มีใครเคยได้รับดอกไม้แล้วงง ๆ บ้างมั้ยว่านอกจากความสวยงามแล้ว ดอกไม้พวกนั้นมีความหมายอะไรแอบแฝงอยู่บ้างมั้ยนะ ?
วันนี้พี่มิวม่อนจะพาทุกคนมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับดอกไม้ทั้ง 6 ดอกที่ยกมาในวันนี้กันค่ะ ว่านอกจากมันจะสวยแล้ว ความหมายที่ผู้ให้เลือกดอกนั้น ๆ ให้กับผู้รับมันหมายความว่าอะไร เรียกได้ว่าถ้าได้อ่านบทความนี้กันแล้ว ความรู้สึกที่มีอาจจะไม่ต้องใช้คำพูดอีกต่อไป แต่ใช้ดอกไม้พูดแทนไปเลย อิ–อิ
แต่ความน่าสนใจของทั้ง 6 ดอกนี้ยังไม่หมด เพราะว่ามันเป็นดอกที่พี่มิวม่อนเนี่ยเจอบ่อยมากกก ในนิยายเด็กดีของเรา และได้นำความหมายของดอกไม้เหล่านี้ไปใช้เป็นสัญลักษณ์ในเรื่อง หรือใช้แทนความรู้สึกของตัวละครด้วย เราตามมาดูกันดีกว่าว่าทั้ง 6 ดอกไม้ที่นำมาวันนี้จะมีอะไร และมีความหมายอะไรแฝงไว้บ้าง !
ดอกกุหลาบ
สำหรับดอกไม้ยอดฮิตคงจะขาดดอกนี้ไปไม่ได้เลย เพราะเขามีฉายาว่าเป็นราชินีแห่งความรัก ! และดอกไม้เจ้าของฉายานี้ก็คือ ดอกกุหลาบ นั่นเองงงง บอกเลยว่าไม่ว่าจะไปงานไหน ก็จะมองเห็นดอกกุหลาบหลากสีอยู่แน่นอน
และถ้าพูดถึงดอกกุหลาบแล้ว นอกจากความสวยงาม ก็ยังมีความหมายที่ลึกซึ้งมากกว่าที่คิดนะ เพราะว่าเขาเนี่ยมีความหมายถึงความรักที่ลึกซึ้ง ไม่สามารถมีใครมาแทนที่ความรักนี้ได้ และความรักจะไม่มีวันจืดจางลง เรียกได้ว่าถ้ามอบดอกไม้นี้ให้กับใครความรักก็จะหวานเจี๊ยบจนมดขึ้นแน่นอน แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่าอย่ามัวแต่หลงอยู่กับความสวยงามของมันนะ ให้ระวังก้านที่มีหนามแหลมที่คอยจะทิ่มแทง และนำความเจ็บปวดมาให้ความรักของเรากันด้วยนะ
เหมือนกับนิยายที่เกี่ยวกับดอกกุหลาบเรื่อง กุหลาบรักซาตาน เลย ที่เหมือนความรักจะสวยงามเหมือนดอกกุหลาบในตอนแรก แต่สุดท้ายแล้วก็ถูกหนามที่ก้านนั้นทำร้ายเข้าจนได้ เราไปดูกันดีกว่าว่าเรื่องราวในนิยายเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง
กุหลาบรักซาตาน
เมื่อความรักของไคลน์ กับอิสลิน หญิงสาวที่เขาเปรียบเทียบเธอเหมือนกับดอกกุหลาบที่งดงาม มันไม่มีทางเป็นไปได้เลย เพราะเขาเองก็ถูกครอบครัวของเธอตราหน้าไปแล้วว่า ‘ไม่มีปัญญาที่จะเลี้ยงดู’ อิสลินได้อย่างแน่นอน แม้ทั้งสองจะรักกันเหมือนกับความหมายของดอกกุหลาบมากแค่ไหน แต่สุดท้ายหนามของดอกกุหลาบนั้นก็กลับมาทำร้าย และทำให้ทั้งสองเจ็บปวดได้อยู่ดี
ดอกทานตะวัน
ถ้าพูดถึงดอกไม้สีเหลือง พลาดไม่ได้เลยกับดอกนี้ เพราะเขาเป็นดอกที่ยิ่งใหญ่มาก ! (แต่เดี๋ยวนี้เขาก็มีต้นแคระเล็ก ๆ น่ารัก ๆ แล้วนะ) นั่นก็คือดอกทานตะวันวันวันนน
ในส่วนของความหมายของดอกทานตะวันนั้น หนีไม่พ้นความสดใส ร่าเริง ที่เหมือนกับสีของกลีบดอกที่เป็นสีเหลืองเลย แต่ว่านอกจากความสดใส ร่าเริงแล้ว ยังหมายถึงความรักอันมั่นคง และไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ที่สื่อถึงความพยายามในความรัก ที่ไม่ว่าเขาจะไปทางไหน เราก็จะตามเธอไปทางนั้น เหมือนกับการที่ดอกทานตะวันจะหันไปทางดวงอาทิตย์อยู่เสมอนั่นเอง
ถ้าพูดถึงความมั่นคงในรักแล้ว ต้องมาดูกันที่นิยายเรื่อง The Sun always blooms เลย เพราะว่าเรื่องนี้พระเอกของเราเขาเฝ้ารอนายเอกมาตั้งแต่สมัยเรียนคณะเดียวกันแล้ว แต่ระยะเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ก็ยังคงรอนายเอกของเราอยู่เสมอ เหมือนกับทานตะวันที่มองหาแต่ดวงอาทิตย์นั่นแหล่ะ
The Sun always blooms
เรื่องราวของ ‘ซีอิ๊ว’ ฟรีแลนซ์ที่เปลี่ยนอาชีพของตัวเองมาเป็นนักเขียนนิยายวาย จนได้นำไปทำซีรีส์ กับ ‘ซัน’ นักร้องหนุ่มชื่อดังที่ได้รับเลือกให้มาเป็นพระเอกซีรีส์เรื่อง ‘อาทิตย์รักทานตะวัน’ ที่จะเกี่ยวกับการตามหารักแท้ที่มาปานสีแดงรูปดวงอาทิตย์ และทานตะวันให้ทันก่อนที่จะอายุครบ 20 ปี แต่ดูเหมือนว่าเรื่องราวในนิยาย กับซีรีส์เรื่องนี้จะคล้าย ๆ กับชีวิตของทั้งสงอยู่เหมือนกันนะ เพราะว่าซันเองก็รอเวลาที่ใช่ เพื่อมาหาทานตะวันของเขาเองอยู่เหมือนกัน
ดอกลิลลี่
ถ้าอยากจะชมใครสักคนให้มอบดอกไม้ดอกนี้ให้กับเขาเลย เพราะว่าดอกลิลลี่เนี่ยจะเป็นดอกที่สื่อว่าเรากำลังประทับใจในตัวของใครสักคนอยู่นะ และยังหมายถึงความอ่อนหวาน อ่อนโยน ความจริงใจ และความบริสุทธิ์ ส่วนในแง่ของการมอบให้กับคนรักเนี่ย ก็จะเหมือนกับเราบอกเขาว่า เขาเป็นคู่ชีวิตของเราที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว
แต่นอกจากเราจะสามารถนำดอกลิลลี่ไปบอกถึงความประทับใจได้แล้ว ยังสามารถบอกเป็นประโยคแทนใจที่ว่า ‘เรารู้สึกยินดี และดีใจที่ได้อยู่ใกล้กัน’ อีกด้วย เหมือนกับนิยายเรื่อง แม่ดอกลิลลี่ ที่ได้ใช้ดอกลิลลี่เป็นชื่อของนางเอกเลย เพราะว่าพระเอกเนี่ยทำให้นางเอกของเราประทับใจจนตกหลุมรักแบบขึ้นจากหลุมไม่ได้กันเลยทีเดียว
แม่ดอกลิลลี่
เรื่องราวของคุณหนูลิลลี่ และตะวัน เป็นเหมือนกับความหมายของดอกลิลลี่เลย เพราะทั้งคู่คือคู่รักที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วของกันและกัน แม้ว่าฐานะในสังคมของทั้งสองจะแตกต่างกันมาก แต่คุณหนูลิลลี่ก็ไม่เคยใช้ข้อแตกต่างนี้มาทำให้ความรักของทั้งสองสั่นคลอนเลยแม้แต่น้อย แถมตะวันยังขยันทำให้ลิลลี่ประทับใจตัวของเขาไม่เว้นวันอีก แล้วแบบนี้คุณหนูอย่างเธอจะหนีไปไหนรอด !
ดอกคาร์เนชัน
ใครที่กำลังมองหาดอกไม้ไปประดับในงานเฉลิมฉลองต่าง ๆ พี่มิวม่อนขอแนะนำดอกคาร์เนชันเลย เพราะว่าดอกไม้ดอกนี้เขามีความหมายเกี่ยวกับการยินดี การเฉลิมฉลองให้กับคนรัก คนสำคัญ หรือในงานสำคัญ ๆ นั่นเอง
และในอีกมุมนึงนอกจากการเฉลิมฉลอง ยินดีแล้ว ยังหมายถึงความรักที่ลึกซึ้งบริสุทธิ์ใจ ความหลงใหล และความปราถนาดีต่ออีกฝ่ายหนึ่งอีกด้วย แต่ความหมายของดอกคาร์เนชันก็จะแตกต่างกันไปตามสีของดอกนะ
เหมือนกับนิยายเรื่อง ดอกไม้ของเจ้าพ่อ ที่เป็นเพราะความปราถนาดีของนายเอกของเราทำให้ยากูซ่าที่หนีจากศัตรูรอดตายจากบาดแผลที่ถูกทำร้ายมาได้ จนทำให้เจ้าพ่ออย่างเขาเนี่ยตกหลุมรัก และหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้นเลยทีเดียว
ดอกไม้ของเจ้าพ่อ : Carnation
เมื่อการช่วยเหลือคนเจ็บที่หนีเข้ามาในบ้านของ ‘อาเคดะ’ กลายเป็นการช่วยเหลือที่ดูเหมือนจะนำพาความโชคร้ายมาสู่ชีวิตของเขาตลอด 4 เดือน เพราะว่าคนที่เขาช่วยเหลือน่ะเป็รถึงยากูซ่าที่มีศัตรูอยู่รอบตัวยังไงล่ะ ! และดูเหมือนว่าการช่วยเหลือครั้งนี้จะไม่จบลงง่าย ๆ เพราะว่ายากูซ่าคนนี้หลงในความปราถนาดีที่คอยรักษาบาดแผล และหลงในความสวยของอาเคดะเข้าให้แล้ว !
ดอกเดซี่
บอกเลยว่าดอกไม้ดอกนี้เหมาะกับการที่อยากจะมอบความรักอันแสนบริสุทธิ์ให้กับใครสักคน เพราะว่าดอกเดซี่นั้นหมายถึงความบริสุทธิ์ ไร้เดียงสานั่นเอง
แต่นอกจากนี้ยังมีความหมายที่หมายถึงการเริ่มต้นใหม่กับอะไรสักอย่าง ความหวัง ความซื่อสัตย์ ภักดี และความแข็งแกร่งอีกด้วย และรูปร่างของดอกเดซี่เนี่ย ไม่ว่าใครผ่านมาเห็นก็จะรู้สึกได้ถึงความหวัง และได้ความสดใสกลับไปแน่นอน
และถ้าให้เลือกนิยายเรื่องไหนที่ความหมายจะเหมือนกับดอกเดซี่ดอกนี้คงหนีไม้พ้นเรื่อง Daisy in the rain #ดอกไม้ผู้ภักดี เพราะว่าการพบเจอของทั้งตัวละครทั้งสองในเรื่องนี้เหมือนกับการเริ่มต้นใหม่ของความรัก เป็นรักแรกพบของกันและกันเลยล่ะ
Daisy in the rain #ดอกไม้ผู้ภักดี
เรื่องราวรักแรกพบในวันฝนตก ที่ทำให้ทุกครั้งที่เห็นฝนดอกไม้ในใจของ ‘จาว’ ก็จะเบ่งบานขึ้นมาทุกที และใครจะไปเชื่อว่าโบวชัวร์ที่ตกแต่งไปด้วยดอกเดซี่ในวันนั้น จะทำให้เขาได้พบกับเด็กชายเจ้าของชื่อ ‘ภักดี’ ที่เหมือนกับคอนเซ็ปท์งานโบวชัวร์ในครั้งนี้ และกลายเป็นความทรงจำที่ไม่ว่าจะฝนตกอีกกี่ครั้ง ก็ทำให้เขานึกถึงรักแรกพบยามสบตากับเด็กผู้ชายคนนี้มาโดยตลอด
ดอกไฮเดรนเยีย
มาถึงดอกสุดท้ายกันแล้ว ดอกนี้อาจจะแตกต่างกับดอกไม้ก่อนหน้านี้เล้กน้อย เพราะในช่วงแรก ๆ เราไม่นิยมชมชอบให้มอบดอกไฮเดรนเยียกันสักเท่าไร เพราะความหมายของมันไม่ค่อยเป็นไปในเชิงบวก แต่ด้วยความหายาก และสวยงามของสีดอกไฮเดรนเยีย ทำให้คนมองข้ามความหมายนั้นไป
ถ้าพูดถึงความหมายของดอกไฮเดรนเยียจะมีอยู่ 2 ความหมาย คือความหมายเชิงบวก และเชิงลบ ในความหมายเชิงบวกนั้น ดอกไฮเดรนเยียจะมีความหมายว่า การขอบคุณ ขอบคุณที่เข้าใจ และยอมรับความเป็นตัวเองของเราเสมอมา และในความหมายเชิงลบจะหมายถึงความด้านชา เย็นชา เหมือนกับคนที่ไม่มีหัวใจ
ซึ่งนิยายที่ตรงกับความหมายของไฮเดรนเยียที่นำมาแนะนำทุกคนในวันนี้ต้องเรื่อง Smell like Hydrangea เลย เพราะว่าคงไม่มีใครเข้าใจกลิ่นที่ออกมาจากตัวของนายเอกของเราเท่ากันพระเอกในเรื่องนี้อีกต่อไปแล้ว !
Smell likes Hydrangea
เรื่องนี้เรียกได้ว่าหนีไม่พ้นตัวแทนของไฮเดรนเยียเชิงบวก เพราะว่าทอม ริดเดิ้ลน่ะ คือโอเมก้าหนึ่งเดียวในบ้านสลิธีริน ท่ามกลางเหล่าเบต้า และอัลฟ่าสายเลือดบริสุทธิ์ แต่ความลับที่ทอมเป็นโอเมก้านี้ไม่เคยไปถึงหูใครเลย นอกจากอาจารย์ประจำห้องพยาบาล เพราะเขาหลอกทุกคนว่าตัวเองเป็นเบต้าได้อย่างแนบเนียนมานาน แต่กลับกลายเป็นว่ามัลฟอยคนนี้แหล่ะที่ตอบกลิ่นฟีโรโมนของเขาได้อย่างถูกต้อง แถมยังวิเคราะห์กลิ่นอย่างเข้าใจอีกต่างหาก และเป็นคนแรกที่ล่วงรู้ความลับของทอม ริดเดิ้ล โอเมก้าผู้มีกลิ่นของดอกไฮเดรนเยีย
ความหมายของดอกไม้แต่ละดอกเนี่ย เรียกได้ว่าสื่อได้ถึงความรักหลากหลายรูปแบบในตอนที่เราอยากจะมอบให้กับใครสักคนเลยทีเดียว แถมยังทำให้มองดอกไม้เหล่านี้สวยงามมากขึ้นไปอีกเมื่อได้รู้ความหมายของมันแล้ว
และนอกจากที่เราจะได้นำความหมายดี ๆ นี้ไปมอบให้กับคนที่เราอยากจะให้แล้ว นักเขียนเด็กดีของเราเองก็สามารถนำความหมายของดอกไม้เหล่านี้ไปเป็นตัวแทนของตัวละคร หรือว่าสัญลักษณ์ของตัวละคร เพื่อทำให้เรื่องราวในนิยายของเราน่าสนใจมากขึ้นได้ด้วยนะ เพราะว่าเราสามารถเล่นเนื้อเรื่องของเราไปกับความหลากหลายของลักษณะของดอกไม้ หรือความหมายของดอกไม้ได้แบบอิสระมาก ๆ เลย
และหวังว่าความหมายของดอกไม้ในวันนี้ที่พี่มิวม่อนนำมาฝากชาวเด็กดีทุกคนจะทำให้ได้ความรู้ และได้ไอเดียในการแต่งนิยายกันนะคะ :-)
พี่มิวม่อน
ขอขอบคุณข้อมูลจากhttps://thaniya1988.com/language-of-flower/https://www.loveyouflower.com/meaning-of-flowers/http://www.sukhothailocal.go.th/otop/detail/255/data.htmlhttps://www.thairath.co.th/lifestyle/life/1195695https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2145671
0 ความคิดเห็น