดนักเขียนของเด็กดีค่ะ ซึ่งก็ช่วยเรื่องสภาพจิตใจได้เยอะนะคะ อย่างน้อยก็ได้รู้ว่า อ๋อ นี่มันคือเรื่องปกติที่นักเขียนส่วนมากต้องเจอ และต้องแก้ปัญหาโดยการพัฒนาฝีมือตัวเอง หลายคนที่เข้ามาช่วยตอบคำถามในกระทู้นั้น ก็ยังรู้สึกขอบคุณอยู่เสมอค่ะ 

Q : เม้าถึง “สัมพันธ์ลับ สัมผัสรัก” 

อัมริสา : เป็นเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับพฤติกรรมซับซ้อนของมนุษย์ค่ะ การกระทำของคนคนหนึ่ง อาจส่งผลกระทบต่อใครหลายคนโดยไม่รู้ตัว ความสัมพันธ์ในครอบครัวมักเป็นจุดเริ่มต้นที่สร้างความสับสนให้เด็ก และเด็กในที่นี้คือนางเอกของเรา ที่โหยหาความรัก จนสามารถมองข้ามได้ทุกอย่าง เพื่อรักษาสิ่งที่ตัวเองคิดว่านั่นคือความรักไว้ให้นานที่สุด ดูโง่ แต่ก็ดูน่าสงสารไปพร้อมๆ กัน ฟังดูดราม่า แต่จริงๆ ในเรื่องมันขำนะคะ เพราะตัวละครค่อนข้างมีเหตุผล และใช้ชีวิตอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจโลก

Q : แรงบันดาลใจในการเขียนมาจาก….

อัมริสา : มาจากหลายอย่างค่ะ หลักๆ เลย คือความขี้ลืมของตัวเอง เป็นคนที่มีปัญหาในการจดจำใบหน้าผู้คน เลยใช้จุดนี้มาลองต่อยอด บวกกับใส่จินตนาการของตัวเองลงไปผสมค่ะ แล้วประสบการณ์ส่วนตัวสมัยเรียนมัธยมเราจะเห็นเพื่อนผู้หญิงมักจะคบหาเพศเดียวกันกับตนเองหลายคน แต่พอโตขึ้น ก็หันกลับไปคบกับเพศตรงข้าม ซึ่งเราก็ไม่ทราบเหตุผลส่วนตัวของเขา แต่ก็ไม่ได้แปลกใจอะไรนะคะ เพราะเรื่องแบบนี้มันคงอธิบายยาก เรื่องสับสนจะเกิดขึ้นกับใครก็ได้ วันนั้นอาจจะใช่ แต่พอเวลาผ่านไปอาจจะไม่ใช่แล้วก็ได้ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าความรู้สึกตอนนั้นมันไม่จริงงงไหม (ยิ้ม)

แง่มุมของความรักมันไม่จำเป็นต้องยึดติดกับคำว่าเพศ ก็แค่มนุษย์คนหนึ่ง หลงรักมนุษย์อีกคนก็เท่านั้นเอง เหตุผลที่เขาคบกัน มันเป็นแค่เรื่องของความรู้สึก ไม่ใช่รูปลักษณ์ภายนอก 

Q : ทำไมถึงเขียนให้ “เกล” ยังตกอยู่ในสถานะความสัมพันธ์แบบ “รู้ว่าหลอก รู้ว่านอกใจ แต่ก็ยอมทน” 

อัมริสา : คิดว่าหลายคนก็น่าจะเคยตกอยู่ในสภาพนี้ คือรู้ แต่ก็ไม่ได้เลือกที่จะถอยออกมา ถ้าถามคนที่มองอยู่ด้านนอก เป็นใครก็ต้องบอกว่า ก็เลิกสิ ทนทำไม แต่จริงๆ มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น คนทุกคนย่อมต้องพยายามรักษาความสัมพันธ์ของตัวเองไว้ และหวังว่าสักวันนึง มันจะดีขึ้น ถึงจะรู้ว่าจริงๆ มันจะไม่มีวันดีขึ้น แค่รอวันพัง แต่ใจก็ยังแอบหวัง ยังเข้าข้างตัวเองอยู่ก็เลยยอมทนต่อไปเรื่อยๆ

Q : คิดว่าอะไร ทำให้นักอ่านอินกับงานเขียนของเรา

อัมริสา : ส่วนมากน่าจะเป็นเพราะตามอ่านกันมาหลายเรื่องค่ะ พอจะรู้สไตล์กัน ที่ได้ยินบ่อยๆ จะชอบอ่านช่วงบรรยายเป็นพิเศษเพราะนึกภาพตามได้ชัด ที่อินมาก น่าจะเป็นเรื่องเก่าที่มีโอกาสได้บรรยายเกี่ยวกับการแข่งรถ เพราะคนเขียนอินมาก นักอ่านเลยน่าจะอินตามกันไปด้วย

Q : ความประทับใจระหว่างการเขียนนิยาย

อัมริสา : ประทับใจนักอ่านที่ยอมรอ แม้เราจะใช้เวลาในการเขียนค่อนข้างนาน เพราะไม่ใช่มืออาชีพ ก็ยังคงรอกัน ไม่ได้หายไปไหน

Q :  ถ้าเปรียบ “สัมพันธ์ลับ สัมผัสรัก” เป็น “สี” 

อัมริสา : เป็นสีเทาค่ะ เพราะคนทุกคนก็เป็นแบบนี้ ไม่มีใครดี หรือไม่ดีร้อยเปอร์เซนต์ ทุกคนย่อมมีเหตุผลในการกระทำของตัวเอง จะมองว่ามันดีหรือไม่ดี ก็ขึ้นอยู่กับว่า เรามองมันในมุมมองของใคร

Q : คติประจำใจในการเขียนนิยายคือ...

อัมริสา : คติไม่น่าจะมีค่ะ ก็แค่เขียนสิ่งที่อยากเขียน มีความสุขในทุกช่วงเวลาที่ได้ทำในสิ่งที่ชอบ จะได้ไม่เสียใจว่าทำไมไม่ลองลงมือทำเรื่องสนุก ๆดูค่ะ

Q :  การเขียนนิยายสำหรับเราคือ...

อัมริสา : คือการพักผ่อน คือความสุข เป็นสิ่งที่ทำให้หลุดพ้นจากทุกปัญหา แล้วจมลงไปอยู่ในจินตนาการของตัวเอง เป็นเซฟโซนที่ดีค่ะ

Q : ฝากถึงนักเขียนชาวเด็กดีที่กำลังรู้สึกท้อแท้กับการเขียนนิยาย

อัมริสา : เราเองก็ท้อบ่อย ๆ และมักจะสงสัยว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่เสมอ ตอนปีแรกที่เริ่มเขียนงาน เราปิดทุกคนรอบตัวหมดว่ากำลังทำอะไรอยู่ เพราะไม่อยากให้คนที่บ้านรู้สึกว่าเรากำลังทำสิ่งที่ไร้สาระ ถ้าจะพังก็ให้มันพังไปคนเดียว ไม่ต้องให้ใครมารับรู้กับเรา แต่การคิดแบบนั้น ทำให้เราเหนื่อยมากขึ้นไปอีก พอเราเริ่มเปิดใจกับคนใกล้ตัว และเริ่มลองปรึกษาดู เรากลับพบว่าการเขียนนิยายมันสนุกมากขึ้น เมื่อมีคนให้แชร์ความรู้สึก ลองแชร์ความรู้สึกของคุณกับคนที่ไว้ใจดูค่ะ

และอยากจะบอกว่าเราเป็นคนที่ไม่เก่งเลย แม้เราจะเป็นคนชอบอ่าน แต่ใช่ว่าเราจะเขียนงานเป็น เราเริ่มเขียนงานโดยที่ไม่รู้จักมุมมองการเขียน ไม่รู้จักการเลือกใช้สรรพนาม เขียนทับศัพท์ก็ผิด เขียนย้อนอดีตก็ยังมีคำศัพท์ปัจจุบันลงไปปะปน ทุกความรู้เราได้มาจากการกล้าที่จะเริ่มเขียน ทุกจุดผิดพลาดนักอ่านเป็นคนแนะนำ แทบจะทุกบรรทัดที่เราพิมพ์ลงไปนั่นคือการได้เรียนรู้ในสิ่งใหม่ ๆเสมอ ครูของเราคือนักอ่าน ฉะนั้นเราว่า สำหรับทุกคนที่มีใจรักในงานเขียน ย่อมทำได้ดีกว่าเรา ที่มายืนอยู่บนเส้นทางนี้แบบงง ๆแน่นอนค่ะ

Q :  ความในใจถึงนักอ่าน

อัมริสา : เลิฟยู อันนี้บอกกันบ่อยมาก(ฮา) คือชอบบอกรักนักอ่าน เพราะไม่รู้ว่าเขาจะตามงานเราไปอีกนานแค่ไหน ก็ชิงบอกก่อนในวันที่เขายังอยู่กับเรา บางคนโตขึ้น สไตล์การอ่าน ความชอบก็อาจจะเปลี่ยนไป ซึ่งนักอ่านไม่ผิด อย่างน้อยครั้งหนึ่งเขาก็เคยอยู่กับเรารักงานเขียนของเรา ก็ขอบคุณทุกคนมาก ๆนะคะ ที่คอยอยู่ข้าง ๆกัน คอยให้กำลังใจ และสนับสนุนในทุกช่องทาง จนผลักดันเรามาไกลถึงตรงนี้ ถ้าไม่มีนักอ่าน เราก็ไม่ใช่นักเขียน เป็นแค่คนตัวเล็ก ๆคนหนึ่ง ที่จะจินตนาการเรื่องราวต่าง ๆให้อยู่แค่ในหัวของตัวเอง และจบมันเงียบ ๆคนเดียวตามลำพัง ขอบคุณที่ให้โอกาสกัน รับฟังเสียงความคิดของเรา ขอบคุณทุกคนมากค่ะ หวังว่าจะอยู่ด้วยกันไปนาน ๆนะคะ

และสุดท้ายนี้ก็ขอฝากนิยายเรื่อง Race Queen รักอันตรายของนายจอมโหด และเรื่อง สัมพันธ์ลับ สัมผัสรัก ด้วยค่ะ ส่วนเรื่องใหม่ที่กำลังเขียนอยู่ ชื่อเรื่อง ปาฏิหาริย์ร้ายกลายรัก สามารถอ่านในเว็บเด็กดีได้เลยค่ะ

สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณชาวเด็กดีที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ด้วยนะคะ เราไม่ใช่คนดัง ออกจะโนเนมมากด้วยซ้ำ ต้องขอบคุณแอดมินที่ติดต่อมานะคะ หวังว่าการแชร์ประสบการณ์ในมุมมองของคนเก็บตัวแบบเรา จะปลุกไฟให้นักเขียนท่านใหม่ ๆได้บ้าง ขอบคุณทุกคนมากค่ะ


------------------
 

อ่านจบแล้วก็ทำให้เรารู้เลยว่า กว่าจะเดินมาถึงจุดนี้ได้ “อัมริสา” ต้องผ่านอะไรมาไม่น้อยเช่นกัน เธอเคยผ่านความรู้สึกที่อยาก “เท” การเขียนนิยายทิ้ง เคยต้องเผชิญหน้ากับคำวิจารณ์ ความผิดหวัง ความเสียใจ จนทำให้เกิดความท้อแท้ หวาดหวัดในการเขียน เหมือนน้องๆ นักเขียนชาวเด็กดีหลายคนเช่นกัน แต่เพราะความไม่ยอมแพ้ และอยากแชร์จินตนาการของตัวเองกับทุกคน ทำให้ในที่สุดแล้วเธอก็สามารถเอาชนะความกลัวของตัวเอง กลับมาเขียนนิยายอีกครั้งได้สำเร็จ ได้ตีพิมพ์นิยายอย่างที่เคยวาดหวังเอาไว้ 

หากน้องๆ คนไหนกำลังท้อแท้ ผิดหวังกับการเขียนนิยายแล้วผ่านมาอ่านบทสัมภาษณ์นี้ พี่หญิงก็อยากให้น้องๆ มอง “อัมริสา” เป็นตัวอย่างของนักเขียนที่เคยผิดหวังแล้วกลับมาลุกขึ้นสู่นะคะ ความสำเร็จไม่ได้มาง่ายๆ ถ้าเพียงเราไม่ยอมสักวันหนึ่ง สิ่งที่เราหวังจะต้องเป็นจริงแน่นอนค่ะ สู้ๆ นะคะ นัก (อยาก) เขียนทุกคน
 

พี่หญิง

 

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=ying

พี่หญิง - ผู้เขียน

มนุษย์บ้านิยายที่สิงอยู่แถวๆ คลังนิยายเด็กดีเป็นประจำ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #อัมริสา #Race queen #รักอันตรายของนายจอมโหด #สัมพันธ์ลับสัมผัสรัก #นิยายรัก #ผิงกั่วเหวิน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?