ชวนสร้าง ‘โลกิ’ หรือตัวละครเจ้าเล่ห์สุดแสบด้วย 10 เทคนิคสุดปังนี้!

ชวนสร้าง ‘โลกิ’ หรือตัวละครเจ้าเล่ห์สุดแสบ
ด้วย 10 เทคนิคสุดปังนี้!

 

สวัสดีค่ะชาวนักเขียนเด็กดีทุกคน เชื่อว่าไม่มีใครในนี้ไม่รู้จักโลกิ เทพเจ้าแห่งนอร์ส ตัวละครที่น่ารักและน่าหมั่นไส้ในเวลาเดียวกันจากจักรวาลมาร์เวล นางมีซีรี่ส์ Loki ใน Disney+ เป็นของตัวเองด้วยนะ ด้วยความที่หลายคนชอบตัวละครที่มีคาแร็กเตอร์แบบนี้ วันนี้พี่เลยอยากชวนทุกคนมาสร้างโลกิเป็นของตัวเองกันค่ะ ไม่ยากๆ บอกเลย

เราเรียกคาร์แร็กเตอร์แบบโลกิว่าเป็น Trickster หรือจอมเจ้าเล่ห์ ซึ่งตัวละครนี้พบได้บ่อยในนิยาย วรรณกรรมเด็ก นิทาน หรือแม้แต่ภาพยนตร์ 

 จอมเจ้าเล่ห์ คือตัวละครที่วางแผนลับเพื่อหนีจากสิ่งต่างๆ และเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่พวกเขาต้องการ ส่วนมากแล้วจอมเจ้าเล่ห์มักเล่นตลกหรือเป็นผู้ก่อกวน มีไว้เพื่อเพิ่มสีสันให้กับเรื่อง แต่สำหรับบางเรื่อง จอมเจ้าเล่ห์อาจมีด้านร้ายเช่นกัน

 

โลกิ  เทพจอมเจ้าเล่ห์ ตัวละครที่ใครๆ หลายคนตกหลุมรัก
โลกิ  เทพจอมเจ้าเล่ห์ ตัวละครที่ใครๆ หลายคนตกหลุมรัก

 

จอมเจ้าเล่ห์ (Trickster) ที่แท้จริงเป็นยังไง?

จอมเจ้าเล่ห์เป็นตัวละครสุดขั้ว พวกเขาสามารถชั่วร้ายสุดๆ หรือดีสุดๆ ได้ แต่ส่วนใหญ่เรามักจะสับสนว่าตัวตนที่แท้จริงของเขาเป็นยังไงกันแน่ มักเปลี่ยนไปมาตามสมควร แถได้ลื่นไหล ลองนึกถึงตัวตลกเพนนีไวส์ที่เปลี่ยนจากฉากหนึ่งไปอีกฉากหนึ่ง และเป็นสัตว์ประหลาดตามที่โครงเรื่องต้องการให้เขาเป็น

จอมเจ้าเล่ห์ไม่สนใจหรอกว่ามีข้อห้ามอะไรบ้าง ดังนั้นข้อห้ามเหล่านี้จึงท้าทายพวกเขาได้สุดๆ พวกเขาดูเหมือนจะไม่สนใจด้วยซ้ำ เนื่องจากจอมเจ้าเล่ห์ไม่ได้กังวลเรื่องข้อห้ามมากนัก บางคนจึงถูกวิเคราะห์ว่าเป็นโรคจิต 

จอมเจ้าเล่ห์ในเทพนิยายและนิยายมีหลายรูปแบบ พวกเขาอาจปรากฏตัวในรูปแบบของกระต่าย จิ้งจอก แมว เทพเจ้านอร์ส และตัวตลก  เช่น เทพเจ้าโลกิ, แมวเชสเชียร์ (Cheshire Cat), โจ๊กเกอร์, เทพเจ้าเฮอร์มีส

 

ทำไมถึงจอมเจ้าเล่ห์ถึงเพิ่มสีสันให้นิยายได้?

ในหนังสือ Secrets of Story แม็ตต์ เบิร์ดจัด 5 อันดับฉากที่ได้ผล เรียงจากได้ผลน้อยที่สุดไปยังมากที่สุดดังนี้

  1. ฉากฟังและรับ
  2. ฉากฟังและโต้แย้ง
  3. ฉากดึงข้อมูลหรือการกระทำโดยตรง
  4. ฉากดึงข้อมูลหรือการกระทำผ่านกลลวงและกับดัก
  5. ฉากทั้งพยายามหลอกล่อและวางกับดัก 
    แถมประสบความสำเร็จอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสองอย่าง

สังเกตมั้ยว่าทำไมข้อ 4 และ 5 เป็นฉากที่มีชีวิตชีวาที่สุด?

เพราะทั้งสองเกี่ยวข้องกับตัวละครจอมเจ้าเล่ห์ หรือทั้งสองเกี่ยวข้องกับ “ลูกเล่น” 

แม้ว่าตัวละครหลักของเราจะไม่ใช่ตัวละครที่มีเล่ห์เหลี่ยม แต่ก็มีประโยชน์มากหากบางครั้งพวกเขาใช้เครื่องมือที่หลอกลวงเพื่อให้ได้สิ่งที่พวกเขาต้องการ ลูกเล่นของจอมเจ้าเล่ห์เปรียบเหมือนความลับที่ชวนให้นักอ่านอยากค้นหา
 

เรามาสร้างตัวละครจอมเจ้าเล่ห์กันง่ายๆ ด้วย 10 วิธีต่อไปนี้

 

 

01 ให้ตัวละครมีองค์ประกอบของการปลอมตัว / จำแลง

นี่อาจหมายถึงอะไรก็ได้ ตั้งแต่การเปลี่ยนเสื้อผ้าไปจนถึงการเปลี่ยนบุคลิกภาพ ที่เด็ดกว่าคือการเปลี่ยนรูปร่าง (shapeshifting) 

เช่น โลกิสามารถแปลงกายเป็นใครก็ได้ในแบบที่เขาอยากจะเป็น ลองอ่านเรื่องการเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้ที่นี่ คลิก หรือแม้แต่เชอร์ล็อก โฮล์มส์ เองก็มีความสามารถในการปลอมตัวเพื่อเข้าไปสืบคดีต่างๆ ด้วยเช่นกัน

ในบางครั้งการหลอกลวงของจอมเจ้าเล่ห์อาจอยู่ในรูปแบบวิธีที่เขาแสดงออกโดยใช้พรสวรรค์และความมั่นใจบางอย่างก็ได้

 

02 ให้ตัวละครของเราใช้หลักจิตวิทยาย้อนกลับ

จิตวิทยาย้อนกลับ (Reverse Psychology) เป็นเทคนิคทางจิตวิทยาที่ชี้ชวนให้คนๆ หนึ่งพูดหรือทำในสิ่งที่เราต้องการ ด้วยการบอกให้ทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับผลลัพธ์ที่เราอยากได้ 

เช่น เราพูดกับเด็กว่า “ห้ามคิดถึงเราก่อนนอนนะ” แต่ที่จริงเรากำลังจงใจทำให้เขา “คิดถึงเราก่อนนอน” อยู่ในหัว

วิธีนี้ได้ผลนักเชียวกับการเล่นแง่ของจอมเจ้าเล่ห์ในนิยายเรา เช่น ทอม ตัวละครในเรื่อง The Adventures of Tom Sawyer หลอกให้ตัวละครอื่นล้างรั้วให้เขา 

ลองนึกถึงตัวละคร (จอมเจ้าเล่ห์) ที่กระซิบกระซาบ ให้คำแนะนำในลักษณะที่ตรงกันข้ามกับตัวละครอื่น เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวละครนั้นแสดงออกในลักษณะที่พวกเขา (จอมเจ้าเล่ห์) หลอกใช้ เอ้ย ใช้ประโยชน์ได้ จากนั้นค่อยเฉลยทีหลังว่าจริงๆ แล้วถูกจอมเจ้าเล่ห์หลอก บรรยายให้เห็นสีหน้าท่าทางของเหยื่อผู้น่าสงสาร แค่นั้นก็ทำให้เราเห็นความแสบของจอมเจ้าเล่ห์แล้ว

 

คนที่มีประสบการณ์ในการเล่นหมากรุกมากจะพัฒนาความสามารถในการคิด
คนที่มีประสบการณ์ในการเล่นหมากรุกมากจะพัฒนาความสามารถในการคิด

 

03 ทำให้ตัวละครเป็นผู้เชี่ยวชาญหมากรุก...นักวางแผนนิรันดร์

เราไม่ได้หมายถึงการให้ตัวละครของคุณเล่นหมากรุกเก่ง แต่คนที่มีประสบการณ์ในการเล่นหมากรุกมากจะพัฒนาความสามารถในการคิดใน 2 ด้าน (นอกเหนือจากทักษะด้านความจำ) ได้แก่

  • ความฉลาดแบบของไหล (Fluid Intelligence) คือความสามารถในการพิจารณาปัญหารูปแบบใหม่ๆ และใช้เหตุผลในการแก้ปัญหา พลิกแพลงแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ ที่พบเจอได้ดีเยี่ยมเหมือนของเหลว
     
  • ความเร็วในการประมวลผล (Processing speed) คือความสามารถในการเข้าใจอย่างรวดเร็ว และตอบสนองต่อความท้าทายอย่างมีประสิทธิภาพ

จอมเจ้าเล่ห์ต้องการ 2 สิ่งนี้ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมพวกเขาควรมีทักษะการคิดแบบนักหมากรุก เพราะจอมเจ้าเล่ห์ต้องมีการวางแผน

โดยปกติจอมเจ้าเล่ห์มักเป็นตัวละครที่มีความฉลาด เขาไม่จำเป็นต้องเป็นอัจฉริยะ หรือเป็นคนที่เกิดมาปุ๊บฉลาดเลย แต่พวกเขาเหล่านี้ต้องเป็นคนที่รอบคอบและคิดถึงอนาคตไว้เยอะมากๆ ในบางครั้งเขาอาจไม่มีบทที่เฉียบแหลม แต่เขามีคู่ต่อสู้ที่เหมาะสมในที่ที่เขาต้องการ เพราะเขามีแผนสำหรับการกระทำใดๆ ที่พวกเขาทำและตำแหน่งที่พวกเขาอยู่

 

04 ทำให้ตัวละครดูไม่น่าเชื่อถือ

ตัวละครไม่จำเป็นต้องมีความซื่อสัตย์หรือน่าเชื่อถือ และสามารถเป็นคนประเภทที่ “ไม่ได้โกหก แค่ละเลยความจริง” ใช้ความลึกลับของตัวละคร หรือลักษณะที่เป็นความลับของตัวละครให้เกิดผลเต็มที่ ปล่อยให้ตัวละครของเราดูไม่น่าไว้วางใจไม่ว่าจะด้านดีหรือร้าย วิธีการง่ายๆ ก็แค่ปล่อยให้ตัวละครเหล่านั้นนำทางผิดหรือชี้ทางให้ตัวละครอื่นผิด

นอกจากนี้ยังมีอีกวิธี คือการสร้างแวดล้อมให้จอมเจ้าเล่ห์ของเราดูไม่น่าเชื่อถือโดยใช้ตัวละครอื่น ตัวอย่างเช่น ในจักรวาลมาร์เวล ธอร์ถูกโลกิหลอกตลอด ทุกครั้งที่โลกิปรากฏตัว ธอร์จะหาอะไรมาเขวี้ยงใส่โลกิ เพื่อพิสูจน์ว่านั่นเป็นโลกิตัวจริงหรือจำแลงมา ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าโลกิไม่น่าเชื่อถือ

 

 

05 ทำให้ตัวละครเป็นผู้เชี่ยวชาญในการอ่านผู้คน

คุณสมบัตินี้มีประโยชน์มากๆ เมื่อจอมเจ้าเล่ห์เข้าใจอีกฝ่ายเป็นอย่างดี เขาอาจรู้ว่าตัวละครนั้นจะมีพฤติกรรมอย่างไร นั่นหมายถึง จอมเจ้าเล่ห์สามารถคาดเดาการกระทำของบุคคลต่างๆ ได้ดี 

ให้จอมเจ้าเล่ห์ปรากฏต่อผู้อื่น ทำให้เขาดูเป็นผู้รอบรู้หรือเป็นนักทำนาย และเราก็แค่ดูว่าพวกเขาจะแกล้ง เอ้ย เล่นกับตัวละครอื่นอย่างไรเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อพวกเขามากที่สุด

 

06 ให้ตัวละครมีคอนเน็คชั่นเยอะๆ

จอมเจ้าเล่ห์มักมีชื่อเสียงที่ต่างกันในแต่ละกลุ่ม พวกเขาอาจมีความลับที่คนบางคนรู้ ซึ่งมีอิทธิพลต่อความสัมพันธ์ที่ตัวละครอื่นๆ เหล่านั้นเกี่ยวข้องกับพวกเขา ลองนึกดูว่า โลกิทำยังไงถึงกลายเป็นคนที่แกรนด์มาสเตอร์แห่งดาวซาคาร์ไว้ใจ จนถึงขั้นล่วงรู้รหัสส่วนตัวทุกอย่างแม้แต่ห้องนอน แล้วยังรู้จักวายร้ายดาวเคราะห์อื่น 

หรือในทำนองเดียวกัน เชอร์ล็อก โฮล์มส์มีชื่อเสียงและเป็นที่นับถือในหมู่ชนชั้นอีลิตในลอนดอน แต่เขาร่วมมือกับเครือข่ายส่วนตัวของคนไร้บ้านในลอนดอน (เช่นกัน) เพื่อปฏิบัติภารกิจลาดตระเวน ซึ่งทำให้เขามีทรัพยากรอันทรงพลัง

 

 

07 ทำให้ตัวละครมีไหวพริบ

คนที่ฉลาดที่สุดบางคนคือคนที่รู้วิธีการใช้สิ่งรอบตัวให้เกิดประโยชน์ เพราะงั้นจงล้อมรอบตัวละครจอมเจ้าเล่ห์ของเราด้วยอุปกรณ์ พร็อบ และสภาพแวดล้อมที่เขาสามารถใช้ให้เป็นประโยชน์ได้ 

เมื่อเริ่มต้นเขียน อย่าพูดถึงแจกันเพียงเพื่อเติมเต็มพื้นที่หรือจินตนาการ ให้ตัวละครของเราพิจารณาในการทุบมันอย่างจริงจัง เพื่อสร้างการเบี่ยงเบนความสนใจ, เพื่อการใช้ประโยชน์จากเศษแจกันแตกในการพยายามหลบหนี หรือเพื่อกระตุ้นปฏิกิริยาจากตัวละครอื่น 

ให้ตัวละครของเรามีความสามารถในการแถ โดยใช้สถานการณ์ที่เลวร้ายหรือเป็นกลางเพื่อประโยชน์ของตัวเอง

 

08 ทำให้ตัวละครดูลับๆ ล่อๆ

เรื่องนี้ยกให้โลกินัมเบอร์วันเลยจ้า ลับๆ ล่อๆ เก่ง เป็นความสามารถที่ตัวละครแสนเจ้าเล่ห์ทำได้ดีนักเชียว

ความสามารถในการเดินทางจากจุด A ไปยังจุด B โดยไม่ถูกสังเกตหรือจับได้เป็นทักษะที่ยอดเยี่ยมสุดๆ 

การตั้งข้อแก้ตัวให้ตัวเองในกรณีที่อาจถูกจับได้ในเหตุการณ์ที่อาจเชื่อมโยงกับสถานการณ์ที่เป็นปมของเรื่อง สามารถทำให้พวกเขาดูเจ้าเล่ห์มากขึ้นได้ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเขาเติมเต็มส่วนเชื่อมโยงของเนื้อเรื่องนั้นๆ

และการทำตัวลับๆ ล่อๆ ไม่ได้จำกัดแค่เชิงกายภาพเท่านั้น ถ้าตัวละครของเราทำงานในออฟฟิศ เขาก็สามารถดูลับๆ ล่อๆ  ได้ในความคิด แผนงาน และสถานการณ์ทางสังคมได้

 

เชอร์ล็อก โฮล์มส์
เชอร์ล็อก โฮล์มส์

09 ทำให้ตัวละครบ่อนทำลายความมั่นใจของผู้อื่น

การต่อสู้ที่อันตรายที่สุดอยู่ในใจ และตัวละครที่ฉลาดแกมโกงจะรู้เรื่องนี้!

นี่อาจหมายถึงการทำให้จอมเจ้าเล่ห์ไม่ได้มีปัญหากับสถานการณ์หรือสิ่งของ (หรือหลายๆ อย่าง) แต่ทำให้เห็นว่าตัวละครที่เขาพยายามทำลายความมั่นใจนั้นต้องต่อสู้กับ “สิ่งง่ายๆ” จอมเจ้าเล่ห์อาจทำให้มันดูง่ายสำหรับตัวเขา แต่ยากสำหรับคนอื่นๆ โดยเฉพาะคู่ต่อสู้ 

จอมเจ้าเล่ห์ของเราสามารถพูดอะไรที่ทำให้ท้อใจ หรือทำให้เข้าใจผิดได้เมื่อเขารู้อยู่เต็มอกว่าอีกฝ่าย (คู่ต่อสู้) ได้ยินเขา

 

10 ใช้ปัญหาเป็นทางออก

ใช่ค่ะ นี่ง่ายที่สุดแล้ว มีปัญหาใช่มั้ย งั้นเอาปัญหาเป็นวิธีแก้ปัญหานี่แหละ!

 ในเชอร์ล็อก โฮล์มส์ตอน The Final Problem เชอร์ล็อกต้องอยู่กับศาสตราจารย์มอริอาตี้ที่น้ำตก นั่นคือปัญหาของเขา ดังนั้นโฮล์มส์จึงใช้ปัญหาเพื่อแก้ปัญหา ด้วยการกระโดดลงหน้าผาไปพร้อมกับมอริอาร์ตี้ หรืออย่างใน The Avengers: Endgame โลกิที่ถูกจับ และตอนนั้นชุลมุนเรื่องโทนี่ สตาร์ค มีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นกับเทสเซอร์แรค เขาก็รีบใช้เทสเซอร์แรคเจ้าปัญหาพาตัวเองหนีไป เป็นต้น

 

............................

 

เป็นอย่างไรบ้างคะ ได้เทคนิคสร้างตัวละครให้เจ้าเล่ห์ครบ 10 ข้อแล้ว เพียงแค่นี้ทุกคนก็จะมีโลกิจอมกวนเป็นของตัวเองในเรื่อง เพิ่มสีสันให้นิยายของเราอีกเท่าตัว

อ้อ...นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติอีกหนึ่งที่พี่อยากเสริม คือจอมเจ้าเล่ห์ควรมีไหวพริบ ประชดประชัน รวดเร็ว และเฉียบคมด้วยนะ ลองสร้างสถานการณ์ที่ทำให้พวกเขาดูเป็นอย่างนั้น ไม่เพียงแต่นักอ่านจะประหลาดใจกับความเจ้าเล่ห์ของตัวละคร แต่นักเขียนอย่างเราก็ประหลาดใจด้วยเช่นกัน (ฮา) 

ใครเอาไปใช้ อย่าลืมมาอวดตัวละครโลกิให้พี่อ่านด้วยนะ 

 

พี่น้ำผึ้ง :)

 

 

ขอบคุณรูปจากภาพยนตร์และ unsplash
ขอบคุณข้อมูล
https://www.standoutbooks.com/writing-trickster/https://tvtropes.org/pmwiki/pmwiki.php/SoYouWantTo/WriteATricksterhttps://apollopad.com/blog/character-archetypes-the-trickster/https://www.slaphappylarry.com/trickster-magician-archetype/

 

 

พี่น้ำผึ้ง
พี่น้ำผึ้ง - Columnist นักเขียนที่ชอบส่งต่อพลังบวกให้ทุกคน

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

1 ความคิดเห็น

Magenta_Agape Member 24 ต.ค. 66 09:11 น. 1

ได้ความรู้มากๆค่ะ จนบัดนี้ยัง งงอยู่เลยค่ะว่า สรุป โลกิ เป็นคนดีหรือไม่ดี เป็นตัวละครที่รา้ยกาจมากทำเราสับสน

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด