souranxz นักเขียนผู้สร้างงานฟีลกู๊ด
จากความเหงาและความโสด!
พยายามเขียนดราม่า แต่สุดท้ายก็วนมาสายฟีลกู๊ด!
มีนักเขียนชาวเด็กดีคนไหนเป็นแบบนี้ไหม “souranxz” ก็เป็นคนหนึ่งที่ประสบปัญหาทางด้านนี้หนักมากเช่นกัน จนสุดท้ายเธอก็ได้ตัดสินใจพลิกวิกฤติเป็นโอกาส คิดว่าไหนๆ ก็เขียนดราม่าไม่รุ่งแล้ว ก็มุ่งไปสายฟีลกู๊ดเสียเลย ให้กลายเป็นจุดเด่นของตัวเอง ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับจากนักอ่านดีมากๆ จนทำให้นิยายของเธอ NeighBRO คุณพี่ห้องข้างๆ และLand on your feet! มีแมวต้องมีบัวลอย! ติดท็อปประจำวันนิยายเด็กดีอยู่เรื่อยๆ
แต่เห็นฟีลกู๊ด อารมณ์ดีแบบนี้ใครจะคิดเล่าว่า แรงบันดาลใจการเขียนนิยายเหล่านี้จะไม่ได้มีจุดเริ่มต้นมาจากความสุข ชวนยิ้มเหมือนเนื้อหานิยาย ส่วนจะมาจากไหนเราไปฟังจาก souranxz ในบทสัมภาษณ์ครั้งนี้กันค่ะ
สวัสดีค่า souranxz เองนะคะ ตอนนี้ก็เป็นทั้งนักศึกษาแล้วก็นักเขียนด้วยค่ะ
ผลงานที่ผ่านมาก็มีเรื่อง NeighBRO-คุณพี่ห้องข้างๆ ที่จบไปแล้วค่ะ แล้วก็เรื่อง Land on your feet! มีแมวต้องมีบัวลอย! ที่กำลังเขียนอยู่ค่ะ
ถ้าถามว่ามาเริ่มต้นเขียนนิยายได้ยังไง จริงๆ ก่อนหน้านี้ย้อนไปตั้งแต่มัธยมต้นเคยแต่งนิยายร่วมกับเพื่อนอยู่ค่ะ แต่ว่าไม่เคยแต่งจบซักทีเพราะเป็นสายดองทั้งคู่ ช่วงแรกๆ นี่ไฟแรงกันมากแต่หลังๆ เริ่มแผ่ว ไม่รู้ทำไมค่ะ 555 แถมต่างคนต่างเป็นสายดองด้วย บวกกับดองไปดองมาก็ลืมจนได้ แล้วต่างคนต่างแยกย้ายไปทำอย่างอื่นซะงั้น (ฮา) นึกได้อีกทีก็ผ่านมาเป็นปีซะแล้ว จะมาฮึดกลับไปแต่งกันก็ไม่ไหว ก็เลยได้ปล่อยเลยตามเลยค่ะ หลังจากช่วงนั้นก็ไม่ได้เขียนอะไรอีกเลยค่ะ เพราะกลัวแต่งไม่จบอีก y-y
แต่ว่าก็ยังซุ่มอ่านนิยายของคนอื่นอยู่ตลอด เป็นคนชอบอ่านมากกกก แบบมากๆ ช่วงไหนว่างๆ ก็อ่านนิยายวันละเรื่องรวดเดียวไม่หลับไม่นอนเลย จนมาถึงช่วงปิดเทอมหลังสอบเข้ามหาลัยเสร็จก็คือว่างสุดๆ ยิ่งในช่วงโควิดที่ออกไปไหนไม่ได้เลย บวกกับจากที่อ่านนิยายมาตลอดหลายปีก็เริ่มฮึดอยากเขียนกับเขาบ้าง คราวนี้ก็เลยตั้งเป้าไว้เลยค่ะว่าไม่ว่ายังไงก็จะแต่งให้จบให้ได้ แถมต้องอัพบ่อยๆ ด้วย ทุกวันได้ยิ่งดีเลย และแล้วก็สำเร็จไปตั้งแต่เรื่องแรกเลยค่ะ ด้วยกำลังใจของนักอ่านที่ส่งมาให้ไม่มีขาด ดีใจสุดๆเลยค่า >< แน่นอนว่าเรื่องต่อๆ ไปก็จะตามมาติดๆ แน่นอนค่ะ ₍ᐢ•ﻌ•ᐢ₎
แอบเม้านิดนึงความจริงมีหมอดูทักว่าไม่ให้บอกใครเรื่องเขียนนิยายด้วยล่ะ อันนี้ดูไม่ค่อยมีอะไรมาก แต่เป็นอีก 1 ในจุดพลิกมาให้เราเป็นนักเขียนอีกครั้งค่ะ ก็คือทีแรกหมอดูแนะนำลองไปทางงานเขียนเฉยๆ ค่ะ แล้วไม่รู้ทำไมถึงทักแบบนั้นต่อเหมือนกัน แต่ถ้าถามว่าเชื่อมั้ยก็เชื่ออยู่แล้ว (ฮา)
ส่วนมีคนรู้มั้ยว่าแต่งนิยาย ก็มีรู้บ้างค่ะ แต่ไม่ได้รู้ว่าแต่งเรื่องไหนเพราะปิดปากสุดอะไรสุด
เขียนนิยายวายเพราะเป็นสาววาย!
สาเหตุที่มาเขียนนิยายอาจเพราะช่วงที่เราอยู่มัธยมต้นนิยายวายชาย-ชาย กำลังเริ่มเข้าสู่ช่วงบูมมากเลยค่ะ หลายคนก็เริ่มเปิดใจมากขึ้น อย่างเราพอได้ลองอ่านแล้วก็ติดใจหนักลากยาวมาถึงตอนนี้เลยล่ะค่ะ ชายหญิงหรือหญิงหญิงก็พอแต่งได้นะคะ แต่ชอบสุดคือชาย-ชาย ไม่รู้ทำไม (ฮา)
ถ้าตัดเรื่องเพศไป เมนหลักๆ ก็คือแต่งให้คนสองคนรักกันนั่นแหละค่ะ แค่รสนิยม+ความถนัดเราไปทางนั้นมากกว่า ╰(´꒳`)╯
จุดเด่นของ souranxz คือนิยายวายสาย Feel good
นิยาย Feel good เป็นจุดเด่นของเราไหม จะเรียกอย่างนั้นได้เลยค่ะ เพราะไม่ว่าจะพยายามปัดไปทางดราม่าขนาดไหนสุดท้ายก็วกกลับมาฟีลกู๊ดแบบงงๆ อยู่ดี คิดว่าน่าจะหาทางออกจากวงการฟีลกู๊ดไม่ได้ซะแล้ว เป็นแนวที่เขียนแล้วเราสบายใจสุดด้วยค่ะ เขียนไปยิ้มไปคนเดียวเลย ʕ•̀ω•́ʔ
เสน่ห์ของงานสายนี้ หลักๆ เลยอยู่ตรงที่สามารถทำให้คนอ่านยิ้มตามเนื้อเรื่องได้ เขินเหมือนไปอยู่ในฉากนั้นด้วยคน (ฮา) เนื้อหาค่อนข้างเบาไม่หนักเกินไปค่ะ แล้วก็แฮปปี้เอนด์ด้วยค่ะ~
แรงบัลดาลใจของ souranxz มีจุดเริ่มต้นมาจากความเหงาและทาสแมว!
ไอเดียการเขียนนิยายมาจากความเหงาล้วนๆ เลยค่ะ y-y ในเมื่อเรายังหาความรักที่เข้ากับเราไม่ได้ เราก็สร้างให้ตัวละครของเรารักกันไปก่อนเลยค่ะ ฮือ เขียนไปก็อิจฉาไป แง หาไม่ได้ T-T
ส่วนถ้าจะถามว่านิยายเรื่องล่าสุด เขียนเกี่ยวกับแมวเพราะเป็นทาสแมวไหม ตอบตรงนี้เลยว่า ใช่เลยค่าาา เป็นทาสแมวค่ะ รักแมวหลงแมวมากกกกก คาแรคเตอร์แมวในเรื่องก็ถอดแบบนิสัยมาจากแมวเราเป๊ะๆ เลย (ฮา) นอกจากนี้แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งก็เป็นหนึ่งในพล็อตที่แต่งไม่จบในตอนม.ต้นด้วย เลยถือโอกาสปัดฝุ่นใหม่ซะเลยค่ะ><
ความยากของนิยายเรื่องนี้ ยากตรงที่กลัวว่าจะซ้ำรอยเดิมคือแต่งต่อไม่จบค่ะ (ฮา) ยากที่สุดก็น่าจะเป็นซีนสื่ออารมณ์ เพราะต้องจูนสมองนานมากกกกกก บรรทัดหนึ่งบรรทัดคือเดินวนไปมาในห้องสิบนาทีได้ค่ะ และอุปสรรคที่มาเรื่อยๆ ก็คงจะเป็นพล็อตตันค่ะ พล็อตเรื่องใหญ่ไม่มีปัญหา มีปัญหาคือพล็อตเล็กๆ ที่แทรกมาจะคิดไม่ค่อยออก ต้องใช้เวลาพักใหญ่เลย
และปัญหาอีกอย่างตอนนี้คือเรื่องเวลาค่ะ ส่วนใหญ่เวลาหัวแล่นๆก็จะเป็นช่วงดึกๆ เลย แล้วเราเรียนไปด้วยเป็นนักเขียนไปด้วย บางช่วงหนักๆ ก็ต้องจัดเวลาให้ดีเลยล่ะค่ะ ~
เรียนไปด้วยเขียนด้วยไม่มีปัญหาเพราะการแบ่งเวลา!
เวลาเขียนนิยายจะกำหนดในใจคร่าวๆ เลยค่ะ ว่าวันนี้จะแต่งถึงฉากไหนประมาณไหนแล้วไม่เกินกี่โมง ส่วนใหญ่ช่วงเวลาที่เริ่มเขียนก็จะเป็นช่วงสี่ทุ่มเป็นต้นไปค่ะ เพราะงั้นช่วงเวลาช่วงค่ำก่อนหน้านั้นก็คือจะต้องจัดการงานอื่นๆ ให้เสร็จเลยค่ะ แล้วก็ถ้าวันไหนพรุ่งนี้มีเรียนเช้าก็จะเพลาๆ ลงหน่อยค่ะ ช่วงสอบก็อาจจะมีพักบ้างอะไรบ้างค่ะ พยายามไม่หักโหมเกินไปเพราะเดี๋ยวถ้าล้าแล้วพล็อตจะตันค่ะ อันนั้นแย่เลย (´ ꒳` )
การเขียนนิยายสร้างผลกระทบในชีวิตของเรายังไงบ้าง ไม่ค่อยกระทบมากเท่าไหร่นะคะ เรื่องเวลาพักผ่อนไม่เป็นปัญหาค่ะ เพราะนอนเช้าเป็นประจำก็คือลุยอ่านนิยายเนี่ยแหละ จะกระทบเลยก็แค่เวลาอ่านนิยายลดไปนิดนึงเองค่ะ (นิดนึงจริ๊งๆ)
อย่างช่วงก่อนเขียน ตอนดึกๆ คือจะฟุ้งซ่านมากแบบไม่มีอะไรทำ ต้องหานิยายอ่านให้ได้ไม่งั้นไม่นอน แต่พอได้ลงมือเขียนจริงจังคือใช้ช่วงเวลานั้นนั่นแหละจับความฟุ้งซ่านทั้งหมดลงนิยายซะเลย ก็ดีไปอีกแบบค่ะ
ซึ่งหลังจากเขียนมาสองเรื่องแล้ว เราก็รู้สึกภาษาเริ่มเปลี่ยนไปนิดนึงนะคะ แบบเราเลือกใช้คำได้ดีขึ้นค่ะ ในเรื่องแรก NeighBRO-คุณพี่ห้องข้างๆ เผลอใช้คำวิบัติแบบแปลกๆ ที่คนไม่ค่อยเข้าใจกันเยอะ เรื่องหลังๆ ก็จะพยายามเพลาๆ ลงค่ะ XD
ถ้าถามถึงความแตกต่างระหว่าง 2 เรื่อง คิดว่าเป็นการดำเนินเรื่องวางปมนู่นนี่ค่ะ อย่างในเรื่องแรก NeighBRO-คุณพี่ห้องข้างๆ ก็จะค่อยๆ วางแล้วแก้ไปทีละปมเลย แต่พอเป็นเรื่องที่สอง มีแมวต้องมีบัวลอย ก็คือจะลองวางมากกว่า 1 ปมแล้วค่อยมาเฉลยทีหลัง เริ่มท้าทายขึ้นมานิดนึงตรงที่อย่าเพิ่งเฉลยทั้งหมดให้นักอ่านรู้ (ฮา)
ตัดสินใจขาย เพราะอยากลองหาค่าขนม
ตอนนั้นอยากลองหาค่าขนมเพิ่มซักหน่อยเพื่อเอาไปซื้อนิยายที่อยากอ่านต่ออีกทีค่ะ (ฮา) จริงๆ ก็แอบกังวลนิดหน่อยก่อนกดเปิดขาย กลัวว่าจะแป้กไม่มีใครกดมาอะไรแบบนี้ แต่สุดท้ายก็กดเปิดขายไปเลยค่า ในเมื่อเราฮึบแต่งจนจบได้ ก็ต้องขายได้สิ ในร้อยคนที่กดเข้ามาก็น่าจะมีซักคนที่ชอบงานเราบ้างแหละ!
ถึงตรงนี้ก็ต้องขอบคุณนักอ่านที่น่ารักอีกครั้งที่ส่งกำลังใจพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มเปี่ยมเลยแหละค่ะ
และถ้าถามว่าตอนนี้คิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จในการเขียนนิยายหรือยัง สำหรับเรา เราว่าประสบความสำเร็จแล้วค่ะ แค่เราเขียนจบซักเรื่องเอาชนะความขี้เกียจของตัวเองได้ก็ถือประสบความสำเร็จแล้วค่ะ จริงๆประสบความสำเร็จตั้งแต่ที่จากที่เป็นคนพูดไม่รู้เรื่องแต่ถ่ายทอดเนื้อเรื่องผ่านตัวอักษรให้นักอ่านเข้าใจโดยไม่งงไปซะก่อนก็นับว่าประสบความสำเร็จแล้วค่ะ (ฮา) ><
เป้าหมายเส้นทางนักเขียนก็น่าจะเป็นการเขียนไปเรื่อยๆ เพราะคิดว่าตัวเองน่าจะไปกับงานเขียนได้จริงๆ แหละ แล้วก็ลองมีเป็นรูปเล่มกับเขามากอดซักทีค่ะ แหะๆ
ส่วนที่ต้องพัฒนาก็น่าจะเป็นพวกเรื่องของภาษายังไงให้ลื่นไหลมากขึ้น แต่ก็เข้าใจง่ายด้วยค่ะ ><
สุดท้ายนี้
จะเขียนจนจบต้องมีแรงฮึด+ไฟในการเขียนไม่ดับไปซะก่อน ในตอนนี้ที่แต่งจบไปได้ก็เพราะมีนักอ่านน่ารักๆมาคอยให้กำลังใจเพิ่มแรงฮึดให้บ่อยๆ ค่ะ
สำหรับใครประสบปัญหาเขียนนิยายไม่จบ อยากให้ฮึดสู้ต่ออย่าเพิ่งท้อนะคะ อย่ากดดันตัวเอง ให้พักเยอะๆ เติมพลังแล้วลุยต่อค่ะ อยากให้คุณนักเขียนที่กำลังท้ออยู่ได้ลองพิมพ์คำว่า 'จบ' ในท้ายเรื่อง ตอนพิมพ์มันรู้สึกปริ่มใจมากเลยนะคะ ต้องลองซักครั้งงงงง ><
สุดท้ายนี้ก็ขอฝากผลงานเอาไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ ทั้งเรื่อง NeighBRO -คุณพี่ห้องข้างๆ และ Land on your feet-มีแมวต้องมีบัวลอย และในเรื่องต่อๆไหด้วยนะคะ (≧∀≦ゞ
เขียนนิยายเพราะความเหงาล้วนๆ เป็นจุดเริ่มต้นไอเดียการเขียนนิยายที่สารภาพเลยว่าแอบคาดไม่ถึงนิดนึง (ฮา) ใครจะคิดเล่าว่าเพียงแค่เหตุผลเล็กๆ อย่างความเหงาก็สามารถทำให้คนๆ หนึ่งสร้างผลงานที่ทำให้อ่านแล้วอมยิ้มได้ใจใครหลายคนจนกลายเป็นนิยายติดท็อป ที่สำคัญแม้ souranxz จะยังเป็นเพียงนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ต้องเขียนนิยายไปพร้อมกับการเรียน แต่การรู้จักแบ่งเวลาที่ดี ก็ทำให้ souranxz สามารถทำสองอย่างไปพร้อมๆ กันได้โดยไม่ทิ้งอย่างใดอย่างหนึ่งไป และที่สำคัญยังมีผลตอบลัพธ์ที่ดีทั้งคู่อีกต่างหาก
ซึ่งทั้งหมดก็ต้องขอบคุณกำลังใจที่ดี และการจักตารางเวลาที่เข้มงวดของ souranxz มากเลยๆ ค่ะ สำหรับใครที่อยากเขียนนิยายแต่ประสบปัญหา “ไม่มีเวลาเขียน” ลองหยิบวิธีการนี้ไปใช้กันได้ ตั้งเป้าหมายไว้เลยว่าวันนี้จะแต่งถึงฉากไหนประมาณไหนแล้วไม่เกินกี่โมงแล้วพยายามทำตามสิ่งที่เราตั้งเป้าไว้ให้สำเร็จดู ไม่แน่ว่านิยายที่เราดองๆ กันอยู่หลายเรื่องอาจจะเขียนจบในเร็วๆ นี้ก็ได้นะ
ติดจามผลงานของ souranxz ได้ที่นี่
พี่หญิง

0 ความคิดเห็น