สุดปัง! 5 เหตุผลที่การเขียนนิยาย
ในวันฝนตกมักประสบความสำเร็จ
สวัสดีค่ะนักเขียนชาวเด็กดีทุกคน เคยสังเกตตัวเองกันบ้างไหมคะว่า เรามีไฟมาเขียนนิยายในสภาพแวดล้อมแบบไหนบ้าง? บางคนอาจจะชอบความเงียบสงบในห้องนอนยามค่ำคืน บางคนอาจจะชอบให้มีเสียงเพลงคลอเบาๆ อยู่รอบข้าง หรือบางคนอาจจะชอบเสียงบรรยากาศในร้านกาแฟ อย่างเสียงถ้วยชามชนกัน ถึงจะเขียนนิยายออกมาได้ แต่รู้กันไหมว่าการเขียนนิยายในวันฝนตกก็ช่วยให้งานเขียนของเราคืบหน้าและประสบความสำเร็จได้เหมือนกันนะ หากใครต้องการใช้ความคิด หรือคิดเรื่องอะไรใหม่ๆ สักเรื่องหนึ่ง ลองมาดูเหตุผลพร้อมๆ กันเลยว่าทำไมวันฝนตกถึงเหมาะกับการเขียนนิยายที่สุด!
.jpg)
เหตุผลข้อที่ 1 : คุณจะมีข้ออ้างทำสิ่งต่างๆ น้อยลง
รู้ไหมว่านักเขียนหลายๆ คน มีอาการ FOMO (Fear of Missing Out) หรือ อาการกลัวตกกระแสกันเยอะมาก หากใครเคยใช้เวลาไปกับการท่องโซเชียลมีเดียนานๆ และอยากจะทำสิ่งต่างๆ ทั้งที่ไม่จำเป็นกับเราเลยสักนิด แต่เราก็ทำเพียงเพราะว่าอยากให้เหมือนคนอื่น ตอนนี้เราอาจจะมีอาการ FOMO อยู่ก็ได้ ลองสังเกตตัวเองแบบง่ายๆ ดูค่ะ ว่าทำไมเรามักจะมีสิ่งต่างๆ ให้ทำอยู่ตลอดเวลา และสิ่งเหล่านั้นมักจะเป็นข้ออ้างให้เราหลีกเลี่ยงการเขียนนิยายได้เสมอ
หรือในอีกกรณีหนึ่ง เราอาจจะไม่ได้มีอาการ FOMO อยู่ก็ได้ แต่เพราะการเป็นนักเขียน ทำให้ทุกสิ่งรอบๆ ตัวเราน่าทำไปหมดทุกอย่าง แม้แต่การทำความสะอาดบ้าน ล้างจานชามที่กองทิ้งไว้ หรือแม้แต่ออกไปรดน้ำพรวนดินท่ามกลางแดดร้อนๆ เราก็มีเวลาไปทำสิ่งเหล่านั้นได้เสมอ สิ่งที่เราเป็นอยู่นี้ จริงๆ แล้วอาจจะเรียกว่า “การผัดวันประกันพรุ่ง” อยู่ก็ได้
แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม การที่เราไม่ได้เขียนนิยายก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ถ้าหากเรายังมีใจรักในการเขียนอยู่ ลองเขียนนิยายในวันที่ฝนตกดูไหมคะ เพราะจากการศึกษาของนักเรียนจาก Harvard Business School พบว่า ในวันที่ฟ้ามืดครึ้ม ผู้คนจะทำงานได้มีประสิทธิผลมากขึ้น เพราะพวกเขามีโอกาสทำในสิ่งที่อยากทำน้อยลง และจดจ่อกับงานที่กำลังทำมากขึ้น ดังนั้น มาเขียนนิยายในวันที่ฝนตกกันเถอะค่ะ สมาธิมาเต็มแน่! และที่สำคัญอย่าลืมลดอาการ FOMO ด้วยการท่องโซเชียลให้น้อยลงด้วยนะคะ เพราะเราจะมีข้ออ้างในการออกไปทำสิ่งต่างๆ น้อยลง และมีเวลามาเขียนนิยายมากขึ้นแน่นอน!
เหตุผลข้อที่ 2 : เสียงฝนช่วยกระตุ้นความคิดได้
เคยสงสัยกันไหมคะว่าคนที่ไปนั่งทำงานในร้านกาแฟ หรือเปิดเพลงฟังไปด้วย เขามีสมาธิทำงานจริงๆ หรือเปล่า? จากงานวิจัย Is Noise Always Bad? Exploring the Effects of Ambient Noise on Creative Cognition พบว่า เสียงบรรยากาศในร้านกาแฟ เช่น เสียงจานกระทบกัน หรือเสียงเครื่องชงกาแฟ ช่วยให้เราสามารถทำงานได้ดีขึ้นจริงๆ ค่ะ เช่นเดียวกับนักวิจัยจากสถาบันโพลิเทคนิคเรนส์ซเลียร์ (Rensselaer Polytechnic Institute) ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่พบว่า การฟังเสียงธรรมชาติขณะทำงานจะช่วยเพิ่มอารมณ์ของเรา ทำให้เรามีสมาธิและช่วยให้เราโฟกัสอยู่ที่การทำงานของเราได้มากขึ้น
ดังนั้น ในวันฝนตกที่รายล้อมไปด้วยเสียงฝนจากธรรมชาติ น้ำหนักของสายฝนที่ตกกระทบไม่เท่ากัน อาจช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์หรือไอเดียในการเขียนนิยายของเราได้ หรือหากวันที่เราอยากเขียนนิยายแต่ฝนดันไม่ตก ก็ลองเปิดแอปหาเสียงฝนตกจากธรรมชาติ มาลองฟังไปด้วย เขียนไปด้วยดูค่ะ เผื่อจะค้นพบเร็วขึ้นว่าเราเหมาะกับการเขียนนิยายในวันที่ฝนตกไหม
เหตุผลข้อที่ 3 : เครื่องดื่มร้อนๆ ช่วยให้บรรยากาศดีขึ้น
สองเหตุผลแรกอาจจะอ้างอิงงานวิจัยหลายอย่าง แต่ข้อนี้เริ่มต้นง่ายๆ ที่เครื่องดื่มร้อนๆ สักแก้วนึงก็พอค่ะ ในวันที่ฝนตก แนะนำให้ลองหยิบสมุดปากกา หรือเปิดหน้าเวิร์ดสำหรับเขียนนิยายขึ้นมา พร้อมวางแก้วเครื่องดื่มร้อนๆ ไว้ข้างๆ ฟังเสียงฝนตกไปพลางๆ นึกถึงนิยายที่เรากำลังเขียนอยู่ ค่อยๆ คิดทบทวนดูว่าเราเขียนนิยายไปถึงไหนแล้ว ตอนนี้เราเขียนถึงฉากอะไร และจินตนาการไปเรื่อยๆ ว่าภาพในนิยายจะเป็นแบบไหน ค่อยๆ จิบเครื่องดื่มที่เราชอบ กินไปคิดไป พอมีไอเดียก็จดเก็บไว้ ช่วงเวลาแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ เลยนะคะ ต้องลองดูค่ะ ถึงวันนั้นจะไม่ได้เขียนนิยาย แต่ได้ไอเดียจากความคิดที่สงบนิ่งของเราแน่นอนค่ะ
เหตุผลข้อที่ 4 : เข้าถึงอารมณ์ที่หลากหลาย
เคยอ่านงานเขียนที่บรรยายเรื่องราวในวันฝนตกกันบ้างไหมคะ หากเคยอ่านเจอมาบ้างจะพบว่าบรรยากาศในวันฝนตกมักจะเป็นเรื่องราวที่ชวนให้เราดำดิ่งไปกับความคิดมากมาย เช่น
“มันเป็นคืนที่มืดมนและมีพายุ”
“ฝนตกในเดือนธันวาคม” (แทบจะเป็นไปได้น้อยมาก)
“มันเป็นคืนที่ฝนตก…”
“หยาดน้ำตาและความเจ็บ ถูกชะล้างด้วยหยาดฝน”
ฯลฯ
หรือหากใครไม่เคยอ่านมาก่อน ในช่วงจังหวะนี้แหละค่ะ บรรยากาศเป็นใจมากๆ นักเขียนทุกคนควรได้ซึมซับการนำเสนออารมณ์ในวันฝนพรำ เพราะเรื่องราวในวันที่ฟ้ามืดครึ้มสามารถทำให้นิยายของเราเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลายได้แน่นอน!
เหตุผลข้อที่ 5 : ช่วยในการผัดวันประกันพรุ่ง
หากว่าเราขี้เกียจ หรือรู้สึกว่าเราไม่ค่อยมีเวลาเขียนนิยายเลย ขอแนะนำให้วันฝนตกเป็นวันแห่งการเขียนนิยายของเรากันค่ะ ช่วงเวลาอื่นที่แดดเปรี้ยงๆ หรือลมเย็นสบาย อากาศแจ่มใส เราสามารถไปทำสิ่งต่างๆ ได้ตามสบายเลยค่ะ แต่หากวันไหนฝนตก เราต้องยกวันนั้นๆ ให้เป็นวันแห่งการเขียนนิยายนะคะ เพราะเราใช้โอกาสในการผัดวันประกันพรุ่งมาพอแล้ว และในวันที่ฝนตก ซึ่งนานๆ อาจจะเกิดขึ้นสักครั้งหนึ่ง หรือตกเพียงแปปๆ ก็ควรจะเป็นวันที่เราพร้อมสำหรับการเขียนนิยายอย่างเต็มที่ ดังนั้น หากใครคิดจะผัดวันประกันพรุ่ง ก็ให้เก็บวันฝนตกเป็นวันเขียนนิยายของเรากันค่ะ
รู้กันแล้วใช่มั้ยว่าทำไมวันฝนตกเราถึงไม่ควรพลาดที่จะเขียนนิยายกัน หวังว่านักเขียนชาวเด็กดีทุกคนจะเห็นโอกาสในการอู้ เอ้ย โอกาสในการเขียนนิยายกันมากขึ้นนะคะ ถึงแม้ช่วงที่ฝนตกจริงๆ เราอาจจะเขียนนิยายได้ไม่เยอะมาก แต่อย่างน้อยเราก็ได้ให้เวลากับการเขียนนิยายมากขึ้น หากใครเคยลองเขียนนิยายในฝนตกดูแล้ว อยากแบ่งปันประสบการณ์บ้าง สามารถคอมเมนต์กันได้นะคะ พี่จะมาตามอ่านของทุกคนแน่นอนค่ะ แล้วเจอกันใหม่ค่ะ ^^
พี่แนนนี่เพน

0 ความคิดเห็น