ใครคิดค้น...การเตะลูกโทษ

 


....น้องๆ ชาว Dek-d.com ชอบดูฟุตบอลกันหรือเปล่าจ๊ะ แล้วเคยสงสัยกันบ้างมั้ยว่า ใครเป็นคนคิดการเตะลูกโทษเพื่อตัดสินหาผู้ชนะ วันนี้พี่นัทมีคำตอบมาให้จ้า

 

 

ใครคือผู้คิดริเริ่มการเตะลูกโทษเพื่อตัดสินหาผู้ชนะ


          เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าผู้คิดริเริ่มการตัดสินชัยชนะในการแข่งฟุตบอลด้วยการยิงลูกโทษนั้นคือ
คาร์ล วาล์ด อดีตกรรมการการแข่งฟุตบอลจากเมืองแฟรงก์เฟิร์ต โดยเขาได้เสนอวิธีการตัดสินด้วยวิธีนี้ต่อสมาคมฟุตบอลรัฐบาวาเรียนของ เยอรมนีในปี 1970 แต่เสียงส่วนใหญ่ของคณะกรรมการสมาคมคัดค้าน แต่ต่อมาไม่นาน สมาคมฟุตบอลเยอรมนี รวมถึงสมาพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) และสมาพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ก็ยอมรับข้อเสนอของเขา
          อย่างไรก็ตาม มีบ้างที่อ้างว่า โยเซฟ ดาแกน ชาวอิสราเอล เป็นผู้คิดค้นวิธีการเตะลูกโทษขึ้น หลังจากที่ทีมชาติอิสราเอลถูกเขี่ยตกรอบออกจากการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อนใน ปี 1968 ในรอบรองชนะเลิศ ด้วยวิธีการง่ายๆ จากการโยนเหรียญ ซึ่งดูเหมือนจะไม่ยุติธรรมเท่าใดนัก
          สำหรับการยิงลูกโทษ แรกเริ่มนั้นแต่ละทีมไม่ได้สลับกันยิงประตูทีมละครั้ง แต่ทีมแรกจะยิงประตู 5 ครั้ง แล้วทีมที่สองจึงค่อยยิงตาม 5ครั้ง โดยเกมจะจบเมื่อมีทีมใดทีมหนึ่งยิงประตูได้มากกว่า ส่วนกรณีที่เสมอกัน ทั้งสองทีมจะต้องยิงประตูอีกฝ่ายละ 5 ครั้งอีกจนกว่าจะมีผู้ชนะ กระทั่งในปี 1976 ถึงจะมีกติกาให้สลับกันยิงประตูละครั้ง


 

{pic-desc} 


 

          ในอังกฤษ การยิงลูกโทษครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 1970 ระหว่างทีมฮัล ซิตี้ กับทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อชิงถ้วยวัตนีย์ ซึ่งทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดสามารถเอาชนะไปได้ โดยนักเตะอังกฤษคนแรกที่ได้ยิงลูกโทษคือ จอร์จ เบสต์ และนักเตะคนแรกที่ยิงประตูพลาดคือ เดนิส ลอว์
          ส่วนการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติครั้งแรกซึ่งใช้วิธียิงลูกโทษในการตัดสิน แพ้ชนะนั้น เป็นการแข่งขันชิงถ้วยยูโร 76 รอบสุดท้ายระหว่างทีมเชคโกสโลวะเกีย และเยอรมนีตะวันตก ซึ่งทีมเชโกสโลวะเกียชนะไป 5 ประตูต่อ 3โดยอันโตนิน ปาเนนกา เป็นผู้ยิงประตูแห่งชัยชนะ หลังจากที่อูลิ เฮอเนส ของทีมเยอรมนีเตะบอลพลาดเลยคานประตูไป
          ล่าสุดฟุตบอลโลก 2006 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป การยิงลูกโทษมีบทบาทสำคัญในการตัดสินผู้ชนะแทบจะทุกรอบ แม้ในนัดชิงชนะเลิศก็ต้องพึ่งการตัดสินหาผู้ชนะด้วยวิธีการนี้ ซึ่งหลายคนคงคิดว่าน่าจะเป็นการวัดดวงมากกว่าฝีเท้า อันนี้ต้องทิ้งไว้ให้คอบอลไปถกกันเองซะแล้ว


ว่าแล้วน้องๆ ก็อย่าลืมออกกำลังกายกันทุกวันนะจ๊ะ

เพื่อสุขภาพร่างการที่แข็งแรงของน้องๆ ชาว Dek-d.comจ้า

 



    พี่นัทขอขอบคุณข้อมูลจาก bearber.com  

 

dreamstime.com และ stevenbinks.co.uk

 




Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

4 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด