PAT 6 ศิลปกรรม

สอบเสร็จแล้ว ตอบอะไร มาแชร์กัน!!


             กลับจากสอบ PAT 6 ศิลปกรรมศาสตร์ (รอบ 2/58) กันแล้ว เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สติ สตางค์ ความมั่นใจ ยังอยู่ครบไหมเอ่ย.. วันนี้เพื่อเพิ่มความมั่นใจกับคำตอบที่ตอบไป พี่ลาเต้ ขอเปิดพื้นที่แบบกว้างๆ ให้น้องๆ มาคุยและแลกเปลี่ยนกันอย่างเต็มที่

             ทำได้หรือได้ทำ, ยากมากหรือยากน้อย, ข้อนี้เธอตอบอะไร มาร่วมแชร์ทุกคำตอบ มาเฉลย มาระบาย เพื่อเพิ่มความชัวร์กับคำตอบที่เลือกไป เต็มที่ไปเลยคร้าบ
 

เพื่อนๆ เด็ก Admission 58 ตอบอะไรกันไปบ้าง

หากจำได้ มาระบาย พูดคุย และ
แชร์คำตอบกันได้ที่นี่!!
 
พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

Jeensny Member 10 มี.ค. 58 13:55 น. 3

ไม่ยากเท่าปีที่แล้วนะ ปีนี้ศิลปะเยอะอยู่ แต่คือดูศิลปินแห่งชาติไปเยอะมากไม่ออกซักข้อ TT มั่นใจหลายข้อเลย ข้อไหนง่ายก็ง่ายเกิ๊น. ข้อไหนไม่รู้นี่ดิ่งเลย ทำเสร็จหมดเหลือเวลาชั่วโมงนึง หลับเพลินเลย พอลุ้นได้ จากใจเด็กซิ่ว

0
กำลังโหลด
ดีจัง 10 มี.ค. 58 15:36 น. 7
รองศาสตราจารย์ ดร.สืบพงศ์ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ว่า จัดขึ้นเพื่อนำมิติด้านศิลปะและวัฒนธรรมเป็นตัวเชื่อมโยงและหาอัตลักษณ์ร่วมของประชาคมอาเซียน ส่งเสริม เผยแพร่มรดกด้านศิลปะและวัฒนธรรมการเล่นเงาในภูมิภาคอาเซียนให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางขึ้น ตลอดจนเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อันจะเกิดความเข้าใจในรากเหง้าทางศิลปะและวัฒนธรรม กระตุ้นให้เยาวชนมีจิตสำนึกรักและภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมธรรมอันจะนำไปสู่การสืบทอดในกลุ่มเยาวชนรุ่นหลังต่อไป ทั้งนี้“ศิลปะการเล่นเงา” (Shadow Play) ซึ่งเป็นการแสดงที่นิยมแพร่หลายที่สุดทั่วคาบสมุทรทะเลใต้ เช่น ชวา สุมาตรา แหลมมลายู และ ดินแดนอื่นๆ รวมทั้งภาคกลาง ภาคอีสานของไทยด้วย เชื่อว่ามีต้นกำเนิดดั้งเดิมจากอินเดียซึ่งเป็นรากเหง้าทางศิลปวัฒนธรรมของดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรียกว่า “การเล่นเงา” (ฉายนาฏกะ) ต่อมามีการพัฒนาเป็นแบบฉบับของพื้นเมือง ตั้งแต่สมัยตามพรลิงค์หรือศรีวิชัย และเรียกชื่อแตกต่างกันไป เช่น ชวามลายู เรียก “วายัง” หรือ “วายังกุลิต” วายัง = เงา กุลิต = หนังสัตว์ ถ้าเป็นหนังวายังสมัยใหม่ระบายสีธรรมชาติเรียก “ปะตอง วายังกุลิต” เขมรเรียก “สะเบ็ก” และชาวมลายูเรียกหนังตะลุงของไทยว่า “วายังเสียม” รูปหนังทุกชาตินิยมทำมาจากหนังสัตว์ เช่น หนังวัว ควาย เหมือนกัน โดยการแสดงเป็นหุ่นเชิดบังแสงให้เกิดเงา และตัวหนังจะทาสีดำ ลักษณะรูปแบบตัวหนังตะลุงของแต่ละชนิดจะแตกต่างกันเป็นเอกลักษณ์ ขึ้นอยู่กับรสนิยม รูปแบบทางศิลปะ และคติความเชื่อขึ้นอยู่ของแต่ละประเทศ “ศิลปะการเล่นเงาถือเป็นสายธารทางวัฒนธรรมที่ร้อยรัดและเชื่อมโยงผู้คนในภูมิภาคอาเซียนเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างงดงาม ซึ่งหากนำศิลปะการเล่นเงาดังกล่าวของแต่ละประเทศในภูมิภาคอาเซียนมาจัดแสดง และเปิดเวทีแลกเปลี่ยนในด้านวิถีวัฒนธรรมที่มีรากเหง้าเดียวกันก็จะเกิดความสำนึกร่วมของกลุ่มประชาคมอาเซียน และนำไปสู่การหาจุดร่วมและการสร้างอัตลักษณ์ร่วมของประชาคมอาเซียน โดยใช้มิติทางศิลปะและวัฒนธรรมมาเป็นตัวเชื่อมได้เป็นอย่างดี” ผู้อำนวยการอาศรมวัฒนธรรมวลัยลักษณ์ กล่าวทิ้งท้าย สำหรับการประชุมวิชาการนานาชาติในครั้งนี้ ยังมีการปาฐกถาพิเศษเรื่อง “วัฒนธรรมกับการสร้างอัตลักษณ์อาเซียน” โดย รองศาสตราจารย์วิมล ดำศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช การเสวนาเรื่อง “ศิลปะการเล่นเงา : สายธารวัฒนธรรมร่วมของประชาคมอาเซียน” โดย อาจารย์พิทยา บุษรารัตน์ มหาวิทยาลัยทักษิณ อาจารย์บุญธรรม เทอดเกียรติชาติ อธิการมหาวิชชาลัยชุมชนพื้นบ้านศรีวิชัย อาจารย์สิริ นิลบัว ประธานคนไทยสยามในรัฐตรังกานู ประเทศมาเลเซีย หนังเคล้าน้อย โรจนเมธากุล ศิลปินแห่งชาติ อาจารย์อับดุลย์ ราซัค ปาแนมาแล มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ดำเนินการเสวนาโดยรองศาสตราจารย์ ดร.สืบพงศ์ ธรรมชาติ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ การเสวนาเรื่อง “เมื่อนายหนังหายไป” (ศิลปะการเล่นเงา : มุมมองการสืบทอดและการปรับตัว) โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ชุมเดช เดชภิมล มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อาจารย์จรูญ หยูทอง สถาบันทักษิณคดีศึกษา อาจารย์ทวี พลายด้วง นายกสมาคมภูมิปัญญาท้องถิ่นเมืองนครศรีธรรมราช อาจารย์วาที ทรัพย์สิน ผู้อำนวยการสำนักศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช หนังปฐม มุสิกะ นกยกสมาคมศิลปินพื้นบ้านภาคใต้ นครศรีธรรมราช นอกจากนี้ยังมี การนำเสนอผลงานศึกษาวิจัย/บทความวิชาการที่เกี่ยวข้องกับ “ศิลปะการเล่นเงา” โดย นักศึกษาปริญญาโท/ เอก และนักวิชาการผู้สนใจ การแสดงสาธิตศิลปะการเล่นเงา ได้แก่ “สะเบ็ก” (ศิลปะการเล่นเงาประเทศกัมพูชา) “ผีเหยิ่ง” (ศิลปะการเล่นเงาประเทศจีน) “พาวากูตู” (Pavakutoo) ศิลปะการเล่นเงาประเทศอินเดีย หนังประโมทัย (ศิลปะการเล่นเงาของภาคอีสาน) หนังสุพรรณบุรี “วายังกุลิต” (ศิลปะการเล่นเงาจากประเทศอินโดนีเซีย และมาเลเซีย) “หนังใหญ่” (ศิลปะการเล่นเงาภาคกลาง) “หนังตะลุง” (ศิลปะการเล่นเงาภาคใต้) และหนังเพชรบุรี อีกด้วย
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด

20 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
Jeensny Member 10 มี.ค. 58 13:55 น. 3

ไม่ยากเท่าปีที่แล้วนะ ปีนี้ศิลปะเยอะอยู่ แต่คือดูศิลปินแห่งชาติไปเยอะมากไม่ออกซักข้อ TT มั่นใจหลายข้อเลย ข้อไหนง่ายก็ง่ายเกิ๊น. ข้อไหนไม่รู้นี่ดิ่งเลย ทำเสร็จหมดเหลือเวลาชั่วโมงนึง หลับเพลินเลย พอลุ้นได้ จากใจเด็กซิ่ว

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เด็กวิทยหัวใจศิลป์ 10 มี.ค. 58 15:33 น. 6
ง่ายนะ แค่อ่านภาษาอังกฤษออก นี่ก็ได้หลายข้อละ coวิชาประวัติศาสตร์หน่อยๆ ส่วนนาฏศิลป์ก็ยาก แต่มีไม่เยอะ
0
กำลังโหลด
ดีจัง 10 มี.ค. 58 15:36 น. 7
รองศาสตราจารย์ ดร.สืบพงศ์ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ว่า จัดขึ้นเพื่อนำมิติด้านศิลปะและวัฒนธรรมเป็นตัวเชื่อมโยงและหาอัตลักษณ์ร่วมของประชาคมอาเซียน ส่งเสริม เผยแพร่มรดกด้านศิลปะและวัฒนธรรมการเล่นเงาในภูมิภาคอาเซียนให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางขึ้น ตลอดจนเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อันจะเกิดความเข้าใจในรากเหง้าทางศิลปะและวัฒนธรรม กระตุ้นให้เยาวชนมีจิตสำนึกรักและภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมธรรมอันจะนำไปสู่การสืบทอดในกลุ่มเยาวชนรุ่นหลังต่อไป ทั้งนี้“ศิลปะการเล่นเงา” (Shadow Play) ซึ่งเป็นการแสดงที่นิยมแพร่หลายที่สุดทั่วคาบสมุทรทะเลใต้ เช่น ชวา สุมาตรา แหลมมลายู และ ดินแดนอื่นๆ รวมทั้งภาคกลาง ภาคอีสานของไทยด้วย เชื่อว่ามีต้นกำเนิดดั้งเดิมจากอินเดียซึ่งเป็นรากเหง้าทางศิลปวัฒนธรรมของดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรียกว่า “การเล่นเงา” (ฉายนาฏกะ) ต่อมามีการพัฒนาเป็นแบบฉบับของพื้นเมือง ตั้งแต่สมัยตามพรลิงค์หรือศรีวิชัย และเรียกชื่อแตกต่างกันไป เช่น ชวามลายู เรียก “วายัง” หรือ “วายังกุลิต” วายัง = เงา กุลิต = หนังสัตว์ ถ้าเป็นหนังวายังสมัยใหม่ระบายสีธรรมชาติเรียก “ปะตอง วายังกุลิต” เขมรเรียก “สะเบ็ก” และชาวมลายูเรียกหนังตะลุงของไทยว่า “วายังเสียม” รูปหนังทุกชาตินิยมทำมาจากหนังสัตว์ เช่น หนังวัว ควาย เหมือนกัน โดยการแสดงเป็นหุ่นเชิดบังแสงให้เกิดเงา และตัวหนังจะทาสีดำ ลักษณะรูปแบบตัวหนังตะลุงของแต่ละชนิดจะแตกต่างกันเป็นเอกลักษณ์ ขึ้นอยู่กับรสนิยม รูปแบบทางศิลปะ และคติความเชื่อขึ้นอยู่ของแต่ละประเทศ “ศิลปะการเล่นเงาถือเป็นสายธารทางวัฒนธรรมที่ร้อยรัดและเชื่อมโยงผู้คนในภูมิภาคอาเซียนเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างงดงาม ซึ่งหากนำศิลปะการเล่นเงาดังกล่าวของแต่ละประเทศในภูมิภาคอาเซียนมาจัดแสดง และเปิดเวทีแลกเปลี่ยนในด้านวิถีวัฒนธรรมที่มีรากเหง้าเดียวกันก็จะเกิดความสำนึกร่วมของกลุ่มประชาคมอาเซียน และนำไปสู่การหาจุดร่วมและการสร้างอัตลักษณ์ร่วมของประชาคมอาเซียน โดยใช้มิติทางศิลปะและวัฒนธรรมมาเป็นตัวเชื่อมได้เป็นอย่างดี” ผู้อำนวยการอาศรมวัฒนธรรมวลัยลักษณ์ กล่าวทิ้งท้าย สำหรับการประชุมวิชาการนานาชาติในครั้งนี้ ยังมีการปาฐกถาพิเศษเรื่อง “วัฒนธรรมกับการสร้างอัตลักษณ์อาเซียน” โดย รองศาสตราจารย์วิมล ดำศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช การเสวนาเรื่อง “ศิลปะการเล่นเงา : สายธารวัฒนธรรมร่วมของประชาคมอาเซียน” โดย อาจารย์พิทยา บุษรารัตน์ มหาวิทยาลัยทักษิณ อาจารย์บุญธรรม เทอดเกียรติชาติ อธิการมหาวิชชาลัยชุมชนพื้นบ้านศรีวิชัย อาจารย์สิริ นิลบัว ประธานคนไทยสยามในรัฐตรังกานู ประเทศมาเลเซีย หนังเคล้าน้อย โรจนเมธากุล ศิลปินแห่งชาติ อาจารย์อับดุลย์ ราซัค ปาแนมาแล มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ดำเนินการเสวนาโดยรองศาสตราจารย์ ดร.สืบพงศ์ ธรรมชาติ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ การเสวนาเรื่อง “เมื่อนายหนังหายไป” (ศิลปะการเล่นเงา : มุมมองการสืบทอดและการปรับตัว) โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ชุมเดช เดชภิมล มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อาจารย์จรูญ หยูทอง สถาบันทักษิณคดีศึกษา อาจารย์ทวี พลายด้วง นายกสมาคมภูมิปัญญาท้องถิ่นเมืองนครศรีธรรมราช อาจารย์วาที ทรัพย์สิน ผู้อำนวยการสำนักศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช หนังปฐม มุสิกะ นกยกสมาคมศิลปินพื้นบ้านภาคใต้ นครศรีธรรมราช นอกจากนี้ยังมี การนำเสนอผลงานศึกษาวิจัย/บทความวิชาการที่เกี่ยวข้องกับ “ศิลปะการเล่นเงา” โดย นักศึกษาปริญญาโท/ เอก และนักวิชาการผู้สนใจ การแสดงสาธิตศิลปะการเล่นเงา ได้แก่ “สะเบ็ก” (ศิลปะการเล่นเงาประเทศกัมพูชา) “ผีเหยิ่ง” (ศิลปะการเล่นเงาประเทศจีน) “พาวากูตู” (Pavakutoo) ศิลปะการเล่นเงาประเทศอินเดีย หนังประโมทัย (ศิลปะการเล่นเงาของภาคอีสาน) หนังสุพรรณบุรี “วายังกุลิต” (ศิลปะการเล่นเงาจากประเทศอินโดนีเซีย และมาเลเซีย) “หนังใหญ่” (ศิลปะการเล่นเงาภาคกลาง) “หนังตะลุง” (ศิลปะการเล่นเงาภาคใต้) และหนังเพชรบุรี อีกด้วย
0
กำลังโหลด
ดีจัง 10 มี.ค. 58 15:38 น. 8
รูปช้างกับเมืองลอยๆ ตอบไรกันค้ะ ส่วนสถานที่ที่รับรองคนชนชั้นกลาง ตอยไรกันค้ะ ประเทศที่รับอิทธิพลหรือวัฒนธรรมจากอินเดียมากที่สุด ตอนไรกันค้ะ
6
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ลูกเสือ Member 10 มี.ค. 58 17:50 น. 10

พระสวยสุด-สุโขทัย

เจ.เอ(ไรไม่รู้ ..ชื่อคน) โรโกโก มั้ง

คันธาระ-กรีกมั้ง

ไอข้อนั้นงงตอบแจกันไปอ่ะ

พระมหาชนกว่ายน้ำ-ไคลแมกซ์ มั้ง 

 (มั่วนะ)

0
กำลังโหลด
chaaem 10 มี.ค. 58 19:30 น. 11
ขอที่มีรูปภาพมาแแล้วถามว่าภาพนี้เหมือนอะไร 1.แจกัน 2.สับปะรด 3.สังคโลก 4.ตุ๊กตาหมี ตอบอะไรกันอ่าาา เราตอบสับปะรดอะ
4
กำลังโหลด
alita 10 มี.ค. 58 19:39 น. 12
เริ่มสอบเปิดผ่านๆก่อน .. ร้องโห! เลย Pat6 ถนัดศิลป์ หรือ ข้อสอบวิชาสังคม โดยรวมง่ายนะคะ ข้อถามความหมาย อิ้งก็ตรงตัวเกิ๊นนน ตัวหลอกก็ทำมาเหมือนี้เกลียดออกข้อสอบดี ไม่ต้องคิดมากเลย 55+ ชั่วโมงครึ่งก็หลับทั้งห้องสอบแล้ว แต่น้องมึนกับรูป ครอบครัวนั้งกินแตงโม มากค่ะ เงาปริศนา นั้นคือเงาอะไรคร๊ะ ... ไม่กล้าตอบสับปะรด TT คือมันใหญ่ เกือบเท่าคน ถ้าเป็นจริงมันจะเป็นสับปะรดที่น่ากลัวมาก
1
วองโกเล่รุ่นที่5 Member 10 มี.ค. 58 20:27 น. 12-1
ผมว่า สับปะรด นะครับ ที่เห็นใหญ่น่าจะเป็นเพราะระยะ สิ่งทีอยู่ใกล้จะเห็นใหญ่กว่าครับ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Art Nanthawat Member 10 มี.ค. 58 21:06 น. 15

ประเทศใดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รับวัฒนธรรมมาจากอินเดียมากสุด บลา ๆ ๆ

ข้อนี้ตอบไรกันเขิลจุง

2
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Moonoo 11 มี.ค. 58 22:07 น. 18
http://cia.edu/files/cinematheques/films/detail/onlyyesterday.jpg โพสรูปไม่ได้ตามลิงค์นี้เลยสัปรด ร้องไห้หนักมากเราตอบแจกัน5555555ฮาตัวเอง555+
0
กำลังโหลด
ไพพร 12 มี.ค. 58 00:04 น. 19
รูปกล่องตอบ ลิ้นเชื่อมกล่องกลับหน้ากล่องhttp://www.foodnetworksolution.com/news_and_articles/article/0099/%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B9%8C%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3-%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-3-%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A9
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด