เปรียบเทียบ! ฟีนิกซ์ VS เฟิ่งหวง
สองสัตว์ในตำนานจากตะวันตกและตะวันออก
มีอะไรที่เหมือนและอะไรที่ต่างบ้างนะ
ถ้าพูดถึงนกฟีนิกซ์แล้ว คิดว่าทุกคนคงเคยได้ยินชื่อนี้จากวรรณกรรมสุดดังอย่างแฮร์รี่ พอตเตอร์ใช่มั้ยล่ะคะ นกตัวนี้ปรากฏให้เราได้เห็นหน้าค่าตากันชัดๆ ในแฮร์รี่ พอตเตอร์ เวอร์ชั่นภาพยนตร์ภาคห้องแห่งความลับ และภาคีนกฟีนิกซ์ พี่ปุ๋ยเองก็รู้จักสัตว์ในตำนานตัวนี้จากภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์ นี่แหละ และพอได้ดู ก็ได้ลองไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม และได้พบเรื่องราวที่น่าสนใจมากมายเลยทีเดียว
แต่ข้อมูลที่พี่ปุ๋ยรู้สึกสะดุดตาก็คือ เมื่อมีการพูดถึงฟีนิกซ์ว่าเป็นสัตว์ตามความเชื่อของวัฒนธรรมต่างๆ ของซีกโลกตะวันตกแล้ว ก็มักจะมีการกล่าวถึงสัตว์อีกตัวหนึ่งซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกัน นั่นก็คือ เฟิ่งหวง ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นนกฟีนิกซ์ในตำนานจีนเลยก็ว่าได้
แต่ว่าพอพี่ปุ๋ยได้อ่านข้อมูลของเฟิ่งหวงเจาะลึกลงไป
กลับได้พบว่าฟีนิกซ์และเฟิ่งหวงไม่ได้เหมือนกันไปซะหมด
ถ้าอย่างนั้น เราจะเรียกว่าเฟิ่งหวงเป็นฟีนิกซ์ของโลกตะวันออกได้จริงหรอ
เอ…แล้วสรุปฟีนิกซ์ และเฟิ่งหวงนี่เหมือนหรือแตกต่างกันยังไงบ้างล่ะ วันนี้พี่ปุ๋ยเลยได้นำข้อมูลที่รวบรวมได้มาแบ่งปันให้กับทุกคนได้อ่านกันค่ะ
ฟีนิกซ์
รูปลักษณ์ของฟีนิกซ์
มาเริ่มกันที่สัตว์ในตำนานจากโลกตะวันตกกันก่อนดีกว่าค่ะ ข้อมูลจากหลายๆ แหล่งอธิบายไว้คล้ายๆ กันว่า ฟีนิกซ์ มีลักษณะเหมือนนกขนาดใหญ่ที่มีขนสีม่วง สีส้ม และสีทองเปลวไฟ และอกเป็นสีแดงเข้ม มีหางยาว นอกจากนี้ ฟีนิกซ์ยังถูกอธิบายว่าเป็นนกล่าเหยื่อที่ตัวใหญ่กว่านกอินทรี แต่ยังมีลักษณะคล้ายนกยูงหรือนกกระเรียนอีกด้วย
by Friedrich Johann Justin Bertuch (1747-1822)
อย่างข้อมูลที่ปรากฏในวรรณกรรมที่ชื่อว่า Account of Egypt เขียนโดยเฮโรโดตัส นักประวัติศาสตร์ชาวกรีกโบราณ มีการกล่าวถึงลักษณะของฟีนิกซ์ว่า ขนมีสีแดงบางส่วน สีทองบางส่วน ในขณะที่ลักษณะทั่วไปและขนาดตัวเกือบจะเหมือนกับนกอินทรี รวมถึงตามที่ Pliny the Elder นักธรรมชาติวิทยาชาวโรมัน ได้บรรยายไว้ในหนังสือ Natural History ของเขาในศตวรรษแรกนั้น ก็ได้กล่าวว่า นกฟีนิกซ์มีขนาดใหญ่พอๆ กับนกอินทรี และมีสีเหลือง สีม่วง และสีดอกกุหลาบ
ตำนานและความเชื่อเกี่ยวกับฟีนิกซ์
ตามตำนานของฟีนิกซ์ที่มีการกล่าวถึงครั้งแรกเมื่อศตวรรษที่ห้าก่อนคริสตศักราช ในวรรณกรรม Account of Egypt กล่าวว่าฟีนิกซ์อาศัยอยู่แถบอาระเบีย และเมื่อมันอายุครบ 500 ปีก็จะรู้ว่าตัวเองกำลังจะสิ้นอายุไข มันจะสร้างรังจากไม้ที่มีกลิ่นหอม เช่น ไม้เมอร์ และนั่งร้องเพลงรอคอยแสงอาทิตย์อย่างเบิกบาน เมื่อใดที่ดวงอาทิตย์ฉายแสง ฟีนิกซ์จะใช้จงอยปากของมันขูดกับหินเพื่อจุดไฟให้ลุกโชนขึ้นและเผาไหม้ตัวเองจนกลายเป็นเถ้าถ่าน จากนั้นฟีนิกซ์ตัวใหม่ก็จะถือกำเนิดขึ้นอีกครั้งจากกองเถ้าถ่านนั้น (ข้อมูลบางแหล่งอธิบายว่าระยะเวลาการเกิดใหม่ของฟีนิกซ์นั้นใช้เวลา 3 วันด้วยกันค่ะ)
สิ่งแรกที่ฟีนิกซ์ต้องทำหลังจากการเกิดใหม่นั่นก็คือการรวบรวมเถ้าถ่านที่เป็นดั่งผู้ให้กำเนิดตนเอง แล้วนำไปฝังที่วิหารแห่งดวงอาทิตย์ (Helios) หรือนครแห่งตะวันในอียิปต์ จากนั้นมันก็จะบินกลับมาที่อาระเบียและใช้ชีวิตอยู่จนกว่าจะเผาไหม้ตัวเองอีกครั้ง
ว่ากันว่าฟีนิกซ์มีพลังมหาศาล สามารถบรรทุกของหนักๆ ได้ และน้ำตาของมันสามารถรักษาทุกสิ่งที่สัมผัส และขี้เถ้าของมันก็สามารถทำให้คนตายฟื้นคืนชีพได้ด้วย ซึ่งจากการที่ฟีนิกซ์สามารถกำเนิดขึ้นมาใหม่จากเถ้าถ่านของตนนี่เอง ฟีนิกซ์จึงเป็นสัญลักษณ์ของการเกิดใหม่ การฟื้นคืนชีพ หรือความเป็นอมตะ
เช่นเดียวกับความเชื่อของชาวคริสเตียนในยุคกลางที่ว่า ฟีนิกซ์เป็นตัวแทนของพระเยซูผู้ฟื้นคืนชีพ กล่าวคือ ช่วงเวลาสามวันของการเกิดใหม่ของฟีนิกซ์นั้น เท่ากับจำนวนวันระหว่างการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูและการฟื้นคืนชีพของพระองค์ อีกทั้งถือว่าการเกิดใหม่ของฟีนิกซ์เป็นสิ่งที่บริสุทธิ์เปรียบได้กับการฟื้นคืนชีพของพระเยซู ผู้เป็นศูนย์กลางความเชื่อของชาวคริสเตียน หรืออีกความเชื่อจากฝั่งอียิปต์ที่ว่า ฟีนิกซ์อาจมีวิวัฒนาการมาจากเทพเบนนู (Bennu) นกในตำนานเทพอียิปต์โบราณ ที่เป็นนกกระสาสีเทาขนาดใหญ่ ซึ่งเทพเบนนูนี้มีความเกี่ยวข้องกับดวงอาทิตย์ การสร้าง และการเกิดใหม่
ในแต่ละตำนานจะมีเรื่องเล่าของฟีนิกซ์ในรูปแบบของตนเอง อาจจะมีจุดที่คล้ายกันหรือแตกต่างกันบ้าง แต่หลักๆ เลยคือความเชื่อเกี่ยวกับฟีนิกซ์ที่ได้รวมเข้ากับวัฒนธรรม และความเชื่อในทางศาสนา จะเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงชีวิตนิรันดร์ การทำลายล้าง การสร้าง และการเริ่มต้นใหม่นั่นเองค่ะ
ฟีนิกซ์ในงานวรรณกรรม
สำหรับงานวรรณกรรมที่มีการกล่าวถึงฟีนิกซ์หรือนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์สำคัญในงานเขียนนั้นก็มีหลายเรื่องด้วยกันค่ะ แต่พี่ปุ๋ยขอยกมาสองเรื่องที่เชื่อว่าชาวเด็กดีหลายคนน่าจะคุ้นชื่อหรือรู้จักกันเป็นอย่างดี แน่นอนค่ะว่าเรื่องแรกเลยคือวรรณกรรมสุดโด่งดังอย่างเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ นั่นเอง
สำหรับใครที่เคยชมเวอร์ชั่นภาพยนตร์ด้วยเนี่ยก็จะเห็นภาพชัดมากเลยว่าลักษณะหรือความสามารถของฟีนิกซ์ที่ถูกนำมาใช้ในเรื่องนี้คืออะไร นั่นก็คือในภาค แฮร์รี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับ ฉากที่แฮร์รี่ต่อสู้กับบาซิลิสก์จนถูกเขี้ยวที่มีพิษร้ายของมันฝังเขาไปในแขน เมื่อการต่อสู้จบลง ฟีนิกซ์ที่ชื่อว่าฟอกซ์ (Fawkes) สัตว์เลี้ยงของศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ก็บินเข้ามาและหยดน้ำตาของมันลงบนแผลของแฮร์รี่
จะเห็นได้ว่าในวรรณกรรมเรื่องนี้ ความสามารถของฟีนิกซ์ถูกกล่าวถึงในเรื่องพลังในการเยียวยา (Healing Power) และเรื่องพละกำลังอันมหาศาลของมัน ที่สามารถแบกแฮร์รี่ รอน จินนี่ รวมถึงศาสตราจารย์กิลเดอรอย ล็อกฮาร์ตขึ้นไปจากแห่งความลับได้ด้วย (แข็งแรงสุดๆ ไปเลย)
นอกจากนี้ที่เพิ่มเติมเข้ามาจากข้อมูลด้านบนก็คือ ฟีนิกซ์ในแฮร์รี่ พอตเตอร์ ถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่ซื่อสัตย์และจงรักภักดีกับเจ้าของ อย่างที่ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์บอกกับแฮร์รี่ว่า เพราะเขากล่าวสรรเสริญศาสตราจารย์ในห้องแห่งความลับ ฟอกซ์เลยบินเข้าไปให้ความช่วยเหลือนั่นเอง
และในภาคแฮร์รี่ พอตเตอร์ กับภาคีนกฟีนิกซ์ ฟีนิกซ์ถูกใช้เป็นชื่อขององค์กรแห่งความยุติธรรม ที่ตั้งขึ้นเพื่อต่อสู้กับเจ้าแห่งศาสตร์มืดหรือลอร์ดโวลเดอมอร์ เลยจะเห็นได้ว่าฟีนิกซ์ในวรรณกรรมสมัยใหม่จึงมีความหมายหรือถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์ ความยุติธรรม และคุณงามความดีอีกด้วยค่ะ
สำหรับเรื่องที่สองอาจจะเก่าสักหน่อย นั่นก็คือเรื่อง The Phoenix and the Carpet หรือชื่อไทยว่า พี่น้องทั้งห้ากับนกเพลิงและพรมวิเศษ
เป็นนวนิยายแฟนตาซีสำหรับเด็ก เขียนโดย E. Nesbit และตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1904 เป็นนิยายภาคที่สองในนิยายไตรภาค ซึ่งภาคแรกมีชื่อว่า Five Children and It (1902) และภาคที่สองนี้ก็ถือเป็นภาคต่อของการผจญภัยในเนื้อเรื่องเดียวกันนั่นเอง และนอกจากจะเป็นหนังสือแล้ว ยังถูกนำไปสร้างเป็นซีรีส์และฉายทางช่อง BBC เมื่อปี 1997 อีกด้วย
The Phoenix and the Carpet เรื่องราวภาคต่อของการผจญภัยของพี่น้องทั้งห้า ได้แก่ ซีริล,โรเบิร์ต, แอนเธีย, เจน, และน้องเล็กที่ถูกเรียกว่า เจ้าแกะน้อย เรื่องย่อคือ เด็กๆ ทั้งห้าได้รับพรมผืนใหม่จากแม่ทดแทนผืนเดิมที่พวกเขาได้เผามันไปโดยไม่ได้ตั้งใจ และในพรมผืนใหม่นี้เองที่เด็กๆ ได้พบกับไข่ใบหนึ่ง ซึ่งฟักตัวออกมาเป็นฟีนิกซ์พูดได้ และฟีนิกซ์ก็ได้บอกกับเด็กๆ ว่าพรมผืนนี้เป็นพรมวิเศษที่ให้พรได้วันละ 3 ข้อ และสามารถพาเด็กๆ ไปท่องโลกกว้างได้ทุกที่อีกด้วย
ซึ่งธีมของนวนิยายไตรภาคนี้ ในแต่ละภาคจะมีสัตว์วิเศษเข้ามาเป็นผู้ช่วยในการผจญของเด็กๆ อย่างเช่นภาคแรกที่มีตัวแซมมีด (Psammead) และในภาคสองนี้ก็เป็นสัตว์ในตำนานอย่าง ฟีนิกซ์ ซึ่งแน่นอนว่าบทบาทของมันมีความเกี่ยวข้องกับธีมหลักของภาคนี้ตลอดทั้งเรื่อง นั่นก็คือธีมเกี่ยวกับ ‘ไฟ’ หรือ ‘การเผาผลาญ’ นั่นเอง ซึ่งจะเห็นได้จากในหลายๆ บทของเรื่องที่สองสิ่งนี้เข้ามาเกี่ยว
เช่นในตอนที่เรื่องราวในภาคนี้เริ่มต้น เรื่องของเรื่องคือ วันที่ 5 พฤศจิกายน จะเป็นวันเทศกาลดอกไม้ไฟ หรือ Guy Fawkes Night ในสหราชอาณาจักร ก่อนวันนั้นเพียงไม่กี่วัน เด็กๆ ได้สะสมดอกไม้ไฟเล็กๆ น้อยๆ ไว้สำหรับวันเทศกาล แต่พวกเขาก็ใจร้อนเกินกว่าจะรอไหว จึงได้ลองจุดเล่นในห้องเนิสเซอรี่ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้จนพรมผืนเดิมเสียหาย เป็นเหตุให้พ่อแม่ของพวกเขาต้องซื้อพรมมือสองมาแทน ซึ่งพรมผืนใหม่นี้เองที่เด็กๆ พบว่ามีไข่ที่เปล่งแสงเรืองรองออกมา และเด็กๆ ก็บังเอิญทำไข่กลิ้งเข้าไปในกองไฟ จากนั้นเองไข่ก็ฟักออกมากลายเป็นนกฟีนิกซ์สีทองพูดได้
หรือแม้กระทั่งตอนที่เด็กๆ ทั้งสี่คน (ไม่มีเจ้าแกะน้อย) เข้าร่วมการแสดงวันคริสต์มาสที่โรงละครในเวสต์เอนด์ของลอนดอน โดยลักลอบพาฟีนิกซ์เข้าไปโดยแอบไว้ในเสื้อคลุมของโรเบิร์ต ฟีนิกซ์ตื่นเต้นมากกับการแสดงจนทำให้เผลอจุดไฟเผาโรงละครโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ทุกอย่างก็จบลงด้วยดีเมื่อฟีนิกซ์ทำการฟื้นความเสียหายได้กลับมาใหม่ได้อย่างน่าอัศจรรย์
และในบทสุดท้ายของนวนิยายเรื่องนี้ ฟีนิกซ์บอกว่าอายุขัยปัจจุบันของมันจะสิ้นสุดลงแล้ว และต้องเริ่มวัฏจักรใหม่อีกครั้ง ภายใต้การสั่งการของฟีนิกซ์ เด็กๆ ได้เตรียมแท่นบูชาด้วยเครื่องหอมต่างๆ ซึ่งฟีนิกซ์จะเผาตัวเองบนแท่นนั้นและจากไป จากนั้นพรมวิเศษก็ได้ทำตามคำขอของฟีนิกซ์โดยการนำไข่ที่เกิดใหม่ไปยังที่ที่มันจะไม่สามารถฟักออกมาได้อีกเป็นเวลา 2,000 ปี
ทุกคนคงจะเห็นแล้วใช่มั้ยคะว่า เรื่องThe Phoenix and the Carpet นี้เป็นนวนิยายที่ได้นำเรื่องเล่าเกี่ยวกับฟีนิกซ์เข้ามาเป็นธีมหลักได้อย่างชัดเจนเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของไฟ การเผาผลาญทำลาย การฟื้นฟู หรือวัฏจักรการตายและเกิดใหม่ของมันนั่นเองค่ะ
จากข้อมูลที่พี่ปุ๋ยรวบรวมมาได้ก็จะพบว่าฟีนิกซ์ในฝั่งตะวันตกมีตำนานเรื่องเล่ามาจากหลากหลายอารยะธรรมด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น กรีก อียิปต์ หรือแม้กระทั่งตำนานทางศาสนาคริสต์ ซึ่งแต่ละที่ก็ได้รับอิทธิพลจากตำนานความเชื่อของที่อื่นๆ อีกที ข้อมูลเกี่ยวกับฟีนิกซ์จึงค่อนข้างผสมผสานและมีการปรับเปลี่ยนไปตามแต่ละยุคสมัยค่ะ
เอาล่ะ…คราวนี้เรามาฝั่งตะวันออกกันบ้าง มาดูกันซิว่า เฟิ่งหวงหรือที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่าฟีนิกซ์จีนนี่มันจะเป็นอย่างที่เขาว่ากันหรือเปล่านะ
เฟิ่งหวง
รูปลักษณ์ของเฟิ่งหวง
เมื่อประมาณ 8,000 ปีก่อนคริสตกาล ภาพของเฟิ่งหวงที่ปรากฏในศิลปะจีนนั้น ช่วงแรกมันถูกวาดเป็นนกสองตัวแยกกัน เฟิ่งเป็นนกตัวผู้ ในขณะที่หวงเป็นนกตัวเมีย ต่อมานกตัวผู้และตัวเมียก็ถูกรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ทำให้เกิดเป็นเฟิ่งหวงที่เรารู้จักในปัจจุบัน
ลักษณะของเฟิ่งหวงในสมัยใหม่นี้มักถูกอธิบายว่าเป็นนกหลายชนิดรวมกัน คือ มีหัวเป็นไก่ฟ้า มีลำตัวเป็นเป็ด มีหางเป็นนกยูง มีขาเป็นนกกระเรียน มีปากเป็นนกแก้ว และมีปีกเป็นนกนางแอ่น
นอกจากนี้เฟิ่งหวงยังมีขนถึงห้าสี ได้แก่ สีดำ สีขาว สีแดง สีเขียว และสีเหลือง ซึ่งแต่ละสีมีความสัมพันธ์กับคุณธรรม 5 ประการของขงจื๊อ ได้แก่ ความเมตตากรุณา (ความดี), ความชอบธรรม, ความเหมาะสม, ปัญญา, และความจงรักภักดี (ความซื่อสัตย์)
ตำนานและความเชื่อเกี่ยวกับเฟิ่งหวง
เฟิ่งหวง ตามตำนานจีน เป็นนกอมตะที่มีลักษณะหายาก กล่าวกันว่าเป็นเมื่อมันปรากฏตัวจะเป็นลางบอกเหตุแห่งความสามัคคีเมื่อมีการขึ้นสู่บัลลังก์ของจักรพรรดิองค์ใหม่ เฟิ่งหวงมีต้นกำเนิดในราชวงศ์ชาง (1600-1046 ปีก่อนคริสตกาล) ในช่วงเวลานี้ เฟิ่งหวงมักถูกมองว่าเป็นนกสองตัว ที่เป็นตัวแทนความหมายของทั้งชายและหญิง ความสามัคคีของหยินหยาง ชื่อของมันคือการรวมกันของคำว่า เฟิ่ง ที่เป็นตัวแทนของผู้ชาย และ หวง ตัวแทนของผู้หญิง
แม้เฟิ่งหวงจะถูกกล่าวถึงครั้งแรกในสมัยราชวงศ์ชาง แต่ภาพของมันถูกพบในกระดูกเสี่ยงทาย (oracle-bone inscriptions) ที่คนจีนโบราณใช้ในการทำนายอนาคต ที่มีอายุราวๆ สมัย 8,000 ปีก่อน กระดูกเสี่ยงทายเล่าถึงการปรากฏตัวของเฟิ่งหวงก่อนการสิ้นของจักรพรรดิเหลืองในตำนาน (หวงตี้) ผู้ปกครองจีนในศตวรรษที่ 27 ก่อนคริสตศักราช
เฟิ่งหวงเป็นนกที่เป็นสัญลักษณ์ของคุณธรรมและความดีงาม และว่ากันมามันจะปรากฏตัวให้เห็นยากมาก ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่เฟิ่งหวงปรากฏตัวจะหมายถึง ณ ขณะนั้นเป็นช่วงเวลาที่บ้านเมืองมีสันติภาพ ความสงบสุข ความมั่งคั่ง และความเจริญรุ่งเรือง หรือจะปรากฏตัวเมื่อมีจักรพรรดิองค์ใหม่ขึ้นครองบัลลังก์ เป็นการบอกว่าจักรพรรดิองค์ใหม่นี้เป็นผู้มีความเมตตาและคุณธรรมนั่นเอง
นอกจากนี้เนื่องจากเฟิ่งหวงมีจุดเริ่มต้นมาจากนกสองตัวที่เป็นเพศผู้และเพศเมีย จึงถูกใช้เป็นตัวแทนของหยินหยาง หรือก็คือผู้ชายและผู้หญิง ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญในพิธีแต่งงาน หรือแสดงถึงความปรองดองสามัคคีกันของสามีภรรยา
และตั้งแต่ราชวงศ์ฉินเป็นต้นมา จากเดิมที่ เฟิ่ง คือนกตัวผู้ หวง คือนกตัวเมีย ทั้งสองได้เกิดการผสมผสานกันอย่างช้าๆ และสุดท้ายเฟิ่งหวงก็ถือเป็นนกเพศเมีย และกลายเป็นตัวแทนของผู้หญิงโดยสมบูรณ์ จึงได้มีการนำเฟิ่งหวงมาใช้เป็นสัญลักษณ์แทนจักรพรรดินี คู่กับมังกร ซึ่งก็คือตัวแทนขององค์จักรพรรดิ
เฟิ่งหวงเป็นนกที่ไม่มีอายุขัยที่แน่นอน แต่จากตำนานเชื่อว่ามันมีอายุถึงหลายล้านปีเลยทีเดียว ผู้คนเลยเชื่อว่าเฟิ่งหวงเป็นนกอมตะที่แท้จริง คือมันไม่มีวันแก่ตายและไม่มีการเกิดใหม่
เฟิ่งหวงในงานวรรณกรรม
เฟิ่งหวงอาจจะไม่ได้ปรากฏในงานวรรณกรรมหรือภาพยนตร์สักเท่าไหร่นัก มักจะปรากฏในตำราความเชื่อตั้งแต่สมัยโบราณมากกว่า อย่างเช่นใน ชานไห่จิง หรือ คัมภีร์ขุนเขาและท้องทะเล (The Classic of Mountains and Rivers) ตำราโบราณสมัยก่อนราชวงศ์ฉิน ตำราที่บันทึกเกี่ยวกับเรื่องราวของ เทพนิยาย ปีศาจ สัตว์ประหลาด นิทานปรัมปรา ตลอดจนด้านภูมิศาสตร์และด้านวัฒนธรรม ซึ่งในยุคปัจจุบันตัวละครที่เป็นสัตว์ประหลาดๆ ที่เราคุ้นเคยจากในภาพยนต์จีนหลายเรื่องเช่น โปเยโปโลเย หรือ ไซอิ๋ว นั้นล้วนมีที่มาจากตำราชานไห่จิงทั้งสิ้น
illustration of a nine-headed phoenix (colored Qing dynasty edition)
รวมถึงเฟิ่งหวงเองก็เป็นสัตว์ที่ถูกกล่าวถึงในตำรานี้เช่นกัน ในตำราชานไห่จิง กล่าวว่า เฟิ่งหวงถือเป็นสัญลักษณ์ของค่านิยมขงจื๊อ คือในแต่ละส่วนของร่างกายของเฟิ่งหวงจะมีตัวอักษรของคำปรากฏอยู่แสดงถึงค่านิยมในด้านต่างๆ คือ ศีรษะ แสดงถึง คุณธรรม (德), ปีก แสดงถึง หน้าที่ (義), หลัง แสดงถึง ความถูกต้อง (禮), หน้าท้อง แสดงถึง ความน่าเชื่อถือ (信), และหน้าอก แสดงถึง ความเมตตากรุณา (仁)
สรุปแล้วฟีนิกซ์กับเฟิ่งหวง เหมือนกันหรือไม่?
แม้ข้อมูลจากฝั่งตะวันตกจะมีการกล่าวว่าเฟิ่งหวงเป็นฟีนิกซ์ของจีน พี่ปุ๋ยคิดว่าน่าจะเป็นเพราะรูปลักษณ์มากกว่าที่มีความคล้ายคลึงกัน คือมีสีสันสวยงาม และมีขนาดหรือรูปร่างที่คล้ายคลึงกัน
แต่ถ้ามาดูกันที่ความสามารถหรือพลังวิเศษใดๆ แล้ว ฟีนิกซ์จะถือว่ามีความแฟนตาซีมากเลยทีเดียว ทั้งการเผาตัวเองและเกิดใหม่จากเถ้าถ่าน หรือน้ำตาที่มีพลังในการเยียวยา ในขณะที่เฟิ่งหวงจะไม่มีพลังในลักษณะนั้น เพราะว่ากันว่าแค่เจอก็ยากแล้ว (ฮา) แต่มักจะถูกกล่าวถึงว่าเป็นสัญลักษณ์ของราชวงศ์หรือความดีงามทั้งหลายตามความเชื่อและลัทธิต่างๆ มากกว่า
สรุปก็คือเมื่อคนเรามีการพูดถึงสัตว์ในตำนานตามวัฒนธรรมตนแล้ว ก็จะมีการยกสัตว์ที่มีความเหมือนกันในวัฒนธรรมอื่นมาเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น แต่ในส่วนของตำนานหรือความเชื่อย่อมแตกต่างกันออกไปตามแต่ละที่ ไม่เหมือนกันร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ ดูๆ ก็คือ หน้าตาเหมือนกัน แต่ความสามารถไม่เหมือนกันนั่นเอง พี่ปุ๋ยฟันธงค่ะ!
เป็นยังไงกันบ้างคะ กับข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ที่พี่ปุ๋ยนำมาฝากกันในวันนี้ ซึ่งนี่อาจจะเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะข้อมูลเกี่ยวกับฟีนิกซ์และเฟิ่งหวงยังมีอีกเยอะมากให้ชาวเด็กดีทุกคนได้ทำความรู้จัก หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับคนที่สนใจหรือแม้แต่ใครที่บังเอิญผ่านมาเห็น พี่ปุ๋ยก็หวังว่าทุกคนจะได้รับความสนุกและความรู้ใหม่ๆ จากบทความนี้นะคะ :)
ที่มาของรูปภาพและข้อมูล:
https://chinesemythologypodcast.com/2018/11/16/episode-100-chinese-phoenix/
https://www.filmaffinity.com/us/film833207.html
https://www.wizardingworld.com/features/32-thoughts-fawkes-might-have-had-during-chamber-of-secrets
https://en.wikipedia.org/wiki/Classic_of_Mountains_and_Seas
https://blogs.getty.edu/iris/dumbledores-phoenix-and-the-medieval-bestiary/
https://www.ancient-origins.net/myths-legends/ancient-symbolism-magical-phoenix-002020
https://theliteraryphoenix.com/2021/01/27/phoenix/
https://www.uniguide.com/phoenix-bird#Phoenix_in_Greek_Mythology
https://en.wikipedia.org/wiki/Phoenix_(mythology)
https://study.com/academy/lesson/the-phoenix-in-chinese-mythology.html
https://study.com/learn/lesson/fenghuang-vs-phoenix-meaning-in-chinese-mythology.html
https://en.wikipedia.org/wiki/The_Phoenix_and_the_Carpet
https://en.wikipedia.org/wiki/Fenghuang
0 ความคิดเห็น