ย้อนเวลาในยุค 60s…, ทะลุมิติมาเป็น…ในยุค 70s หรือ ….ไปเกิดใหม่ในยุค80s เชื่อว่าแฟนนิยายหลายคนคงจะเคยเจอนิยายแนวนี้บ่อยๆกันใช่มั้ยล่ะคะ ทำให้ปฏิเสธไม่ได้เลยค่ะว่า กระแสนิยายที่กำลังมาเเรงในปัจจุบันคือนิยายจีนทะลุมิติ โดยตัวละครจะได้ย้อนยุคไปใช้ชีวิตใหม่ในประเทศจีนช่วงเวลาต่างๆ และยังมีนักเขียนหลายท่านที่เลือกหยิบเอาจีนในช่วงเวลา 60-80s มาเขียนนิยายซึ่งเป็นอีกหนึ่งในช่วงเวลายอดฮิตเลยล่ะค่ะ เพราะเป็นช่วงที่ประเทศจีนกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ใครจะรู้ว่าจีนประเทศที่มั่งคั่งร่ำรวยที่สุดในโลกในตอนนี้ นั้นเคยประสบปัญหาวิกฤตทางการเมืองและเศรษฐกิจ ทำให้ประชากรอดอยากหิวโหยจนล้มตายเป็นล้านๆคนมาก่อน ต้องบอกเลยว่าช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาที่ลำบากมากๆ เรียกได้ว่าเป็นยุคมืดของประเทศจีนกันเลยทีเดียวค่ะ (OMG)
ในวันนี้พี่บีมเลยจะพาทุกคนย้อนเวลาไปทำความรู้จักกับประเทศจีนในยุค 60s 70s และ 80s ว่าแต่ละยุคเนี่ยมีความเป็นมาอย่างไร เกิดเหตุการณ์สำคัญอะไรขึ้นบ้าง และมีความน่าสนใจอย่างไรถึงได้เป็นช่วงเวลายอดฮิตที่เรามักเจอได้บ่อยในนิยายจีนย้อนยุคหลายๆเรื่อง เอาเป็นว่าถ้าใครพร้อมแล้ว เรามานั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลาไปหาคำตอบกันพร้อมๆกับพี่บีมได้เลยค่าา
60s ยุคเเห่งการเปลี่ยนแปลง
เรามาเริ่มกันด้วยยุคแรกคือ ยุค 60s เลยค่ะ โดยในยุคนี้เนี่ยบอกเลยว่าเป็นช่วงเวลาสุดฮิตของนิยายจีนทะลุมิติ ที่นักเขียนนิยมให้ตัวละครไปเกิดใหม่ สำหรับพี่บีมถ้าตัวละครในนิยายเรื่องไหนหลุดเข้ามาอยู่ในยุคนี่เรียกได้ว่าต้องสู้ชีวิตในระดับนึงเลย เพราะเป็นยุคที่ประเทศจีนต้องเผชิญกับความลำบากมากที่สุด ผลผลิตและอาหารขาดแคลน เศรษฐกิจพัง จนชาวจีนจำนวนมากล้มตายเพราะความหิวโหย อันเนื่องมาจากช่วงเวลาเเห่งการเปลี่ยนแปลงของประเทศนั่นก็คือการปฏิวัติวัฒนธรรมของจีนนั่นเองค่ะ
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีนคืออะไร?
การปฏิวัติวัฒนธรรม เริ่มต้นหลังจากการมีปัญหาความขัดแย้งภายในทางการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งเกิดขึ้นในประเทศจีนในช่วงค.ศ.1966 - 1976 นำโดยเหมา เจ๋อตุง ที่ดำรงตำแหน่งเป็นประธานพรรคคอมมิวนิสต์จีนในตอนนั้น โดยจุดมุ่งหมายก็คือต้องกำจัดสิ่งต่างๆที่เป็นทุนนิยม หรือวัฒนธรรมประเพณีของจีนที่ขัดต่ออุดมการณ์ของพรรคคอมมิวนิสต์ในขณะนั้น และกำหนดแนวทางตามแบบฉบับของของตนเอง
ขอบคุณข้อมูลจาก : ศิลปวัฒนธรรม
ความยากลำบากหลังจากการปฏิวัติวัฒนธรรม
เรียกได้ว่าการปฏิวัติวัฒนธรรมก็ได้สร้างผลกระทบต่อสังคมจีนอย่างรุนแรงมากๆเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการขาดความมั่นคงทางการเมือง เศรษฐกิจพังจากการพยายามเปลี่ยนประเทศให้เป็นประเทศอุตสาหกรรมตามนโยบายก้าวกระโดดครั้งใหญ่ที่ล้มเหลว ผู้คนต้องขายแรงงานเพื่อแลกกับค่าแรงอันน้อยนิด ผลผลิตลดลงจนถึงขั้นเกิดเป็นภาวะขาดแคลนอาหาร ทำให้ประเทศจีนในยุคนั้นมีคนเสียชีวิตราว 10-40 ล้านคน และนับว่าเป็นภาวะขาดแคลนอาหารที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์โลกเลยทีเดียว



ในนิยายหลายเรื่องเช่น เซี่ยชิงชิง ย้อนเวลาไปยุค60, หยางอันฉี ย้อนไปสู่ยุค 60 และ ทะลุมิติไปเป็นพรานสาวในยุค60 ได้มีการบรรยายถึงสภาพความเป็นอยู่และความยากลำบากของประเทศจีนในยุคนี้เอาไว้เป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นยุคที่ผู้คนอดอยาก หิวโหย ยากจนและขาดแคลนเสบียงอาหารจนล้มตาย ข้าวของเครื่องใช้ก็หายากเนื่องจากมีราคาแพง โดยในนิยายเรื่อง หยางอันฉี ย้อนไปสู่ยุค 60 ก็ได้มีการกล่าวถึงสังคมจีนในขณะนั้นเอาไว้ว่า
“...การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในช่วงค.ศ. 1960 เป็นเหตุให้ผลผลิตด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมลดลงไปเป็นอันมาก ผู้คนในหลายท้องที่ขาดแคลนเสบียงอาหารและของใช้ต่างๆในการดำรงชีวิต เนื่องจากข้าวปลาอาหารเครื่องอุปโภคบริโภคหายาก เพราะมีจำนวนจำกัดและมีราคาแพง…”
หยางอันฉี ย้อนไปสู่ยุค 60
และเนื่องจาก การขาดแคลนอาหารที่รุนแรงนี้เอง ทำให้นำประเทศจีนไปสู่ภาวะอดอยากในที่สุด จนภาครัฐของจีนถึงกับต้องมีการแจกคูปองอาหาร เพื่อแก้ปัญหาและจัดสรรปัจจัยพื้นฐานต่างๆที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงอาหาร สิ่งของอุปโภคบริโภค และมีชีวิตรอดต่อไปได้ในยุคนี้ เรียกได้ว่าเป็นยุคสมัยแห่งความยากลำบากที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ของจีนเลยล่ะค่ะ
70 ยุคแห่งการปรับตัว
ในยุคถัดมาก็คือยุค 70s ซึ่งช่วงต้นของยุคนี้ก็ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงหรือมีความแตกต่างอะไรไปจากยุค 60s มากนัก ประชาชนก็ยังคงมีความลำบากอยู่ แต่ดีขึ้นมาจากเดิมนิดหน่อยในช่วงปลายของยุค เนื่องจากผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์หรือ เหมา เจ๋อตุง ได้เสียชีวิตลงในปี 1976 หลังจากนั้นก็ได้มีการปฏิรูปประเทศใหม่ในด้านต่างๆ ที่นำโดย เติ้ง เสี่ยวผิง และนั่นก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เศรษฐกิจจีนเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เกษตรกรได้รับสิทธิการจัดสรรที่ดินในการทำกิน ทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่พอมีพอกินไม่อดอยากและหิวโหยเหมือนในยุคสมัยก่อนหน้า
ช่วงปลายของยุคหรือในปี ค.ศ.1979 ประเทศจีนก็ได้มีการเปิดการค้าเสรี ให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนมากขึ้น ทำให้มีเงินหมุนเวียนไหลเข้ามาในประเทศเพราะต่างชาติเห็นว่าค่าเช่าและค่าแรงงานในประเทศจีนตอนนั้นมีราคาถูก คนเริ่มได้รับการศึกษาเพิ่มขึ้น เรียนจบมาก็มีงานทำเลยเพราะเป็นช่วงที่กำลังต้องการแรงงาน ในยุคสมัยนี้จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับตัวและฟื้นตัวเองจากความยากลำบากของจีนและเป็นช่วงส่งต่อความเจริญให้กับยุค 80s ในอนาคตนั่นเองค่ะ

ในนิยายเด็กดีก็มีนิยายหลายเรื่องที่เลือกใช้ช่วงเวลาในยุคนี้ ยกอย่างเช่น ในฉากหนึ่งของนิยายเรื่อง ย้อนเวลาไปเป็นคุณนายตำรวจในยุค70 ตัวละครก็ได้มีการอธิบายสภาพสังคมในขณะนั้นว่า
“...ตอนนี้อยู่ในเมืองหลวงในปี 1977 ความทรงจำในตอนนี้มีการเปิดปฏิรูปและเปิดรับสมัครนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยแล้ว รวมทั้งกฎการจำกัดอาหารและอื่นๆก็เริ่มคลายตัวลงมากแล้ว ถ้าเป็นยุคต้นๆ 60-70 การใช้ชีวิตจะยากลำบากมากกว่านี้อีก..”
ย้อนเวลาไปเป็นคุณนายตำรวจในยุค70


จะเห็นได้ว่าในยุค 70s โดยเฉพาะช่วงปลายของยุคนั้นความลำบากได้ลดน้อยลงไปจากยุค 60s พอสมควร รวมถึงการผ่อนคลายของสถานการณ์และข้อจำกัดต่างๆจากภาครัฐ และยังมีนิยายเรื่องอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น นางร้ายทะลุมิติไปเป็นคุณแม่ลูกสี่ยุค 70 หรือ ย้อนกลับยุค 70's เพื่อแต่งงาน และอีกหลายเรื่องที่มีการดำเนินเรื่องในช่วงเวลาของยุคนี้ด้วยเช่นกัน เนื่องจากเป็นช่วงที่ประเทศกำลังปรับตัวและฟื้นตัว ตัวละครจึงไม่ได้มีความลำบากมากเท่ากับในยุค 60s นั่นเองค่ะ
80s ยุคแห่งการเปลี่ยนผ่าน
และเราก็ได้เดินทางกันมาถึงยุคสุดท้ายของวันนี้แล้วนั่นก็คือยุค 80s นั่นเองค่ะ ในยุคนี้เนี่ยเรียกได้ว่าเป็นยุคที่ประเทศกำลังฟื้นตัวขึ้นเรื่อยๆ เพราะเป็นช่วงที่มีการผ่อนคลายสถานการณ์ มีการเปิดประเทศเพื่อทำการค้าเสรี ทำให้เศรษฐกิจจีนค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึงช่วงต้นของยุค 90 ที่เศรษฐกิจจีนมีการขยายตัวและเติบโตอย่างรวดเร็ว
แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าในยุค 80 จะเป็นช่วงเศรษฐกิจดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประเทศสามารถปรับตัวจนผ่านพ้นช่วงเวลายากลำบากจากยุค 60-70s มาได้แล้ว แต่ในแง่ของความเป็นอยู่ในสังคมก็ยังคงมีปัญหาความลำบากอยู่บ้าง เนื่องจากเป็นยุคแรกเริ่มของการเปิดประเทศและพาประเทศเข้าสู่ความเจริญ ทำให้อะไรๆก็อาจจะยังไม่เข้าที่เข้าทางมากนัก
และในนิยายเด็กดียุค 80s หลายเรื่องก็ได้มีการอธิบายสภาพความความเป็นอยู่ของสังคมในขณะนั้นสอดแทรกไว้ในเนื้อเรื่องได้อย่างน่าสนใจกันเลยทีเดียวค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ทะลุมิติไปเป็นเศรษฐีนียุค 80, ทะลุมิติไปทำฟาร์มในยุค 80 หรือ ย้อนเวลากลับไปเป็นเด็กในยุค 80



“...จากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมที่นี่คือประเทศจีนในปี 1995 ถึงจะยังล้าสมัยแล้วก็ไม่ถึงกับกันดารมากนัก ที่นี่เริ่มมีไฟฟ้าและน้ำประปาใช้แล้ว การค้าก็เปิดกว้าง ถือเป็นช่วงกำลังพัฒนาของประเทศรัฐบาลเปิดการค้าเสรีให้เอกชนสามารถลงทุนค้าขายประกอบกิจการได้เอง การบังคับใช้คูปองแลกซื้อสินค้าในสหกรณ์ของรัฐก็ยกเลิกไปบ้างแล้ว
การศึกษาก็เปิดกว้างไม่ว่าหญิงชายสามารถเข้าโรงเรียนได้ ตอนนี้ลูกพี่ลูกน้องของเธอต่างก็กำลังศึกษาเล่าเรียน ในบ้านมีเพียงแค่เหมยหลินเรียนที่ไม่ได้เรียนต่อชั้นมัธยมปลายเพราะคุณยายฉินบอกกับเธอและแม่ว่าค่าใช้จ่ายในการเรียนสูงมาก แม่เธอไม่ได้ทำงาน ตระกูลฉินไม่มีเงินส่งเธอเรียนหรอก…”
ทะลุมิติไปทำฟาร์มในยุค 80
“...ในยุค 80 ถือว่าดีขึ้นมาบ้างแล้วเพราะรัฐได้ทำการผ่อนคลายมาตรการหลายๆอย่าง แต่บางสิ่งบางอย่างก็ไม่สามารถทำแบบประเจิดประเจ้อได้ อย่างเช่น การซื้อรถจักรยาน รถยนต์ หรือแม้แต่การซื้อเนื้อสัตว์และเครื่องนุ่งห่มต่างๆ โดยยังต้องใช้คูปองในการซื้อสิ่งของเหล่านี้อยู่แต่หากไม่มีคูปองก็สามารถไปหาซื้อได้ที่ตลาดมืดตลาดมืดในยุคนี้เข้าถึงได้ง่ายกว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเพราะในยุคนี้หน่วยงานรัฐต่างๆไม่ได้คุมเข้มการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนมากนัก…”
ย้อนเวลากลับไปเป็นเด็กในยุค 80
โดยสองข้อความที่ยกมาเป็นฉากในเรื่อง ทะลุมิติไปทำฟาร์มในยุค 80 และ ย้อนเวลากลับไปเป็นเด็กในยุค 80 ตอนที่ตัวละครทะลุมิติไปในประเทศจีนยุค 80s และได้มีการอธิบายสังคมและปัญหาที่มีในยุคนั้นเอาไว้อย่างเห็นภาพ ไม่ว่าจะเป็นความเจริญที่กำลังเริ่มเข้ามา หรือปัญหาในด้านต่างๆเช่น ปัญหาเรื่องความแออัดของสมาชิกในครอบครัว ความไม่เท่าเทียมทางการศึกษาในบางครอบครัว ปัญหาการว่างงาน หรือแม้กระทั่งการใช้สวัสดิการและถูกจับตามองจากภาครัฐ จึงสามารถสรุปได้ว่าถึงแม้ในยุคนั้นเศรษฐกิจโดยภาพรวมจะดีขึ้น แต่ก็ยังคงมีปัญหาเชิงโครงสร้างทางสังคมอยู่ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านนั่นเองค่ะ
เป็นยังไงกันบ้างคะกับ 3 ยุคที่พี่บีมหยิบมาเล่าให้ทุกคนฟังในวันนี้ ต้องบอกเลยว่ากว่าที่ประเทศจีนเค้าจะกลายมาเป็นประเทศมหาอำนาจที่มั่งคั่งและร่ำรวยที่สุดในโลกแบบทุกวันนี้ได้เนี่ย เค้าก็เคยผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมากๆมาก่อน แต่ด้วยความพยายามและความไม่ย่อท้อทั้งในส่วนของผู้นำ ภาครัฐ และประชาชนชาวจีนเองที่ต้องการนำพาประเทศไปสู่จุดที่ดีกว่า ทำให้เค้าร่วมกันพัฒนาประเทศจนกลายมาเป็นประเทศจีนที่รุ่งเรืองอย่างทุกวันนี้ได้
และพี่บีมยังได้เรียนรู้ข้อคิดที่สำคัญมากๆผ่านเหตุการณ์นี้อีกด้วยค่ะ นั่นก็คือ ไม่ว่าเราจะกำลังเจอกับอุปสรรคที่ยากเย็นแค่ไหนก็ตาม ก็จงอย่าท้อถอย เพราะทุกความสำเร็จย่อมมีจุดเริ่มต้นที่ยากลำบากเสมอ สำหรับใครที่กำลังทำอะไรสักอย่างแล้วรู้สึกท้อ หรือกำลังจะถอดใจ พี่บีมอยากแนะนำให้ทุกคนลองพยายามให้สุดความสามารถของเราก่อน เพราะความสำเร็จของเราอาจกำลังรออยู่ ถ้าเราไม่ยอมแพ้ มุ่งมั่นและตั้งใจจริง พี่บีมเชื่อว่า สักวันหนึ่งเราก็จะต้องประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอนค่ะ
ก่อนจะจากกัน ถ้าใครรู้สึกสนใจประเทศจีนในยุค 60-80s ในนิยายเด็กดียังมีนิยายที่น่าสนใจและชวนติดตามหลายเรื่องที่แต่งขึ้นโดยใช้ช่วงเวลาดังกล่าวในการดำเนินเรื่อง ไม่ต้องไปหาอ่านเองที่ไหน เพราะพี่บีมได้รวบรวมเอาไว้ให้ทุกคนด้านล่างแล้ว ถ้าใครอยากรู้จักประเทศจีนในช่วงเวลา 60-80s อยากอินให้มากขึ้น ก็สามารถตามไปอ่านกันได้เลยค่าาา
แนะนำนิยายยุค 60s
แนะนำนิยายยุค 70s
- นางร้ายทะลุมิติไปเป็นคุณแม่ลูกสี่ยุค 70
- ย้อนกลับยุค 70's เพื่อแต่งงาน
- ย้อนเวลาไปเป็นคุณนายตำรวจในยุค70
แนะนำนิยายยุค 80s
พี่บีม
0 ความคิดเห็น