วาฬกลิ้ง เจ้าของผลงาน "นับสิบจะจูบ"
นิยายที่กำลังเป็นซีรีส์เร็วๆ นี้
สวัสดีค่ะ ชาวเด็กดีทุกคน ช่วงนี้มีนิยายหลายเรื่องเลยที่ได้รับโอกาสดีๆ ถูกเลือกไปสร้างเป็นนิยายหรือซีรีส์ รวมถึงนิยายวายสุดฮอตที่มียอดวิวในเด็กดีกว่าเจ็ดแสนวิวอย่างเรื่อง “นับสิบจะจูบ” ที่เพิ่งจะประกาศข่าวดีออกมาให้แฟนๆ ได้ทราบเรื่องกันมาไม่นานนี่เอง
เมื่อได้ทราบเรื่องพี่หญิงก็เลยไม่รอช้ารีบชักชวนให้ “วาฬกลิ้ง” มาร่วมพูดคุย แชร์เคล็ดลับดีๆ กับเราในบทความนี้กัน เอาเป็นว่าอย่ารอช้าไปทำความรู้จักกับนักเขียนคนนี้กันได้เลยค่ะ
นักเขียนนามปากกา “วาฬกลิ้ง”
สวัสดีค่า โรสค่ะ นามปากกาวาฬกลิ้ง ตอนนี้เขียนนิยายเป็นงานฟรีแลนซ์ค่ะ ที่ออกเล่มแล้วมี 10 ช่องตารางรัก , ของทัพ , นับสิบจะจูบ ล่าสุดคือ 'พี่อคินกินไม่ได้' และ '14 วันพักร้อน' ค่ะ
สาเหตุที่เริ่มส่วนมากคนที่เขียนนิยายจะเริ่มมาจากการอ่านนิยายแล้วอยากจะมีเรื่องราวเป็นของตัวเองบ้าง เราก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ อยากจะมีเรื่องเล่าสนุกๆ หรือเรื่องราวที่ตัวเองอยากอ่านแต่ไม่มีคนเขียน ถึงได้เริ่มจะลองเขียนเองทีละเล็กละน้อย
ส่วนที่เลือกใช้นามปากกา “วาฬกลิ้ง” เพราะช่วงมัธยมมีเพื่อนคนหนึ่งชอบเปรียบเปรยเพื่อนในกลุ่มเป็นสัตว์ชนิดต่างๆ ค่ะ ตอนที่จะคิดชื่อนามปากกาก็คิดว่าอะไรที่มันดูเป็นตัวเองดี ถึงได้หยิบมาใช้ ส่วนกลิ้งที่ห้อยท้ายก็มาจากนอนกลิ้งขี้เกียจ 5555 อยากจะให้เป็นภาษาไทยที่ได้เห็นครั้งแรกแล้วมันเตะตา เห็นอีกรอบก็ต้องจำได้ว่าคนนี้ใคร ประมาณนี้น่ะค่ะ
เขียนครั้งแรกยากไหม ถ้าให้พูดคือไม่ยาก แล้วก็ไม่ง่ายค่ะ สิ่งที่มองว่าเป็นอุปสรรคมากที่สุดคือแรกเริ่มเรายังประสบการณ์น้อย ช่วงต้นๆ จะไม่รู้เลยว่าจุดไหนสมควรจะถ่ายทอดออกไปได้ หรือจุดไหนสมควรจะปรับเปลี่ยนให้มันซอฟต์ลง หรือค้นพบว่านี่คือสไตล์การเขียนที่เหมาะกับตัวเรามากที่สุดค่ะ ฉะนั้นตอนที่เขียนผลงานสักเรื่อง ก็ค่อยๆ เรียนรู้ไปพร้อมๆ กับมัน แล้วนำไปปรับใช้ในจุดต่อๆ ไป
แต่จริงๆ เขียนนิยายมา 2 ปีแล้ว เขียนตอนแรกไม่คิดเลยค่ะ ตอนที่ลงนิยายในเว็บเป็นครั้งแรกแค่คิดว่ามีคนเข้ามาอ่านบ้างก็คงดีใจแล้ว ไม่คิดถึงขนาดว่าจะได้กำลังใจมากขนาดนี้ด้วย ดีใจมากเท่าไหนก็คูณเพิ่มไปอีกสักนับสิบค่ะ 555
“นับสิบจะจูบ”
เรื่องราวของ หมาป่าห่มหนังแกะรอตะครุบเหยื่อ
ให้เล่าสั้นๆ คงเป็นพระเอกอายุน้อยกว่าแต่เป็นหมาป่าห่มหนังแกะรอตะครุบคุณจีนค่ะ แต่ถ้าเป็นเรื่องราวทั้งหมด เรื่องนี้เกี่ยวกับวงการบันเทิงและซีรีส์วายใกล้ๆ ตัวเลยค่ะ คุณจีนเป็นนักเขียนนิยายที่โด่งดังและได้ข่าวดีว่าจะนำไปทำเป็นซีรีส์ ถึงได้มีโอกาสเจอคนที่มาแคสติ้งบทเป็นพระเอกอย่างนับสิบ รุ่นน้องที่อายุน้อยกว่าและดูสุภาพ ส่วนเบื้องหลังที่ว่าทำไมถึงได้เจอหรือนับสิบสุภาพยังไง อยากให้ไปตามต่อในเล่มนะคะ
ที่มาของแรงบันดาลใจจากเรื่องนี้มีอยู่สองอย่างค่ะ อย่างแรกคือก่อนหน้านี้เมื่อสามสี่ปีก่อนที่ยังเรียนมหาวิทยาลัยได้เขียนนิยายวายขึ้นมาเรื่องหนึ่ง ตัวเองก็ลืมไปแล้วด้วยซ้ำ เนื้อหาไม่ได้เหมือนนับสิบจะจูบ แต่ความสัมพันธ์ของพระนายและคาแร็กเตอร์บางส่วนคล้ายกัน กลับมาอ่านใหม่ถึงได้อยากหยิบมาปรับปรุง
ส่วนอย่างที่สองคือช่วงก่อนที่จะเริ่มแต่งนับสิบจะจูบ วงการซีรีส์วายไทยเริ่มบูมขึ้นมา เห็นว่ามีเบื้องลึกเบื้องหลังเกี่ยวกับเรื่องกองถ่ายสนุกๆ หรือคู่ชิปในโลกออนไลน์ เลยอยากนำมาเป็นประเด็นหลักในเรื่อง
จุดเด่นของคาแรกเตอร์เรื่องนี้เริ่มต้นด้วย 'คุณจีน' เป็นผู้ชายอายุ 25-26 ที่อยู่ต่อหน้าคนอื่นทำตัวเป็นผู้ใหญ่สมวัย แต่เมื่ออยู่กับคนที่รักแม้จะอายุมากกว่าแต่ก็ดูน้อยกว่าได้ น่ารัก โดยที่ไม่รู้และไม่ได้พยายามทำให้ตัวเองน่ารัก
ส่วน ‘นับสิบ’ คือผู้ชายสายยอมคนที่รักแทบทุกอย่าง นอกจากเรื่องเป็นหมาป่าห่มหนังแกะมาหลอกให้ตายใจ เรื่องความรักมั่นคงขอโฆษณาว่าอยากยกให้เป็นที่หนึ่งเลยค่ะ 5555
เลือกอาชีพ “นักเขียน” ให้กับคุณจีน
นิยายมันเป็นสื่อหรือสิ่งบันเทิงที่เปิดกว้าง
เพราะคาแร็กเตอร์และการใช้ชีวิตของคุณจีนเหมาะกับการทำงานที่บ้านอยู่แล้วค่ะ แต่ถ้าพูดถึงว่าทำไมต้องนิยายวาย นิยายมันเป็นสื่อหรือสิ่งบันเทิงที่เปิดกว้าง จริงอยู่ที่ว่าตัวละครอาจจะไม่ได้เริ่มแรกด้วยการเขียนนิยายวายเลย แต่เมื่อเขาได้มาเขียน กลับไม่ได้มีความรู้สึกว่ารับไม่ได้ที่จะต้องสร้างสรรเรื่องราวเกี่ยวกับเพศเดียวกัน เดี๋ยวนี้ผู้ชายที่อ่านนิยายวายก็มีเยอะขึ้น นิยายไม่จำเป็นจะต้องตีแผ่ความจริงเสมอไป นอกจากอ่านเพื่อสนุกสนานคลายเครียด บางครั้งมันเป็นสิ่งที่ทำให้คนเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงต่อสิ่งต่างๆ ได้
และถ้าถามว่าอะไรคือเสน่ห์ที่ทำให้ตกหลุมรักเรื่องนี้ ก็ขอตอบว่า..ความเป็นหมาป่าของนับสิบและความสัมพันธ์ของตัวละครทั้งสองคน เชื่อว่าทุกคนต้องหลงรักการแสดงออกของพวกเขาทั้งคู่ค่ะ
“นับสิบจะจูบ” จากนิยายเป็นซีรีส์
ตอนแรกที่ทราบเรื่องมากกว่าดีใจคือนั่งมึนเนี่ยแหละค่ะ ส่วนตัวมองว่าตัวเองยังมีจุดที่ต้องพัฒนาไปอีกเรื่อยๆ ตอนที่พี่บก.แจ้งมาบอกว่าเขาจะทำ ก่อนจะดีใจคือมึนเพราะไม่ได้ตั้งตัวจนนั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะหลายนาที
แต่พอรู้ว่านิยายจะได้เป็นซีรีส์จริงๆ ก็คาดหวังหลายอย่างเลย อยากเห็นนับสิบกับคุณจีนที่มีตัวตนชัดเจนขึ้นกว่าเดิมค่ะ พวกเขาอาจจะทำให้เห็นถึงแง่มุมที่ดูสมจริงมากขึ้น ส่วนฉากที่คาดหวังในเรื่องถ้าบอกว่าทุกฉากที่พวกเขารักกันจนทำให้โลกสดใสได้ไหมคะ 555
นิยายกับซีรีส์จะเหมือนกัน 100% ไหม
ไม่เหมือนกันร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ แต่ก็บอกว่าค่อนข้างน้อยที่ต่างออกไป เพราะส่วนที่นำมาแสดงมากำกับก็จะต้องมีองค์ประกอบต่างๆ ที่ชัดเจนขึ้นกว่าเดิม หรือในส่วนที่นิยายทำได้ แต่ซีรีส์ทำไม่ได้น่ะค่ะ
เสนห์ของ “นิยายวาย” คือ มุมมองที่แตกต่างกัน
นิยายมีหลายแนวอยู่แล้ว แม้แต่นิยายวายเองก็มีแนวต่างๆ แยกออกไปอีกเยอะแยะ การที่ทำให้ได้เห็นถึงมุมมองที่แตกต่างกัน คิดว่านี่คือเสน่ห์ของมันค่ะ
สิ่งสำคัญของการเป็นนักเขียน เราคิดว่าเป็นการเคารพและเชื่อมั่นความคิดของตัวเองค่ะ แต่ก็ต้องอยู่ในหลักเป็นเหตุเป็นผลด้วย เริ่มแรกเราเป็นคนสร้างงานเขียนเรื่องหนึ่งขึ้นมา ไม่มีใครรู้ดีกว่าตัวของเราเองว่าเราต้องการสื่ออะไรในงานชิ้นนี้ เข้าใจตัวเองให้ได้ว่าเขียนเพื่ออะไร ถ้าหากเพื่อให้มีคนอ่าน ก็ศึกษาและเขียนในสิ่งที่คนอ่านทั่วไปชอบ หรือถ้าเขียนเพราะรักในงานเขียนที่เป็นเอกลักษณ์ ก็เชื่อมั่นในตนเอง แต่ก็ต้องไม่ลืมรับฟังความเห็นในแบบอื่นๆ ด้วย
หากอยาก “เขียนนิยายให้สนุก” สำคัญสุดๆ คงเป็นเขียนในสิ่งที่เราคิดว่าสนุกค่ะ ถ้าเราคิดว่าแบบนี้สนุก อย่างน้อยก็ต้องมีมากกว่าหนึ่งคนที่คิดว่าสนุก อีกอย่างคือการดำเนินเรื่อง จริงอยู่ที่พล็อตเป็นตัวนำให้คนอ่านสนใจและเข้ามา แต่ถ้าการดำเนินเรื่องไม่ดึงดูด น่าเบื่อหรือไม่น่าสนใจมากพอ คนอ่านก็จะหายไปกลางคันอยู่ดีค่ะ
“พล็อต” กับ “ตัวละคร”
ให้ความสำคัญกับอะไรมากกว่ากัน
ส่วนตัวแล้วค่อนข้างเทไปทางตัวละครค่ะ เรามองว่าต่อให้เป็นพล็อตธรรมดาๆ ที่เห็นจนดาษดื่น ถ้าหากตัวละครมีเสน่ห์ มีความเข้ากันและสัมพันธ์น่าสนใจๆ ระหว่างตัวละครนี้และตัวละครนี้ จะทำให้น่าติดตามมากขึ้นค่ะ คาแร็กเตอร์ตัวละครเป็นยังไง ถ้าเราเข้าใจตัวละครของเราลึกซึ้ง จะทำให้บทสนทนาระหว่างตัวละครไม่น่าเบื่อด้วยค่ะ
การเขียนนิยายออนไลน์ทำให้เรารู้มุมมองของคนอ่าน
มันเป็นการโปรยงานเขียนของเราออกสู่สายตาคนหมู่มากค่ะ ไม่ใช่แค่นักอ่านที่จะเป็นกำลังใจ แต่ยังมีบก.หรือสำนักพิมพ์ด้วย นอกเหนือจากนี้ก็ได้รู้มุมมองของคนอ่านคนอื่นๆ ที่มีต่องานของเรา เพราะตัวคนเขียนเองเป็นธรรมดาที่จะมีจุดที่เรามองข้ามหรือนึกไม่ถึงอยู่บ้าง สามารถใช้ส่วนนั้นมาปรับในงานต่อๆ ไปได้อีกเยอะเลยค่ะ
“วาฬกลิ้ง” ถึงชาวเด็กดี
เวลาทำอะไรสักอย่าง เป็นธรรมดาที่ต้องรู้สึกท้อหรือว่าหมดไฟค่ะ ตัวเราเองก็เคยเป็น ยิ่งถ้าไปตั้งความหวังเอาไว้ ถ้าปลายทางความสำเร็จมาไม่ถึงสักที จะรู้สึกท้อจนไม่อยากแตะงานเขียนก็มี สำหรับคนที่ตั้งเป้าหมายและตั้งใจจะทำให้ไปถึงจุดนั้นเราคิดว่าคงมีกำลังใจอยู่แล้ว แต่สำหรับคนที่ท้อและคิดว่าเมื่อไหร่จะประสบความสำเร็จสักที อยากให้มองว่าตอนนี้เราทำในสิ่งที่รักอยู่ มีความสุขใจที่ได้ทำเมื่อไหร่ก็ทำ อย่าฝืน เราจะค่อยๆ สนุกและมีความสุขไปกับงานเขียน ได้บรรยาย ได้สื่อสิ่งต่างๆ ลงไปในตัวอักษร การทำในสิ่งที่เรามีความสุขจะไม่ทำให้ตัวเองหมดไฟง่ายๆ ค่ะ
สำหรับแฟนๆ ที่ตามอ่านผลงานขอบคุณค่ะ ขอบคุณมากๆ จริงๆ แล้วเราเป็นคนขี้เกียจ ถ้าไม่มีนักอ่านคอย ตอนนี้อาจจะเป็นแค่วาฬอ้วนๆ นอนกลิ้งอยู่เฉยๆ โดยที่ต้นฉบับเพิ่มมาแค่วันละสามบรรทัดก็ได้ค่ะ 5555 แค่พิมพ์คอมเมนต์สั้นๆ หรือแสดงออกให้รับรู้ นั่นก็เป็นกำลังใจมากโขแล้วค่ะ
หลังจากนี้ก็คิดว่าจะเขียนงานต่อไปเรื่อยๆ แล้วก็อยากจะเขียนในแนวอื่นๆ หรือแนวใหม่ๆ ที่ไม่เคยเขียนมาก่อน เป็นไปได้ก็อยากจะฝากผลงานหลังจากนี้ด้วยนะคะ
ตอนนี้ผลงานที่ออกล่าสุดมี ‘พี่อคินกินไม่ได้’ และ ’14 วัน พักร้อน’ สามารถตามข่าวสารอื่นๆ ได้ที่ทวิตเตอร์ @rose_wankling นะคะ
******
สำหรับน้องๆ คนไหนที่ตอนนี้เขียนนิยายแล้วเริ่มรู้สึกไม่มีกำลังใจในการเขียนต่อ ก็อย่างที่วาฬกลิ้งได้กล่าวไว้ด้านบนเลยค่ะ เวลาทำอะไรสักอย่าง เป็นธรรมดาที่ต้องรู้สึกท้อหรือว่าหมดไฟ ตัววาฬกลิ้งเองเธอก็ยอมรับว่าเคยรู้สึกอย่างนี้เช่นกัน แต่สิ่งที่ทำให้เขียนนิยายต่อไปได้ก็คือความรักค่ะ รักในงานเขียน สุขใจที่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวในจินตนาการที่ตนมีให้คนอื่นได้รับรู้ ถ้าทุกคนรักในการเขียนนิยาย และมุ่งมั่นพยายามต่อไป เชื่อว่าวันนี้ความทุ่มเทของน้องๆ ทุกคนจะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าแน่นอนค่ะ
สุดท้ายนี้พี่หญิงก็ขอลาไปก่อน เจอกันใหม่ครั้งหน้า สวัสดีค่ะ
พี่หญิง
ติดตามผลงานของ วาฬกลิ้ง
- อ่านนิยาย พี่อคินกินไม่ได้
- อ่านนิยาย 14 วัน พักร้อน
- อ่านนิยาย นับสิบจะจูบ





0 ความคิดเห็น