|
สวัสดีปีใหม่ไทยจ๊ะน้องๆ สงกรานต์นี้น้องๆนักเขียนไปเที่ยวไหนกันบ้างจ๊ะ อย่าลืมถ่ายรูปมาฝากพี่นัทบ้างนะ ช่วงปิดเทอมนี้มีน้องๆหลายคนมีขอสงสัยเกี่ยวกับการเขียนมากมาย มีน้องหลายคนส่งเมลล์มาถามพี่นัทว่าอยากจะเริ่มเขียนแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี บางคนพอเขียนๆไปแล้วก็ต่อยอดไม่ออก ไม่รู้จะเขียนต่ออย่างไรดี คิดเนื้อเรื่องตอนต่อๆไปไม่ได้ พี่นัทจึงนำเคล็ดลับง่ายๆเพื่อนน้องๆนักเขียนมือใหม่โดยเฉพาะเลยจ๊ะ
8 ขั้นตอนผลิตงานเขียนเกรด A
1. กำหนดเรื่องที่จะเขียน
คุณควรวางแผนเสียก่อนว่า อยากจะเขียนหนังสืออะไร รูปแบบการนำเสนอเป็นอย่างไร กลุ่มคนอ่านคือคนกลุ่ม ไหน กำหนดระยะเวลาคร่าวๆ ขึ้นมา ว่าจะเริ่มเขียนเมื่อไหร่ และควรจะแล้วเสร็จเมื่อไหร่
2. กำหนดเค้าโครงเรื่อง
เริ่มลงรายละเอียดในแผนงานให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ถ้าเป็นหนังสือแนววรรณกรรมหรือนวนิยาย ก็ควรเริ่มวางพลอต เรื่องและตัวละครต่างๆ เอาไว้คร่าวๆ แต่ถ้าเป็นหนังสือสารคดีหรือหนังสือวิชาการ ก็ควรกำหนดเนื้อหาของหนังสือว่า จะมีกี่บท แต่ละบทจะกล่าวถึงเรื่องอะไรบ้าง ถึงขั้นตอนนี้คุณน่าจะพอมองเห็นว่าหนังสือของคุณมีความยาวประมาณ เท่าใดแล้ว
3. หาข้อมูล/วัตถุดิบ
จากแผนงานที่คุณวางไว้ คุณควรทราบแล้วว่า คุณต้องการข้อมูลหรือวัตถุดิบ เช่น ภาพถ่ายหรือเอกสารประกอบ อะไรบ้าง เป็นจำนวนเท่าใดจึงจะพอสำหรับงานเขียนของคุณ หรือถ้าหากจะต้องมีการสัมภาษณ์บุคคล หรืองานภาค สนามต่างๆ ก็เริ่มกำหนดระยะเวลาให้ชัดเจนเลยว่าจะทำเมื่อใด หรือจะต้องนัดหมายประสานงานกับใครบ้าง
4. ลงมือเขียน
เริ่มลงมือเขียนเลย อย่าลืมให้ความสำคัญกับการจัดการเวลา เช่น สิ้นเดือนนี้จะต้องเขียนเสร็จกี่เปอร์เซ็นต์ จะปิดเล่มได้เมื่อไหร่ ระหว่างนี้ถ้าคุณจะเริ่มติดต่อสำนักพิมพ์เพื่อเสนอตัวอย่างผลงานบางส่วนก่อนก็สามารถทำได้ เลย อ้อ เวลาเขียนหนังสืออย่าลืมหาพจนานุกรมติดตัวเอาไว้ด้วย หนังสือของคุณจะได้ไม่มีภาษาวิบัติ
5. ขัดเกลาสำนวน
เมื่อเขียนจนเสร็จบริบูรณ์แล้ว ควรหาเวลานั่งอ่านต้นฉบับรวดเดียวให้จบเลย จะอ่านด้วยตัวเองหรือวานเพื่อน ฝูงมาช่วยอ่านก็ตามสบาย นอกจากตรวจสอบคำสะกดต่างๆ ให้ถูกต้องแล้ว ควรมีการขัดเกลาสำนวนในบางจุดที่คุณ ยังไม่พอใจ ให้มีความสละสลวยทางภาษามากยิ่งขึ้น
6. เสนองาน
นำต้นฉบับที่เสร็จสมบูรณ์แล้วของคุณ ไปเสนอแก่สำนักพิมพ์ที่คุณคิดว่าเหมาะสม แล้วสอบถามให้ชัดเจนว่า จะต้องใช้เวลาในการพิจารณางานของคุณนานเท่าใด หากต้องการทราบความคืบหน้าให้สอบถามจากใคร ตำแหน่ง อะไร
7. ติดตามผล
การติดตามผลงาน อย่าลืมระวังเรื่องของกาละเทศะด้วย นักเขียนบางคนนั้น จะด้วยความตื่นเต้นหรืออย่าง ไรก็ไม่ทราบ โทรศัพท์วันละหลายครั้งเพื่อสอบถามความคืบหน้า จนถึงขนาดสร้างความรำคาญและบรรยากาศ ที่ไม่ดี ระหว่างตัวนักเขียนกับเจ้าหน้าที่กองบรรณาธิการของสำนักพิมพ์ที่ไปเสนองาน ส่วนบางคนนั้น หลังจาก ที่เสนองานให้ไปพิจารณาแล้ว กลับไม่กล้าติดต่อไปหาอีกเลย เพราะเกรงว่าจะไปกวนใจเขา หลายเดือนผ่าน ไปปรากฏว่าเขาลืมไปแล้ว พอไปถาม เขาเพิ่งหยิบเรื่องออกมา แล้วให้ร้องเพลงรอต่อไป
8. ประชาสัมพันธ์
เมื่อคุณหาสำนักพิมพ์ที่จะรองรับงานของคุณได้แล้ว อยากแนะนำให้คุณประชาสัมพันธ์หนังสือของคุณเอง ด้วยอีกแรงหนึ่ง จะดีกว่าการไปรอให้สำนักพิมพ์เขาจัดการให้อย่างเดียว คำว่า "ประชาสัมพันธ์" มาจาก ประชา + สัมพันธ์ ดังนั้นในฐานะนักเขียน คุณควรสร้างความสัมพันธ์กับชาวบ้านเขาให้มาก กรณีนี้พวกดาราหรือคน ดังเขาจะได้เปรียบ เพราะเวลาเปิดตัวหนังสือคนดัง สื่อต่างๆ ก็มักจะให้ความสนใจ แต่ถ้าคุณเป็นลูกชาวบ้าน ธรรมดาก็ไม่เป็นไร ทำเท่าที่กำลังของคุณจะอำนวย อย่าฝืนทำจนเกินตัว เกินกำลังไป จะกลายเป็นผลเสีย มากกว่าผลดี
เป็นยังไงกันบ้างจ๊ะน้องๆคงจะมีแนวทางงานเขียนของตัวเองขึ้นมาบ้างแล้วน้า
สงกรานต์ปีนี้ถ้าน้องคนไหนไปเที่ยวก็อย่าลืมสังเกตสิ่งรอบๆตัวไปด้วยนะจ๊ะ เผื่อว่าจะได้พร็อตเรื่องในนิยายตอนต่อๆไป แล้วก็เล่นน้ำอย่างระมัดระวังกันดูแลตัวเองด้วยนะ ส่วนน้องๆคนไหนอยู่บ้านก็พักผ่อนให้สบายนะจ๊ะ
เหมือนเดิมจ๊ะ...ถ้าน้องๆมีคำถามหรือข้อสงสัยเรื่องงานเขียน อยากรู้เคล็ดลับอะไรเพิ่มเติม ก็ส่งมาได้ที่ judne@dek-d.com หรือที่มายไอดีข้างล่างนี้เลยจ้า
แล้วพี่นัทจะรีบตอบให้น้า
ที่มา : jamsai.com |
31 ความคิดเห็น
ขอบคุณค่ะ แล้วถ้าสมมุติว่าเราส่งไปที่ สนพ. แล้วจะติดตามแบบไหน โทรไปถามความคืบหน้ายังไงหรอค่ะ ถึงจะดูไม่น่าเกียจ แล้วต้องส่งทั้งเรื่องหรือเปล่าค่ะ
ได้ความรู้หลายอย่างมากเลยขอบคุณนะ
ก็อยากจะเขียนนิยายนะคะแต่ไม่มีความคิดสร้างสรรค์เอาซะเลย
ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณมากเลยนะค่ะ >.<
ดีมากค่ะ
ขอบคุณมากๆค่ะ