How To จัด 4 อันดับแอดมิชชั่น 62 ให้ติดแน่ #dek62 ควรอ่านก่อนสมัคร

สวัสดีค่ะ ตั้งใจเรียนตั้งใจสอบกันมาทั้งปี ก็เพื่อช่วงนี้เลย ทั้ง TCAS รอบ 3 รับตรงทั่วไป และ รอบ 4 แอดมิชชั่น ซึ่งรอบ 4 ก็ใกล้จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว  ระเบียบการตอนนี้ก็มาแล้วนะคะ รวมทั้งโปรแกรมคำนวณคะแนนของ Dek-D ปีนี้ก็จะทยอยอัปเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน สามารถเข้าไปประเมินโอกาสสอบติดแอดมิชชั่นกันได้เลย
 

 
เมื่อเข้าสู่รอบ 4 บรรยากาศการคำนวณคะแนนและการจัดอันดับก็กลับมาเยือนเว็บเด็กดีอีกครั้ง เพื่อให้น้องๆ ทุกคนสามารถจัดอันดับตัวเองได้ พี่มิ้นท์มีคำแนะนำเบื้องต้น เพื่อเป็นแนวทางในการจัดอันดับของตัวเองได้
 
หากใครที่ได้มา TCAS Land ที่ที่ไบเทค บางนา เมื่อ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา พี่ๆ จะย้ำกันเสมอว่า ในการจัดอันดับ อย่าดูแค่คะแนนของเราเป็นหลัก แต่เราควรเปิดหูเปิดตามองรอบๆ ดูปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อคะแนนของเราด้วย เช่น

1. คะแนนต่ำสุด คะแนนนี้ไม่ได้มาแบบสุ่มๆ มันคือคะแนนของคนสุดท้ายที่ติดเข้าไปในคณะนั้นๆ เช่น คนแอดมิชชั่นเข้าคณะ A ปี 61 สรุปแล้วมีคนติด 20 คน โดยเรียงลำดับคะแนนจากคนที่ 1 - 20 ได้ที่คะแนน  มากสุด 21,000 และต่ำสุด 17900 ดังนั้น คนที่ได้ 17900 คะแนน คือคะแนนต่ำสุดของคณะที่นำมาใช้เป็นข้อมูลให้กับรุ่นต่อๆ ไปนั่นเอง

คะแนนต่ำสุด มีประโยชน์เพื่อดูว่า ถ้าคะแนนเราเทียบกับคนที่สอบติดปีที่แล้ว จะมีโอกาสบ้างมั้ย ถ้าคะแนนต่ำสุดของคณะปีที่แล้วได้ 17900 แต่เราได้ 17000 ถ้วน ก็อาจจะต้องนั่งทบทวนการจัดอันดับให้ดี ว่าพร้อมที่เสี่ยงยื่นคะแนนไปหรือไม่ แต่น้องๆ ควรดูคะแนนต่ำสุดย้อนหลัง 2-3 ปีเป็นอย่างน้อยนะคะ เพื่อให้เห็นคะแนนที่เป็นมาตรฐานของคณะนั้น (คะแนนแต่ละปีมีขึ้นลงได้ การดูคะแนนต่ำสุดแค่ปีเดียวอาจหลอกตา อันตรายเกินไป)

2. จำนวนรับ ไม่ได้ดูว่ารับเยอะรับน้อย แต่ให้ดูว่าถ้าเทียบกับปีที่แล้ว รับเพิ่มมากขึ้นหรือลดน้อยลง ในโปรแกรมคำนวณคะแนนของ Dek-D ก็มีข้อมูลตรงนี้บอกนะคะ ซึ่งจำนวนรับที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นตัวแปรทางจิตวิทยาที่ค่อนข้างมีผลทำให้คะแนนในปีนี้เพิ่มหรือลด พูดง่ายๆ เช่น ถ้าจำนวนที่นั่งลดจาก 10 เหลือ 5 คน เท่ากับว่าโอกาสของคน 5 คนหายไป และคนเก่งที่สุด 5 คนเท่านั้นที่จะสอบติด ฐานคะแนนต่ำสุดของปี 62 ก็มีสิทธิ์สูงขึ้นนั่นเองค่ะ

3. ช่วงคะแนนการสอบต่างๆ  
น้องๆ หลายคนอาจคิดว่าการวิเคราะห์แนวโน้มคะแนน ดู Mean สำคัญที่สุด แต่ที่จริงแล้ว "ช่วงคะแนน" ต่างหาก ที่ทำให้คาดการณ์แนวโน้มคะแนนได้ดีขึ้น เป็นตัวบ่งบอกว่าในแต่ละปี แต่ละช่วงคะแนนมีคนทำได้เท่าไหร่ ถ้าเทียบจำนวนผู้สอบกับปีก่อนหน้าไม่ต่างกันมาก แต่ช่วงคะแนนสูงๆ มีคนทำได้มากขึ้นหลายพันคน แปลว่า มีคนเก่งเพิ่มขึ้น ดังนั้น ถ้าคณะไหนใช้คะแนนวิชานั้นๆ ในสัดส่วนที่สูง ก็ต้องระมัดระวังมากขึ้นนั่นเอง
 

เทคนิคการจัด 4 อันดับ ที่ทำให้มีที่เรียนแน่
       เด็ก 62 ถูกต้อนรับด้วยการเลือก 6 อันดับใน TCAS รอบ 3 มาก่อน ทำให้ชินกับการมีตัวเลือกถึง 6 อันดับ พอต้องมาตัดให้เหลือ 4 ก็ยิ่งสับสนและไม่มั่นใจ แต่พี่มิ้นท์ขอบอกให้อุ่นใจว่า "รอบ 4" น่ะ ไม่ยากหรอก เพราะมีคะแนนย้อนหลังให้ดูเกือบ 100% เลย
        ที่สำคัญโปรแกรมคำนวณคะแนนแอดมิชชั่นของ Dek-D มีบอกครบทุกอย่าง ดูง่าย เพราะขึ้นเป็นกราฟขึ้นลงให้ดูเลย สามารถนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกคณะของน้องๆ ได้นะ

อันดับ 1 >> ถ้าพูดว่า "แล้วแต่" ก็ไม่ผิดเท่าไหร่ อันดับนี้อยากให้น้องๆ ทำตามความฝันของตัวเอง ก็คือคณะที่เราสู้เพื่อเค้ามาตลอดทั้งปีนั่นแหละค่ะ แต่ถ้าคะแนนติดลบ (หมายถึงคะแนนน้อยกว่าคะแนนต่ำสุดของปีที่แล้ว) มากๆ ก็ลองชั่งใจดูว่า อยากเลือกคณะเดิมแต่เปลี่ยนสถาบันมั้ย หรือ อยากลุยอยากลอง ถ้าเป็นอย่างหลังก็ไม่ผิด ลุยไปเลยค่ะ นี่คือโอกาสของเราแล้ว

อันดับ 2 >> ปล่อยตัวเองอิสระมา 1 อันดับแล้ว ในส่วนของอันดับ 2 ควรเริ่มมองคะแนน "ความจริง" ของตัวเองเทียบกับคะแนนเก่า ยังเป็นคณะที่เราอยากเรียนอยู่ แค่ไม่บู๊เทาอันดับ 1 อันดับนี้สามารถติดลบได้นะคะ แต่ไม่ควรติดลบมากเกิน 500-1000 คะแนน แต่ถ้าในปีนั้น คณะนั้นๆ มีแนวโน้มคะแนนจะลง การติดลบนิดหน่อยก็แทบไม่มีความเสี่ยงเลย สำหรับคนที่เลือกคณะที่คะแนนเป็นบวกแล้ว ถือว่าดีค่ะ

อันดับ 3 >> ถ้าเป็นไปได้ อันดับนี้ไม่ควรมีคณะที่คะแนนเราติดลบแล้ว ให้นึกภาพว่า ถ้าเกิดพายุมา บ้านหลังที่ 1 และ 2 โดนลมพัดหลุดไปแล้ว ถ้ามาเจอบ้านหลังที่ 3 ที่โครงสร้างยังไม่แข็งแรง ก็อาจต้านแรงลมไว้ไม่อยู่เหมือนกัน และถ้าเกิดหลุดกระจายไปอีก หลังที่ 4 หลังสุดท้ายต้องลุ้นกันหนักเลย ดังนั้นความแข็งแรงของตัวบ้านในที่นี้ ก็คือคะแนนของน้องๆ ที่ควรจะมากกว่าคะแนนต่ำสุดของปีที่แล้ว อยู่ที่ 500-1,500 คะแนน แต่ถ้ากลุ่มคณะที่มีแนวโน้มว่าคะแนนจะขึ้น ก็ควรเพิ่มจากนี้อีกค่ะ 

อย่างไรก็ตาม กลุ่มคณะวิทย์สุขภาพ ช่วงคะแนนคนสอบติดนั้นไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง พูดง่ายๆ คือคะแนนค่อนข้างสูงอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องบวกถึง 1,500 คะแนนนะคะ พี่มิ้นท์ว่าบวกหลักร้อย ก็ถือว่าเก่งมากๆ แล้วค่ะ


อันดับ 4 >> อันดับนี้พี่มิ้นท์ไม่ขออะไรมาก ขอแค่ให้เลือกคณะที่ดูคะแนนแล้วยังไงก็ติดชัวร์ๆ คือ นอกจากคะแนนจะไม่ติดลบแล้ว ต้องบวกเยอะด้วย โดยจะต้องบวกเยอะ 2-3 ปีย้อนหลังด้วยนะคะ ให้มั่นใจว่าคะแนนไม่เหวี่ยง ไม่ลวงตาเรา นั่นหมายความว่า คะแนนของเราควรบวกหลักพันคะแนน เช่น 1,000 - 2,000 ในกลุ่มคณะสายวิทย์ หรือ 1,500-3,000 คะแนน ในกลุ่มคณะสายศิลป์ ***เป็นการคาดการณ์ในภาพรวม อย่าลืมดูแนวโน้มแต่ละคณะประกอบด้วยค่ะ***

ทั้งนี้ การเลือกอันดับ 4 ยังมีจุดที่ควรจำอีกคือ ไม่ควรเลือกคณะที่ไม่มีคะแนนย้อนหลังให้ดู เราจะคาดการณ์คะแนนไม่ได้เลย มีคนพลาดข้อนี้เยอะ หลุดอันดับ 3 มาปิดด้วยคณะที่ไม่มีคะแนนย้อนหลัง ปรากฏว่าเป็นคณะที่คนสนใจเยอะ คะแนนปีนั้นจึงพุ่งสูงขึ้น สอบไม่ติด! 

ทั้งหมดนี้ เป็นคำแนะนำในการจัดอันดับเบื้องต้นนะคะ เพราะถึงเวลาจริง แต่ละคนจะมีรูปแบบการเลือกเป็นของตัวเอง ที่ต้องอาศัยการตัดสินใจ พี่มิ้นท์ขอให้น้องๆ ทุกคนมีสติ ไม่ลน พยายามหาข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เชื่อว่าถ้าเราตั้งใจกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากพอ ความมั่นใจจะมาหาเราเองค่ะ พี่มิ้นท์จะรอฟังข่าวดีของน้องๆ ทุกคนนะ <3

  
 
พี่มิ้นท์
พี่มิ้นท์ - Columnist พี่สาวใจเย็น ผู้เกิดมาในแอดมิชชั่นยุคแรก แต่เข้าใจ TCAS มากกว่า

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

กำลังโหลด

12 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยเจ้าของ

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
lll-MiNt-lll Columnist 15 พ.ค. 62 15:49 น. 7-1

ก่อนอื่น อันดับ 4 ปลอดภัยค่ะ อันดับ 1 ไปลุ้นเนอะ ส่วน 2-3 มาสไตล์เดียวกัน ปีนี้คะแนนน่าจะดีดขึ้นค่ะ ถ้าดูกราฟมันจะขึ้นลงเป็นฟันปลาและปีนี้มีแนวโน้มขึ้น ก็ขอให้ขึ้นไม่เกินคะแนนของเราละกันนะ จะได้ติดตั้งแต่อันดับ 2^^

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยเจ้าของ

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
chanitsara_yy Member 19 พ.ค. 62 12:00 น. 12
พี่มิ้นคะ รบกวนหน่อยค่ะ หนูวางแบบนี้ดีแล้วไหมคะ อันดับ 4 หนูมีความเสี่ยงหรือเปล่า http://www.dek-d.com/tcas/calculator/view_result.php?result=3&log=61646d63616c3630656e636f646533333637323538
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด