จุดไฟการเป็นนักเขียน (อีกครั้ง)
จากเรื่องราวของ “Silver Duck”
ผมอ่านสัมภาษณ์ของคุณปลาวาฬแล้วไฟเริ่มกลับมา พอมองออกแล้วครับว่าตัวเองทำอะไรหล่นหายไปกลางทาง
พอได้อ่านคอมเมนต์จากนักเขียนเจ้าของนามปากกา Silver Duck ในบทสัมภาษณ์ของ คุณปลาวาฬ ที่พี่แนนนี่เพนชวนให้ทุกคนตั้งคำถามกันว่าเราลาออกมาเขียนนิยายเป็นอาชีพได้จริงๆ เหรอ? ความคิดของพี่ตอนที่ได้อ่านคอมเมนต์นี้ คืออยากไปสัมภาษณ์พูดคุยกับนักเขียนนามปากกา Silver Duck ถึงที่มาและความคิดของเขาต่อ อยากรู้ว่าเขาหมดไฟเพราะอะไร เขาทำอะไรหล่นหายไปจากชีวิตนักเขียนบ้าง แล้วเรื่องราวของคุณปลาวาฬ นักเขียนที่ลาออกจากงานมาเขียนนิยายคนนี้ ทำให้เขากลับมามีไฟได้ยังไง เมื่อสงสัยแล้วก็ต้องมาหาคำตอบกันค่ะ คำตอบของคำถามเหล่านี้ อยู่ในบทความนี้แล้วค่ะ
นักเขียนที่ฝันอยากเป็นเป็ดในวงการนิยาย
สวัสดีครับ ผมชื่อ ทราย อายุ 26 ปี นามปากกา Silver Duck ครับ เขียนนิยายเรื่อง I am a Grim เกิดใหม่ที่ต่างโลกดันเป็นกริมซะได้ จบแล้วครับ ชีวิตในตอนนี้กำลังวางแผนที่จะเขียนนิยายเรื่องใหม่กับใช้เวลาปลูกผัก ทำสวน และดูแลงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ช่วยที่บ้านครับ
จริงๆ ตัวตัวผมเองก็แทบลืมความฝันตัวเองไปแล้วครับ
ตั้งแต่เด็กผมเป็นคนที่ชอบอ่านนิยายมาก ๆ โดยเฉพาะนิยายแนวแฟนตาซี แล้วพอถึงช่วงมัธยมเพื่อนก็แนะนำเว็บ Dek-D ให้รู้จัก เราก็เลยเข้ามาดูก่อนจะเห็นว่าเว็บนี้มีอะไรให้เล่นให้ทำเยอะ แล้วก็เห็นในส่วนของการลงนิยาย เลยลองเขียนนิยายดูครับ
การเขียนนิยายในช่วงแรก ๆ เป็นงานอดิเรกที่ผมชอบครับ แต่ต่อมากลายเป็นความฝัน
อย่างที่มานามปากกา Silver Duck คำว่า Silver ถ้าแปลตามตัวแปลว่า เงิน กับ Duck ที่แปลความหมายได้ว่า เป็ด ครับ จริง ๆ ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรมาก เราแค่อยากเป็นเป็ดในวงการนิยายที่เขียนอะไรก็ขายได้เขียนอะไรก็มีคนอ่านครับ ตอนนั้นคิดแค่นั้นจริงๆ (หัวเราะ)
เขียนนิยายจบได้เพราะไม่กดดัน
เรื่องแรกที่ผมเขียน ผมไม่ได้คาดหวังหรือตั้งเป้าหมายอะไรกับนิยายเลยครับ การเขียนนิยายในตอนนั้นเลยไม่มีความเครียด ความกดดันหรือความกังวลใจอะไร ถ้าให้พูดตามตรง ผมอยากกลับไปมีความรู้สึกเหมือนสมัยเขียนแรก ๆ มากเลยครับ
ส่วนตัวผมชอบเขียนแนวแฟนตาซี เพราะผมสามารถทำให้มีอะไรหรือเกิดอะไรที่เหนือจากความเป็นจริงได้ครับ การเขียนแนวแฟนตาซีทำให้ผมหัวใจฟูแทบทุกครั้งที่ได้ลงมือเขียนเลยครับ ถามว่าผมถนัดแนวนี้เลยไหม ผมคิดว่าน่าจะยังนะครับ (ฮา) จริงๆ เคยอยากลองเขียนแนวอื่นอยู่ครับ แต่เขียนไปได้สักพักก็รู้สึกว่าความรู้สึกมันไปไม่ถึง (ฮา) ก็เลยกลับมาเขียนแนวนี้ครับ
ส่วนไอเดีย หรือแรงบันดาลใจก็มาจากคนใกล้ตัว สิ่งที่พบ หนัง การ์ตูน ละคร ซีรีส์ และนิยายของนักเขียนท่านอื่น ๆ ครับ เช่น
- นิยายเรื่อง I am a Grim เกิดใหม่ที่ต่างโลก ดันเป็นกริมซะได้ มาจากความคิดที่ว่าถ้าเราตายแล้วไปเกิดใหม่เป็นตัวอะไรก็ไม่รู้ เราจะทำยังไง
- นิยายเรื่อง Unique ability in Fantasy world ต่างโลกกับพรสวรรค์สุดพีค มาจากความคิดที่ว่าถ้าทุกคนต่างมีความสามารถหรือพลังพิเศษจะเป็นยังไง
- นิยายเรื่อง The Wizard that can cast a spell in one second ผมมันเทพร่ายเวทย์จบในหนึ่งวินาที มาจากความคิดที่ว่าถ้าถูกเชิญไปต่างโลกจะเป็นยังไง
ผลตอบรับจากนิยายทั้งสามเรื่องก็ดีเกินคาด ดี แล้วก็เฉย ๆ ครับ (ฮา)
เข้าสู่อาชีพนักเขียนด้วยการขายนิยายออนไลน์
จริงๆ ผมมีช่วงเวลาที่เหมือนกับคนบ้าอยู่ครับ ช่วงนั้นจะฟินมากบวกกับความคิดวิ่ง ช่วงนั้นอัปนิยายทุกวันครับ ถึงจะอยู่ในช่วงเรียนเก็บวิชาที่เหลือเตรียมจบ แต่ผมก็เขียนนิยายหลังกลับจากเรียนมหาวิทยาลัยทุกวัน ตัวผมในตอนนี้ยังยอมแพ้ตัวเองในตอนนั้นเลยครับ
แล้วตอนนั้นผมก็ตัดสินใจขายนิยายบนเว็บเด็กดี ผมอยากรู้ว่านิยายของเรา ถ้าขายจะขายได้ไหม คิดว่าถ้ามีคนซื้อก็ดีสิ แล้วคนซื้อคนแรกก็มา ตอนนั้นดีใจมาก ๆ เลยครับ ตื่นเต้นมาก ๆ รายได้ตรงส่วนนี้เป็นแรงใจที่สำคัญมาก ๆ ซึ่งบางทีนักอ่านก็อาจจะไม่รู้ตัวว่าเขาเป็นแรงสนับสนุนที่ดีของผม
แต่อยู่ๆ ไฟที่เคยมี...ก็มอดดับ
สำหรับผม การทำอาชีพนักเขียนต้องแลกกับหลายอย่างอยู่เหมือนกัน คือนักเขียนเหมือนแลกเวลาว่างที่สามารถเอาไปใช้ชีวิตในเรื่องอื่นๆ เอามาลงกับงานเขียน เพราะตอนเขียนนิยายนักเขียนต้องอยู่กับตัวเอง ถ้างานตัวเองดรอปลง คนเขียนเองเป็นคนแรกที่รู้เลยครับ
แล้วคนที่เขียนนิยายหลายคนน่าจะมีความคิดเหมือนๆ กันว่า ไม่มีใครอยากส่งงานที่ล้มเหลวออกไป อยากจะแก้มันจนกว่ามันจะสมบูรณ์ที่สุด แต่ยิ่งเราอยากให้งานสมบูรณ์แบบมันก็ยิ่งไม่สามารถเป็นจริงได้ พอเกิดอารมณ์เพอร์เฟคชั่นนิสขึ้นมา นักเขียน(ผม)ก็หายตัวไปเลยครับทีนี้
เริ่มถามตัวเองว่าอยากเป็นนักเขียนแบบไหน
เคยมีช่วงหนึ่งที่เราเขียนนิยายที่เรารู้สึกว่าไม่ได้ชอบแล้ว และอยากจะเลิกเขียนไป แต่เพราะว่านิยายเรื่องนั้นคนอ่านชอบ เราเลยต้องเขียนต่อไป จนมันเลยพล็อตเรื่องและออกทะเลไปเลยก็มี ตอนนั้นมันมีผลเสียต่อผมและนิยายมากเลยครับ ช่วงหลังผมเลยถามตัวเองก่อนตลอดว่า อยากจะเขียนเรื่องนี้ไหม จะเขียนไปทางไหน ตอนจบของเรื่องเป็นยังไง ครั้งนี้จะไม่ออกทะเลใช่ไหม (ฮา)
จริงๆ มันกดดันมากครับ มันยากนะครับที่เราจะเขียนนิยายให้ทุกคนชอบหรือพอใจได้ ยิ่งพยายามเขียนเป็นอาชีพด้วยยิ่งกังวลเรื่องนี้มากครับ สุดท้ายเลยกลับมาคิดกับตัวเองว่า เราควรเขียนสิ่งที่ตัวเราเองอยากจะอ่านให้ได้ซะก่อน ทำให้งานเขียนเป็นความสุขของเราและคนอ่านครับ
จุดไฟติดได้ (อีกครั้ง) เพราะได้ทบทวนฝัน
Silver Duck เล่าให้เราฟังผ่านช่องทางแชทว่าสาเหตุที่เขาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นในบทสัมภาษณ์ว่า มีไฟกลับมาเขียนนิยายอีกครั้งหลังอ่านเรื่องราวของคุณปลาวาฬนั้น มีเหตุผลอยู่ด้วยกันสามข้อ คือ
- การเขียนนิยายเคยเป็นงานอดิเรกที่เขาชอบ และต่อมาได้กลายเป็นอาชีพในฝัน
- เขาเคยพยายามเขียนนิยายอย่างจริงจังเพื่อสานต่อความฝันการเป็นนักเขียนจนเขียนนิยายจบไปแล้วหลายเรื่อง
- หลังเรียนจบในสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ เขาใช้เวลาปลูกผักทำสวน ช่วยงานที่บ้าน และเขียนนิยายไปด้วย
ซึ่ง Silver Duck บอกกับเราว่าเรื่องราวของคุณปลาวาฬ ทำให้เขานึกถึงตัวเองในวัยเด็ก ตอนที่ยังสนุกกับการเขียนนิยาย มีไฟมาอัปนิยายได้ทุกวัน แต่ปัจจุบันเขาหยุดพักการเขียนมาแล้วกว่าหนึ่งเดือน กระทั่งได้เจอบทสัมภาษณ์ของคุณปลาวาฬที่ชวนตั้งคำถามถึงการลาออกมาทำอาชีพนักเขียน ทำให้เขาได้กลับมาทบทวนความฝันของตัวเอง และมีแรงใจอยากกลับมาเขียนนิยายได้อีกครั้งหนึ่ง
ใครที่กำลังหมดไฟมาทางนี้เลยค่ะ ในวันนี้นักเขียนนามปากกา Silver Duck ได้ตัดสินใจแล้วว่า เขาจะกลับมาเขียนนิยายตามความฝันอีกครั้ง และบอกกับพี่แนนนี่เพนว่าชีวิตหลังเกษียณที่เขาคิดไว้ อย่างไรก็มีภาพที่เขาเขียนนิยายอยู่แน่นอน
แล้วคุณล่ะ มองภาพตัวเองกับการเขียนนิยายไว้ยังไงบ้าง การเขียนนิยายเป็นความฝันที่คุณอยากทำให้สำเร็จไหม ถ้าคุณอยากเป็นนักเขียน มาเริ่มต้นเขียนนิยาย และศึกษาการขายเพื่อเตรียมตัวเขียนนิยายเป็นอาชีพกันได้ง่ายๆ ที่ลิ้งก์ด้านล่างนี้เลยค่ะ
พี่แนนนี่เพน
อ่านนิยายของ Silver Duck
0 ความคิดเห็น