แต่งแนวกระแสไม่ใช่เรื่องง่าย!?
คุยกับ “โอ๋” กราฟิกดีไซน์ที่ผันตัวมาเป็นนักเขียน
จนมียอดวิวครึ่งล้านใน 3 เดือน!
สวัสดีค่ะชาวเด็กดีทุกคน พบปะพูดคุยวันนี้พี่แนนนี่เพนชวนทุกคนมารู้จักกับ “โอ๋” กราฟิกดีไซน์วัย 24 ปี หรือ “สาวน้อยมีทุกสิ่ง ขาดแค่เงิน” เจ้าของนามปากกาสุดเก๋ ที่แต่งนิยายแนวกระแสสุดฮิตเรื่อง “สามีข้า...เป็นสุดยอดพ่อครัวหนึ่งในใต้หล้า” จนมียอดวิวกว่า 6 แสนวิวกันค่ะ บอกเลยว่าวันนี้เรื่องราวของเธอน่าสนใจมากกก แม้ว่าเธอจะเป็นนักเขียนมือใหม่ แต่เธอคือนักอ่านมือเก๋าที่ต้องยกนิ้วให้เลย
เล่าก่อนว่ากราฟิกดีไซน์วัย 24 ปีคนนี้ เธอเป็นนักเขียนมือใหม่ที่ชอบอ่านนิยายแนวกระแสมาก อ่านมาเยอะ อ่านมาทุกแนว จนมีความคิดอยากลองแต่งนิยายของตัวเองบ้างแต่ก็ไม่ได้ลงมือทำสักที จนวันหนึ่งเธอได้ไปดูคลิปสัมภาษณ์นักเขียนเด็กดีเข้า เธอเลยเกิดแรงบันดาลใจอยากเขียนนิยายของตัวเองขึ้นมาบ้าง พอตัดสินใจลงมือทำปุ๊ป ฟีดแบ็กก็มาเร็วกว่าที่คิดมากๆ เพราะเธอใช้เวลาเพียงแค่ 3 เดือนก็สามารถแต่งนิยายขึ้นไปติดท็อปอันดับ 1 ของทุกหมวดได้ (ข้อมูลวันที่ 19 พฤศจิกายน 2564) แถมตอนนี้ยังมีรายได้จากนิยายมากกว่างานประจำอีกด้วย
ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ค่ะ หลังจากที่พี่แนนนี่เพนได้พูดคุยกับนักเขียนสาวคนนี้มา ก็ได้เห็นว่าจริงๆ แล้วเส้นทางนักเขียนของเธอไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเลยค่ะ กว่าที่เธอจะเขียนนิยายแนวกระแสให้แตกต่างและเป็นสไตล์ของตัวเอง จนฝ่านิยายจำนวนมากเข้าไปอยู่ในใจของนักอ่านเด็กดีได้ เธอก็ต้องอดทนและพยายามในฐานะนักเขียนมือใหม่คนหนึ่งมากๆ เหมือนกัน วันนี้เราเลยอยากพาทุกคนไปติดตามเส้นทางนักเขียนของเธอ พร้อมหาคำตอบไปพร้อมๆ กันว่าทำไมการแต่งนิยายแนวกระแสให้ติดท็อปถึงไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายคนเข้าใจกัน!
เธอคือนักอ่านที่หลงใหลนิยายแนวกระแส
โอ๋เริ่มต้นจากการเป็นนักอ่านก่อนเป็นนักเขียนค่ะ ปกติโอ๋อ่านนิยายเยอะมาก อ่านแทบทุกวันมาตั้งแต่สมัยที่เรียน ม.ปลายจนถึงปัจจุบัน ทั้งหนังสือนิยาย ทั้งนิยายในเว็บเลย โอ๋ยอมรับเลยว่า โอ๋ก็เป็นคนอ่านนิยายตามกระแสเหมือนกัน เริ่มตั้งแต่กระแสนิยายวาย นิยายเกี่ยวกับระบบ นิยายทะลุมิติมาแก้แค้น จนปัจจุบันที่เป็นนิยายทะลุมิติมาเลี้ยงดูครอบครัวโอ๋ก็ตามอ่านมาเรื่อยๆ
ด้วยความที่โอ๋อ่านมาเยอะก็เลยรู้ว่าพล็อตต่างๆ ของนิยายแนวนี้มันมีการซ้อนทับกันอยู่ จนบางครั้งคนอ่านที่ติดตามนิยายแนวนี้ก็จะมีความรู้สึกว่า เรื่องนี้คล้ายกับเรื่องนี้ เรื่องนี้เหมือนกับเรื่องของคุณเลย เรื่องนี้ก็วางพล็อตเหมือนกันอีกแล้ว โอ๋เลยมานั่งคิดอยู่ตลอดว่าถ้าเขียนนิยายจะทำยังไงให้นิยายของเราแตกต่างออกมา เพื่อให้คนอ่านไม่เบื่อ และอยู่อ่านนิยายเรื่องนี้กับโอ๋ไปจนจบ
จนวันหนึ่งโอ๋ไปเจอคลิปของทางเด็กดีที่มีการสัมภาษณ์นักเขียนท่านหนึ่งเข้า พอเข้าไปฟังเลยรู้สึกว่า อยากจะลองดู คิดว่าตัวเองน่าจะทำได้ เลยเริ่มเขียนมาตั้งแต่ตอนนั้นเลยค่ะ ถ้านับดูก็น่าจะประมาณ 3 เดือนได้แล้ว
ตอนเดือนแรกก็ไม่เคยลงสม่ำเสมอเลย 3 วันมาครั้ง 7 วันมาครั้ง จนนักอ่านคอมเมนต์ให้ลงบ่อยๆ หน่อยเพราะสนุกมาก ด้วยกำลังใจตรงนั้นโอ๋เลยพยายามเขียนให้ได้ทุกวัน เพื่อให้นักอ่านที่เฝ้ารออยู่ได้อ่าน ยิ่งโอ๋ได้เห็นว่ามีคนรออ่านนิยายอยู่ก็ยิ่งมีกำลังใจในการเขียนมากขึ้น จนตั้งใจไว้ว่าจะอัปนิยายให้ได้ทุกวันเลยค่ะ
เธอเปลี่ยนความหลงใหล
ให้กลายเป็นนิยายที่นักอ่านรัก
นิยายเรื่อง ‘สามีข้า...เป็นสุดยอดพ่อครัวหนึ่งในใต้หล้า’ เป็นนิยายเรื่องแรกที่โอ๋แต่งขึ้นมาค่ะ ตอนแรกที่เริ่มต้นก็ต้องปรับตัวเยอะพอสมควรเลย เพราะปกติเป็นคนชอบอ่านแต่ไม่กล้าเขียน กลัวว่าแต่งไปแล้วคนจะไม่ชอบ เขียนไปแล้วจะไม่มีคนอ่าน จนกระทั่งวันหนึ่งที่ได้ไปอ่านบทความนักเขียนนั่นแหละค่ะ ก็ตัดสินใจลองเขียนขึ้นมา
โอ๋อ่านนิยายทะลุมิติมาเยอะมาก จนเคยคิดเล่นๆ ว่าถ้าอยากให้ตัวละครที่ทะลุมิติออกมาแล้วมีความผูกพันกับตัวละครอื่นมากๆ นางเอกควรจะโผล่มาตอนไหน แล้วตอนนั้นโอ๋ก็อินกับนิยายแม่เลี้ยงลูกแฝดด้วย ก็เลยมีความคิดขึ้นมาว่าอยากให้นางเอกทะลุมิติมาตอนคลอดลูก เพราะการที่เราต้องคลอดใครสักคนออกมา ถึงแม้เราจะรู้ว่าตัวเองไม่ใช่แม่แท้ๆ แต่ยังไงเราเป็นคลอดเขา ด้วยเหตุการณ์นี้น่าจะทำให้ตัวละครมีความผูกพันธ์กันจนทำให้คนอ่านรู้สึกถึงมันได้
สำหรับโอ๋เสน่ห์ของนิยายเรื่องนี้คือความสัมพันธ์ของตัวละคร โอ๋พยายามจะสร้างเรื่องราวให้พวกเขาได้ใช้ชีวิตด้วยกันโดยเริ่มพัฒนาความสัมพันธ์ต่างๆ ตั้งแต่การเป็นสามีภรรยาของพระเอกนางเอก หรือการช่วยกันดูแลลูกชายทั้งสองให้เติบโต นักอ่านจะได้เห็นการพัฒนาของตัวละครที่จะเริ่มสร้างทุกอย่างไปด้วยกัน เจอคนรอบข้างที่ดีและแย่ การแก้ปัญหาต่างๆ ที่ต้องใช้ความเชื่อใจ ทั้งสถานการณ์พิเศษที่เป็นผลมาจากตัวละครช่วยเหลือในเรื่อง เพื่อให้นักอ่านที่ได้อ่านมีความผูกพันธ์กับตัวละคร จนอยากรู้ว่าตัวละครพวกนี้จะใช้ชีวิตของพวกเขาจะเป็นยังไงต่อไปค่ะ
คาดหวังไหม? ก็อาจจะเพราะโอ๋เป็นนักเขียนมือใหม่ด้วย เลยมีความกังวลต่อความคิดเห็นของคนอ่านเยอะ จนรู้สึกเครียดไม่อยากแต่งต่อ แต่พอได้นั่งคุยกับตัวเองแล้ว ก็คิดได้ว่าจุดประสงค์เริ่มแรกของเราคือลองเขียนงานเขียนสักเรื่องขึ้นมา อาจจะไม่ถูกใจใครไปบ้างก็ไม่เป็นไร ไม่ใช่ว่าทุกคนจะชอบมันทั้งหมดอยู่แล้ว เขียนแบบที่เราอยากเขียนนั่นแหละดีที่สุด พอทำความเข้าใจกับตัวเองได้เราก็มีกำลังใจที่จะเขียนต่อไป
แต่ว่า..ครั้งแรกที่เขียนลงแล้วมีคนมาแสดงความคิดเห็นเพื่อให้กำลังใจ ตอนนั้นหัวใจโอ๋ฟูมาก ไม่คิดว่าจะมีคนสนุกกับเรื่องราวที่เราแต่งขึ้นมามากขนาดนี้ โอ๋อยากจะบอกนักอ่านทุกท่านนะคะว่า ทุกความคิดเห็นและกำลังใจของนักอ่านเป็นแรงฮึดสำหรับนักเขียนอย่างเรามากค่ะ
เธอแต่งนิยายเอาสนุก
แต่กลับมีรายได้จากนิยายจริง
เอาจริงที่โอ๋ตัดสินใจลองขายนิยายออนไลน์บนเว็บของเด็กดีก็เพราะปกติเป็นนักอ่านของเว็บนี้อยู่แล้ว และแพลตฟอร์มของเด็กดีมีคนติดตามอยู่ค่อยข้างเยอะ พอได้ลองเปิดอ่านบทสัมภาษณ์ของนักเขียนหลายคนก็เลยตัดสินใจลองเปิดขายดู เห็นว่ามันไม่ได้ยากอะไร อย่างน้อยก็คงสามารถหารายได้มาจ่ายค่าเน็ต ค่าไฟ
ก่อนขายเราก็บอกก่อนค่ะ เพราะว่าโอ๋เห็นนักอ่านรออ่านตอนต่อไปอยู่เยอะ ส่วนนักอ่านที่น่ารักเขาก็ให้การสนับสนุนโอ๋อย่างดี แถมยังเร่งให้ลงหลายๆ ตอนเพราะรอแบบวันละตอนไม่ไหว โอ๋เลยตัดสินใจขายแบบตอนอ่านล่วงหน้า เพราะอยากให้นักอ่านหลายคนที่ผ่านเข้ามาได้อ่านและรู้จักนิยายของโอ๋ค่ะ แล้วโอ๋ก็รู้ว่านักอ่านบางคนเขาไม่ได้มีเงินมากพอจะมาซัพพอร์ตเรา แต่นิยายเรื่องนี้อาจเป็นความสุขอย่างหนึ่งของเขา ก็เลยเลือกเปิดขายแบบตอนอ่านล่วงหน้า ส่วนนักอ่านที่สนับสนุนโอ๋อยู่ โอ๋ก็ขอบคุณเอาไว้ตรงนี้นะคะ เพราะมันทำให้การใช้ชีวิตหลายๆ อย่างของโอ๋ดีขึ้นมากจริงๆ
วันแรกที่เปิดเราขายถึงกับตกใจเลย ไม่คิดว่ามันจะคนเข้ามาเยอะขนาดนี้ การสนับสนุนของนักอ่านทำให้เรามีไฟในใจขึ้นมาจริงๆ ค่ะ จากที่เคยลง 3 วัน 7 วัน ก็ตั้งใจลงให้ได้วันละ 1 ตอน วันไหนติดงานก็จะมาลงชดเชยให้เพื่อขอบคุณนักอ่านที่สนับสนุนเรา รายได้ตรงนี้เกินเงินเดือนของงานประจำโอ๋ไปแล้วค่ะ 5555 โอ๋เลยไม่กล้านับมันเป็นค่าขนมเล็กๆ น้อยๆ เลยค่ะ
จากที่คิดว่าจะลงนิยายแบบตามใจตัวเองก็เปลี่ยนมาลงทุกวัน รายได้ที่ได้มาจากตรงนี้โอ๋ก็เอาไปใช้จ่ายเรื่องต่างๆ ในบ้าน และให้เป็นค่าขนมคุณแม่ด้วย ส่วนที่เหลือก็เก็บเอาไว้เพราะไม่รู้สถานการณ์ต่างในบ้านเมืองเราจะเป็นยังไงต่อไป
ชีวิตโอ๋ก็เปลี่ยนแปลงไปหลายอย่างเลยค่ะ ทั้งการต้องรับผิดชอบงานของตัวเอง ทั้งได้ลองเขียนงานที่มีคนมาร่วมอ่านด้วยกัน แต่ที่สำคัญคือเรื่องรายได้ ที่เราไม่คิดว่าเราจะทำมันได้ขนาดนี้ ตอนแรกเราเขียนเล่นๆ เอาสนุก แต่พอเรื่องสนุกพวกนี้สามารถเป็นรายได้ ก็รู้สึกดีใจ อย่างน้อยโอ๋ก็ได้ค้นพบอาชีพที่รู้สึกว่ามันเหมาะสมกับตัวเอง
เธออัปนิยายสม่ำเสมอ
จึงชนะใจนักอ่านเด็กดี
สำหรับนักเขียนหรือคนที่อยากเขียนนิยาย..
- โอ๋อยากให้เราได้ลองเขียนมันออกมาก่อน อย่างน้อยเราก็จะได้เจอคนที่ชอบนิยายแนวเดียวกันกับเราและคนที่เขามาอ่านอาจจะมีทั้งติและชม โอ๋ก็อยากให้ทุกคนลองเปิดใจรับฟัง เพราะความคิดเห็นพวกนั้นสามารถเอามาปรับปรุงในนิยายของเราได้ ในบางครั้งเราที่เป็นคนเขียนก็อาจจะหาจุดบกพร่องในนิยายของตัวเองไม่เจอ แต่นักอ่านที่เขาอ่านอย่างละเอียดอาจจะเจอจุดผิดพลาดที่เรามองข้ามไป
- โอ๋อยากฝากให้ทุกคนลองคิดกับตัวเองดูนะคะว่า ถ้าเราเป็นนักอ่านแล้วมาเจอนิยายที่ไม่รู้ว่าจะมาอัปตอนไหน กี่วันถึงจะอัป เราจะยังอยากอ่าน อยากติดตามอยู่มั้ย จากที่โอ๋สังเกต ช่วงเวลาลงนิยายที่โอ๋ชอบลงคือ 17.00 น.เพราะเป็นช่วงเวลาเลิกเรียนและคนทำงานเริ่มเลิกงาน
- ส่วนในแต่ละตอนของการเขียนก็ไม่ควรจะน้อยเกินไป จนคนอ่านรู้สึกว่าแค่นี้เหรอ ตัวโอ๋เองช่วงแรกก็โดนติมาเยอะว่าจำนวนเนื้อหาในตอนน้อยเกินไป ตอนนั้นโอ๋เขียนอยู่ที่ประมาณ 4000 - 6000 ตัวอักษรแต่พอเห็นว่านักอ่านบ่นเรื่องนี้ก็เลยเริ่มปรับมาเป็น 8000 - 10000 ตัวอักษรแทนค่ะ
นอกจากนี้ โอ๋ก็อยากจะเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังอยากจะเขียนนิยายของตัวเองว่า อย่ามัวแต่คิดว่าเวลาที่ลงนิยายไปแล้วมันจะไม่มีคนอ่านเลยค่ะ เพราะวันหนึ่งที่เราตื่นขึ้นมา เราอาจจะพบว่านิยายของเราติดอันดับท็อปไปแล้วก็ได้
สุดท้ายนี้ โอ๋ก็ขอขอบคุณนักอ่านที่สนับสนุนผลงานเรื่องนี้มาตลอด โอ๋ไม่เคยคิดว่าจะมีคนอยากอ่านนิยายเรื่องนี้มากขนาดนี้ ความคิดเห็นต่างๆ ที่ทุกคนเขียนมาให้ทั้งที่ให้กำลังใจและชี้จุดที่บ่งพร่อง โอ๋อ่านอยู่ตลอดนะคะและกำลังพยายามปรับปรุงจุดนั้นอยู่ เพื่อให้นักอ่านทุกคนได้อ่านนิยายของโอ๋อย่างสนุกสนาน โอ๋หวังว่าเราจะสามารถอยู่ด้วยกัน เป็นนักอ่านและนักเขียนที่สนับสนุนกันต่อไปเรื่อยๆ อย่างนี้นะคะ
อ่านจบแล้ว พี่แนนนี่เพนมีความคิดหนึ่งแว็บเข้ามาเลยค่ะ จริงๆ การเขียนนิยายอาจจะเหมือนการจีบใครสักคนอยู่ก็ได้นะคะ เราอาจจะจีบด้วยดอกไม้ ให้ของขวัญ คอยเทคแคร์ดูแลเขา ให้เขาเห็นเราอยู่ในสายตาตลอดเวลา เหมือนที่เราได้ยินกันบ่อยๆ ว่าน้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน ทำนองเดียวกับการแต่งนิยายเลยค่ะ
อย่างคุณโอ๋เขียนนิยายแนวกระแสก็จริง คนอ่านน่าจะพอเดาพล็อตได้ว่าเรื่องราวน่าจะเป็นไปในทิศทางไหน แต่ที่นักอ่านเข้ามาติดตามกันเป็นจำนวนมาก น่าจะเป็นเพราะคุณโอ๋จีบนักอ่านแบบคลาสสิก นั่นเองค่ะ เธอแต่งนิยายเรื่อยๆ ไม่ได้ทิ้งนิยายไปไหน พยายามปรับปรุงนิยายตามที่นักอ่านแนะนำ จากที่มีเนื้อหานิยายน้อยก็ค่อยๆ เพิ่มเนื้อหาให้ จากที่เคยอัปเดตนิยายลงแบบ 3-7 วันต่อหนึ่งตอน ก็พยายามลงให้ได้วันละ 1 ตอน โอ้โห นักเขียนทุ่มเทให้ขนาดนี้แล้ว นักอ่านจะไม่รักไม่หลงได้ยังไง!
เห็นกันแล้วใช่ไหมคะว่า แต่งนิยายแนวกระแสไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด แต่งแล้วปังเลยมีที่ไหนกัน!? ดังนั้น ไม่ว่าเราจะเขียนนิยายแนวไหน เราก็ต้องใส่ใจนักอ่านให้มากๆ มีความทุ่มเทและพยายามมากๆ เหมือนกัน อย่าเพิ่งยอมแพ้บนเส้นทางนักเขียนกันนะคะ ลองเอาเรื่องราวดีๆ ในวันนี้ไปปรับใช้และเป็นแรงบันดาลใจในการเขียนนิยายของเรากันค่ะ พี่เป็นกำลังใจให้นักเขียนทุกคนนะคะ ^^
พี่แนนนี่เพน
เริ่มต้นเขียนนิยายอ่านผลงานของ สาวน้อยมีทุกสิ่ง ขาดแค่เงิน
2 ความคิดเห็น
ว้าว งานกราฟิกดีไซน์คืออาชีพหลักของเขา งานเสริมคือแต่งนิยาย เจ๋งสุดๆ เลยผมจะอ่านผลงานของเขา