แม่ม่ายสายสตรอง!
4 วิธีคิดเปลี่ยนชีวิตให้ปัง เหมือนแม่ม่ายคิมจีโอ
จากซีรีส์ Secret Royal Inspector And Joy
(อาจมีสปอยล์)
“ถูกบังคับแต่งงานตั้งแต่ 21 ปี โดยไม่เคยเห็นหน้าสามีมาก่อน ถ้าบ้านสามีดีก็ดีไป แต่นี่เล่นใช้งานเราสารพัดไม่เคยนึกเห็นอกเห็นใจ เสียเวลามา 3 ปี ใครจะไปทน!
อย่างนี้ต้องหย่าเท่านั้น”
ประโยคเด็ดของคิมโจอีที่พี่ได้ยินครั้งแรกมันต๊าชใจมาก ไม่คิดว่าจะได้เห็นการนำเสนอแนวคิดนี้ผ่านตัวละครหญิงในยุคโซซอนเลยค่ะ เพราะสมัยนั้นผู้หญิงต้องสงวนท่าที ไม่ค่อยมีสิทธิ์มีเสียงมากนัก พอได้มาเห็นตัวละครหญิงในซีรีส์เรื่องนี้มีความเป็นนักสู้ พี่เลยเอาใจช่วยเธอสุดตัวเลยค่ะ
ต้องขอบอกก่อนเลยนะคะว่า การมาพบกับตัวละครแม่ม่ายสุดสตรองคนนี้คือเรื่องบังเอิญมาก ๆ เหตุเกิดจากความเครียดทำให้พี่หาซีรีส์มาฮีลใจ จนมาเจอกับเรื่อง Secret Royal Inspector And Joy ซีรีส์แนวสืบสวนสอบสวน คอมเมดี้ ที่ปัจจุบันสตรีมอยู่ในแพลตฟอร์ม VIU, WETV และ IQIYI ตอนแรกพี่ไม่ได้คาดหวังอะไรมากหรอกค่ะ เพราะเห็นว่าเป็นซีรีส์คอมเมดี้ แต่ดูไปดูมาดันติดงอมแงม เพราะความสตรองของนางเอกเรื่องนี้เลย!
โดยเนื้อเรื่องของซีรีส์เล่าถึงผู้ตรวจการลับที่ฉลาดแต่ไม่ชอบทำงาน ต้องไปสืบคดีการตายของผู้ตรวจการคนก่อน ณ หมู่บ้านทางใต้ เขาได้เจอกับหญิงสาวที่เขียนหนังสือฟ้องหย่าไปที่ศาลเกือบทุกวัน และเข้าไปมีส่วนช่วยในการหย่าของเธอด้วย เหตุการณ์บังเอิญดั่งพรหมลิขิต ทำให้ทั้งคู่ได้ร่วมออกเดินทางสืบหาความจริงและตามจับคนร้ายเพื่อปกป้องประเทศชาติ
แม้เนื้อเรื่องจะเน้นไปที่การสืบคดี แต่ด้วยความสามารถของผู้กำกับอย่าง ยูจงซอน ที่มีผลงานชื่อดังและมีกระแสฟีเวอร์อย่าง What's Wrong With Secretary Kim และ Descendants of the Sun ที่ตัวละครหญิงแต่ละเรื่องได้รับการตอบรับอย่างท้วมท้น ทำให้ตัวละครหญิงม่ายอย่าง คิมโจอี (รับบทโดย คิมฮเยยุน) มีเสน่ห์น่าติดตาม โดดเด่นไม่แพ้ตัวละครหลักชาย อย่าง ราอีออน (รับบทโดย แทคยอน 2 p.m.) เลยล่ะค่ะ
น้อง ๆ คงอยากรู้กันแล้วสินะคะว่า คิมโจอี เธอสตรองแค่ไหน วันนี้พี่ได้รวบรวมความปังของเธอมาให้อ่านกันแล้วค่ะ มาเรียนรู้การเป็นแม่ม่ายสุดแกร่งไปพร้อม ๆ กันเลย!!!
วิธีคิดที่ 1 หย่าเท่านั้นคือทางออก
“สตรีที่สมบูรณ์แบบนั้นต้องเชื่อฟังบิดามารดาเมื่อเยาว์ เชื่อฟังสามีเมื่อเป็นภรรยา และเชื่อฟังบุตรชายเมื่อเป็นแม่ม่าย”
ฮิลดี กัง (Hildi Kang) กล่าวไว้ในบทความ “The Legacy Lingers On: Korean Confucianism and the Erosion of Women’s Rights” (Kang, 2001: 13)
ส่วนตัวแล้วพี่คิดว่ากรอบสังคมที่กำหนดให้ผู้หญิงอยู่ภายใต้คำสั่งนี้เป็นเรื่องที่น่าอึดอัดใจมากค่ะ ฉากหลังของซีรีส์เรื่องนี้อยู่ในยุคสมัยโซซอน ซึ่งเป็นยุคที่มีการยึดขนบธรรมเนียมตามลัทธิขงจื้อ ทำให้ผู้หญิงไม่สามารถมีปากเสียงได้ ตัวละครคิมโจอีเองก็ถูกธรรมเนียมนี้กดขี่ไว้ไม่ให้ได้รับอิสระเหมือนกัน แม้ว่าเธออยากจะหนีออกไปแต่ก็ไม่สามารถทำได้
คิมโจอีจึงเป็นเหมือนสูตรสำเร็จของผู้หญิงเกาหลีสมัยก่อนเลยค่ะ เมื่อไม่มีผู้ชายในบ้านเธอจึงต้องแต่งงานออกเรือนทันที ต้องไปแต่งงานกับชายที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อน เพียงเพราะผู้ชายคนนั้นชอบเธอ และเมื่อเข้าสู่ตระกูลสามี เธอก็ต้องยอมถูกแม่สามีโขกสับใช้งานตลอดเวลา ต้องคอยหาเลี้ยงทั้งสามีและแม่สามี
พอเจอแบบนี้เข้าใครจะทนก็ทนแต่เธอทนไม่ไหวแล้ว! คิมโจอีคิดว่าตัวเองทนมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่เธอควรจะได้รับอิสระเสียที! เธอจึงกัดฟันลุกขึ้นสู้ด้วยการยื่นเรื่องขอหย่าที่ศาล แบบที่ผู้หญิงทุกคนในหมู่บ้านไม่กล้าทำกัน ถือว่าเธอเป็นผู้นำเทรนด์ในหมู่บ้านเลยค่ะ ทั้งที่ความจริงแล้ว สิ่งที่เธอทำนั้นไม่ได้แปลกเลยค่ะ ถ้าสมมติว่าพี่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับคิมโจอี พี่ก็คงทำแบบเธอนี่แหละค่ะ พี่จะไม่ยอมโดนโขกสับแน่นอน
ซึ่งตอนที่คิมโจอีตัดสินใจว่าจะหย่าก็ทำให้พี่คิดถึงตัวละคร กู่ลี่จิน ในนิยายเรื่อง กู่ลี่จิน 谷丽金 จอมนางอักษรทองคำ ของ Whale Ink ขึ้นมาเลยค่ะ เพราะนางถูกเหล่าอนุภรรยาของสามีข่มเหงรังแกทั้งที่เป็นภรรยาเอก นางจึงตัดสินใจว่าจะหย่าและพาตัวเองกับลูกออกไปใช้ชีวิตเอาดาบหน้า แต่กูลี่จินกลับไม่ใช่สาวยุคก่อนเหมือนคิมโจอีเนี่ยสิ ถึงตัวจะเป็นกู่ลี่จินแต่วิญญาณภายในกลับเป็นสาลี่หญิงสาวจากยุคปัจจุบัน ดังนั้นวิธีคิดของเธออาจจะเหมือนหรือต่างจากคิมโจอีก็ได้ หากใครอยากรู้ว่ากูลี่จินจะจัดการชีวิตตัวเองยังไง ก็ไปติดตามอ่านกันในนิยายเรื่องนี้ได้เลย
วิธีคิดที่ 2 ฉันจะไม่ทนกับคนที่เอาเปรียบ
ในสมัยนั้นการยื่นเรื่องขอหย่าเป็นเรื่องที่ลำบากมากเลยค่ะ เพราะหลักกฎหมายราชวงศ์หมิงใหญ่ที่ใช้นั้นเอื้อผลประโยชน์แก่ฝ่ายสามีมากกว่า พี่เลยนับถือความพยายามของคิมโจอีมากๆ เพราะเธอกล้าเสี่ยงทำในเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ เพื่อให้ได้มาซึ่งอิสระของตัวเธอเอง
แม้ว่าคิมโจอีจะได้รับอนุญาตให้หย่าได้ แต่แม่สามีของเธอก็ยกข้ออ้างหลักกฎหมาย ‘เจ็ดขับ’ มาอ้าง เพราะไม่อยากเสียคนรับใช้ เอ้ย ลูกสะไภ้คนนี้ไปค่ะ ถ้าจะหย่าได้ต้องให้เธออนุญาตเท่านั้น แต่ใครจะคิดว่าข้ออ้างของแม่สามีจะเป็นการยื่นหมูให้คิมโจอีซะอย่างนั้น
เพราะเจ็ดขับที่ว่าคือกฎหมายทางจีนที่ฝ่ายสามี มีสิทธิขับไล่ภรรยาได้หากนางประพฤติผิด ได้แก่ ไม่ปรนนิบัติพ่อแม่สามี ไม่มีบุตร คบชู้ อิจฉาริษยา มีโรคร้ายแรง พูดมาก และลักขโมย โดยแม่สามีอ้างว่าเธอไม่ยอมปรนนิบัติแม่สามีให้ดี ไม่เชื่อฟัง และไม่สำนึกบุญคุณ
อาจจะด้วยกรอบความคิดนี้ที่สั่งสอนกันมาอย่างยาวนาน ทำให้ฝ่ายภรรยาไม่กล้ามีปากเสียงมากนักเพราะกลัวว่าตัวเองจะถูกขับไล่ แต่เผอิญคิมโจอีอยากถูกขับไล่เนี่ยสิ ด้วยปฏิภาณไหวพริบที่มีมากกว่าแม่สามี ทำให้เธอเป็นต่อได้ทั้งขึ้นทั้งล่องเลยค่ะ ตอนนี้คิมโจอีพร้อมหย่ามาก ต่อให้มีปัญหาหรืออุปสรรคอะไรเข้ามาเธอพร้อมสู้สุดใจเลยค่ะ
เห็นกันแล้วใช่ไหมคะว่าเส้นทางการฟ้องหย่าในสมัยก่อนนั้นไม่ได้ง่ายเลย แต่สิ่งที่จะทำให้เราก้าวผ่านมันไปได้ ไม่ว่าจะปัญหาอะไร หรือเป้าหมายใดก็ตามคือความกล้าและความพยายามค่ะ ดูอย่างคิมโจอีสิคะ หากเธอมีเพียงแค่ความฉลาดแต่ไม่กล้าลงมือทำ เธอก็คงจะติดอยู่ในวังวนเดิมต่อไป ไม่ได้กลายเป็นหญิงสาวที่กลับมามีชีวิตอิสระแน่นอน แม้จะต้องพ่วงคำว่าแม่ม่ายไว้ก็ตาม
และพวกเธอเหล่านี้ก็เช่นเดียวกันค่ะ พวกเธอคือสาวใจแกร่ง ไม่ยอมให้สามีมาเอาเปรียบตัวเองได้ ถ้าสามีไม่ให้เกียรติปล่อยปะละเลย พวกเธอก็ไม่ขอรั้งไว้ เพราะพวกเธอมีคุณค่ามากกว่านั้น! ใครชอบตัวละครสู้ชีวิต ต้องไปตามเลย คนแรก หงหย่ง จากนิยายเรื่อง ข้าจะเป็นเศรษฐีเงินล้าน ของ darikaba และ ลี่เซียน จากเรื่อง หนึ่งปีกับความรักที่ไม่อาจก่อ ของ สตรีผู้เลอโฉม
วิธีที่ 3 ใครดีมา ฉันดีด้วย
ใครร้ายมา ฉันร้ายกลับ....
ไม่ว่าจะยุคไหนการหย่าร้างก็เป็นเรื่องน่าอับอาย หากในบ้านมีลูกชายดูแลก็ดีไป แต่หากตัวเปล่าเล่าเปลือยเช่น คิมโจอี ก็จะถูกนินทาสามบ้านเจ็ดบ้านเลยค่ะ เพราะผู้ชายจะรังเกียจไม่มีใครอยากแต่งเข้าบ้าน แต่อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ!!! เพราะคิมโจอีแสดงให้เราเห็นแล้วว่ามันไม่ใช่เรื่องผิดบาปแต่อย่างใด อย่าไปสนใจคนพวกนั้นเลยค่ะ ชีวิตเป็นของเรา...เราเลือกทางเดินของตัวเองได้
อิสรภาพคือสิทธิที่ทุกคนควรได้รับ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร เพศไหน หรือเชื้อชาติใดก็ตาม ไม่ต้องรู้สึกผิดหากได้รับสิทธิ์ที่ควรได้มานะคะ คิมโจอีเธอเฝ้ารออิสรภาพมาทั้งชีวิต เธอมีความสุขกับอิสระที่เธอได้มากกว่าจะไปสนใจเรื่องพวกนี้ ซึ่งทุกคนสามารถอยู่ตัวคนเดียวได้โดยไม่ต้องพึ่งใครค่ะ ถ้าใจเราแกร่งพอ
และถึงแม้จะเป็นแม่ม่าย ก็ไม่มีใครหน้าไหนสามารถมาทำร้ายคุณได้ ถ้ามองตามหลักความเป็นจริง การเป็นคนดีคือสิ่งที่เราถูกสอนมาตั้งแต่ในอดีตใช่ไหมคะ แต่การเป็นคนดีต้องมีขอบเขต ซึ่งคิมโจอีมองเห็นเรื่องนี้ในอีกแง่มุมหนึ่งค่ะ หากร้ายมา เธอร้ายกลับ...หากดีมา เธอดีด้วย
หลังจากที่คิมโจอีฟ้องหย่าสำเร็จ เธอก็แบ่งแยกบุญคุณความแค้นออกจากกันอย่างชัดเจน เธอแก้แค้นแม่สามีที่เคยทำให้เธอลำบาก แต่ก็ทำดีด้วยการให้เงินค่ารักษาพยาบาลยามเจ็บป่วยเป็นครั้งสุดท้าย ขนาดเพื่อนสามีจะมาทำร้ายเธอ เธอก็ไม่หวั่นสู้จนอีกฝ่ายพ่ายแพ้ไปเอง นี่คงเป็นความแข็งแกร่งที่เกิดจากงานบ้าน!?
น้อง ๆ เห็นแม่ม่ายสายสตรองที่ต่อกรกับความอยุติธรรมทางฝั่งเกาหลีอย่างคิมโจอีแล้ว คงแอบสะใจกันบ้างใช่ไหมคะ พี่บอกเลยว่า พี่ชอบมากแต่เหมือนไม่เต็มอิ่มนะสิ อยากเห็นมุมมองจากการต่อสู้แบบไทยๆ บ้าง เลยลองหานิยายอ่านดู และพี่ก็ได้พบกับนิยายเรื่องนี้ค่ะ หลีกไป... อย่าให้แม่ต้องร้าย ของ ณปภางค์ ซึ่งเป็นเรื่องราวของ มณีริน หญิงสาวที่ถูกอดีตสามีทำร้ายจนเสียชีวิต ได้โอกาสย้อนเวลากลับมาแก้แค้นอีกครั้ง งานนี้ใครทำอะไรกับเธอไว้ระวังเธอเอาคืนนะ ใครชื่นชอบแนวนี้ ลองไปตามอ่านกันได้ค่ะ
วิธีที่ 4 ชีวิตดี ๆ อยู่ข้างหน้าจะจมปลักกับผู้ชายไร้ค่าทำไม
การเป็นแม่ม่ายไม่ใช่เรื่องเสียเกียรตินะคะ เกียรติคือการเคารพตัวเอง คิมโจอีเคารพความรู้สึกและความฝันของตัวเองเสมอค่ะ หากวันนั้นเธอไม่ยอมลุกขึ้นสู้ เธอคงผิดหวังในตัวเองมาก ๆ แน่เลยค่ะ อย่าให้กรอบสังคมมากำหนดว่าจะทำในสิ่งที่ฝืนใจกันนะคะน้อง ๆ ดูอย่างคิมโจอี เธอตัดสินใจออกเดินทางมองดูโลกที่กว้างใหญ่ ตามหาแม่ตัวเอง แล้วเธอก็ได้พบสิ่งที่ดีกว่าชีวิตเดิมของตัวเองจริง ๆ ค่ะ เธอได้เจอกับราอีออนอีกครั้ง และได้ร่วมเดินทางจัดการพวกโกงกินชาติ ได้ใช้ความรู้ความสามารถของตัวเองให้เป็นประโยชน์
เวลายังเดินอยู่ ชีวิตก็ยังคงต้องก้าวไปข้างหน้าค่ะ แม่ม่ายคิมโจอี ของเรามูฟออนไปข้างหน้าแล้ว แต่ถ้าใครยังมูฟออนไม่ได้แบบพี่ เรามาอ่านนิยายจนกว่าจะมูฟออนกันดีกว่าค่ะ 555
นิยายเรื่องสุดท้ายพี่นำมาฝากมันเริ่ดมาก แม่ม่ายเรื่องนี้สตรองไม่แพ้ใครเลยค่ะ จะแคร์สามีห่วย ๆ ทำไม ก็มูฟออนไปสร้างความยิ่งใหญ่ให้ตัวเองเลยสิคะ คนสวย ๆ เริ่ด ๆ แบบเราอยู่เฉย ๆ อย่างมีระดับดีกว่า เยว่ซูซิน จากเรื่องสตรีปลูกผักเช่นข้ามิง้อบุรุษ ของ น้องหลัน ได้กล่าวไว้ค่ะ โฮโฮ มาติดตามชีวิตแม่ม่ายสาวที่มูฟออนเก่งเหมือนคิมโจอีกันค่ะทุกคน

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน เห็นความสตรองของแม่ม่ายกันแล้วใช่ไหมคะ ไม่ว่าจะเป็นแม่ม่าย คิมโจอี จากซีรีส์เรื่อง Secret Royal Inspector And Joy หรือเหล่าแม่ม่ายจากนิยายที่พี่เอามาฝาก ถึงพวกเธอต่างมีวิธีคิดและการเติบโตที่แตกต่างกัน แต่สิ่งพวกเธอทำเหมือนๆ กัน คือการให้อิสระตัวเองได้ใช้ชีวิตนั่นเองค่ะ
สำหรับพี่ คิมโจอีเป็นตัวละครที่มีคาแรกเตอร์น่าสนใจมากๆ เลยค่ะ เพราะเธอกล้าคิด กล้าทำเพื่อตัวเอง และไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ เธอได้กลายเป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตของพี่ไปแล้ว (แม้ว่าพี่จะโสดๆ อยู่ทางนี้ก็ตาม555) ถ้าน้อง ๆ คนไหนที่กำลังพยายามทำตามฝัน และกำลังเผชิญกับอุปสรรคอยู่ ลองให้แม่ม่ายเหล่านี้อยู่เคียงข้างเราดูสิคะ พี่เชื่อว่าน้อง ๆ จะสตรองขึ้นแน่!!!
พี่เบียร์
ขอบคุณข้อมูลจากhttps://www.viu.com/ott/th/th/vod/407602/Secret-Royal-Inspector-JoyThe Legacy Lingers On: Korean Confucianism and the Erosion of Women’s Rights จาก https://citeseerx.ist.psu.edu/viewdoc/download?doi=10.1.1.588.7043&rep=rep1&type=pdfขงจื๊อนิยมและอิทธิพลต่อสตรีในเกาหลีและเวียดนามfile:///C:/Users/USER/Downloads/245241-Article%20Text-865836-1-10-20201223.pdfว่าด้วยการ หย่า ของคนจีนโบราณhttps://mobile.facebook.com/chinahistory01/photos/a.1507186892831272/1611903742359586/?type=3&locale2=sv_SE&_rdc=1&_rdr

0 ความคิดเห็น