How to หลีกเลี่ยงการเขียนแบบ Clichés 
ถ้าไม่อยากสมองตัน!

 

สวัสดีน้องๆ นักเขียนชาวเด็กดีทุกคนค่ะ ในช่วงที่ผ่านมามีน้องๆ นักอ่านหลายคนบอกว่าเปิดแอปนิยาย Dek-D เจอแต่แนวเดิมๆ แถมแนวเดิมๆ ที่ว่าก็ดันติดท็อปกันเยอะซะด้วย พี่ไม่ขอขยายความว่าแนวเดิมๆ ที่ว่านั้นคือแนวไหน เพราะถ้าให้พูดกันตามจริงแล้ว นิยายพล็อตซ้ำแต่ยังขายได้ก็มีปัจจัยมาจากทั้งนักอ่านและนักเขียนด้วยเหมือนกัน 

ความสัมพันธ์แบบนี้เรียกว่า Safe than sorry & It takes two to tango เขียนแนวที่นักอ่านชอบไว้ก่อน ยังไงก็มีคนอ่านแน่นอน 

ในมุมของนักอ่านที่นักอ่านบอกว่าเจอแต่แนวเดิมๆ นั้น เพราะนักอ่าน (ส่วนใหญ่) อ่านนิยายตามเทรนด์ในช่วงนั้นๆ แล้วรู้สึกสนุก เป็นพล็อตที่คุ้นเคย และเข้าใจง่าย แม้ว่าจะเดาทางได้ แต่รายละเอียดภายในเรื่องต่างหากที่นักอ่านให้ความสนใจ พอชอบแล้วก็มักจะวนเวียนอ่านแต่แนวเดิมๆ  ทำให้นิยายแนวนั้นๆ ฮอตฮิตขึ้นมาทันที เป็นความสัมพันธ์ที่ It takes two to tango คือนักอ่านยินดีเข้าไปอ่านนั่นเอง   

พอเป็นแบบนี้ ทั้งนักเขียนเก่าและนักเขียนใหม่ ก็อยากจะเขียนแนวที่นักอ่านชอบ หรืออาจจะเป็นแนวที่นักเขียนชอบอยู่แล้ว ในแบบของตัวเองขึ้นมาบ้าง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่นักเขียนหลายคนเลือกที่จะเขียนแนวฮิตๆ ไว้ก่อน เพราะมัน Safe than sorry ยังไงก็มีคนอ่าน 

พี่คิดว่าความสัมพันธ์แบบ Safe than sorry & It takes two to tango นั้นน่าสนใจมาก เพราะการเขียนแนวที่มีคนอ่านทำให้นักเขียนมีกำลังใจมาเขียนต่อจนจบเรื่องได้นั่นเอง ดังนั้น เราจะทำยังไงให้นักอ่านยังคงอยู่กับเรา อยู่กับพล็อตนิยายแบบ Clichés ที่ทำให้นักอ่านรู้สึกเหมือนกำลังอ่านหนังสือเล่มเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้โดยไม่รู้สึกเบื่อกันล่ะ มาลองหาคำตอบไปพร้อมๆ กันในบทความนี้เลย

เริ่มต้นที่ข้อเสียของการเขียนพล็อตนิยายแบบ Clichés กันก่อน

คำว่า Clichés เป็นคำที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันในแง่ของความน่าเบื่อ ความซ้ำซาก ไม่มีสิ่งใหม่ เรียบง่าย และคาดเดาง่าย เป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าเจอจนเบื่อได้นั่นเอง 

ตัวอย่าง พล็อตแนว Clichés 

  • พระเอกนางเอกบังเอิญเจออีกฝ่ายอยู่กับคนอื่นทำให้เกิดฉากเข้าใจผิด
  • นางเอกจะไม่หลงรักพระรองที่แสนดี แต่จะรักพระเอกที่ทำร้ายสารพัด
  • ตัวเอกนิยายแฟนตาซีมักจะเป็นเด็กกำพร้า หรือครอบครัวไม่สมบูรณ์
  • ตัวร้ายที่แข็งแกร่ง มักจะแพ้ให้กับตัวเอกที่บังเอิญมีพลังพิเศษได้ไม่นาน
  • ตัวเอกเกิดใหม่ ทำใจยอมรับโชคชะตาได้เร็วทุกคน และมักจะโชคดี

จากตัวอย่างที่ยกมาเป็นพล็อตแนวที่เราคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าจะเป็นแนวนิยายที่ทำให้นักอ่านรู้สึกสบายใจ อ่านได้เรื่อยๆ แต่ก็ส่งผลเสียถึงนักเขียนได้เหมือนกัน คือ 

ทำให้จินตนาการของนักเขียนถูกจำกัดไว้ตั้งแต่ต้น

พอคิดว่าอยากจะเขียนนิยายแนวเกิดใหม่ พล็อตดั้งเดิมจะเข้ามาในหัวของเราโดยอัตโนมัติ ซึ่งคีย์เวิร์ดของเรื่องจะอยู่ที่ การทะลุมิติ, ตายแล้วเกิดใหม่, มีโลกคู่ขนาน, มีพระเจ้าคอยบงการ, มีโลกระบบ, มีความทรงจำเดิม เป็นต้น  

นักอ่านคาดหวังพล็อตดั้งเดิมที่ไม่ธรรมดา

นักอ่านที่เข้ามาอ่านนิยายแนวนั้นๆ มักจะมีความคาดหวังว่าจะต้องเจอเรื่องราวระหว่างทางที่แตกต่างจากเรื่องอื่นๆ บ้าง หากเรายังดำเนินเรื่องด้วยแนวคิดเดิม ที่ไม่เพิ่มเติมความสร้างสรรค์ นิยายของเราก็จะเป็นนิยายธรรมดาๆ ของจริง

ทำให้ความสามารถในการเขียนลดลง

ถ้าเราดำเนินเรื่องตามแบบแผนเดิม เกิดใหม่ เปลี่ยนแปลงโชคชะตา และมีชีวิตดีๆ แบบง่ายๆ พระเจ้าช่วย เราจะสูญเสียความสามารถในการคิดพล็อต คิดไอเดียที่น่าสนใจ เราต้องผลักดันตัวเองให้เขียนเนื้อหาที่แตกต่าง และเป็นต้นฉบับให้ได้ แม้ว่าเราจะเขียนพล็อตแนวเกิดใหม่ แต่เรื่องราวในเรื่องของเราต้องทำให้นักอ่านเห็นความแตกต่าง และเป็นเราเท่านั้นที่ทำได้  

ทำให้เราเป็นนักเขียนที่ขี้เกียจขึ้น

เราไม่ควรพึ่งพาแนวคิดของคนอื่นมากเกินไป แน่นอนว่าเราต้องการให้มีคนอ่านนิยายของเรา การเขียนนิยายตามกระแสไม่ผิดอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญคือเราควรต่อยอดแนวคิดเหล่านั้นออกมาให้ได้ ลองนึกภาพใหม่ หรือทำให้ดีกว่านั้นคือคิดด้วยแนวคิดที่ไม่มีใครเคยคิดมาก่อน เพื่อให้นิยายของเราดึงดูดนักอ่านด้วยความสนุกที่แท้จริง

Via : pixabay
Via : pixabay

How to หลีกเลี่ยงการเขียนแบบ Clichés

1. อย่าขโมยความคิดของนักเขียนคนอื่น

พล็อตดั้งเดิมเป็นแรงบันดาลใจให้เราได้ แต่อย่านำเรื่องราวที่เราเคยอ่านแล้วชอบมาเขียนในนิยายของเราเด็ดขาด เราต้องท้าทายตัวเองว่า ฉันจะต้องทำเรื่องราวแบบนั้นออกมาให้ได้ เราถึงจะเป็นต้นฉบับในแบบของเรา แม้ว่าบางฉากในนิยายจะเป็นฉากยอดนิยมอยู่แล้ว ใครๆ ก็ใช้กัน ไม่มีผิดไม่มีถูก แต่จะดีกว่าไหมถ้าเราคิดฉากนั้นๆ ขึ้นมาด้วยตัวเอง แม้ในอนาคตจะไปซ้ำหรือเหมือนกับใครก็ตาม แต่มันเป็นฉากที่ดีที่สุดที่เราตั้งใจคิดออกมาแล้ว 

2. ทำให้ธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา

วิธีที่ดีวิธีหนึ่งในการหลีกเลี่ยงการเขียนแบบ Clichés คือการเปลี่ยนสถานการณ์ หรือเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นการผจญภัยที่แปลกใหม่ และสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวละครได้นั่นเองค่ะ การเริ่มจากเรื่องเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันหรือสิ่งที่เราทุกคนคุ้นเคยกันอยู่แล้ว จะทำให้นักอ่านรู้สึกท้าทายมากขึ้นเพราะมันเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ไม่คาดคิดมาก่อน ถ้าเราทำให้เกิดเรื่องผิดปกติขึ้นในวันธรรมดาวันหนึ่งได้ ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนพล็อตแแบบ Clichés ได้แล้วค่ะ 

3. เขียนนิยายในแบบที่ต้องการ

ไม่มีใครอธิบายความคิดในหัวของเราออกมาได้ดีเท่าตัวเราแน่นอนค่ะ ถ้าเรายังพยายามเขียนนิยายให้เป็นไปตามแนวการเขียนแบบ Clichés แสดงว่าเราไม่มั่นใจในตัวเองเลย และคิดว่าสิ่งอื่นๆ ที่เขาทำกัน ดีกว่าไอเดียที่เราคิด หากเราไม่มีความกล้ามากพอที่จะเปิดเผยไอเดียที่เราคิดเอาไว้ เราก็จะหลีกเลี่ยงข้อเสียของการเขียนแบบ Clichés ไม่ได้ ถ้าเราไม่อยากเป็นคนทำให้นักอ่านหนีหายไปเพราะเขียนนิยายในแบบของคนอื่น ลองเริ่มต้นด้วยการซื่อสัตย์กับตัวเอง เชื่อมั่นว่าเราเองก็มีมุมมองที่ไม่เหมือนใครเหมือนกัน และลงมือเขียนนิยายในแบบของเรากันค่ะ 

 

การเขียนแบบ Clichés บางทีก็ไม่ Clichés เสมอไปนะคะ เมื่อนานมาแล้วการเขียนที่เราบอกว่ามันซ้ำซาก จริงๆ มันเคยเป็นไอเดียใหม่ๆ ที่นักเขียนสมัยก่อนคิดขึ้นมาและถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายเท่านั้นเอง เราทุกคนในฐานะนักเขียนก็สามารถคิดค้นไอเดียใหม่ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเราขึ้นมาได้เหมือนกัน พี่เชื่อว่านักเขียนเด็กดีมีความคิดสร้างสรรค์ดีๆ และจะกลายเป็นผู้นำไอเดียเจ๋งๆ ในอนาคตได้แน่นอน 

พี่แนนนี่เพน

อ่านเคล็ดลับเพิ่มเติมขอบคุณข้อมูลจากhttps://hobbylark.com/writing/Avoid-Writing-Cliches-Good-writing-means-learning-to-Think-Outside-of-the-Boxhttps://www.writers-online.co.uk/how-to-write/creative-writing/cut-the-cliches/https://hobbylark.com/writing/cliches-to-avoid-in-your-fantasy-novel?li_source=LI&li_medium=m2m-rcw-hobbylark---games-and-hobbieshttps://nybookeditors.com/2018/06/5-writing-cliches-to-avoid/ 

 
พี่แนนนี่เพน
พี่แนนนี่เพน - Columnist สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น