เตรียมบิวด์อารมณ์ 7 กลยุทธ์สำคัญ เขียนฉากดราม่าให้กินใจนักอ่าน


เตรียมบิวด์อารมณ์ 7 กลยุทธ์สำคัญ 
เขียนฉากดราม่าให้กินใจนักอ่าน  

 

การเขียนนิยายนั้นเป็นศิลปะที่เข้าใจได้ยากมาก และเวลาเขียนบางทีเราก็ต้องบิวด์ตัวเอง เพื่อให้เขียนได้ฉากที่ต้องการ โดยเฉพาะถ้าฉากนั้นเป็นดราม่าแรงๆ ที่เรียกน้ำตาจากคนอ่าน ก็จะเขียนได้ยากเป็นพิเศษ ต้องใช้อารมณ์บีบคั้น กลั่นออกจากเป็นตัวอักษร บรรยายความรู้สึกทั้งหมดให้คนอ่านสัมผัสได้ ใครคนหนึ่งเคยบอกไว้ว่า ถ้าเราเองยังไม่รู้สึกเศร้า แล้วคนอ่านจะรู้สึกได้อย่างไร มาค่ะ มาร่วมบิวด์การเขียนฉากดราม่าไปกับเราได้ด้วยกลยุทธ์เหล่านี้  
 

https://image.dek-d.com/contentimg/2020/atin/4/73(2).jpg
https://image.dek-d.com/contentimg/2020/atin/4/73(2).jpg

นั่งเงียบๆ ในห้องมืด เย็น สงบ

การได้อยู่ในที่สงบๆ มืดๆ น่าจะช่วยให้คุณรวบรวมสติและสมาธิ ทำให้ความคิดกระจ่าง และชัดเจน พยายามกำจัดทุกอุปสรรคออกไปจากห้องและให้เวลาตัวเองได้นึกถึงความรู้สึกของฉากเหล่านั้น  

ดื่มเครื่องดื่มที่ชอบ

อาจเป็นน้ำผลไม้เย็นๆ น้ำโซดา กาแฟ ชาหวานหอม หรือแม้แต่ค็อกเทลและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อะไรที่ดื่มแล้วทำให้เราสบายใจ เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย และทำให้อารมณ์ของเราเข้มขึ้น แรงขึ้น จนสามารถเขียนออกมาเป็นเรื่องราวได้  

ฟังเพลงที่อินมากๆ

มีบางเพลงที่พอฟังแล้วมันโดนใจ บางเพลงโดนมากจนน้ำตาไหล ก่อนเขียนอาจจะฟังเพลงนั้นและลองนึกถึงฉากเป็นภาพ แล้วค่อยคิดเป็นตัวอักษรต่างๆ เวลาเขียนให้นึกถึงจังหวะและอารมณ์ของเพลง พยายามทำให้นิยายของเราอยู่ในอารมณ์แบบนั้นให้ได้  

เขียนไดอารี่

เวลารู้สึกเศร้าหรือเครียด แนะนำให้เขียนไดอารี่ออกมา แล้วจำเอาความรู้สึกในช่วงเวลานั้นไว้ เมื่อมาถึงฉากเศร้า เครียด บีบคั้น กดดัน เจ็บปวด ก็ย้อนกลับมาอ่านไดอารี่ในวันนั้นๆ อีกครั้ง เพื่อจะได้เก็บไว้เป็นวัตถุดิบที่ดีในการเขียนฉากที่ต้องบิวด์อารมณ์  

เก็บไว้อ่านคนเดียว

ถ้ายังไม่แน่ใจก็อ่านคนแรกคนเดียวก่อน อย่าเพิ่งกลัวว่า เอ้ย ถ้าเขียนแล้วมีคนมาอ่านคงเขินแย่เลย ถ้าเราเขียนความรู้สึกถึงคนอื่นล่ะ แล้วเขามารู้ว่าเรารู้สึกอย่างไรต้องอายแน่ๆ อย่าเพิ่งไปคิดไกลขนาดนั้น เพราะเราอาจไม่ได้ใช้ข้อมูลนี้ในตอนนั้น อาจจะทิ้งระยะไปยาวๆ แล้วค่อยกลับมาเขียน ซึ่งคนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็อาจจะลืมไปแล้ว หรือไม่ได้สนใจเรื่องนี้อีกแล้ว  

รอให้ตกตะกอนทางอารมณ์ค่อยเขียน  

บางเรื่องเขียนตอนรู้สึกเลยจะออกมาสดใหม่ และสะใจ แต่บางเรื่องอาจจะต้องใช้เวลาตกตะกอนทางอารมณ์ก่อน แล้วค่อยเขียนออกมา ก็จะทำให้เนื้อหาดูดิ่งและลึกกว่าเขียนด้วยอารมณ์เสียอีก ความเศร้าทางอารมณ์นี้เป็นเรื่องที่อธิบายได้ยาก บางทีเมื่อเวลาผ่านไป แล้วย้อนกลับไปคิด เราอาจเศร้ากว่าความรู้สึกตรงๆ ในช่วงเวลานั้นเสียอีก และมันอาจสร้างผลกระทบที่แรงกว่าด้วยซ้ำ  

รู้ว่าเมื่อไหร่ควรหยุด

ถ้าเขียนยาวยืด คร่ำครวญมากเกินไป อาจทำให้คนอ่านเบื่อหน่ายและรู้สึกรำคาญ คุณอาจจะต้องหาจังหวะหยุดที่เหมาะสม เอาให้เศร้าแบบพอดีๆ ไม่ต้องเศร้าฟูมฟายจนเยอะแยะ ดูว่าถึงจังหวะที่ควรหยุดก็หยุด เพื่อให้คนอ่านยังคงรู้สึกอินกับเรื่อง ไม่ใช่อยากจะปิดหน้านิยายทิ้ง

 

ทีมงานนักเขียนเด็กดี  
 

 

ทีมงาน writer

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

Pai lin lin Member 23 มี.ค. 64 12:01 น. 1

ตอนเขียนอยู่เคยร้องไห้กับนิยายของตัวเองนะคะ ตอนคิดอยู่ในหัวอารมณ์มันได้มากเลยถึงกับร้องไห้เลยทีเดียว แต่พอเขียนออกมาไม่รู้ว่าคนอ่านจะเข้าถึงในแบบที่เราเป็นหรือไม่ เพราะภาษาเขียนของเรายังไม่สละสลวยและงดงามพอ

0
กำลังโหลด

1 ความคิดเห็น

Pai lin lin Member 23 มี.ค. 64 12:01 น. 1

ตอนเขียนอยู่เคยร้องไห้กับนิยายของตัวเองนะคะ ตอนคิดอยู่ในหัวอารมณ์มันได้มากเลยถึงกับร้องไห้เลยทีเดียว แต่พอเขียนออกมาไม่รู้ว่าคนอ่านจะเข้าถึงในแบบที่เราเป็นหรือไม่ เพราะภาษาเขียนของเรายังไม่สละสลวยและงดงามพอ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด