ปัญหาใหญ่! สอบได้ทุนแลกเปลี่ยน แต่ไม่มีเงินไป ทำไงดี?


     สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com .... ช่วงนี้หลายๆ ทุนแลกเปลี่ยนระดับมัธยมปลายก็ประกาศผลทั้งตัวจริงและตัวสำรองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปัญหาหนึ่งที่ตามมาก็คือ "สอบติด แ่ต่ไม่มีเงินไป" เพราะ พี่เป้ เห็นมีน้องๆ หลายคนมาตั้งกระทู้ระบายปัญหานี้ในบอร์ดเรียนต่อนอกกันเยอะทีเดียว
 
    ทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนนั้น โดยส่วนมากเราจะ้ต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่มอีกประมาณ 3-4 แสน และเมื่อบวกกับค่ากินอยู่และจิปาถะอื่นๆ ที่ต้องเสียแล้ว ก็อาจจะพุ่งถึง 5 แสนได้ ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนเงินที่เยอะมากกกกเหมือนกันนะเนี่ย!!! เอายังไงดีนะ ที่บ้านก็ฐานะปานกลาง ไม่ได้รวยมาก ถ้าเราเลือกจะไป พ่อแม่อาจต้องไปกู้เงินมา แล้วเราจะไปดีมั้ยนะ????
 
    
พี่เป้ เลยลองไปสำรวจความคิดเห็นจากน้องๆ ประมาณ 50 คนผ่านทางเว็บบอร์ดเรียนต่อนอก + ทวิตเตอร์ ว่าน้องๆ คิดเห็นกับเรื่องนี้ยังไงกัน เราลองมาดูผลสำรวจเลยดีกว่าค่ะว่า 







   
      จากที่น้องๆ หลายคนมาตั้งกระทู้ทำนองนี้ว่า จะไปแลกเปลี่ยนดีมั้ย? จะไปกู้เงินดีมั้ย? อยากไปก็อยากไปแต่ก็สงสารที่บ้านเพราะไม่ได้มีฐานะดีอะไรมากมาย แถมยังกลายเป็นปัญหาครอบครัวเพราะอาจมีปากเสียงกับคนในบ้านอีก 







แน่นอนค่ะว่า ก็ต้องมีความเห็น 2 ฝั่งคือ ไป VS ไม่ไป
เรามาเริ่มที่ "ฝ่ายสนับสนุนให้ไป" กันดีกว่า มาดูว่าเค้าคิดกันว่ายังไง


   
      ข้างบนเป็นความเห็นผ่านทวิตเตอร์ค่ะ ซึ่งก็บอกกันว่า .... ไปเถอะ เพราะสิ่งที่เราจะได้กลับมาเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าแน่ๆ เงินซื้อไม่ได้นะ ชีวิตนี้ต้องลองซักตั้ง! .... จาก : @am_w , @DEEPMouymeezz0w , @itwanwan


  
     ส่วนความเห็นนี้เป็นรุ่นพี่ที่เคยไปมาแล้วค่ะ รุ่นพี่บอกว่าค่าโครงการมัน 350,000 ก็จริง พอถึงเวลาจริงๆ มันมีค่าใช้จ่ายตามมาอีกเพียบ รวมแล้วก็ 5 แสนเห็นจะได้ ถ้าอยากประหยัดก็ไม่ต้องเที่ยวละกัน แต่คุ้มจริงๆ นะ คิดถูกแล้วล่ะที่ไป ..... จาก : แมวน้อย



     ความเห็นนี้ก็เป็นรุ่นพี่ที่เคยไปมาและเห็นด้วยว่า ไปเุถอะ คุ้มนะ ทั้งตัวเองและเพื่อนก็เคยไปมา บอกได้เลยว่านี่แหละคือจุดเปลี่ยนของชีวิต!! พ่อแม่ก็สนับสนุนและไม่เสียดายด้วย ถ้ากู้เงินไหวก็ลองกู้ก็แล้วกัน แล้วจะรู้ว่ามันคุ้มค่าสุดๆ .... จาก : Pat


     ส่วนความเห็นนี้ คุณพ่อคุณแม่ก็ไปเงินกู้มาเหมือนกัน แต่ก็ได้ทำข้อแลกเปลี่ยนกันแล้วว่า พอไปกลับมาแล้วสอบเข้ามหาวิทยาลัย จะจ่ายค่าเทอมเอง ไม่ขอเงินพ่อแม่สักบาท ถือเป็นการตอบแทนที่พ่อแม่ยอมกู้เงินและจ่ายเงินให้ไปแลกเปลี่ยน ส่วนช่วงระหว่างที่ไปแลกเปลี่ยน ก็ต้องใช้เงินประหยัด ปีนึงใช้ไปแค่ 60,000 กว่าบาท (เฉลี่ยเดือนละ 5-6 พันเอง ถือว่าประหยัดมาก) ..... จาก : roummid


    และความเห็นนี้ดราม่าสุดๆ ค่ะ เพราะเป็นความเห็นจากคุณพ่อท่านหนึ่งที่ลูกสอบติดทุนแลกเปลี่ยน แต่ครอบครัวยากจน แต่ก็ยอมที่จะหาเงินเพิ่มเพื่อให้ลูกได้ไปเรียนนอกแม้ต้องเป็นหนี้ T^T ..... จาก : อลีฟ





ฟังความเห็นจาก "ฝ่ายสนับสนุน" แล้ว
เราก็มาฟังเสียง "ฝ่ายที่ไม่สนับสนุน" บ้างดีกว่าค่ะ
แน่นอนว่าฝ่ายนี้เค้าก็มีเหตุผลเด็ดๆ มาสู้เหมือนกัน ว่าไงบ้างนะ???



      ความเห็นนี้บอกว่า ..... เงินที่ต้องใช้จริงๆ น่ะ ไม่ใช่แค่ค่าโครงการหรอกนะ!! ยังมียิบย่อยอีก ถึงได้ประสบการณ์ก็จริงแต่มันจำเป็นมากเหรอที่ต้องไป ??? ..... จาก : Mint~FairY


      ส่วนคอมเม้นนี้ออกแนวพูดตรงเลยทีเดียว ... คิดดีๆ นะว่าถ้าเราได้ไป แต่พ่อแม่ต้องทำงานหนักเพื่อใช้หนี้ที่ไปกู้เงินมา พ่อแม่จะต้องเหนื่อยมากแค่ไหน การตัดสินใจไปนี่คงเป็นเรื่องอกตัญญูเชียวนะ เพราะนึกถึงแต่ตัวเองไว้ก่อนแต่ไม่แคร์ครอบครัวเลย .... จาก : Lina.ic


      คอมเม้นนี้บอกว่า ตัวเองก็ไปลองสอบมาและติดทุกที่ ที่บ้านพอส่งไหวแต่ก็มีพี่น้องหลายคน ขอเลือกที่จะไม่ไปดีกว่า เพราะถ้าตัดสินใจไป ยังไงก็เหมือนจะเป็นภาระให้พ่อแม่อยู่ดี รอสอบทุนรัฐบาลไปเรียนปริญญาตรีหรือโทน่าจะดีกว่า ไม่เดือดร้อนที่บ้าน ..... จาก : AnnoymousI


      ส่วนคอมเม้นนี้ สั้นๆ แบบว่า "เจ็บแต่จบ" .... "เราได้ไปเสพสุขอยู่ที่นู่น แต่พ่อแม่ต้องกินแกลบอยู่ที่นี่" แหม พูดซะเห็นภาพเลยนะคอมเม้นนี้ ..... จาก : '(ลิงเกรียนสะบุ๋ย.?)


     คอมเม้นนี้เป็นรุ่นพี่ที่เคยไปแลกเปลี่ยนมาก่อนค่ะ ซึ่งก็ให้ความเห็นว่า จริงๆ แล้วการหาประสบการณ์นั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นต่างประเทศก็ได้นะ เชื่อเถอะว่าซักวันหนึ่ง ความพยายามในวันนี้จะผลักดันให้เราสำเร็จในอนาคตอย่างที่หวัง รอทุนไปตอนมหาวิทยาลัยก็ได้ ..... จาก P.PiaRoID

  

      เอาล่ะค่ะ อ่านความเห็นเพื่อนๆ กันไปเยอะแล้ว น้องๆ คิดเห็นว่ายังไงกันบ้างคะ?? เรียกว่าเป็นปัญหาโลกแตกเลยเนาะ พี่เป้ ขอไม่ฟันธงละกันว่าควรไปหรือไม่ไปจะดีกว่า เพราะแต่ละคนก็คงมีความเห็นของตัวเองอยู่แล้ว แต่อาจจะสรุปได้ว่า

      1. คนที่่ครอบครัวฐานะไม่ค่อยดี แต่พ่อแม่ก็ยอมให้ไป ส่วนมากเป็นเพราะว่า พ่อแม่มองจุดประสงค์และประโยชน์ของโครงการแลกเปลี่ยนว่า จะทำให้ลูกได้ประโยชน์ ได้ฝึกภาษา และได้ประสบการณ์แน่นอน พ่อแม่จึงยอมให้ไปถึงแม้ต้องไปกู้เงิน ดังนั้นถ้าบ้านใครอยู่ในประเภทนี้แล้ว อย่าทำให้พ่อแม่ผิดหวังนะ!!

      2. มีหลายความเห็นจากเว็บบอร์ดแนะนำว่า "ให้เลือกที่จะไป แต่ให้ไปหางานทำที่เมืองนอกเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระแทน" .... คาดว่า้ต้องมีหลายๆ คนเข้าใจผิดแน่ๆ เพราะที่จริงแล้ว "นักเรียนแลกเปลี่ยนไม่ได้รับอนุญาตให้หางานทำ" แต่ก็เคยได้ยินว่ามีน้องๆ บางคนรับเป็นจ๊อบเล็กๆ น้อยๆ ในระหว่างอยู่ที่เมืองนอก เช่น กวาดลานบ้านให้คนข้างบ้าน ช่วยเลี้ยงเด็ก ก็อาจจะหาค่าขนมได้บ้างเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ

      3. หรือบางความเห็นก็แนะนำว่า "ถ้าอยากไปจริงๆ ให้หางานพิเศษทำที่เมืองไทยทำ เก็บเงินสะสมไว้ก่อนออกเดินทาง" ยกตัวอย่างเช่น น้อง A อยู่ม.3 ตัดสินใจแล้วว่าตอนม.5 อยากไปแลกเปลี่ยนที่เมืองนอก น้อง A จึงวางแผนหางานพิเศษตามร้าน Fast Food 

- ตอนม.3 เริ่มทำเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ วันละ 8 ชั่วโมง ได้ชั่วโมงละ 30 บาท เท่ากับว่า 1 สัปดาห์จะได้ 480 บาท = 1 เดือนจะได้ประมาณเกือบ 2,000 บาท = 1 ปีจะได้ประมาณ 24,000 บาท (อาจได้มากกว่านี้หากทำในช่วงปิดเทอมด้วย)

- ตอนม.4 ก็ยังคงทำงานพิเศษต่อไปเหมือนเดิม และไปสอบชิงทุนนักเรียนแลกเปลี่ยน ผลปรากฏว่าสอบผ่าน

- ตอนม. 5 เดินทางไปแลกเปลี่ยน พร้อมกับเงินเก็บจากการทำงานพิเศษในช่วงระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมาจำนวนประมาณ 50,000 บาท(หรือมากกว่านี้) สามารถใช้เป็นค่าใช้จ่ายในช่วงที่ไปแลกเปลี่ยนในเมืองนอกได้ .... วิธีนี้ก็ไม่เลวนะคะ แต่อาจต้องวางแผนล่วงหน้ากันนานหน่อยและเหนื่อยหน่อย

      4. หาทุนฟรี!! ฟิตภาษาอังกฤษและไปสอบชิงทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนแบบทุนฟรีเต็มจำนวน เพราะบางโครงการเค้าใจดี มีทุนฟรีๆ ให้สำหรับคนที่สอบได้คะแนนสูงด้วย เช่น SEA , OEG , EF ทีนี้เราก็จะได้ไปฟรีๆ ไม่ต้องเสียค่าโครงการซักบาท 

     พี่เป้ เคยเ็ห็นน้องบางคนตั้งกระทู้ว่า "ไม่เก่งภาษาอังกฤษ แต่อยากได้ทุนฟรี" ปัดโธ่!! ของแบบนี้มันต้องแลกกันค่ะ ... ถ้าน้องเก่ง น้องจะได้ทุน แต่ถ้าน้องไม่มีอะไรไปแลกเปลี่ยนกับทุนเลยล่ะ....?? เพราะฉะนั้นฟิตภาษาอังกฤษไว้เยอะๆ น่ะดีที่สุดแล้ว




ห้ามพลาด!! หนังสือเล่มใหม่จาก Dek-D.com กับ "คู่มือเรียนต่อนอกฟรีๆฉบับม.ปลาย" อัดเต็มกับทุนนักเรียนแลกเปลี่ยน ทุนเรียนฟรี ข้อมูลประเทศน่าเรียน 10 ประเทศพร้อมแนะนำโรงเรียนที่น่าสนใจ การเตรียมตัวก่อนไปเมืองนอกแบบละเอียด พร้อมทั้งประสบการณ์เด็กนอกสนุกๆ ตั้ง 10 เรื่อง !! เหมาะกับน้องๆ ม.1-5 ที่อยากไปเรียนนอก ราคา 125- ใครอยากดูสารบัญคร่าวๆ คลิกที่นี่

วางขายแล้วที่ร้านหนังสือซีเอ็ด 
และร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศจ้า

เด็กดีดอทคอม :: AFS รุ่นที่ 52 เตรียมเปิดรับสมัครแล้ว คลิกอ่านระเบียบการด่วน !

เด็กดีดอทคอม :: 28 วันใน

Twitter : paydekd


Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

bam 17 ส.ค. 55 19:22 น. 20
ไม่รู้สึกตอนนี้ในใจ 50/50 แล้วอะ
คิดว่าการไปตอนมหาลัยมันคนละประสบการณ์กัน
กับมัธยม คนละความรู้สึกกันอะ เข้าใจว่า 4แสน 5แสน
มันเป็นเงินที่เยอะ แต่ถ้าเทียบกับการไปเองแล้วมันแพงกว่าจริงๆ
ตอนแรกครอบครัวก็สนับสนุนอย่างดี คิดว่าสอบเล่นๆไปเถอะ
เพราะไม่คิดว่าลูกตัวเองจะติด แต่พอติดขึ้นมาทั้งบ้าน
กลับไม่มีใครให้ไปเลย T_T นั่งร้องไห้กับเรื่องนี้หลายครั้งมาก
1

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยเจ้าของ

กำลังโหลด
レックじゃん Member 6 ส.ค. 55 23:18 น. 6
ติด uce ค่ะ แต่...........! ที่บ้านไม่มีเงินส่งให้ไป อยากไปมากๆเลยๆ พยามเรียนภาษาอังกฤษให้หนักมาตลอด แต่ครอบครัว ไม่รวยขนาดนั้น ไม่ว่าจะสอบติดที่ไหน ก็ไม่ได้ไป ถ้าจะให้ไปสอบทุนเต็มจำนวน หมายความว่า เราจะต้องแข่งขันและกดดันเป็นอย่างมาก เสียใจมากเลย อยากไป แต่ก็ต้องสละสิทธิ์ T T ได้แต่ปลอบใจตัวเองมาตลอด ทำไมเราไม่เกิดมารวยเหมือนคนอื่นๆเค้าบ้าง ถ้าเกิดมาจนแบบนี้ พระเจ้าจะประทานสมองที่เรียนภาษาอังกฤษได้ดีกว่าวิชาไหนๆมาทำไมนะ T T
0
กำลังโหลด
mui_kung Member 7 ส.ค. 55 21:55 น. 13
ครอบครัวเราก็ปานกลาง ๆ นะ เราเคยสอบติดตอนม.3 แล้วแม่ไม่ให้ไปอ่ะ
ตอนนั้นรู้สึกแบบเจ็บปวดมาก สู้สอบไม่ติดซะดีกว่า ! พอเราอยู่ ม.4 เราก็สอบอีก ก็ติดอีก
คราวนี้เราติดรอบชิงทุนด้วย ! เราเลยขอแม่ คราวนี้แม่ให้แต่แม่ก็มีเงินไม่พออยู่ดี
สุดท้ายก็เหมือนจะไปกู้อ่ะ

ปล.เราได้แค่ทุนบางส่วนค่ะ
ปล.2 เราไปกับ OEG นะ ขอบอกว่าโครงการนี้ไม่ได้ต้องการคนเก่งค่ะ เนื่องจากเราติดรอบชิงทุนมาแล้ว เราเลยรู้ว่าการสอบชิงทุนนั้นไม่ได้วัดกันที่ความเก่งทางภาษาเลย เค้าวัดใจเราอ่ะ
เค้าจะดูว่าเราเหมาะสมกับทุนมั้ย และการติดรอบชิงทุนได้ขึ้นอยู่กับการสอบสัมภาษณ์ล้วน ๆ ค่ะ
คะแนนดีแค่ไหนถ้าสัมภาษณ์แล้วไม่ใช่เค้าก็ไม่ให้ไปหรอกค่ะ
(สำหรับโครงการอื่นเป็นไงไม่รู้นะ แต่โครงการที่เราไปเป็นแบบนี้ค่ะ
เราไม่รู้สึกผิดหวังหรือเสียดายเลย )

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 7 สิงหาคม 2555 / 21:57
0
กำลังโหลด
ไอซ์ ม.1 24 ธ.ค. 59 11:50 น. 39-1
มีแต่ทุนเอกชนมั้งคะ ที่เราไปสอบที่1ได้ไปฟรี เป็นของม.ต้น(1-3)ค่ะ เราอยู่ม.1อุตส่าห์สอบได้ พ่อแม่ก็ไม่อยากให้ไป เฮ้อ เศร้า
0
กำลังโหลด
เสียใจ 6 ส.ค. 55 18:06 น. 1
แต่ของหนูมันแย่กว่านั้น เมื่อก่อนพ่อแม่มีหนี้ทำให้โดนระงับบัตรเครดิตและก็ติดแบล็กลิสต์ แต่ว่า ณ ตอนนี้ครอบครัวฐานะดีขึ้นเยอะ แต่มันก็ไม่ถึงขั้นส่งไปทีเดียว 5 แสน 6 แสน จริงๆ ถ้าจะให้กู้เค้าเต็มใจและสนับสนุนให้ไปมาก แต่ว่าจะให้กู้ยังไงในเมื่อมันติดแบล็กลิสต์อยู่ 

   กรณีนี้ต่อให้พ่อแม่สนับสนุนและเราอยากไปมากแค่ไหนก็ทำอะไรไม่ได้เลย
0
กำลังโหลด

97 ความคิดเห็น

เสียใจ 6 ส.ค. 55 18:06 น. 1
แต่ของหนูมันแย่กว่านั้น เมื่อก่อนพ่อแม่มีหนี้ทำให้โดนระงับบัตรเครดิตและก็ติดแบล็กลิสต์ แต่ว่า ณ ตอนนี้ครอบครัวฐานะดีขึ้นเยอะ แต่มันก็ไม่ถึงขั้นส่งไปทีเดียว 5 แสน 6 แสน จริงๆ ถ้าจะให้กู้เค้าเต็มใจและสนับสนุนให้ไปมาก แต่ว่าจะให้กู้ยังไงในเมื่อมันติดแบล็กลิสต์อยู่ 

   กรณีนี้ต่อให้พ่อแม่สนับสนุนและเราอยากไปมากแค่ไหนก็ทำอะไรไม่ได้เลย
0
กำลังโหลด
lord 6 ส.ค. 55 19:41 น. 2
ผมเกือบผ่าน แต่ตกสัมภาษณ์ ตอนแรกๆเสียใจมากเพราะผมสอบทุน 100% และรู้อยู่แล้วว่าถึงสอบได้ก็ไม่มีเงินไป แต่ตอนนี้ผมรู้สึกดีขึ้นเยอะเพราะหากได้ไปจริงปัญหามากมายจะตามมา และที่บ้านจะต้องลำบากเพราะผม ที่ก่อเรื่องไว้มากเหลือเกินแฮะ

ถึงผมไม่ได้ไป ผมก็ไม่ยอมหรอกนะ ผมจะเรียนมหาลัยให้จบ แล้วหาทางพาคุณแม่ไปต่างประเทศให้ได้ =o=V
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
OZ-1 Member 6 ส.ค. 55 22:27 น. 5
เวลาไม่ได้ไปทั้ง ๆ ที่สอบติดมันเจ็บปวดนะ เจ็บปวดมาก เพราะตอนแรกขอพ่อ พ่อบอกให้ไป

แต่หลังจากสุดท้ายเราก็ไม่ได้ไปอยู่ดี ซึ่งถ้าถามว่าตอนนี้ยังอยากไปไหม...อยากสิ ทำไมจะไม่ล่ะ

แต่เพราะเราพยายามคิดส่วนที่ดีเอาไว้ เราถึงได้ทำใจได้ ก็จริงที่ว่าไปแล้วมันได้ประสบการณ์

แต่ประสบการณ์นั้นหาตอนโตก็ยังทัน ตอนนี้เรายังอยู่กับพ่อแม่ ก็ใช้เวลากับท่านให้คุ้มค่าเสียเถอะ

เพราะหนึ่งปีที่ไปไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง

บางทีตอนที่เรากำลังไปหาความสุข ท่านอาจจะทุกข์อยู่ที่บ้านก็ได้

ถ้าไม่ทุกข์เรื่องเงินที่ร่อยหรอ ก็คงทุกข์ที่คิดถึงเรา

เราเอง...ทุกวันนี้เราอยู่กับย่า แต่เราเรียกท่านว่าแม่ ตอนแรกอยากไปมาก รั้นน่าดูเลย

แต่หลังจากวันนั้นที่เราเห็นท่านเกือบหงายตกบันไดตอนที่เรากำลังเดินตาม มันก็ทำให้เราคิดได้ว่า

บางทีการดูแลท่านอยู่ที่บ้านอาจสำคัญกว่าก็ได้ เรื่องนั้นน่ะ ตอนโตก็ค่อยคิดแล้วกัน

เพราะยังไงเราก็อยากไปทำงานต่างประเทศอยู่แล้ว สักวันเราก็คงได้ไป



ยังไงก็ลองเก็บสิ่งที่เราเล่าไปทบทวนดูนะคะ สำหรับคนที่อยากไปแต่ไม่มีเงิน

ไม่ใช่ว่าเราอยากปิดกั้นหรอกนะ แต่ให้คิดถึงส่วนได้ส่วนเสียก่อน

ถ้าพ่อแม่สนับสนุนเต็มที่ อันนั้นถือเป็นบุญของท่าน แต่ถ้าพ่อแม่ไม่ไหวจริง ๆ ก็อย่าไปฝืนเลย

อยู่บ้านกับท่านดีกว่า ระหว่างนี้ก็หาข้อมูลสถานที่ที่อยากจะไปให้ดี

อาจจะข้อมูลทุนตามมหาวิทยาลัยก็ได้ เพราะเราก็กำลังคิดแบบนั้นอยู่

ทุนมหาวิทยาลัยมีเยอะแยะออก จริงไหม? ไม่ได้วันนี้ วันหน้าก็ยังมี



ขนาดวันพระยังไม่ได้มีหนเดียว

โอกาสของคุณก็ไม่ได้มีหนเดียวเช่นกัน
1
อสูรฮันบิน Member 20 พ.ค. 58 20:36 น. 5-1
ตอนนี้เราอารมณ์นี้เลยค่ะเพราะค่าเทอมรร.ที่เราอยู่ตอนนี้ค่อนข้างสูงอยู่แล้วและเรากำลังไปสอบของ ayc แม่สนับสนุนนะคะแต่จริงๆเราก็รู้แหละค่าใช้จ่ายมันเยอะเลยเลือกประเทศที่ถูกที่สุดคือ อเมริกา เพราะจีนเคยไปมาแล้วแต่คุณแม่คุณพ่อต้องทำงานหนักเป็น2เท่าแต่เค้าอยากให้เราไปจริงบอกสอบให้ได้นะลูกแต่ถ้าเราสอบได้แล้วได้ไปคงต้องไม่สบายแน่ๆเลยจะเอาเงินเก็บช่วยออกอ่ะคะแต่ปีนี้ค่าใช้จ่ายสูงมากตั๋วเครื่องบินก็แพงขึ้น เห้อมมเศร้าจัง
0
กำลังโหลด
レックじゃん Member 6 ส.ค. 55 23:18 น. 6
ติด uce ค่ะ แต่...........! ที่บ้านไม่มีเงินส่งให้ไป อยากไปมากๆเลยๆ พยามเรียนภาษาอังกฤษให้หนักมาตลอด แต่ครอบครัว ไม่รวยขนาดนั้น ไม่ว่าจะสอบติดที่ไหน ก็ไม่ได้ไป ถ้าจะให้ไปสอบทุนเต็มจำนวน หมายความว่า เราจะต้องแข่งขันและกดดันเป็นอย่างมาก เสียใจมากเลย อยากไป แต่ก็ต้องสละสิทธิ์ T T ได้แต่ปลอบใจตัวเองมาตลอด ทำไมเราไม่เกิดมารวยเหมือนคนอื่นๆเค้าบ้าง ถ้าเกิดมาจนแบบนี้ พระเจ้าจะประทานสมองที่เรียนภาษาอังกฤษได้ดีกว่าวิชาไหนๆมาทำไมนะ T T
0
กำลังโหลด
[B]iTter_Swe[E]t Member 6 ส.ค. 55 23:41 น. 7
เราก็เป็นคนนึงที่สอบติดนะ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ไป


ถามว่าอยากมั้ย จริงๆก็ยังอยาก..

ตอนแรกที่บอกพ่อกับแม่จะไปสอบ ทุกคนก็สนับสนุนเต็มที่มากนะ พาไปสอบงี้..
แต่พอได้จริง มันก็มีเรื่องให้คิดมากกว่านั้น ไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่าย
โรงเรียน การเรียน ความพร้อมในด้านต่างๆ.. แต่หลักๆก็เรื่องเงินละ
ถึงบ้านเราจะไม่ได้ถึงกับไม่มี แต่ค่าใช้จ่ายมันก็มากอยู่
มันเอาไปทำอะไรได้มากกว่านั้น คุ้มค่ากว่านั้นอะ ๕๕๕

อีกอย่าง ตราบใดที่เรายังมีความใฝ่ฝันจะไปอยู่ อนาคตมันมีทุนต่างๆนานาอีกมาก
เรารออีกนิด ก็ได้ ฮ่าๆ
ตอนนี้ก็สอบพวกระยะสั้นไปก่อน แฮ่ๆ
ปิดเทอมนี้เราจะไปเกาหลีล่ะ พ่อแม่ก็สนับสนุนนะ ฮ่าๆ ค่าใช้จ่ายสู้ไหวไง.
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ThE_KeY Member 7 ส.ค. 55 02:33 น. 9
แอบมาตอบในฐานะคนเคยสอบติด อยากไปใจจะขาด ที่บ้านเองก็พอมี แต่ติดที่ว่าแม่ไม่ให้ไป สรุปว่าจบเห่.. แต่ก็อย่าท้อ ถ้าอยากไปจริงๆล่ะก็ Work&Travel จ๊ะ.. คือมองว่าการหาประสบการณ์ มันไม่ได้หยุดแค่เพียงช่วงเรียนมัธยมเสมอไป ช่วงมหาวิทยาลัย ป.ตรี โท เอก ยังมีรออยู่อีกเยอะ หลังเรียนจบก็อีกยาว.. ต่างประเทศมันก็ยังอยู่ของมันตรงนั้นแหละ มันไม่วิ่งหนีไปไหนหรอก..
2
Lady Paulson 15 ก.ย. 61 21:35 น. 9-1

แต่มันก็จะคนละฟีลกันเลยค่ะ ไปแลกเปลี่ยนมัธยม ไปตอน ปตรี ปโท ปเอก ไปตอนทำงาน ไปหลังเกษียณ ทุกช่วงก็คนละแบบกันหมดเลย

0
กำลังโหลด
='Fabelliiz'=★May112,,FC Member 7 ส.ค. 55 09:59 น. 10
เราก็สอบติดนะ หลายโครงการ ตอนแรกพ่อบอกว่าถ้าติดก็จะให้ไป แต่ว่ามันติดปัญหาที่เงิน พ่อบอกว่าจะกู้ก็ได้ แต่เราตัดสินใจไม่ไปดีกว่า เพราะไหนเราจะต้องเรียนมหาลัยอีก ใช้เงินไม่น้อย เมื่อก่อนเราคิดว่าต้องไปให้ได้ ไม่งั้นเสียใจมากแน่ๆ แต่ตอนนี้เราคิดได้แล้วว่า "มันยังไม่ใช่ที่สุดของชีวิต" เราอายุยังน้อย ยังมีอะไรอีกมากมาย เราคิดว่าจะรอไปWAT แทนอ่ะ ถ้าบ้านภาระเยอะเราว่าอย่าไปดีกว่า จริงอยู่ที่มันคุ้ม แต่เราก็ต้องคิดถึงผลระยะยาวด้วยนะ
0
กำลังโหลด
ปัด 7 ส.ค. 55 16:14 น. 11
เป็นเราเราไม่ไปอ่า เพราะเราก็สอบติดเหมือนกันแต่ต้องเสียเงิน โฮๆๆๆๆ แต่อยากไปโครตๆ แต่ที่เราไม่ไปเพราะมันมีหลายวิธีที่จะได้ภาษาเหมือนกันก็แค่ไม่ได้ประสบการณืเท่า555สุดท้ายเราก็ไม่ได้ไปแหละ- -*
0
กำลังโหลด
SiiZler Member 7 ส.ค. 55 18:23 น. 12
มันแล้วแต่คนจะคิดอะ มันขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของผู้ไป<br />
<br />
ว่าจะไปเพราะอะไร? ไปเพราะอยากฝึกภาษาจริงมั้ย<br />
<br />
กลับมาเมืองไทยเราจะใช้ประโยชน์ ณ จุดนี้ยังไงให้ได้มากที่สุด แล้วมันคุ้มมั้ย<br />
<br />
ถ้าคิดว่าตัวเองทำได้ก็ไปเถอะครับ ครั้งนึงในชีวิต<br />
<br />
ส่วนเราคิดว่าไปดีกว่านะ ถ้ามีปัญญาสอบเข้าและสอบสัมภาษณ์ผ่าน<br />
<br />
เพราะถ้าเราได้อยู่กับประเทศเจ้าของภาษา ยังไงก็เถอะมันได้ภาษาแน่ๆ<br />
<br />
มันต่างกับประเทศไทย ถึงแม้ว่าเราจะได้ Grammar แค่ไหน แต่ถ้าไม่ได้ใช้พูด<br />
<br />
ก็ไม่ได้ใช้เหมือนเดิม<br />
<br />
<span style="color:#ffffff;"><u><strong><span style="font-size: 28px; "><span style="background-color: rgb(0, 0, 0); ">ชิมิ</span></span></strong></u></span>

ป.ล. อีกปัจจัยนึงคือถ้าไปเองเราเสียถึงประมาณ 1,800,000 บาทต่อไปเลยนะ อ้างอิงโดย YES

ไปเถอะ สู้ต่อไป ชาวไทย ^^' ไปแล้วนำกลับมาพัฒนาประเทศ ^^
0
กำลังโหลด
mui_kung Member 7 ส.ค. 55 21:55 น. 13
ครอบครัวเราก็ปานกลาง ๆ นะ เราเคยสอบติดตอนม.3 แล้วแม่ไม่ให้ไปอ่ะ
ตอนนั้นรู้สึกแบบเจ็บปวดมาก สู้สอบไม่ติดซะดีกว่า ! พอเราอยู่ ม.4 เราก็สอบอีก ก็ติดอีก
คราวนี้เราติดรอบชิงทุนด้วย ! เราเลยขอแม่ คราวนี้แม่ให้แต่แม่ก็มีเงินไม่พออยู่ดี
สุดท้ายก็เหมือนจะไปกู้อ่ะ

ปล.เราได้แค่ทุนบางส่วนค่ะ
ปล.2 เราไปกับ OEG นะ ขอบอกว่าโครงการนี้ไม่ได้ต้องการคนเก่งค่ะ เนื่องจากเราติดรอบชิงทุนมาแล้ว เราเลยรู้ว่าการสอบชิงทุนนั้นไม่ได้วัดกันที่ความเก่งทางภาษาเลย เค้าวัดใจเราอ่ะ
เค้าจะดูว่าเราเหมาะสมกับทุนมั้ย และการติดรอบชิงทุนได้ขึ้นอยู่กับการสอบสัมภาษณ์ล้วน ๆ ค่ะ
คะแนนดีแค่ไหนถ้าสัมภาษณ์แล้วไม่ใช่เค้าก็ไม่ให้ไปหรอกค่ะ
(สำหรับโครงการอื่นเป็นไงไม่รู้นะ แต่โครงการที่เราไปเป็นแบบนี้ค่ะ
เราไม่รู้สึกผิดหวังหรือเสียดายเลย )

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 7 สิงหาคม 2555 / 21:57
0
กำลังโหลด
salii84 Member 8 ส.ค. 55 21:56 น. 14
ผ่านข้อเขียนแล้วไม่ไปสัมภาษณ์ค่ะ เพราะเราตั้งเป้าหมายไว้แล้วว่าไปลองข้อสอบเฉยๆ
ถ้าผ่านยังไงก็จะไม่สัมภาษณ์ต่อ แค่ยอมรับว่าเสียดายมากค่ะ แต่ทำไงได้พ่อแม่เราไม่ได้รวย
..ก็รอทุนเต็มจำนวนหรือหนทางต่อไปดีกว่าค่ะ ถือว่าได้ประสบการณ์
0
กำลังโหลด
ิboya 8 ส.ค. 55 23:09 น. 15
พี่ก็เป็นหนึ่งในผู้สละสิทธิ์นะครับ บอกตรงๆว่าตอนนั้น่ะเสียดายมากกกก ร้องไห้ทั้งเดือน T_T

แต่พี่ก็คิดได้ว่าหากทางบ้านของเราไม่พร้อม เราก็คงจะไปอย่างไม่มีความสุข

ประสบการณ์ดีๆหาได้จากทุกที่เสมอ และแล้วพอขึ้นมหาวิทยาลัยก็จริงเลยครับ

พี่ได้ทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนอะไรอีกเยอะแยะ ไม่ต้องเสียเงินด้วย^^ เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ
0
กำลังโหลด
B-sayonara 9 ส.ค. 55 19:18 น. 16
ติดมาทุกทุนที่สอบค่ะ ไม่ว่าจะ afs ayc yes yfu หรืออะไรก็ตาม แต่สละสิทธิ์ทุกทุนเหมือนกัน เพราะไม่มีเงินไป ตามล่าทุนฟรีอยู่แต่ก็ไม่เคยจะได้สักที เฮ้อ!~~
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
❥Phern Member 11 ส.ค. 55 14:28 น. 18
ไม่ใช่ว่าทุกคนไปแล้วจะได้ประสบการณ์ดีๆ กลับมา
ไม่ใช่ว่าทุกคนไปแล้วจะคุ้ม
ไม่ใช่ว่าทุกคนไปแล้วจะค้นพบตัวเอง กลายเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต
ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับตัวคนไปเกือบทั้งหมด และดวงด้วยอีกนิดหน่อย
ถ้ามันทำให้คนอื่นลำบากก็อย่าไปเลยค่ะ นี่ไม่ใช่โอกาสเดียวในชีวิตที่จะได้ไปเมืองนอก แล้วเราก็บอกไม่ได้หรอกว่าไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน Work and Travel หรือไปเรียนตรี/โท แบบไหนได้ประสบการณ์มากที่สุด เพราะมันได้ประสบการณ์เหมือนกันหมด จะดีหรือร้ายก็อีกเรื่อง
เงิน 300000-500000 ลองคิดดูนะว่าทันเอาไปทำอะไรได้อีกมากมายแค่ไหน มันไม่ใช่น้อยเลยนะ
0
กำลังโหลด
@o_OVIP_Poppy Member 12 ส.ค. 55 18:29 น. 19
หลายคนก็มีหลายมุมมองแตกต่างกันไป แต่เราว่า พ่อแม่ส่วนใหญ่คงอยากให้ลูกไป แม้จะรู้ว่าเงินอาจจะไม่พอก็ตาม เพราะฉะนั้นมันก็อยู่ที่คุณแล้วล่ะ ว่า...

จะไป เพราะไปหาประสบการณ์ที่หาไม่ได้อีกแล้ว ใน1ปี ประสบการณ์หาจากที่ไหนก็ได้ก็จริง "แต่" ในแต่ละที่นั้น ต่างก็ให้ประสบการณ์ที่แตกต่างกัน

หรือจะไม่ไป เพราะคิดว่าไม่อยากเป็นหนี้ ไม่อยากเป็นภาระให้พ่อแม่ ไม่อยากให้พ่อแม่เดือดร้อนดิ้นรนหาเงินส่งตัวเองไปเมืองนอก แล้วตัวเองก็ไปเรียนอย่างมีความสุข

แค่ขอ พ่อกับแม่ก็ให้คุณอยู่แล้ว เขารักคุณมากนะ แต่เราว่านะ ไปเรียนก็ใช่ว่าจะมีความสุขตลอดหรอก มันก็ต้องทีความทุกข์ด้วยอยู่แล้ว อย่างในช่วงไปแรกๆ ปรับตัวเข้ากับเพื่อนไม่ได้ เข้ากับบ้านไม่ได้ คิดถึงบ้าน บลาๆ

แต่ถ้าไปได้โดยไม่ต้องกู้ก็ไปเถอะ! พยายามประหยัดหน่อยแล้วกัน

(แต่ถ้าเป็นเรื่องความรู้ด้านวิชาการ ไฮสคูลของยุโรปคงจะแพ้ไทยเรื่องเรียนหนักอ่ะนะ 5555)



แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 12 สิงหาคม 2555 / 18:33
0
กำลังโหลด
bam 17 ส.ค. 55 19:22 น. 20
ไม่รู้สึกตอนนี้ในใจ 50/50 แล้วอะ
คิดว่าการไปตอนมหาลัยมันคนละประสบการณ์กัน
กับมัธยม คนละความรู้สึกกันอะ เข้าใจว่า 4แสน 5แสน
มันเป็นเงินที่เยอะ แต่ถ้าเทียบกับการไปเองแล้วมันแพงกว่าจริงๆ
ตอนแรกครอบครัวก็สนับสนุนอย่างดี คิดว่าสอบเล่นๆไปเถอะ
เพราะไม่คิดว่าลูกตัวเองจะติด แต่พอติดขึ้นมาทั้งบ้าน
กลับไม่มีใครให้ไปเลย T_T นั่งร้องไห้กับเรื่องนี้หลายครั้งมาก
1

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยเจ้าของ

กำลังโหลด
กำลังโหลด