ที่สุดของ “ดร. ซูสส์” นักเขียนที่สอนให้
เด็กโตเป็นผู้ใหญ่แบบไม่เจ็บปวด
“ยิ่งคุณอ่านมากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งเรียนรู้มากขึ้นเท่านั้น”
สวัสดีค่ะชาวเด็กดีทุกคน ในช่วงต้นเดือนมีนาคมของทุกปีนั้น เด็กๆ ชาวอเมริกันจะเริ่มกิจกรรม “Read Across America Day” ด้วยการอ่านหนังสือในวันเกิดของดร. ซูสส์ หรือ ธีโอดอร์ ซัส กีเซล ในวันที่ 2 มีนาคมของทุกปี เพื่อระลึกถึงนักเขียนหนังสือเด็กชาวอเมริกันที่มีผลงานยอดเยี่ยมมาแล้วกว่าแปดสิบปี และมีผลงานมาแล้วมากกว่าหกสิบเรื่อง โดยในวันดังกล่าวจะมีกิจกรรมสำหรับเด็กเพื่อกระตุ้นให้เด็กๆ ได้อ่านหนังสือ และเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ผ่านการอ่านมากขึ้น ซึ่งกิจกรรมที่ว่านี้ไม่ได้เน้นให้อ่านหนังสือเด็กของ ดร. ซูสส์ เพียงคนเดียวนะคะ เราจะอ่านเรื่องไหนของใครก็ได้ แล้วแต่ความชอบของเราเลยค่ะ
แต่พี่แนนนี่เพนเป็นหนึ่งในคนที่โตมากับหนังสือของดร. ซูสส์ น่ะสิ ถ้ามีกิจกรรมแบบนี้ที่บ้านเรา พี่ก็คงเลือกกลับไปอ่านหนังสือของเขาย้อนหลังแน่นอน แม้จะจำไม่ได้แล้วว่าเรื่องแรกที่อ่านคือเรื่องอะไร แต่ว่าเรื่องโปรดที่พี่ยกให้เป็นที่สุดในดวงใจเลยก็มีอยู่สามเรื่องด้วยกัน คือ How the Grinch Stole Christmas, Green Eggs and Ham และ The Cat in the Hat ซึ่งทุกเรื่องล้วนเป็นหนังสือสำหรับเด็กที่พี่ย้อนกลับไปอ่านทีไรก็ได้ความคิดดีๆ กลับมาเสมอ แม้ว่าตอนยังเด็กอ่านแล้วจะเข้าใจไปแบบหนึ่ง แต่เมื่อโตขึ้นแล้วได้กลับไปอ่านซ้ำอีกครั้ง ก็ทำให้พี่ได้เห็นว่าดร. ซูสส์ ไม่ได้เป็นเพียงนักเขียนหนังสือสำหรับเด็กเท่านั้น แต่เขายังเป็นแรงบันดาลใจชั้นดีของคนที่อยากสร้างสรรค์ผลงานได้อีกด้วย
Why fit in when you were born to stand out?
ทำไมต้องทำตัวให้เหมือนคนอื่น ในเมื่อคุณเกิดมาเพื่อแตกต่าง
ก่อนที่ ดร. ซูสส์ จะเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในฐานะเจ้าแห่งหนังสือเด็ก เขาคือ ธีโอดอร์ ซัส กีเซล เด็กหนุ่มซนๆ คนหนึ่งนี่แหละค่ะที่อยากรู้อยากลองจนเกือบโดนไล่ออกจากมหาวิทยาลัย แถมพ่อของกีเซลยังอยากให้เขาเรียนหมอเพราะมองว่าเป็นอาชีพที่มั่นคงอีกด้วย ดูๆ แล้วกีเซลก็มีวัยเด็กเหมือนชีวิตของใครหลายคนอยู่เหมือนกันนะคะ ที่ถูกคาดหวังจากครอบครัวให้ทำสิ่งต่างๆ เพื่ออนาคตที่ดี แต่ด้วยเส้นทางที่กีเซลเลือกเดินนั้นเป็นถนนสายนักเขียน เขาจึงเติมเต็มความฝันของพ่อด้วยการเป็น ดร. ซูสส์ ผู้โด่งดังในวงการหนังสือแทนยังไงล่ะ แม้กีเซลจะไม่ได้เป็นหมอจริงๆ แต่คุณพ่อก็น่าจะภูมิใจในตัวกีเซลมากๆ เลยนะคะ ถ้าหากรู้ว่าทางที่ลูกเลือกเดินในวันนั้น ทำให้กีเซลประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้
You're on your own, And you know what you know.
And you're the one who'll decide where to go...
ชีวิตเป็นของคุณคนเดียว คุณเท่านั้นที่รู้จักตัวเอง
และมีสิทธิ์กำหนดทางเดินชีวิตของตัวเอง
จากที่กีเซลเลือกเดินบนเส้นทางนักเขียน จนกลายเป็นดร. ซูสส์ ผู้โด่งดัง เส้นทางของเขาไม่ได้เรียบง่าย และเป็นที่รู้จักในทันทีเลยนะคะ กีเซลผ่านผ่านการถูกปฏิเสธเหมือนนักเขียนคนอื่นๆ มาเยอะมากๆ โดยเฉพาะหนังสือสำหรับเด็กเรื่องแรกที่เขาเขียนเรื่อง And to Think That I Saw It on Mulberry Street ที่ถูกปฏิเสธมากถึง 27 ครั้ง ก่อนจะได้รับการตีพิมพ์ในปีพ. ศ. 2480 จากนั้นกีเซลก็ได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับเด็กอีกหลายเรื่อง จนกระทั่งเขาได้รับโจทย์จากสำนักพิมพ์ให้ใช้คำศัพท์ที่กำหนดให้ 400 คำ นำมาเขียนเป็นเรื่องราวสำหรับเด็กโดยใช้คำไม่เกิน 250 คำให้ได้ ซึ่งกีเซลทำเรื่องที่ท้าทายนี้ด้วยการเขียนหนังสือเรื่อง The Cat in the Hat ด้วยจำนวนคำเพียง 236 คำเท่านั้น
หนังสือเรื่อง The Cat in the Hat ทำให้กีเซลได้พิสูจน์ตัวเองในฐานะ ดร. ซูสส์ ไปด้วยว่าเขามีพรสวรรค์ที่จะเล่าเรื่องราวส่งถึงเด็กๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม เบื้องหลังของหนังสือเรื่องนี้กีเซลได้แรงบันดาลใจมาจากการไม่รู้หนังสือของเด็กอเมริกัน เขาจึงสร้างเรื่องราวที่เต็มไปด้วยคำศัพท์ง่ายๆ และสอดแทรกบทเรียนบางอย่างเอาไว้ในหนังสือเรื่องนี้ จนได้รับการยอมรับจากผู้ปกครองทั่วโลกให้ The Cat in the Hat เป็นหนังสือสอนเด็กที่เหมาะสำหรับคนที่กำลังเริ่มอ่าน และเขียนที่ดีที่สุด
ทั้งนี้ ในหนังสือ The Cat in the Hat ยังได้สอดแทรกเรื่องราวให้เด็กๆ และผู้ปกครองได้เห็นว่า การไม่ได้ลงมือทำอะไรเลยในตอนเด็ก อาจส่งผลให้พวกเขาไม่ค่อยมีความคิดสร้างสรรค์ ไม่กล้าที่จะจินตนาการ คอยรับฟังแต่คำสั่งสอนของผู้ใหญ่จนเคยชิน จนไม่กล้าตัดสินใจด้วยตัวเอง และแม้ว่าการตัดสินใจนั้นจะเกิดความผิดพลาดในภายหลัง แต่ในทางกลับกันการตัดสินใจนั้นก็สร้างความกล้าและเป็นบทเรียนให้เด็กๆ ได้เหมือนกัน
I like nonsense,It wakes up the brain cells.
Fantasy is a necessary ingredient in living.
ฉันชอบเรื่องไร้สาระ เพราะมันช่วยกระตุ้นเซลล์ความคิดของฉัน
จินตนาการคือส่วนสำคัญของชีวิต
นอกจากนี้ ผลงานของกีเซลยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าสอดแทรกการเมืองเข้าไปในหนังสือสำหรับเด็กอีกด้วย ซึ่งแม้กีเซลจะดูสนุกกับการเขียนหนังสือเกี่ยวกับเด็ก แต่เขาก็ยังมีผลงานสร้างชื่อในนามปากกาอื่นนอกจาก ดร. ซูสส์ อยู่อีกมาก เช่น หนังสือเรื่อง Ten Apples Up On Top, The Eye Book และ I Wish That I Had Duck Feet ล้วนเป็นหนังสือที่ตีพิมพ์ภายใต้นามปากกา Theo LeSieg โดยคำว่า LeSieg มาจากการเขียนกลับหลังของชื่อ Geisel นั่นเอง
ในช่วงที่กีเซลกำลังสนุกกับการเขียนหนังสือสำหรับเด็ก เขามีเรื่องที่อยากเขียนเยอะแยะมากมายเต็มไปหมด และในวันหนึ่งเขาก็ได้เขียนการ์ตูนการเมืองเรื่องหนึ่งขึ้นมา โดยวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของอเมริกาในขณะนั้น และยังเขียนสนับสนุนให้ประเทศเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่สองอีกด้วย ในระหว่างนั้นกีเซลดูเหมือนกำลังพยายามลบล้างการต่อต้านชาวยิว และการเหยียดสีผิว ทว่าภาพวาดชาวญี่ปุ่นในการ์ตูนของเขากลับย้อนแย้งจากสิ่งที่เขากำลังพยายามอย่างสิ้นเชิง
อย่างไรก็ตาม หนังสือเกี่ยวกับเด็กหลายๆ เรื่องของกีเซลที่ได้รับความนิยม ส่วนใหญ่ล้วนเป็นหนังสือสำหรับพัฒนาการอ่านและการเขียน เรื่องราวที่สอดแทรกลงไปล้วนเกี่ยวกับวัฒนธรรม และการเติบโตของเด็ก ไม่ได้เน้นการเมืองที่ทำให้เกิดความแตกแยก ทำให้ผลงานของ ดร. ซูสส์ ยังคงได้รับความไว้วางใจว่าเป็นหนังสือที่เหมาะสำหรับเด็กจนถึงทุกวันนี้
only you can control your future
คุณเท่านั้นที่เป็นผู้กำหนดอนาคตของตัวเอง
แม้ ดร. ซูสส์ จะจากโลกนี้ไปแล้วกว่าร้อยปี แต่เขาก็ได้ฝากผลงานดีๆ สู่นักอ่านเด็กๆ มาแล้วหลายรุ่น เรื่องราวของดร. ซูสส์ ได้สอนให้เรารู้ว่า การเลือกทางเดินของตัวเองนั้นสำคัญเพียงใด หากเขาเลือกเรียนหมอตามที่พ่อต้องการ วันนี้เราอาจจะไม่มีผลงานของดร. ซูสส์ คอยอยู่เป็นเพื่อนในวัยเด็กแล้วก็ได้ ทั้งนี้ เส้นทางความสำเร็จของดร. ซูสส์ ยังสอนให้เราเห็นว่า ไม่ว่าในวันใดวันหนึ่งเราเกิดประสบความสำเร็จขึ้นมา นั่นไม่ได้หมายความว่าเราดีกว่าคนอื่น ผลของความสำเร็จนั้นส่วนใหญ่มาจากการกระทำของเราเสมอ และส่วนน้อยก็คือโชคที่เราคว้าเอาไว้ได้ทันท่วงที ดังเช่นที่กีเซลแต่งเรื่อง The Cat in the Hat จนโด่งดังด้วยโจทย์จากคำศัพท์เพียง 400 คำเท่านั้น
สำหรับพี่แล้ว ดร. ซูสส์ เป็นมากกว่านักเขียนคนหนึ่งค่ะ เขาเป็นเหมือนครูผู้เชี่ยวชาญที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ไว้ใจให้สอนเด็กๆ ได้ หากไม่มีดร. ซูสส์ หนังสือสำหรับเด็กอาจจะไม่ถูกให้ความสำคัญ และได้รับความสนใจจากผู้คนมากมายอย่างทุกวันนี้ก็ได้ หวังว่าเรื่องราวของนักเขียนหนังสือเด็กนามว่า “ดร. ซูสส์” จะทำให้ชาวเด็กดีได้ฉุกคิดถึงชีวิตในวัยเด็ก และมีแรงบันดาลใจเพื่อทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตมากขึ้นนะคะ
พี่แนนนี่เพน
https://en.wikipedia.org/wiki/Dr._Seuss






0 ความคิดเห็น