5 เรื่องที่ไม่ควรพลาด
ถ้าอยากรับมือกับคอมเมนต์แย่ๆ
แบบไม่ต้องกัดฟันตอบ!
สวัสดีค่ะ นักเขียนและนักอยากเขียนทุกคน ขอออกตัวก่อนเลยว่าวันนี้ไม่ได้จะมาเปิดประเด็นดราม่านะคะ แต่ชื่อบทความอยากจะส่งตรงถึงนักเขียนจริงๆ เพราะเราทุกคนต่างก็รู้กันดีว่า คอมเมนต์แย่ๆ เป็นหนึ่งในประสบการณ์การเขียนนิยายที่ทำลายความมั่นใจของนักเขียนมาแล้วมากมาย ซึ่งพี่แนนนี่เพนไม่อยากให้นักเขียนทุกคนต้องถูกบั่นทอนกำลังใจด้วยคอมเมนต์แย่ๆ เหล่านั้น แม้ว่าการเปิดรับคำวิจารณ์จะช่วยให้เรามีคำแนะนำมาพัฒนาตัวเองมากขึ้น แต่บางคำวิจารณ์ก็เต็มไปด้วยความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น ในวันนี้พี่จึงรวบรวมวิธีรับมือคอมเมนต์แย่ๆ จากนักเขียนเด็กดีมาฝากกันค่ะ
.jpg)
Technology photo created by freepik - www.freepik.com
1. มองโลกตามความเป็นจริง
เริ่มมาข้อแรกก็รู้สึกว่ายากแล้วใช่ไหมคะ คิดเหมือนกันเลยค่ะ แต่ที่ตัดสินใจยกข้อนี้มาเป็นข้อแรกเลยเพราะว่ามีคนที่ทำได้จริงๆ ค่ะ อาจจะดูเป็นสัจธรรมชีวิตไปหน่อย แต่นักเขียนที่จะรับมือกับคอมเมนต์แย่ๆ ด้วยการมองโลกตามเป็นความเป็นจริงได้นั้น ต้องเข้าใจและยอมรับก่อนว่านิยายบนโลกนี้มีทั้งคนที่ชอบ และไม่ชอบอยู่แล้ว ซึ่งนั่นรวมถึงนิยายของเราด้วยเหมือนกัน ถ้าเรายอมรับความจริงในข้อนี้ได้ และเลือกโฟกัสให้ถูกจุด เราจะเขียนนิยายที่เรารักเพื่อตัวเราและนักอ่านที่รอติดตามผลงานของเราอย่างแท้จริง แม้ว่าจะยังมีคอมเมนต์แย่ๆ ให้เห็นอยู่บ้าง แต่เชื่อเถอะว่ามันไม่สำคัญเท่านักอ่านที่รอให้กำลังใจเราหรอกค่ะ
“เชื่อว่านักเขียนทุกคนต้องเจออยู่แล้วค่ะ เราต้องเข้าใจสัจธรรมก่อนว่า เราไม่สามารถที่จะทำให้ทุกๆ คน รักและชอบในสิ่งที่เราทำได้ ดังนั้น เราควรที่จะโฟกัสกับคนที่ให้กำลังใจดีกว่า คนที่ไม่ชอบนิยายของเราก็มี แต่... คนที่ชอบนิยายของเรา และรออ่านนิยายของเราอยู่ก็มี ดังนั้น สู้ๆ ค่ะ สู้ต่อไปในฐานะนักเขียน” - สัมภาษณ์นักเขียน ม่านฟ้า
2. มองข้ามไปบ้าง
เมินๆ ไปก็ช่วยได้นะคะ ต้องยอมรับว่าการรับมือกับคอมเมนต์แย่ๆ ด้วยการทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเป็นวิธีที่นักเขียนหลายคนนิยมใช้กันมาก บางทีเราอาจจะยังไม่ถึงขั้นมองโลกตามความเป็นจริงได้หรอกค่ะ เราก็รู้แหละว่ามีทั้งคนที่ชอบ และไม่ชอบนิยายของเรา แต่เรายังไม่สามารถจัดการกับอารมณ์ของตัวเองได้ คำแนะนำที่ดีที่สุดในตอนนี้ก็คือ หากเจอคอมเมนต์แย่ๆ ที่อ่านแล้วรู้สึกเฟล รู้สึกเหมือนกำลังโดนด่า จิตตก หรือทำให้เราขาดความมั่นใจ บอกตัวเองให้หยุด เมินไปซะ แล้วมองข้ามมันไปก่อนค่ะ พาตัวเองไปพัก สงบสติอารมณ์ เช่น กินชาบู เปิดเพลง ดูหนัง ไปเที่ยว นอนหลับ ทำอะไรก็ได้ที่เราสบายใจแล้วค่อยกลับมารับมือกับคอมเมนต์แย่ๆ ในข้อ 3 กันต่อค่ะ
ตัวอย่างคำแนะนำในข้อนี้ เป็นวิธีรับมือของนักเขียนที่ทำให้เห็นการรับมือกับคอมเมนต์ที่เป็นประโยชน์ และคอมเมนต์ที่ทำให้รู้สึกแย่ไปพร้อมๆ กันค่ะ
“เราเคยได้รับความเมนต์ติ หรือ คอมเมนต์แรงๆ นะคะ จะมีสองประเภทคือคอมเมนต์ที่ทำให้เราพัฒนากับคอมเมนต์ที่ทำให้เราดาวน์ลงแบบสุดๆ เรียกได้ว่าหายหน้าหายตาไปอยู่แถวๆ ร้านชาบู (หัวเราะ) อย่างคอมเมนต์แรกคือเราพร้อมที่จะแก้ไขเสมอและน้อมรับคำติชม ส่วนคอมเมนต์อย่างหลังนั้นกัดฟันมากค่ะ นี่ท่องในใจกับตัวเองว่านักเขียนทุกคนก็เคยผ่านคำพวกนี้มาได้ทำไมเราจะทำไม่ได้ แต่ก็แอบนอยด์เลยแอบหายไปสองวันเพื่อไปดามใจนิดหน่อย (หัวเราะ)” - สัมภาษณ์นักเขียน โฮลี่ฮ็อคสีเงิน
3. อ่านแล้วระวังอารมณ์
ถึงเวลาต้องเผชิญกับความจริงแล้วค่ะ คำแนะนำในข้อนี้คือการอ่านคอมเมนต์ด้านลบอย่างระมัดระวัง (อารมณ์) นั่นเองค่ะ ก่อนจะอ่านคอมเมนต์ เราต้องมั่นใจก่อนว่าเราพร้อมแล้วจริงๆ หรืออย่างน้อยตอนที่เราอ่านคอมเมนต์แย่ๆ ให้เราลองหยุด และอ่านทบทวนดูหลายครั้งๆ หาความเป็นเหตุเป็นผลดูก่อน คอมเมนต์ไหนเราผิดพลาดจริง เรานำมาแก้ไขเป็นบทเรียนได้ ส่วนคอมเมนต์ไหนมาแนวด่าๆ ระบายอารมณ์กับเรา ให้ลองคิดเยอะๆ ดูก่อนว่า คุ้มไหมที่จะเสียเวลากับคอมเมนต์แบบนี้ และในท้ายที่สุดไม่ว่าเราจะตอบคอมเมนต์กลับไปว่ายังไงก็ตาม ถือว่าเราได้ตัดสินใจ และพยายามในส่วนของเราอย่างเต็มที่แล้วค่ะ ถ้าจะดราม่าก็ให้เป็นเรื่องของอนาคตไปค่ะ
ตัวอย่างคำแนะนำในข้อนี้ เป็นเรื่องราวของนักเขียนที่ห่างหายจากการเขียนนิยายไปนาน และไม่กล้าอ่านคอมเมนต์เพราะกลัวว่าจะมีนักอ่านเข้ามาด่า แต่เมื่อเขาตัดสินใจมองข้ามคอมเมนต์ไปสักพัก จนกระทั่งเริ่มทำใจได้เขาก็ไปตามอ่านคอมเมนต์ต่างๆ และนำมาเป็นบทเรียนปรับปรุงตัวเองให้มีวินัยมากขึ้นค่ะ
“กลับมาแรกๆ ไม่กล้าอ่านคอมเมนต์ครับ กลัวคนอ่านจะว่าเรา... คนที่ด่าก็มีครับ แต่ผมก็อ่านแล้วผ่านๆ ถ้าเราตัดสินใจที่จะกลับมา แล้วไปอ่านคอมเมนต์แนวนั้นมันจะรู้สึกแย่ครับ ทุกครั้งที่ผมกลับมาแล้วมาลงนิยายต่อ ผมเห็นคอมเมนต์จากนักอ่าน มันทำให้ผมรู้สึกว่าเขายังไม่ทิ้งเรา แต่เป็นผมเองที่หายไป นี่แหละที่ทำให้ผมคิดว่า ‘เราจะทิ้งเรื่องนี้ไปไม่ได้ต้องแต่งให้เสร็จ’ ผมเองก็รู้สึกผิดเหมือนกันที่เราหายไป ตรงนี้เราก็ต้องพยายามปรับปรุงตัวเอง เพิ่มวินัยให้กับตัวเองครับ” - สัมภาษณ์นักเขียน ไอราวัณ

Photo by Luis Villasmil on Unsplash
4. แยกแยะและทำความเข้าใจ
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเราต้องทำความเข้าใจคอมเมนต์แย่ๆ เหล่านั้นด้วย สามข้อที่ผ่านมาก็ยอมมากแล้วนะ ทุกคนคะ ใจเย็นๆ ก่อนค่ะ การจัดการความรู้สึกของตัวเราเองเป็นผลดีในระยะยาวแน่นอนค่ะ เมื่อเรารู้อยู่แล้วว่าในวันใดวันหนึ่งคอมเมนต์แย่ๆ จะต้องกลับมาหาเราอีกแน่นอน แม้ว่าเราจะปรับปรุงพัฒนาตัวเองแล้ว แต่ตราบใดที่เราอยู่บนเส้นทางนักเขียน และเป็นงานเขียนออนไลน์ที่มีการแสดงความคิดเห็นอย่างรวดเร็ว สิ่งหนึ่งที่เราต้องทำเลยก็คือ ทำความเข้าใจค่ะ อ่านซ้ำ 2 ครั้ง และอย่างน้อยต้องแยกแยะให้ได้ว่า คอมเมนต์นี้เขียนวิจารณ์งานเราแรง หรือเขียนด่าเราแบบไร้สาระกันแน่ แยกให้ออก แล้วใส่ใจให้ตรงจุดค่ะ
“เวลาผมเจอความคิดเห็นด้านลบคืออ่าน ทำความเข้าใจ และหันกลับมามองนิยายของเราว่ามันเป็นไปอย่างที่เขาบอกมาหรือเปล่า หากมีจุดใดที่ชี้ช่องนิยายของเราว่ามีปัญหาผมก็จะนำไปแก้และขอบคุณผู้อ่านเหล่านั้นครับ นี่คือสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ คิดเสียว่าความคิดเหล่านั้นอาจจะไม่ได้หวังร้ายกับเราแต่พยายามช่วยเหลือเราอยู่ก็ได้ แต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจกับความเห็นด้านลบมากเท่าไหร่ เพราะยิ่งเราคิดมากหรือหมกมุ่นอยู่กับมัน ยิ่งทำให้การเขียนนิยายของเรามีปัญหาเสียเอง” - สัมภาษณ์นักเขียน จักรพรรดิไร้สี
5. ตอบอย่างมีสติ
ข้อสุดท้ายนี้อยากให้นักเขียนทุกคนทำให้ได้เลยค่ะ แม้ว่าคอมเมนต์แย่ๆ จะบั่นทอนกำลังใจของเราให้เหนื่อยล้า เจ็บปวดกับความคิดเห็น แต่ถึงอย่างนั้นคำตอบของเราก็ควรจะมีสติ และผ่านการขบคิดมาอย่างถี่ถ้วน ลองคิดดูว่า ในเมื่อเราเองก็ไม่ชอบการแสดงความคิดเห็นที่ทำให้รู้สึกแย่ แล้วทำไมเราถึงต้องตอบกลับความเห็นแย่ๆ ด้วยสิ่งที่เราไม่ชอบเหมือนกันล่ะ หลายๆ คนที่อ่านแล้วอาจจะคิดว่าโลกสวยจัง แรงมาแรงกลับสิถึงจะสมน้ำสมเนื้อ นั่นก็เป็นอีกวิธีนึงที่นักเขียนสามารถทำได้ ในตอนแรกเราอาจจะสะใจ พอนานๆ ไปก็จะเริ่มหมกมุ่น และอาจจะทุกข์ใจเพราะความเห็นเหล่านั้นก็ได้ ดังนั้น ใจดีกับตัวเองหน่อยค่ะ เราเลือกได้ว่าจะทุกข์ใจเพราะคนที่ทำร้ายจิตใจเรา หรือเลือกที่จะมีความสุขกับนักอ่านที่น่ารักของเรา... เราเลือกได้จริงๆ นะคะ
คราวนี้ถึงตานักเขียนบ้างแล้ว ข้อไหนโดนใจหยิบเอาไปลองใช้กันได้เลยค่ะ แค่ทำ 1 ใน 5 ข้อนี้ได้ก็ถือว่าเราเอาชนะคอมเมนต์แย่ๆ ได้แล้ว หรือหากใครเคยลองรับมือกับความคิดเห็นแย่ๆ แล้วเวิร์ค อยากแชร์ต่อบ้าง มาแบ่งปันเรื่องราวดีๆ จากนักเขียนสู่นักเขียนในบทความนี้ได้เลยค่ะ ^^
พี่แนนนี่เพน


7 ความคิดเห็น
ยังไม่เคยเจอแบบแย่ๆ เท่าไร แต่ถ้าต้องเจอจริงๆ มันก็ยากอยู่เหมือนกันครับ ที่จะรับมือได้อย่างมีสติ แต่นักเขียนทุกท่านก็ต้องพยายามต่อไปครับ
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ครับ
ผ่านมาหนึ่งปีตอนนี้อยากบอกว่าทำมาครบทั้งห้าวิธีเลยค่ะอิอิดังนั้นทุกวันนี้จึงแฮปปี้กับงานเขียนของตัวเองแฮปปี้กับรีดฯที่รอคอยอย่างน่ารัก ช่วงแรกยอมรับว่าดิ่งจนต้องหายไปสามเดือนลบนิยายออกหมด แต่สุดท้ายคือสติค่ะพอมีสติก็จะเกิดปัญญาเท่าทันอารมณ์ เป็นแรงใจให้ทุกๆคนนะคะช่วงแรกที่เจอมันยากมากค่ะแต่พอผ่านมาได้รับรองว่าจะแต่งนิยายไปอมยิ้มไป(ฮา...)
อิอิ
เคยเจอเหมือนกันครับ แต่เป็นส่วนน้อยไม่ถึง 10% ส่วนใหญ่จะเป็นแนวให้กำลังใจมากกว่า
ที่วิจารณ์มา ผมจะนำไปทบทวนดูก่อนว่ามีส่วนจริงอย่างที่รีดว่ามาหรือเปล่า ส่วนใหญ่จะมีส่วนจริงอยู่บ้าง ผมจะขอบคุณที่เขาสละเวลาเข่้ามาอ่าน และแนะนำสิ่งดี ๆ ให้ ปละนำไปปรับปรุงงานเขียนตนเองต่อไปครับ
เพราะฉะนั้นพยายามโฟกัสรีดที่ติดตามและรักในนิยายของเรา ส่วนที่เป็นลบก็รับฟังและนำมาปรับปรุงงานเขียนต่อไป แต่ต้องไม่เฟลไปกับเม้นท์เหล่านั้น สู้ ๆ นะครับ
คือผมพึ่งจะเจอมาแบบสดๆร้อนๆเลย คอมเม้นที่แย่ๆส่วนมากจะเป็นของคนชื่อนิรนาม ซึ่
งผมก็เห้นเค้าโพสเหยียดต่างๆนาๆและลามมาถึงครอบครัวผม ถึงผมจะรายงานไปบางแล้วและลบคอมเม้นออกแต่เค้าก็ยังคงมาแสปมเรื่อยๆเกือบทุกวัน แต่ผมก็ทำใจได้แล้วและชินไปกับมัน(ส่วนสำหรับเนื้อหาที่พี่เขียนวิธีการรับมือคอมเม้นแย่ๆ ผมจะพยายามลองเอาไปปรับใช้ดูมั่ง และขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆด้วยนะครับ)
ขอบคุณสำหรับกระทู้นี้นะครับ คือเรากำลังรู้สึกไม่ดีเรื่องคอมเมนต์พอดีเลย เลยหาวิธีจัดการกับความรู้สึกตัวเองอยู่ ทีแรกกะว่าจะตอบแบบประชดประชัน แบบ ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องอ่านอะไรแบบนี้ แต่พอได้เห็นกระทู้นี้ ช่วยเราได้ทั้ง5วิธีเลย เราอ่านเสร็จกับไปตอบคอมเมนต์รี้คนนั้นแบบสุภาพๆหน่อย ตอนแรกก็ยากเพราะมือเราสั้นๆไม่รู้เป็นไร แต่พอได้พิมพ์ลงไปเสร็จรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอกและรู้สึกว่าตัวเองชนะมาก ขอบคุณที่ตั้งกระทู้ดีๆแบบนี้ขึ้นมาครับ❤️????????