ทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนนั้น โดยส่วนมากเราจะ้ต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่มอีกประมาณ 3-4 แสน และเมื่อบวกกับค่ากินอยู่และจิปาถะอื่นๆ ที่ต้องเสียแล้ว ก็อาจจะพุ่งถึง 5 แสนได้ ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนเงินที่เยอะมากกกกเหมือนกันนะเนี่ย!!! เอายังไงดีนะ ที่บ้านก็ฐานะปานกลาง ไม่ได้รวยมาก ถ้าเราเลือกจะไป พ่อแม่อาจต้องไปกู้เงินมา แล้วเราจะไปดีมั้ยนะ????
พี่เป้ เลยลองไปสำรวจความคิดเห็นจากน้องๆ ประมาณ 50 คนผ่านทางเว็บบอร์ดเรียนต่อนอก + ทวิตเตอร์ ว่าน้องๆ คิดเห็นกับเรื่องนี้ยังไงกัน เราลองมาดูผลสำรวจเลยดีกว่าค่ะว่า
จากที่น้องๆ หลายคนมาตั้งกระทู้ทำนองนี้ว่า จะไปแลกเปลี่ยนดีมั้ย? จะไปกู้เงินดีมั้ย? อยากไปก็อยากไปแต่ก็สงสารที่บ้านเพราะไม่ได้มีฐานะดีอะไรมากมาย แถมยังกลายเป็นปัญหาครอบครัวเพราะอาจมีปากเสียงกับคนในบ้านอีก
แน่นอนค่ะว่า ก็ต้องมีความเห็น 2 ฝั่งคือ ไป VS ไม่ไป
เรามาเริ่มที่ "ฝ่ายสนับสนุนให้ไป" กันดีกว่า มาดูว่าเค้าคิดกันว่ายังไง
ข้างบนเป็นความเห็นผ่านทวิตเตอร์ค่ะ ซึ่งก็บอกกันว่า .... ไปเถอะ เพราะสิ่งที่เราจะได้กลับมาเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าแน่ๆ เงินซื้อไม่ได้นะ ชีวิตนี้ต้องลองซักตั้ง! .... จาก : @am_w , @DEEPMouymeezz0w , @itwanwan
ส่วนความเห็นนี้เป็นรุ่นพี่ที่เคยไปมาแล้วค่ะ รุ่นพี่บอกว่าค่าโครงการมัน 350,000 ก็จริง พอถึงเวลาจริงๆ มันมีค่าใช้จ่ายตามมาอีกเพียบ รวมแล้วก็ 5 แสนเห็นจะได้ ถ้าอยากประหยัดก็ไม่ต้องเที่ยวละกัน แต่คุ้มจริงๆ นะ คิดถูกแล้วล่ะที่ไป ..... จาก : แมวน้อย
ความเห็นนี้ก็เป็นรุ่นพี่ที่เคยไปมาและเห็นด้วยว่า ไปเุถอะ คุ้มนะ ทั้งตัวเองและเพื่อนก็เคยไปมา บอกได้เลยว่านี่แหละคือจุดเปลี่ยนของชีวิต!! พ่อแม่ก็สนับสนุนและไม่เสียดายด้วย ถ้ากู้เงินไหวก็ลองกู้ก็แล้วกัน แล้วจะรู้ว่ามันคุ้มค่าสุดๆ .... จาก : Pat
ส่วนความเห็นนี้ คุณพ่อคุณแม่ก็ไปเงินกู้มาเหมือนกัน แต่ก็ได้ทำข้อแลกเปลี่ยนกันแล้วว่า พอไปกลับมาแล้วสอบเข้ามหาวิทยาลัย จะจ่ายค่าเทอมเอง ไม่ขอเงินพ่อแม่สักบาท ถือเป็นการตอบแทนที่พ่อแม่ยอมกู้เงินและจ่ายเงินให้ไปแลกเปลี่ยน ส่วนช่วงระหว่างที่ไปแลกเปลี่ยน ก็ต้องใช้เงินประหยัด ปีนึงใช้ไปแค่ 60,000 กว่าบาท (เฉลี่ยเดือนละ 5-6 พันเอง ถือว่าประหยัดมาก) ..... จาก : roummid
และความเห็นนี้ดราม่าสุดๆ ค่ะ เพราะเป็นความเห็นจากคุณพ่อท่านหนึ่งที่ลูกสอบติดทุนแลกเปลี่ยน แต่ครอบครัวยากจน แต่ก็ยอมที่จะหาเงินเพิ่มเพื่อให้ลูกได้ไปเรียนนอกแม้ต้องเป็นหนี้ T^T ..... จาก : อลีฟ
ฟังความเห็นจาก "ฝ่ายสนับสนุน" แล้ว
เราก็มาฟังเสียง "ฝ่ายที่ไม่สนับสนุน" บ้างดีกว่าค่ะ
แน่นอนว่าฝ่ายนี้เค้าก็มีเหตุผลเด็ดๆ มาสู้เหมือนกัน ว่าไงบ้างนะ???
ความเห็นนี้บอกว่า ..... เงินที่ต้องใช้จริงๆ น่ะ ไม่ใช่แค่ค่าโครงการหรอกนะ!! ยังมียิบย่อยอีก ถึงได้ประสบการณ์ก็จริงแต่มันจำเป็นมากเหรอที่ต้องไป ??? ..... จาก : Mint~FairY
ส่วนคอมเม้นนี้ออกแนวพูดตรงเลยทีเดียว ... คิดดีๆ นะว่าถ้าเราได้ไป แต่พ่อแม่ต้องทำงานหนักเพื่อใช้หนี้ที่ไปกู้เงินมา พ่อแม่จะต้องเหนื่อยมากแค่ไหน การตัดสินใจไปนี่คงเป็นเรื่องอกตัญญูเชียวนะ เพราะนึกถึงแต่ตัวเองไว้ก่อนแต่ไม่แคร์ครอบครัวเลย .... จาก : Lina.ic
คอมเม้นนี้บอกว่า ตัวเองก็ไปลองสอบมาและติดทุกที่ ที่บ้านพอส่งไหวแต่ก็มีพี่น้องหลายคน ขอเลือกที่จะไม่ไปดีกว่า เพราะถ้าตัดสินใจไป ยังไงก็เหมือนจะเป็นภาระให้พ่อแม่อยู่ดี รอสอบทุนรัฐบาลไปเรียนปริญญาตรีหรือโทน่าจะดีกว่า ไม่เดือดร้อนที่บ้าน ..... จาก : AnnoymousI
ส่วนคอมเม้นนี้ สั้นๆ แบบว่า "เจ็บแต่จบ" .... "เราได้ไปเสพสุขอยู่ที่นู่น แต่พ่อแม่ต้องกินแกลบอยู่ที่นี่" แหม พูดซะเห็นภาพเลยนะคอมเม้นนี้ ..... จาก : '(ลิงเกรียนสะบุ๋ย.?)
คอมเม้นนี้เป็นรุ่นพี่ที่เคยไปแลกเปลี่ยนมาก่อนค่ะ ซึ่งก็ให้ความเห็นว่า จริงๆ แล้วการหาประสบการณ์นั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นต่างประเทศก็ได้นะ เชื่อเถอะว่าซักวันหนึ่ง ความพยายามในวันนี้จะผลักดันให้เราสำเร็จในอนาคตอย่างที่หวัง รอทุนไปตอนมหาวิทยาลัยก็ได้ ..... จาก P.PiaRoID
เอาล่ะค่ะ อ่านความเห็นเพื่อนๆ กันไปเยอะแล้ว น้องๆ คิดเห็นว่ายังไงกันบ้างคะ?? เรียกว่าเป็นปัญหาโลกแตกเลยเนาะ พี่เป้ ขอไม่ฟันธงละกันว่าควรไปหรือไม่ไปจะดีกว่า เพราะแต่ละคนก็คงมีความเห็นของตัวเองอยู่แล้ว แต่อาจจะสรุปได้ว่า
1. คนที่่ครอบครัวฐานะไม่ค่อยดี แต่พ่อแม่ก็ยอมให้ไป ส่วนมากเป็นเพราะว่า พ่อแม่มองจุดประสงค์และประโยชน์ของโครงการแลกเปลี่ยนว่า จะทำให้ลูกได้ประโยชน์ ได้ฝึกภาษา และได้ประสบการณ์แน่นอน พ่อแม่จึงยอมให้ไปถึงแม้ต้องไปกู้เงิน ดังนั้นถ้าบ้านใครอยู่ในประเภทนี้แล้ว อย่าทำให้พ่อแม่ผิดหวังนะ!!
2. มีหลายความเห็นจากเว็บบอร์ดแนะนำว่า "ให้เลือกที่จะไป แต่ให้ไปหางานทำที่เมืองนอกเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระแทน" .... คาดว่า้ต้องมีหลายๆ คนเข้าใจผิดแน่ๆ เพราะที่จริงแล้ว "นักเรียนแลกเปลี่ยนไม่ได้รับอนุญาตให้หางานทำ" แต่ก็เคยได้ยินว่ามีน้องๆ บางคนรับเป็นจ๊อบเล็กๆ น้อยๆ ในระหว่างอยู่ที่เมืองนอก เช่น กวาดลานบ้านให้คนข้างบ้าน ช่วยเลี้ยงเด็ก ก็อาจจะหาค่าขนมได้บ้างเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ
3. หรือบางความเห็นก็แนะนำว่า "ถ้าอยากไปจริงๆ ให้หางานพิเศษทำที่เมืองไทยทำ เก็บเงินสะสมไว้ก่อนออกเดินทาง" ยกตัวอย่างเช่น น้อง A อยู่ม.3 ตัดสินใจแล้วว่าตอนม.5 อยากไปแลกเปลี่ยนที่เมืองนอก น้อง A จึงวางแผนหางานพิเศษตามร้าน Fast Food
- ตอนม.3 เริ่มทำเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ วันละ 8 ชั่วโมง ได้ชั่วโมงละ 30 บาท เท่ากับว่า 1 สัปดาห์จะได้ 480 บาท = 1 เดือนจะได้ประมาณเกือบ 2,000 บาท = 1 ปีจะได้ประมาณ 24,000 บาท (อาจได้มากกว่านี้หากทำในช่วงปิดเทอมด้วย)
- ตอนม.4 ก็ยังคงทำงานพิเศษต่อไปเหมือนเดิม และไปสอบชิงทุนนักเรียนแลกเปลี่ยน ผลปรากฏว่าสอบผ่าน
- ตอนม. 5 เดินทางไปแลกเปลี่ยน พร้อมกับเงินเก็บจากการทำงานพิเศษในช่วงระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมาจำนวนประมาณ 50,000 บาท(หรือมากกว่านี้) สามารถใช้เป็นค่าใช้จ่ายในช่วงที่ไปแลกเปลี่ยนในเมืองนอกได้ .... วิธีนี้ก็ไม่เลวนะคะ แต่อาจต้องวางแผนล่วงหน้ากันนานหน่อยและเหนื่อยหน่อย
4. หาทุนฟรี!! ฟิตภาษาอังกฤษและไปสอบชิงทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนแบบทุนฟรีเต็มจำนวน เพราะบางโครงการเค้าใจดี มีทุนฟรีๆ ให้สำหรับคนที่สอบได้คะแนนสูงด้วย เช่น SEA , OEG , EF ทีนี้เราก็จะได้ไปฟรีๆ ไม่ต้องเสียค่าโครงการซักบาท
พี่เป้ เคยเ็ห็นน้องบางคนตั้งกระทู้ว่า "ไม่เก่งภาษาอังกฤษ แต่อยากได้ทุนฟรี" ปัดโธ่!! ของแบบนี้มันต้องแลกกันค่ะ ... ถ้าน้องเก่ง น้องจะได้ทุน แต่ถ้าน้องไม่มีอะไรไปแลกเปลี่ยนกับทุนเลยล่ะ....?? เพราะฉะนั้นฟิตภาษาอังกฤษไว้เยอะๆ น่ะดีที่สุดแล้ว
ห้ามพลาด!! หนังสือเล่มใหม่จาก Dek-D.com กับ "คู่มือเรียนต่อนอกฟรีๆฉบับม.ปลาย" อัดเต็มกับทุนนักเรียนแลกเปลี่ยน ทุนเรียนฟรี ข้อมูลประเทศน่าเรียน 10 ประเทศพร้อมแนะนำโรงเรียนที่น่าสนใจ การเตรียมตัวก่อนไปเมืองนอกแบบละเอียด พร้อมทั้งประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ ตั้ง 10 เรื่อง !! เหมาะกับน้องๆ ม.1-5 ที่อยากไปเรียนนอก ราคา 125- ใครอยากดูสารบัญคร่าวๆ คลิกที่นี่
วางขายแล้วที่ร้านหนังสือซีเอ็ด
และร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศจ้า

Twitter : paydekd




97 ความคิดเห็น
ถึงผมไม่ได้ไป ผมก็ไม่ยอมหรอกนะ ผมจะเรียนมหาลัยให้จบ แล้วหาทางพาคุณแม่ไปต่างประเทศให้ได้ =o=V
แต่หลังจากสุดท้ายเราก็ไม่ได้ไปอยู่ดี ซึ่งถ้าถามว่าตอนนี้ยังอยากไปไหม...อยากสิ ทำไมจะไม่ล่ะ
แต่เพราะเราพยายามคิดส่วนที่ดีเอาไว้ เราถึงได้ทำใจได้ ก็จริงที่ว่าไปแล้วมันได้ประสบการณ์
แต่ประสบการณ์นั้นหาตอนโตก็ยังทัน ตอนนี้เรายังอยู่กับพ่อแม่ ก็ใช้เวลากับท่านให้คุ้มค่าเสียเถอะ
เพราะหนึ่งปีที่ไปไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง
บางทีตอนที่เรากำลังไปหาความสุข ท่านอาจจะทุกข์อยู่ที่บ้านก็ได้
ถ้าไม่ทุกข์เรื่องเงินที่ร่อยหรอ ก็คงทุกข์ที่คิดถึงเรา
เราเอง...ทุกวันนี้เราอยู่กับย่า แต่เราเรียกท่านว่าแม่ ตอนแรกอยากไปมาก รั้นน่าดูเลย
แต่หลังจากวันนั้นที่เราเห็นท่านเกือบหงายตกบันไดตอนที่เรากำลังเดินตาม มันก็ทำให้เราคิดได้ว่า
บางทีการดูแลท่านอยู่ที่บ้านอาจสำคัญกว่าก็ได้ เรื่องนั้นน่ะ ตอนโตก็ค่อยคิดแล้วกัน
เพราะยังไงเราก็อยากไปทำงานต่างประเทศอยู่แล้ว สักวันเราก็คงได้ไป
ยังไงก็ลองเก็บสิ่งที่เราเล่าไปทบทวนดูนะคะ สำหรับคนที่อยากไปแต่ไม่มีเงิน
ไม่ใช่ว่าเราอยากปิดกั้นหรอกนะ แต่ให้คิดถึงส่วนได้ส่วนเสียก่อน
ถ้าพ่อแม่สนับสนุนเต็มที่ อันนั้นถือเป็นบุญของท่าน แต่ถ้าพ่อแม่ไม่ไหวจริง ๆ ก็อย่าไปฝืนเลย
อยู่บ้านกับท่านดีกว่า ระหว่างนี้ก็หาข้อมูลสถานที่ที่อยากจะไปให้ดี
อาจจะข้อมูลทุนตามมหาวิทยาลัยก็ได้ เพราะเราก็กำลังคิดแบบนั้นอยู่
ทุนมหาวิทยาลัยมีเยอะแยะออก จริงไหม? ไม่ได้วันนี้ วันหน้าก็ยังมี
ขนาดวันพระยังไม่ได้มีหนเดียว
โอกาสของคุณก็ไม่ได้มีหนเดียวเช่นกัน
ถามว่าอยากมั้ย จริงๆก็ยังอยาก..
ตอนแรกที่บอกพ่อกับแม่จะไปสอบ ทุกคนก็สนับสนุนเต็มที่มากนะ พาไปสอบงี้..
แต่พอได้จริง มันก็มีเรื่องให้คิดมากกว่านั้น ไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่าย
โรงเรียน การเรียน ความพร้อมในด้านต่างๆ.. แต่หลักๆก็เรื่องเงินละ
ถึงบ้านเราจะไม่ได้ถึงกับไม่มี แต่ค่าใช้จ่ายมันก็มากอยู่
มันเอาไปทำอะไรได้มากกว่านั้น คุ้มค่ากว่านั้นอะ ๕๕๕
อีกอย่าง ตราบใดที่เรายังมีความใฝ่ฝันจะไปอยู่ อนาคตมันมีทุนต่างๆนานาอีกมาก
เรารออีกนิด ก็ได้ ฮ่าๆ
ตอนนี้ก็สอบพวกระยะสั้นไปก่อน แฮ่ๆ
ปิดเทอมนี้เราจะไปเกาหลีล่ะ พ่อแม่ก็สนับสนุนนะ ฮ่าๆ ค่าใช้จ่ายสู้ไหวไง.
กำลังเปนงี้เป้ะเลย
แต่มันก็จะคนละฟีลกันเลยค่ะ ไปแลกเปลี่ยนมัธยม ไปตอน ปตรี ปโท ปเอก ไปตอนทำงาน ไปหลังเกษียณ ทุกช่วงก็คนละแบบกันหมดเลย
ป.ล. อีกปัจจัยนึงคือถ้าไปเองเราเสียถึงประมาณ 1,800,000 บาทต่อไปเลยนะ อ้างอิงโดย YES
ไปเถอะ สู้ต่อไป ชาวไทย ^^' ไปแล้วนำกลับมาพัฒนาประเทศ ^^
ตอนนั้นรู้สึกแบบเจ็บปวดมาก สู้สอบไม่ติดซะดีกว่า ! พอเราอยู่ ม.4 เราก็สอบอีก ก็ติดอีก
คราวนี้เราติดรอบชิงทุนด้วย ! เราเลยขอแม่ คราวนี้แม่ให้แต่แม่ก็มีเงินไม่พออยู่ดี
สุดท้ายก็เหมือนจะไปกู้อ่ะ
ปล.เราได้แค่ทุนบางส่วนค่ะ
ปล.2 เราไปกับ OEG นะ ขอบอกว่าโครงการนี้ไม่ได้ต้องการคนเก่งค่ะ เนื่องจากเราติดรอบชิงทุนมาแล้ว เราเลยรู้ว่าการสอบชิงทุนนั้นไม่ได้วัดกันที่ความเก่งทางภาษาเลย เค้าวัดใจเราอ่ะ
เค้าจะดูว่าเราเหมาะสมกับทุนมั้ย และการติดรอบชิงทุนได้ขึ้นอยู่กับการสอบสัมภาษณ์ล้วน ๆ ค่ะ
คะแนนดีแค่ไหนถ้าสัมภาษณ์แล้วไม่ใช่เค้าก็ไม่ให้ไปหรอกค่ะ
(สำหรับโครงการอื่นเป็นไงไม่รู้นะ แต่โครงการที่เราไปเป็นแบบนี้ค่ะ
เราไม่รู้สึกผิดหวังหรือเสียดายเลย )
แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 7 สิงหาคม 2555 / 21:57
ถ้าผ่านยังไงก็จะไม่สัมภาษณ์ต่อ แค่ยอมรับว่าเสียดายมากค่ะ แต่ทำไงได้พ่อแม่เราไม่ได้รวย
..ก็รอทุนเต็มจำนวนหรือหนทางต่อไปดีกว่าค่ะ ถือว่าได้ประสบการณ์
แต่พี่ก็คิดได้ว่าหากทางบ้านของเราไม่พร้อม เราก็คงจะไปอย่างไม่มีความสุข
ประสบการณ์ดีๆหาได้จากทุกที่เสมอ และแล้วพอขึ้นมหาวิทยาลัยก็จริงเลยครับ
พี่ได้ทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนอะไรอีกเยอะแยะ ไม่ต้องเสียเงินด้วย^^ เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ
ไม่ใช่ว่าทุกคนไปแล้วจะคุ้ม
ไม่ใช่ว่าทุกคนไปแล้วจะค้นพบตัวเอง กลายเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต
ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับตัวคนไปเกือบทั้งหมด และดวงด้วยอีกนิดหน่อย
ถ้ามันทำให้คนอื่นลำบากก็อย่าไปเลยค่ะ นี่ไม่ใช่โอกาสเดียวในชีวิตที่จะได้ไปเมืองนอก แล้วเราก็บอกไม่ได้หรอกว่าไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน Work and Travel หรือไปเรียนตรี/โท แบบไหนได้ประสบการณ์มากที่สุด เพราะมันได้ประสบการณ์เหมือนกันหมด จะดีหรือร้ายก็อีกเรื่อง
เงิน 300000-500000 ลองคิดดูนะว่าทันเอาไปทำอะไรได้อีกมากมายแค่ไหน มันไม่ใช่น้อยเลยนะ
จะไป เพราะไปหาประสบการณ์ที่หาไม่ได้อีกแล้ว ใน1ปี ประสบการณ์หาจากที่ไหนก็ได้ก็จริง "แต่" ในแต่ละที่นั้น ต่างก็ให้ประสบการณ์ที่แตกต่างกัน
หรือจะไม่ไป เพราะคิดว่าไม่อยากเป็นหนี้ ไม่อยากเป็นภาระให้พ่อแม่ ไม่อยากให้พ่อแม่เดือดร้อนดิ้นรนหาเงินส่งตัวเองไปเมืองนอก แล้วตัวเองก็ไปเรียนอย่างมีความสุข
แค่ขอ พ่อกับแม่ก็ให้คุณอยู่แล้ว เขารักคุณมากนะ แต่เราว่านะ ไปเรียนก็ใช่ว่าจะมีความสุขตลอดหรอก มันก็ต้องทีความทุกข์ด้วยอยู่แล้ว อย่างในช่วงไปแรกๆ ปรับตัวเข้ากับเพื่อนไม่ได้ เข้ากับบ้านไม่ได้ คิดถึงบ้าน บลาๆ
แต่ถ้าไปได้โดยไม่ต้องกู้ก็ไปเถอะ! พยายามประหยัดหน่อยแล้วกัน
(แต่ถ้าเป็นเรื่องความรู้ด้านวิชาการ ไฮสคูลของยุโรปคงจะแพ้ไทยเรื่องเรียนหนักอ่ะนะ 5555)
แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 12 สิงหาคม 2555 / 18:33
คิดว่าการไปตอนมหาลัยมันคนละประสบการณ์กัน
กับมัธยม คนละความรู้สึกกันอะ เข้าใจว่า 4แสน 5แสน
มันเป็นเงินที่เยอะ แต่ถ้าเทียบกับการไปเองแล้วมันแพงกว่าจริงๆ
ตอนแรกครอบครัวก็สนับสนุนอย่างดี คิดว่าสอบเล่นๆไปเถอะ
เพราะไม่คิดว่าลูกตัวเองจะติด แต่พอติดขึ้นมาทั้งบ้าน
กลับไม่มีใครให้ไปเลย T_T นั่งร้องไห้กับเรื่องนี้หลายครั้งมาก