ได้ทำในสิ่งที่ชอบ และทำรายได้ไปด้วย
ความสุขแบบนี้มันหาได้ยาก : เส้นเล็กไม่ผัก
สวัสดีค่ะ ชาวเด็กดีทุกคน สำหรับนักเขียนที่เราพามาแนะนำให้ทุกคนรู้จักผ่านบทสัมภาษณ์ในครั้งนี้ เป็นนักเขียนเจ้าของผลงานเรื่อง อสรพิษพิชิตยุทธภพ นิยายแฟนตาซีที่มีจุดเด่นตรงคาแรกเตอร์ของตัวละครที่หยิบเอาสัตว์มีพิษที่หลายคนหวาดกลัวอย่าง “งู” มาเป็นตัวเอกดำเนินเรื่อง
ซึ่งแอบเม้าไว้ตรงนี้เลยค่ะ สาเหตุที่นักเขียนหยิบเอาสัตว์ชนิดนี้มาเป็นตัวเอกหลักในการดำเนินเรื่องก็เพราะต้องการระบายความอัดอั้น ตันใจที่ตัวเองไม่สามารถเลี้ยงงูได้นั่นเองค่ะ ฮา
“เส้นเล็กไม่ผัก” หรือ “บุ๊ค” นักเขียนหนุ่มคนนี้เริ่มต้นเส้นทางนักเขียนจากการเป็นนักอ่านที่เสพติดการอ่านนิยายเป็นชีวิตจิตใจ เขาสารภาพกับเราว่าตอนแรกเขาไม่เคยมีความคิดที่อยากจะเป็นนักเขียนเลยด้วยซ้ำ แต่เพราะนิยายในแบบที่เขาต้องการอ่านนั้นมีน้อยเกินไป จนหาอ่านเท่าไหร่ก็ไม่เจอ ตัวเองก็เลยตัดสินใจเขียนอ่านเองมันซะเลย แม้มันจะไม่ได้ประสบความสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรก แต่การเขียนนิยายก็ได้กลายเป็นสิ่งที่เขารักและขาดไม่ได้ในที่สุด ทั้งยังได้กลายเป็นงานที่สร้างรายได้ให้เขาในปัจจุบันอีกด้วย
จากโปรแกรมเมอร์เขียนโค้ดสู้เส้นทางนักเขียนอาชีพ อะไรทำให้ “เส้นเล็กไม่ผัก” เลือกหันหลังให้กับเส้นทางแรกแล้วเดินสู่เส้นทางที่สองเต็มตัว แล้วเขามีเคล็ดลับอะไรที่ทำให้สามารถยืนหยัดในเส้นทางสายนักเขียนนี้สำเร็จ วันนี้เขามาร่วมแชร์ประสบการณ์กับเราที่ด้านล่างนี้แล้วค่ะ
เส้นเล็กไม่ผัก...นักเขียนที่เรียนจบปุ๊บก็เจอโควิดปั๊บ!
ผมบุ๊คครับ นักเขียนเรื่อง อสรพิษพิชิตยุทธภพ ครับ ผมจบจากม.แม่โจ้ เชียงใหม่ครับวิทยาการคอม เกรดไม่เยอะมาก และนับว่าแย่นะครับถ้าเทียบกับเพื่อน อาจจะเพราะมัวแต่อ่านนิยายตั้งแต่ปี 1 ฮาๆ
หลังเรียนจบก็ช่วงโควิดพอดีครับ เลยลำบากเรื่องหางานมากๆ หมดเงินเก็บไปกับตรงนี้หลายหมื่นช่วงที่ไม่มีงานทำ พอได้งานทำเกี่ยวกับการเขียนโค้ด ทำไปซัก 2 เดือนก็เริ่มรู้สึกว่าไม่ใช่ เลยออกมาแล้วลองเขียนนิยายใหม่อีกครั้งดูครับ ตอนแรกผมเคยเขียนไว้เรื่องหนึ่งแต่ยอดวิวแล้งก็พล็อตเรื่องยังไม่ได้จักอะไรไว้เลยครับ มือใหม่สุดๆ เลยลบทิ้งไปแล้ว จำไม่ได้ว่าลงไว้ตอนไหนแต่น่าจะราว ๆ ต้นปีที่แล้วครับ จุดเปลี่ยนที่ทำให้เริ่มแต่งก็คืออยากอ่านนิยายแนวพระเอกไม่ใช่คนน่ะครับ แต่ก็หายากมาก จริง ๆ ก็คือไล่อ่านของแนวนี้ส่วนใหญ่จนเกือบหมดแล้วเลยไม่มีอะไรจะอ่าน แต่งเองเลยแล้วกัน แบบนั้นครับ
ส่วนที่มาของนามปากกา เส้นเล็กไม่ผัก เพราะว่าผมชอบกินก๋วยเตี๊ยวเส้นเล็กไม่ผักครับ แต่ปกติกินน้ำตกนะครับไม่ใช่น้ำใส XD
อยากเลี้ยงงูเลยมาระบายใส่นิยาย!
อสรพิษพิชิตยุทธภพ ตอนที่ผมทำนิยายเรื่องใหม่เรื่องนี้ ตอนแรกก็แค่คิดประมานว่า... ทำไมไม่มีคนแต่งแนวนี้เลยนะ?
เพราะว่าผมชอบงู อีกอย่างผมชอบนิยายพวกแนวที่พระเอกเป็นมอนสเตอร์ แบบว่าไม่ใช่คนอะครับ แต่พอผมหาอ่านนิยายแนวแฟนตาซีพระเอกเป็นอะไรพวกนี้อ่าน ก็ไม่เจอเลยครับ โดยเฉพาะนิยายที่มีตัวเอกเป็น "งู" ที่เจอคือเป็นงูแค่ไม่เกิน 5 ตอนก็เป็นคนซะแล้วผมก็เลยเขียนเองเลยครับ
ส่วนที่ว่าทำไมถึงชอบงู ก็ด้วยวิธีการล่า รูปร่าง การใช้ชีวิตอะไรหลาย ๆ อย่างครับ ความสามารถพิเศษหลายอย่างก็น่าสนใจมากครับ แต่ก็นั่นแหละครับ ที่บ้านผมเองก็ไม่มีใครเห็นดีด้วยเรื่องเลี้ยงงู คิดอยากจะเลี้ยงตั้งแต่สมัย ม.ปลายแล้วครับ แต่ก็นะครับ 5555 แฟนผมก็ไม่ชอบ ตอนนี้เลยเลี้ยงแมวแทน กลายเป็นทาสเต็มรูปแบบ เขียนนิยายเรื่องงูเอาตังมาเปย์เจ้านายครับ
แฟนตาซีแม้จะไม่ต้องสมจริงมาก แต่มันต้องมีเหตุผลในตัวของมันเอง
สำหรับงูในนิยายของผมคิดว่าที่ตรงลักษณะปัจจุบันที่สุดคงจะเป็นงูเห่าหรือจงอางนะครับ แต่ที่คิดเอาไว้ตอนแรกคืองูแบล็กแมมบาแต่สลับสีของเกล็ดกับดวงตาครับ
ข้อมูลเกี่ยวกับงูที่เราใส่ลงไปในนิยายก็ใช้แค่เรื่องพื้นฐานทั่วไปครับที่คนรู้กัน เช่นว่างูไม่มีหู หรือกะพริบตาไม่ได้ครับ แล้วก็พวกเรื่องบอกคราบอะไรแบบนี้ครับ แต่เขียนเป็นแฟนตาซี เรื่องพวกนี้บางเรื่องก็อาจจะไม่ต้องสมจริงมากครับ
แต่ถึงจะไม่ต้องสมจริงมาก แต่มันต้องมีเหตุผลในตัวของมันเองครับ เช่นว่า เราเอาเรื่องจริงมาเป็นพื้นฐานได้ แต่ว่าถ้าเราจะแหวกแนวออกไป เราควรจะมีเหตุผลรองรับน่ะครับ ว่าทำไมถึงต้องเป็นแบบนั้น แต่การเขียนจากเรื่องจริงยังไงก็ง่ายกว่าน่ะครับผมว่า เพราะมีข้อมูลที่ยืนยันได้ชัดเจน อย่างงานของไรท์ whale ink ถึงกับมีงานวิจัยรองรับเลยนะครับ 5555 ผมล่ะอึ้งไปเลย
แม้จะตั้งใจเขียน แต่พอติด top 10 ก็ตกใจเหมือนกัน
ตอนแรกนิยายขึ้นมา top 10 ก็ตกใจเหมือนกันครับ แต่พอมาคิดดู ก็พอเข้าใจว่าผมลงนิยายทุกวัน แล้วก็ตรวจทานคำผิดจากเว็บในเด็กดีด้วย เวลาอ่านนิยายการจัดเรียงหรือคำผิดก็มีส่วนให้นักอ่านรู้สึกแตกต่างกันอะครับ จากที่ผมเป็นนักอ่านมาก่อนเลยพอเข้าใจว่านักอ่านเขาไม่ชอบแบบไหน เราก็พยายามหลีกเลี่ยง
นิยายมันก็มีแนวทางตามพล็อตของนักเขียนแต่ละคนครับ สำหรับเรื่องปกติที่นักอ่านจะไม่ชอบผมคิดว่าเป็นเรื่อง
- คำผิดครับอย่างแรก
- แล้วก็เรื่องความยาวในแต่ละตอน
- สุดท้ายคือวินัยของนักเขียนเองครับ
ถ้าเราไม่ลงนิยาย หรือละทิ้งงานของตัวเอง ถึงจะเป็นระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็ส่งผลแน่นอนครับ
ส่วนข้อได้เปรียบนิยายของผมก็คิดว่าเป็นแนวที่ไม่ค่อยมีใครเขียนล่ะมั้งครับ แล้วก็ลงนิยายทุกวันอย่างน้อยวันละหนึ่งตอน เรื่องภาษาการใช้คำที่ไม่ซ้ำซากหรือมีคำผิดจนมากเกินไปก็อีกเรื่องครับ ทำได้เท่านี้ผมคิดว่าการจะขึ้น top 10 ของหมวดนั้นๆ ก็ไม่น่าจะยากแล้วครับ
นิยายที่ติดท็อปส่วนหนึ่งมาจากกระแสก็จริง
แต่สิ่งที่ทำให้คนอ่านติดตามความมีวินัยของคนเขียน
พล็อตนิยายส่วนใหญ่แล้วก็จะมีแปลกแหวกแนวมาเรื่อย ๆ นะครับ ส่วนตัวผมคิดว่านิยายที่ติดท็อปส่วนหนึ่งมาจากกระแสก็จริง แต่สิ่งที่ทำให้ยอดคนอ่านคือความมีวินัยของคนเขียนและความถี่ในการลงตอนครับ ถ้าอย่างน้อยนักเขียนท่านไหนลงนิยายวันละ 2-3 ตอนทุกวัน การจะติดท็อป 20 หรือ ท็อป 10 ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้นะครับถึงแม้จะไม่ใช่นิยายในกระแสก็ตาม
อสรพิษพิชิตยุทธภพ เป็นนิยายที่มีพล็อตตามกระแสนิยายหรือเปล่า? แน่นอนครับว่าตามกระแส นิยายที่เป็นตัวเอกเกิดใหม่แล้วมีระบบช่วยมีเยอะเลยครับ นิยายที่ตัวเองเป็นงูก็มีเยอะเหมือนกันครับ แต่ไม่ค่อยเห็นมานานแล้วในหมวดแฟนตาซีครับ
แม้ตอนนี้จะเขียนอาชีพ แต่ในอดีต “นักเขียน” คืออาชีพที่อยู่นอกสารบบ
ตอนนี้ผมเขียนนิยายเป็นหลักเลยครับ ไม่ได้ทำอาชีพอื่น ตอนแรกก็คิดว่าอาจจะขายไม่ได้ครับเลยไม่กล้าติดเหรียญ ที่ตัดสินใจลองติดเหรียญครั้งแรกก็เพราะแฟนผมบอกให้ติดครับ ตอนนั้นนิยายผมยอดวิวน่าจะหลักหมื่นคนติดตามเกือบพัน แต่ผมคิดว่ามันยังน้อยไปครับเลยไม่กล้าติด แฟนก็บอกให้ผมลองติดเหรียญดู ผลตอบรับคิดว่าเกินคาดมากๆ
เอาจริงๆ เรื่องเป็นนักเขียนนี่ผมไม่เคยคิดเลยครับ ก่อนหน้านี้คืดว่าจะลองทำอาชีพที่ตรงสายการเรียนมาซักหน่อยก่อน แต่เจอหลาย ๆ เรื่องก็เลยตัดสินใจออกมาเป็นนักเขียนครับ ทีแรกคิดว่าอย่าเราคงจะทำไม่ได้ ตอนแรก ๆ แฟนก็บอกว่า เธอเนี่ยนะจะเขียนนิยาย แต่พอผมอธิบายว่ามันก็หารายได้ได้เหมือนกันนะ เขาก็ให้ผมเริ่มลงขายตอนนั้นเลยครับ ผมมองว่านักเขียนเป็นอาชีพที่มีความไม่แน่นอนในเรื่องความมั่นคงครับในตอนแรก แต่ถ้าเรารักษามาตรฐานของเราเอาไว้ การจะทำอาชีพนี้ก็เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่สนใจนะครับ
เคล็ดลับอยู่ที่การลงทุกวัน!
ไม่ได้เขียนสต็อกไว้ครับ ตอนล่วงหน้าเหมือนกับเป็นตอนสต็อกของผมแหละครับ ปกติผมจะเขียนตั้งแต่ช่วงเที่ยงถึงไม่เกินสองทุ่มครับ แต่จะมีกำหนดไว้ว่าอย่างน้อยต้องลงวันละ หนึ่งตอนครับ แต่ถ้าวันไหนเขียนลื่นก็อาจจะถึงสามตอน
เรื่องนี้ผมเริ่มลงให้อ่านในเด็กดีช่วงเดือนพฤศจิกายนที่แล้ว ผมเริ่มต้นเขียนก่อนหน้านั้นไม่นานครับ ตอนนั้นมีตอนสต็อกซัก 10 ตอนได้ แล้วถึงทยอยอัปลงครับ เพราะเคยเขียนเรื่องก่อนหน้าแล้วไม่มีตอนสต็อก คนอ่านส่วนใหญ่ที่อ่านฟรีจะให้เขามารอก็รู้สึกไม่ค่อยดีครับ 5555 ผมก็ชอบอ่านฟรีเหมือนกัน เลยเข้าใจว่าเวลาไรท์ไม่อัพนิยายเป็นยังไง แค่คิดว่าวันนี้ไม่ได้ลงนิยายก็เหงื่อตกละครับ
วางแผนต้องลงทุกวัน แต่วันที่ตันก็มี!
เคยตันไหม? เคยครับ ก็มีบางครั้งที่ไม่ได้ลงเหมือนกัน แต่ก็เป็นระยะเวลาไม่นานครับ นานสุดแค่ 1 วัน ถ้าเรื่องตันมันอยู่ที่การดูแลตัวเองของเราด้วยส่วนหนึ่งครับ ถ้าเราหาเวลาให้ตัวเองไม่ได้ก็ไม่มีจิตใจจะเขียนน่ะครับ อย่างตอนนี้ผมว่างงานก็จริง แต่ก็ดูแลแฟนเรื่องเรียนของเขาด้วยนิดหน่อยครับ บางครั้งที่ต้องช่วยงานเขาเยอะๆ ก็ไม่มีแรงไปทำส่วนของเราเองน่ะครับ แต่ก็น้อยมากครับนาน ๆ ครั้ง
แรงบันดาลใจการเขียน การวางพล็อต ผมได้มาจากนิยายหลาย ๆ เรื่องครับ ผมอ่านนิยายจากแอพ wแล้วบางเรื่องก็เป็นแรงบันดาลใจครับ อย่างเรื่องที่ชัดสุดเลยก็ supreme magus ส่วนวางพล็อตตอนแรกที่ผมแต่งแค่เอาตามใจตัวเองครับ แล้วมาวางพล็อตทีหลัง แต่ตอนนี้เนื้อเรื่องยังไปได้ไม่ถึง 1/4 เลยครับ ถ้าเอาตามี่วางพล็อตไว้แล้วนะครับ เพราะก็เอาพล็อตมาจากชื่อเรื่องเลยครับ จนกว่าเฮียแกจะพิชิตจนครบ ก็นั่นล่ะครับ
ชีวิตพลิกเพราะตัดสินใจลาออกมาเขียนนิยาย!
ตอนตัดสินใจออกมาเขียนเครียดไหม? เครียดครับ เครียดกับงานปัจจุบันของตัวเอง ให้เด็กจบใหม่มาดูแลงานใหญ่แบบนั้น แล้วก็ด้วยทีมงานที่ไม่พร้อมจะสอนงาน ผมเลยคิดว่าจะออกน่ะครับ
แต่ตอนแรกยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี พอได้ลองขายนิยายดูก็เห็นว่า เออมันก็ได้นี่ มันก็เหมือนเราทำงาน ต้องมีวินัย เพียงแต่ไม่ต้องมาเครียดกับคนอื่น เราแค่ดูแลตัวเอง พัฒนาตัวเองน่ะครับ งานก็คืองานของเรา จะดีแย่อยู่ที่ตัวเรา ไม่ได้มีใครมากำหนด ความอิสระแบบนี้ก็คืออีกอย่างที่ผมชอบของการเป็นนักเขียนครับ
อีกอย่างได้ทำในสิ่งที่ชอบ แล้วทำรายได้ไปด้วย ความสุขแบบนี้มันหาได้ยากครับ
และถ้ายังรักษาระดับไว้ได้แบบนี้ ตอนนี้ผมก็มีรายรับสูงกว่าเดือนเก่าแล้ว จริง ๆ เงินเดือนของบ.เก่า แค่ 15000 นั่นแหละครับ ตอนที่ผมทำยังทดลองงานด้วย ได้ 13000
แต่ก็คิดอยู่ว่าถ้าลงตอนล่วงหน้าเพิ่มมากกว่านี้ หมายถึงลองอย่างน้อยวันละสองตอนน่ะครับ รายได้ก็อาจจะเพิ่มอีก ผมลงอ่านขายแบบรายตอนซึ่งเป็นการซื้อเวลาอ่านก่อนคนอื่น ผมคิดว่านักอ่านที่กดซื้อส่วนใหญ่เข้าใจตรงจุดนี้ดีแหละครับ เพราะว่าระบบนี้ทำมาสำหรับคนที่ไม่อยากรอใช่ไหมครับ แถมในหน้าที่จะกดอ่านก็มีบอกชัดเจนว่าอีก ** วันอ่านฟรี ผมคิดว่าขายแบบนี้น่าจะขายง่ายที่สุดน่ะครับ เพราะความค้างของการไม่ได้อ่านต่อมันน่ากลัวมากๆ
ผมว่าจุดเริ่มต้นของนักเขียนก็คือนักอ่านนี่แหละครับ
สำหรับชาวเด็กดีที่อยากเขียนนิยายเพื่อหารายได้ ควรเริ่มจากการอ่านนิยายเยอะ ๆ ครับ หรือถ้ามีไอเดียดี ๆ แล้วก็เริ่มเขียนเลยครับ อาจจะเก็บไว้หลาย ๆ ตอนแล้วค่อย ๆ ลงก็ได้ครับ เรื่องที่ควรให้ความสำคัญคือการลงนิยายครับ เป็นไปได้ก็ควรลงอย่างน้อยลงวันละ 1 ตอนกับระวังเรื่องการจัดการตัวอักษร/จำนวนคำต่อตอนครับ ส่วนเรื่องการหารายได้ทางเด็กดีให้คำแนะนำไว้ในการเริ่มขายนิยายอย่างละเอียดเลยครับ แต่สำหรับผมถ้าจะแนะนำก็อยากใหมีความมั่นใจในตัวเองแล้วลองลงขายดูครับ
สุดท้ายนี้…
ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านและทีมงานเด็กดีที่ให้ความสนใจนิยายอสรพิษพิชิตยุทธภพนะครับ ขอฝากผลงานชิ้นนี้เอาไว้ให้นักอ่านทุกท่านได้เข้ามาชื่นชมความน่ารักและน่าเอ็นดูของน้องงูในนิยายของผมด้วยครับ <3
และนี่คือเรื่องราวของ “เส้นเล็กไม่ผัก” หรือ “บุ๊ค” นักเขียนเจ้าของผลงาน อสรพิษพิชิตยุทธภพ ที่ตอนนี้เปลี่ยนอาชีพจากเขียนโค้ดมาเขียนนิยายเต็มตัว และถึงแม้เจ้าตัวจะไม่ได้มีความฝันอยากเป็นนักเขียนตั้งแต่แรก แต่ก็การเสพติดนิยาย รักการอ่านนิยายมากๆ ของเขาก็นำพาให้เจ้าตัวค้นพบสิ่งที่ชอบ พร้อมกับสามารถสร้างรายได้ให้เขาไปพร้อมๆ กันอีกด้วย
ซึ่งสาเหตุที่เรื่องราวออกมาเป็นอย่างนี้ก็อาจเป็นอย่างที่ “เส้นเล็กไม่ผัก” ได้กล่าวไว้ในบทสัมภาษณ์ว่า….จุดเริ่มต้นของนักเขียนก็คือนักอ่านนี่แหละครับ
ดังนั้นน้องชาวเด็กดีใครไหนที่ชอบอ่านนิยายแล้วอยากลองเขียนดูบ้าง ก็คลิกไปศึกษาดูแล้วเริ่มเขียนได้ตามลิงก์ด้างล่างนี้เลย
เริ่มเขียนนิยาย
ติดตามผลงานของ เส้นเล็กไม่ผัก ได้ที่นี่
พี่หญิง

1 ความคิดเห็น
เขินเลยยย
หางานวิจัยมาเขียนนิยายก็สนุกดีนะครับ ฮี่ ๆ
เป็นกำลังใจให้ครับ วินัยของคนเขียนเป็นข้อพิสูจน์หลายอย่างจริง ๆ นะ
รอติดตามผลงานครับ