|
สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ... เจอกับ พี่เป้ และคอลัมน์วิธีเตรียมตัวเรียนต่อนอกอีกเช่นเคย ^^ แทบทุกครั้ง พี่เป้ จะนำเรื่องราวหรือเคล็ดลับดีๆ สำหรับนักเรียนไทยที่จะไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ต่างแดนมาฝาก แต่สำหรับวันนี้ขอกลับกันค่ะ ! ..... ที่โรงเรียนของน้องๆ มีนักเรียนแลกเปลี่ยนรึเปล่าคะ ? แล้วน้องๆ เคยสังเกตมั้ยว่าพวกเค้าเป็นยังไงบ้าง ปรับตัวเข้ากับคนไทยได้มากน้อยแค่ไหน ? วันนี้ พี่เป้ เลยลองไปถามจากคนรอบตัว ที่เคยมีโอกาสใกล้ชิดกับนักเรียนต่างชาติที่มาแลกเปลี่ยนในไทย ว่าเป็นยังไงบ้าง

ครอบครัวแรก มาจากครอบครัวของ "พี่บอย" ช่างภาพคนเก่งของเว็บ Dek-D นั่นเอง .... พี่บอยเล่าว่า คุณน้าซึ่งอยู่บ้านเดียวกันเคยรับอุปถัมภ์เด็กจากโครงการ AFS มา เป็นน้องผู้ชายจากประเทศอเมริกาชื่อ "Even" เพื่อมาเรียน ม.6 ที่โรงเรียนหอวัง นนทบุรี สำหรับ Even นั้นเป็นคนเฮฮา ร่าเริง สนุก ชอบเที่ยวค่ะ แต่ก็ค่อนข้างเอาแต่ใจ เพราะครอบครัวของ Even ที่อเมริกานั้นค่อนข้างมีฐานะดี Even เลยค่อนข้างเรื่องมาก จุกจิกอะไรแบบนี้
ส่วนเรื่องการปรับตัวให้เข้ากับสังคมไทยนั้น ปัญหาหลักๆ ของ Even คือ "เรื่องกิน" เพราะกินเผ็ดไม่ค่อยได้ มาแรกๆ นี่กินแต่ไข่เจียวทุกวันเพราะกินอะไรไม่ได้เลย ไปๆ มาๆ เริ่มปรับตัวได้ แต่มีวันนึง ที่บ้านทำปลาช่อนลุยสวน แบบว่าปลาช่อนนอนอ้าปากในจานมาเลย Even ตกใจมากถึงกับแทบร้องไห้ออกมา 5555 ไม่เคยเจอปลามาเป็นตัวแบบนี้ เพราะที่อเมริกานั้น ส่วนมากเค้าจะทานปลาแบบที่แกะหรือแล่แล้วเท่านั้น ไม่ค่อยเจอเป็นตัวๆ สดๆ แบบนี้กันเท่าไรนัก Even บอกว่าตกใจมากเหมือนดูเหมือนงู
สำหรับการอุปถัมภ์นั้น พี่บอยบอกว่า ที่บ้านไม่ได้เงินหรือรายได้อะไรจากโครงการเลย แต่บ้านของ Even ก็ช่วยส่งเงินมาให้เพื่อให้ช่วยดูแล Even ค่ะ นอกจากนี้ ในช่วงคริสมาสต์อีฟ ทางครอบครัวของ Even ก็ส่งของขวัญพวกเสื้อกับหมวกมาให้ด้วย แต่ดั๊นนนนติดป้ายว่า Made in Vietnam ซะอย่างนั้น กลายเป็นเรื่องฮาๆ ที่จำมาจนถึงทุกวันนี้

ส่วนอีกบ้านนั้น เป็นเพื่อนของ พี่เป้ เองค่ะ นานมาแล้วววว เคยรับอุปถัมภ์เด็กผู้หญิงฝรั่งเศสคนนึง (พี่เป้ ยังจำหน้าได้อยู่เลย) เป็นเด็กผู้หญิงออกแนวเนิร์ดๆ หน่อย ใส่แว่น ไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยยิ้ม ดูเงียบๆ ซึ่งบ้านของเพื่อนก็ดูแลปกติดี ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ
แล้วทีนี้ เพื่อนก็อนุญาตให้เด็กคนนี้ใช้โน้ตบุคร่วมกันได้ ซึ่งก็ไม่น่าจะมีอะไรไม่ผิดปกติใช่มั้ยคะ ...... แต่วันดีคืนดี เพื่อนพี่เป้ลองกดไปเปิด Recycle Bin ก็เห็นไฟล์เวิร์ดมากมาย เพื่อนก็สงสัย เอ๊ะ อะไรเนี่ย ไม่เคยพิมพ์ไว้เลยนะ เพื่อนเลยลองกด restore เพื่อกลับมาอ่าน
พอเพื่อนอ่านถึงกับช็อกเลยค่ะ .... เพราะเด็กผู้หญิงคนนั้นพิมพ์ระบายความในใจไว้มากมาย เช่น กดดัน เบื่อ เซ็ง เกลียด ไม่ชอบ และที่สำคัญ มีการพูดถึงเรื่องทางเพศด้วยว่าวันนี้รู้สึกอะไรยังไงกับใครบ้าง ..... บรื๋อ ~
เพื่อนบอกว่าอ่านแล้วอึ้งไปมากๆ เพราะไม่คิดว่าเด็กคนนั้นจะคิดแบบนี้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน และพยายามทำทุกๆ อย่างให้ดูปกติที่สุด

อ้อ แล้วมีอีกคนค่ะ คนนี้อยากเม้าท์มากๆ เป็นความประทับใจส่วนตัว คือตอนเรียนอยู่ม.ปลาย ที่โรงเรียน พี่เป้ มีเด็กแลกเปลี่ยนจากญี่ปุ่นคนนึง ชื่อ "ยูริเอะ" เธอคนนี้ป๊อปมากกกกกกก คนทั้งโรงเรียนรู้จัก อาจารย์ก็รัก เพราะนิสัยฮาๆ เข้ากับคนไทยได้สุดๆ (บางคนเปลี่ยนชื่อให้ว่าลอรีเอะ) เพื่อนไปไหนไปกัน แล้วเรียนรู้ภาษาไทยได้ไวมาก คำแสลง ศัพท์วัยรุ่นอะไร ยูริเอะรู้หมด อย่างเช่นมีวันนึง เพื่อนปวดประจำเดือน เลยบอกยูริเอะว่า เดี๋ยวเราไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ เราปวดท้อง ยูริเอะถามกลับมาว่า "เป็นเมนส์เหรอ ?" เพื่อนแบบอึ้งเลย มาได้ไม่กี่วัน ยูริเอะรู้คำพวกนี้ด้วยเหรอเนี่ย ฮ่าๆๆ
แล้วเวลาก็ผ่านไปเรื่อยๆ จน พี่เป้ เรียนอยู่ปีสาม นั่งเรียนในคลาสอยู่ดีๆ อาจารย์บอกว่า วันนี้มีนักศึกษาจากญี่ปุ่นมาแลกเปลี่ยนและมาขอเข้าฟังเลคเชอร์ด้วยคน แต่น แต๊นนนน นั่นก็คือยูริเอะนั่นเองค่ะ ตอนนั้นตกใจมากกกกกก เลยเข้าไปทักเพื่อความชัวร์ว่า ยูริเอะใช่มั้ย เคยเรียนโรงเรียนนี้ใช่มั้ย ปรากฏใช่จริงๆ ด้วย กลับมาคราวนี้ ยูริเอะพูดไทยเก่งมากกกกกกกกกกก คือถามอะไรตอบได้ทุกอย่าง ยูริเอะบอกรักเมืองไทยมาก กลับมาที่นี่ทุกปี และที่สำคัญคือ ยูริเอะยังติดต่อกับโฮสท์แฟมิลี่ที่เคยรับอุปถัมภ์อยู่ตลอดเวลา เพราะรักกันมากเหมือนครอบครัวเดียวกันเลยล่ะค่ะ ฟังแล้วปลื้มสุดๆ เลยเนาะ
นั่นก็คือเรื่องราวของนักเรียนแลกเปลี่ยนต่างชาติที่มาแลกเปลี่ยนในไทยที่นำมาฝากกันค่ะ ที่โรงเรียนน้องๆ ล่ะคะ ตอนนี้มีเด็กนักเรียนแลกเปลี่ยนจากไหนมาเรียนบ้าง รูปร่างหน้าตาเป็นยังไง ประทับใจอะไรเค้าบ้าง ก็มาเล่าให้ฟังได้ที่คอมเม้นท์ด้านล่างเลยค่ะ
 รูปประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหาแต่อย่างใดนะคะ
|
52 ความคิดเห็น
อยากมีบ้างอะไรบ้าง ฮ่าๆ
อยากไปบ้าง อยากกลับเมืองไทย
คิดถึง
อีกอย่างเพราะเค้าไม่รู้กฏระเบียบ เพราะเค้่ามาวันแรกด้วย น่าจะบอกกันหรือตักเตือนกันก่อน
เเล้วนีเป็นไงล่ะ เเทนที่จะให้มีเด็กฝรั้งมาแลกเปลี่ยน กลับกลายเป็นว่าเค้าโกรธ ถ้าเค้าจะเอาเรื่องนี้ไปพูดเสียๆหายล่ะก็ เราไม่สงสัยเล้ย=___=
ตอนแรก ผมจะคุยกับเธอเป็นญี่ปุ่นครับ ทั้งต่อหน้าและในเอ็ม แต่ตอนหลังทักไป แล้วเธอไม่ค่อยตอบ เพราะเธออยากฝึกภาษาไทยไงครับ อยากมาก จนแทบไม่คุยภาษาญี่ปุ่นเลย ขนาดตอนนั้น เขาจะขอบคุณอาจารย์ที่เป็นคนญี่ปุ่นด้วยกัน เขายังขอบคุณเป็นภาษาไทยเลย
จนตอนหลัง พอผมเริ่มเล่นเฟซบุ๊ค ผมก็รับแอดเธอไว้ แล้วผมก็ชอบเข้าไปทักด้วย แต่เธอไม่ตอบ เพราะผมทักเป็นภาษาญี่ปุ่นไงครับ ในขณะที่เพื่อนคนอื่นทักเป็นภาษาไทยหมด ทำให้เธอตอบ และคุยกันอย่างสนุกสนาน แต่มันก็มีบางอย่างที่ทำให้ผมน้อยใจ คือ เวลาเพื่อนคนอื่นเอารูปของเธอลงเฟซบุ๊คแล้วแท็ก เธอจะไม่ว่าอะไรเลย แถมยังเข้าไปเมนต์อย่างสนุกสนานอีกต่างหาก ผมก็คิดว่า ถ้าเพื่อนคนอื่นเอาลงได้ ผมก็เอาลงได้ ผมก็เอาลงบ้าง และแท็ก แต่อยู่ดีๆ เธอก็ส่งข้อความมาบอกว่า อย่าเอารูปของเธอลง แล้วก็อย่าแท็ก เพราะอาย
ตอนนี้ ผมอยู่มหา'ลัยปี 1 ที่โรงเรียนของผมก็มีเด็ก AFS ญี่ปุ่นมาอีก เป็นผู้หญิงเช่นกัน คนนี้ส่วนมากผมจะได้คุยทางเฟซบุ๊คมากกว่า เพราะผมก็ไม่ค่อยไปโรงเรียนแล้ว เคยเจอตัวจริงๆ แค่ 2 ครั้งเอง แต่คนนี้ดูจะกระตือรือร้นในการคุยมากกว่า ถามอะไรไป ก็ตอบทุกครั้ง แถมยังมีการถามต่อด้วยนะ ไม่เหมือนคนแรก ที่พอผมถาม ก็ตอบอย่างเดียว แต่คนใหม่นี้ไม่ค่อยใช้ภาษาไทยเท่าไร จะใช้อังกฤษกับญี่ปุ่นมากกว่า
เราเห็นเด็กไทยคนนึง อายุคงประมาณมอห้ามอหกมั้ง เขาพาเด็กฝรั่งผู้ชาย(อายุคงเท่าๆ กันแหละมั้ง แต่ตัวโตกว่า)มาเที่ยวตลาดน้ำ ฝรั่งคนนั้นดูน่ารักมากเลยนะ เขาดูสนใจของที่ขายและการแสดงของคลองสระบัวมากเลยอ่ะ น่ารักดี เราคิดว่าเขาคงเป็นเด็กแลกเปลี่ยนแหละ..ชอบมากเลยอ่ะ อยากเป็นโฮสบ้าง จะได้ฝึกภาษาแบบพี่คนนั้น >.<
เข้ากะคนไทยได้ดีเชียว
น่า love จัง 5555+

ถ้าเป็นชาวเอเชียจะปรับตัวง่าย โดยเฉพาะจีน เพราะภาษาจีนมีวรรณยุกต์เหมือนภาษาไทย แต่เป็นปัญหาที่ไม้ตรี
ส่วนเกาหลีอาการเหมือนตะวันตก เพราะไม่มี ฟ.ฟัน สระไอ สระเอา สระอัว สระเอือ สระเอีย สระเออ
ส่วนญี่ปุ่น ปัญหาค่อนข้างหนัก แต่นักเรียนชาวญี่ปุ่นที่แนะนำมาปรับตัวเรื่องภาษาได้ดีมากๆ เรื่องมีดังนี้ ภาษาญี่ปุ่นมีตัวสะกดตัวเดียวคือ น.หนู ทำให้การพูดไทยปรับตัวยากในตอนแรก