
สวัสดีชาว Dek-D ทุกคนค่ะ คราวก่อนเราก็อัปเดตข้อมูลการสมัครสอบทุนรัฐบาลเพื่อดึงดูดผู้มีศักยภาพสูงฯ หรือทุน UiS จากสำนักงาน ก.พ. กันไปแล้ว วันนี้ก็มีข่าวของอีกทุนที่กำลังเปิดรับสมัครพร้อมกันซึ่งก็คือ “ทุน ก.พ. ประเภทบุคคลทั่วไประดับปริญญา ประจำปี 2567” โดยปีนี้มีโควตาจัดเต็ม 80 ทุน จาก 4 ประเภททุน ใครอยากเรียนต่อต่างประเทศและทำงานในหน่วยงานราชการ รีบเลื่อนไปอ่านต่อกันเลยย~
**เนื่องจากทุน ก.พ. มีข้อผูกพันในการรับทุน
ดังนั้นควรศึกษารายละเอียดอย่างถี่ถ้วนก่อนสมัครนะคะ**
ประเภททุน
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อรับทุนรัฐบาลไทยประเภทบุคคลทั่วไป สำหรับศึกษาต่อระดับปริญญาโท ปริญญาโทควบเอก หรือปริญญาเอก ณ สถานศึกษาในต่างประเทศ ประจำปี 2567 โดยมอบโควตาให้ทั้งสิ้น 80 ทุน แบ่งเป็น 4 ประเภท ดังนี้
1. ทุนรัฐบาลตามความต้องการของส่วนราชการหรือหน่วยงานรัฐ **บรรจุก่อนไปศึกษา
- ทุนที่รับสมัครสอบ: 39 หน่วย รวม 44 ทุน
- คุณสมบัติของผู้สมัคร
- ทุนระดับ ป.โท:
- กำลังเรียนอยู่ ป.ตรี ปีสุดท้าย หรือ มีวุฒิ ป.ตรี หรือเทียบเท่า โดยมีเกรดเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.75 หรือ 3.00 (แล้วแต่หน่วยทุน)
- มีอายุไม่เกิน 35 ปี นับถึงวันปิดรับสมัคร
- ต้องไม่เคยได้รับวุฒิระดับ ป.โท หรือเทียบเท่า ในสาขาและวิชาเอกหรือเน้นทางเดียวกับทุนที่จะไปเรียนต่อ
- มีคุณสมบัติเฉพาะอื่นๆ ตามที่แต่ละหน่วยทุนกำหนดไว้
- ทุนระดับ ป.เอก:
- มีวุฒิ ป.โท หรือเทียบเท่า โดยมีเกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรไม่ต่ำกว่า 3.50
- มีอายุไม่เกิน 40 ปี นับถึงวันปิดรับสมัคร
- มีคุณสมบัติเฉพาะอื่นๆ ตามที่แต่ละหน่วยทุนกำหนดไว้
- ทุนระดับ ป.โท:
- ข้อผูกพันในการรับทุน
- ผู้ได้รับทุนต้องกลับมาปฏิบัติราชการในกระทรวง กรม หรือหน่วยงานของรัฐที่ ก.พ. กำหนด เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 เท่าของที่ได้รับทุน
- หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้างต้น ต้องชดใช้เงินทุนที่ได้รับ และ เบี้ยปรับอีก 2 เท่าของจำนวนเงินทุนดังกล่าว
- เงื่อนไขของการรับทุน
- ผู้มีสิทธิได้รับทุนต้องเข้ารับการบรรจุในส่วนราชการที่ ก.พ. กำหนด ภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2567
- ผู้มีสิทธิได้รับทุนต้องผ่านการประเมินการทดลองงานจากส่วนราชการต้นสังกัด ยกเว้นกรณีที่ส่วนราชการไม่อาจจัดอบรมข้าราชการบรรจุใหม่ และมีการขยายเวลาการทดลองงานโดยได้รับความเห็นชอบจากหัวหน้าส่วนราชการ
- เมื่อผ่านการประเมินผลทดลองงานจากต้นสังกัดและการตรวจสุขภาพจากคณะกรรมการแพทย์ของ ก.พ. แล้ว จะเข้าสู่ช่วงเตรียมความพร้อม (Preparatory Period) ซึ่งผู้มีสิทธิได้รับทุนต้องผ่านการประเมินการเตรียมความพร้อมตามเกณฑ์ที่ ก.พ. กำหนด จึงจะสามารถเดินทางไปเรียนต่อด้วยทุนรัฐบาล (Educational Period) ได้ และจะต้องได้รับการตรวจสุขภาพอีกครั้งว่าพร้อมที่จะไปเรียนต่อในต่างประเทศ
- ผู้มีสิทธิได้รับทุนต้องไปเรียนต่อในประเทศ/สถาบันที่ได้รับการยอมรับว่ามีคุณภาพมาตรฐานทางวิชาการ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากต้นสังกัดและ ก.พ. ก่อน
- สำนักงาน ก.พ. จะสนับสนุนให้ผู้ได้รับทุนเข้าฝึกงาน (Experience Period) ในหน่วยงานภาครัฐ/เอกชนในต่างประเทศเป็นเวลาไม่เกิน 6 เดือน
- ไม่รับโอนข้าราชการ พนักงาน หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภท
2. ทุนรัฐบาลตามความต้องการของส่วนราชการหรือหน่วยงานรัฐ (ส่วนภูมิภาค) **บรรจุก่อนไปศึกษา
- ทุนที่รับสมัครสอบ: 1 หน่วย รวม 1 ทุน
- คุณสมบัติของผู้สมัคร
- กำลังเรียนอยู่ ป.ตรี ปีสุดท้าย หรือ มีวุฒิ ป.ตรี หรือเทียบเท่า โดยมีเกรดเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.75 หรือ 3.00 (แล้วแต่หน่วยทุน)
- มีอายุไม่เกิน 35 ปี นับถึงวันปิดรับสมัคร
- ต้องไม่เคยได้รับวุฒิระดับ ป.โท หรือเทียบเท่า ในสาขาและวิชาเอกหรือเน้นทางเดียวกับทุนที่จะไปเรียนต่อ
- มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านไม่น้อยกว่า 6 เดือน ในจังหวัดสงขลา ปัตตานี นราธิวาส ยะลา หรือสตูล หรือเรียนจบระดับ ม.ปลาย จากสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ใน 5 จังหวัดข้างต้น
- มีคุณสมบัติเฉพาะอื่นๆ ตามที่หน่วยทุนกำหนดไว้
- ข้อผูกพันในการรับทุน
- ผู้ได้รับทุนต้องกลับมาปฏิบัติราชการในกระทรวง กรม หรือหน่วยงานของรัฐที่ ก.พ. กำหนด เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 เท่าของที่ได้รับทุน โดยจะต้องปฏิบัติราชการหรือหมุนเวียนปฏิบัติราชการในส่วนภูมิภาค ่ไม่น้อยกว่าระยะเวลาที่ศึกษาด้วยทุนรัฐบาล
- หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้างต้น ต้องชดใช้เงินทุนที่ได้รับ และ เบี้ยปรับอีก 2 เท่าของจำนวนเงินทุนดังกล่าว
- เงื่อนไขของการรับทุน
- ผู้มีสิทธิได้รับทุนต้องเข้ารับการบรรจุในส่วนราชการที่ ก.พ. กำหนด ภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2567
- ผู้มีสิทธิได้รับทุนต้องผ่านการประเมินการทดลองงานจากส่วนราชการต้นสังกัด ยกเว้นกรณีที่ส่วนราชการไม่อาจจัดอบรมข้าราชการบรรจุใหม่ และมีการขยายเวลาการทดลองงานโดยได้รับความเห็นชอบจากหัวหน้าส่วนราชการ
- เมื่อผ่านการประเมินผลทดลองงานจากต้นสังกัดและการตรวจสุขภาพจากคณะกรรมการแพทย์ของ ก.พ. แล้ว จะเข้าสู่ช่วงเตรียมความพร้อม (Preparatory Period) ซึ่งผู้มีสิทธิได้รับทุนต้องผ่านการประเมินการเตรียมความพร้อมตามเกณฑ์ที่ ก.พ. กำหนด จึงจะสามารถเดินทางไปเรียนต่อด้วยทุนรัฐบาล (Educational Period) ได้ และจะต้องได้รับการตรวจสุขภาพอีกครั้งว่าพร้อมที่จะไปเรียนต่อในต่างประเทศ
- ผู้มีสิทธิได้รับทุนต้องไปเรียนต่อในประเทศ/สถาบันที่ได้รับการยอมรับว่ามีคุณภาพมาตรฐานทางวิชาการ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากต้นสังกัดและ ก.พ. ก่อน
- สำนักงาน ก.พ. จะสนับสนุนให้ผู้ได้รับทุนเข้าฝึกงาน (Experience Period) ในหน่วยงานภาครัฐ/เอกชนในต่างประเทศเป็นเวลาไม่เกิน 6 เดือน
- ไม่รับโอนข้าราชการ พนักงาน หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภท
“พอถึงสัมภาษณ์แนะนำให้เตรียม Portfolio ซ้อมตอบคำถามให้ดี ตอนนั้นเราเข้าห้องสัมภาษณ์ไปพร้อมเพื่อน 4 คน มีกรรมการ 5 คน ประกอบด้วย เลขาธิการก.พ. / นักจิตวิทยา / อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาที่เราจะไปเรียน / ผู้แทนจากหน่วยราชการที่ต้องไปใช้ทุน / ผู้เชี่ยวชาญภาษาอังกฤษ โดยกรรมการจะให้เราโต้วาทีกันโดยกำหนดหัวข้อมาให้ (ตอนนั้นเราเจอเรื่องปัญหาคอร์รัปชันในไทย) สิ่งสำคัญคือต้องรักษามารยาทโดยการไม่พูดแทรกตอนคนอื่นกำลังพูด”
‘พี่ปราง’ นักเรียนทุน ก.พ. เรียนต่อ ป.โท สาขา Economic of Development/ Sustainable Development ที่ ISS Erasmus University Rotterdam ประเทศเนเธอร์แลนด์
3. ทุนรัฐบาลไปศึกษาในสาธารณรัฐประชาชนจีน
- ทุนที่รับสมัครสอบ: 1 หน่วย รวม 5 ทุน
- คุณสมบัติผู้สมัคร
- มีวุฒิปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต (เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรไม่ต่ำกว่า 2.75) หรือ
- มีวุฒิปริญญาโทสาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ, วิชาการคอมพิวเตอร์, คณิตศาสตร์และสถิติ, วิศวกรรมศาสตร์, เกษตรศาสตร์, วิทยาการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ หรือเภสัชศาสตร์ (เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรไม่ต่ำกว่า 3.50)
- มีอายุไม่เกิน 40 ปี นับถึงวันปิดรับสมัคร
- มีคุณสมบัติเฉพาะอื่นๆ ตามที่แต่ละหน่วยทุนกำหนดไว้
- ข้อผูกพันในการรับทุน
- ผู้ได้รับทุนต้องกลับมาปฏิบัติราชการในกระทรวง กรม หน่วยงานของรัฐ หรือสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ที่ ก.พ. กำหนด เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 เท่าของที่ได้รับทุน
- หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้างต้น ต้องชดใช้เงินทุนที่ได้รับ และ เบี้ยปรับอีก 2 เท่าของจำนวนเงินทุนดังกล่าว
- เงื่อนไขการรับทุน
- หากผู้รับทุนเป็นข้าราชการพลเรือนหรือบุคลากรภาครัฐ ให้ปฏิบัติราชการชดใช้ทุน ณ หน่วยงานที่เป็นต้นสังกัด
- หากผู้รับทุนไม่ได้เป็นข้าราชการพลเรือนหรือบุคลากรภาครัฐ จะจัดสรรให้ปฏิบัติราชการชดใช้ทุนในหน่วยงาน ดังต่อไปนี้
- ส่วนราชการที่เป็นกระทรวง กรมฝ่ายพลเรือน
- หน่วยงานของรัฐ
- สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ
4. ทุนรัฐบาลทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
- ทุนที่รับสมัครสอบ: 30 หน่วย รวม 30 ทุน
- คุณสมบัติผู้สมัคร
- ทุนระดับ ป.โท หรือ ป.โทควบเอก:
- กำลังเรียนอยู่ ป.ตรี ปีสุดท้าย หรือ มีวุฒิ ป.ตรี หรือเทียบเท่า โดยมีเกรดเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.75 หรือ 3.00 (แล้วแต่หน่วยทุน)
- มีอายุไม่เกิน 35 ปี นับถึงวันปิดรับสมัคร
- ต้องไม่เคยได้รับวุฒิระดับ ป.โท หรือเทียบเท่า ในสาขาและวิชาเอกหรือเน้นทางเดียวกับทุนที่จะไปเรียนต่อ
- มีคุณสมบัติเฉพาะอื่นๆ ตามที่แต่ละหน่วยทุนกำหนดไว้
- ทุนระดับ ป.เอก:
- มีวุฒิ ป.โท หรือเทียบเท่า โดยมีเกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรไม่ต่ำกว่า 3.50
- มีอายุไม่เกิน 40 ปี นับถึงวันปิดรับสมัคร
- มีคุณสมบัติเฉพาะอื่นๆ ตามที่แต่ละหน่วยทุนกำหนดไว้
- ทุนระดับ ป.โท หรือ ป.โทควบเอก:
- ข้อผูกพันในการรับทุน
- ผู้ได้รับทุนต้องกลับมาปฏิบัติราชการในกระทรวง กรม หรือหน่วยงานของรัฐ ที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมกำหนด เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 เท่าของที่ได้รับทุน
- หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้างต้น ต้องชดใช้เงินทุนที่ได้รับ และ เบี้ยปรับอีก 2 เท่าของจำนวนเงินทุนดังกล่าว
“ผู้ได้รับเลือกให้ได้รับทุนจะต้องเซ็นสัญญา ซึ่งสัญญาจะยาวมากๆ ต้องอ่านอย่างละเอียดนะคะ จากนั้นเวลาที่เหลือ เราจะต้องไปสมัครมหาวิทยาลัยให้ติดภายในเวลาที่กำหนด (เขาจะไม่ได้กำหนดว่าต้องเป็น Top U.แต่ต้องเป็นสาขาที่แมตช์กับสิ่งที่เขามองหา)
ช่วงนี้ทุนก็ไม่ถึงกับปล่อยเคว้งซะทีเดียว ตอนนั้นพี่ได้เงิน 50,000 บาทเหมือนเป็นค่าอัดฉีดให้สมัครมหาลัยติด เราอาจใช้เงินจำนวนนี้ไปสมัครสอบ สอบวัดระดับ ลงคลาสติว สมัครเรียน ฯลฯ บางคนสมัครเป็นสิบที่ก็มี ถ้าจะคุมไม่ให้เกินงบต้องระวังเรื่องค่าสมัครด้วย”
‘พี่ฝ้าย-นิศาลักษณ์ ตรงศิริวัฒน์’ นักเรียนทุนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เรียนต่อ ป.โทควบเอก สาขา Inorganic Chemistry ที่ University of Pennsylvania ประเทศสหรัฐอเมริกา
วิชาที่ต้องสอบ
- วิชาภาษาอังกฤษ
- Vocabulary and Expressions
- Error Recognition
- Reading Comprehension
- วิชาความสามารถทั่วไปเชิงวิชาการ: ทดสอบความสามารถในการวิเคราะห์และใช้เหตุผล (่แปลความ ตีความ สรุปความ อ่านจบประเด็นจากข้อความหรือบทความ แก้ปัญหาข้อมูลเชิงปริมาณ และวิเคราะห์หาแนวโน้มหรือการเปลี่ยนแปลงที่น่าจะเป็นไปได้จากข้อมูล เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจ การเมือง หรือสังคม)
เอกสารที่ต้องยื่นในวันสอบข้อเขียน
- ใบสมัคร ติดรูปถ่ายหน้าตรงขนาด 1 × 1.5 นิ้ว ถ่ายไว้ไม่เกิน 1 ปี และลงลายมือชื่อให้ครบถ้วน
- สำเนาปริญญาบัตร หรือสำเนาหนังสือรับรองฉบับสภามหาวิทยาลัยอนุมัติ และ สำเนาใบแสดงผลการเรียนตลอดหลักสูตรระดับ ป.ตรี (กรณีเรียนจบ ป.ตรี แล้ว)
- สำเนาหนังสือรับรองสถานภาพการศึกษา และ สำเนาใบแสดงผลการเรียนทุกภาคการศึกษาที่ผ่านมา (กรณีกำลังเรียนอยู่ระดับ ป.ตรี ปีสุดท้าย)
- สำเนาใบแสดงผลการเรียนตลอดหลักสูตรระดับ ป.ตรี และ ป.โท *เฉพาะผู้ที่ใช้วุฒิ ป.โท ในการสมัครสอบเพื่อรับทุนเรียนต่อระดับ ป.เอก
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ สำเนาทะเบียนบ้าน (ผู้สมัครทุนรัฐบาลฯ ส่วนภูมิภาค ต้องส่งสำเนาทะเบียนบ้านด้วย)
- เอกสารเพิ่มเติม (แล้วแต่ประเภท/หน่วยทุน) // ศึกษาได้ในประกาศรับสมัครทุนแต่ละประเภท
- เอกสารอื่นๆ (ถ้ามี) เช่น สำเนาหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ใบสำคัญการสมรส ผลการสอบภาษาอังกฤษ เป็นต้น
Note: สำเนาเอกสารทุกฉบับให้รับรอง “สำเนาถูกต้อง” ลงชื่อ วันที่ ระบุเลขประจำตัวสอบกำกับไว้มุมด้านขวาของเอกสารทุกฉบับ จากนั้นให้บรรจุเอกสารลงในซองเอกสารขนาด A4 เขียนชื่อ-นามสกุล และเลขประจำตัวสอบไว้ที่หน้าซอง
วิธีการสมัครสอบ
- ศึกษาประกาศรับสมัครอย่างถี่ถ้วน คลิกที่นี่
- กรอกใบสมัครออนไลน์ทาง http://scholar.ocsc.go.th/Main/FrmRegisterPDPAStep.aspx
- ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและกดส่งใบสมัคร
- Print ใบตรวจสอบข้อมูล (เก็บไว้เป็นหลักฐานว่าได้บันทึกการสมัครสอบเรียบร้อยแล้ว) และ ใบแจ้งการชำระเงิน
- ชำระค่าธรรมเนียมการสอบ (ค่าสมัครสอบหน่วยละ 100 บาท และ ค่าธรรมเนียมธนาคาร 30 บาท) ได้ตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค. - 8 ธ.ค. 66 เวลา 22.00 น. ผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่ง ดังนี้
- สแกนชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน “Krungthai Next” หรือ “เป๋าตัง”
- นำใบแจ้งการชำระเงินไปชำระที่เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขาทั่วประเทศ ทั้งนี้ ผู้สมัครสอบต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลในหลักฐานการชำระเงิน หากพบว่าไม่ถูกต้อง ให้รีบติดต่อธนาคารสาขาที่ชำระเงินทันที
- การสมัครสอบจะมีผลสมบูรณ์เมื่อชำระค่าธรรมเนียมการสอบเรียบร้อยแล้ว
- พิมพ์ใบสมัครและเลขประจำตัวสอบได้ตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค. 66 เป็นต้นไป
Note:
- ผู้สมัครสอบมีสิทธิสมัครได้คนละ 2 ประเภททุน โดยแต่ละประเภททุนให้เลือกสมัครได้ 1 หน่วยทุน
- ผู้ที่สมัครสอบไว้แล้ว จะไม่สามารถขอเพิ่ม ถอน หรือเปลี่ยนหน่วยทุนได้
- ผู้สมัครสอบต้องตรวจสอบและรับรองว่าตนมีคุณสมบัติตรงตามประกาศรับสมัครสอบ รวมทั้งต้องกรอกรายละเอียดต่างๆ ให้ถูกต้องครบถ้วน หากภายหลังพบว่ามีคุณสมบัติไม่ตรงตามประกาศรับสมัครสอบ หรือมีความผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัครสอบ จะถือว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบมาตั้งแต่ต้น และจะไม่คืนค่าธรรมเนียมสมัครสอบให้
กำหนดการรับสมัคร
| เปิดรับสมัคร | วันนี้ - 7 ธันวาคม 2566 |
| ชำระค่าสมัครสอบ | วันนี้ - 8 ธันวาคม 2566 |
| ประกาศรายชื่อผู้สมัครและสถานที่สอบข้อเขียน | 29 ธันวาคม 2566 |
| สอบข้อเขียน (วิชาภาษาอังกฤษและวิชาความสามารถทั่วไปเชิงวิชาการ) | 28 มกราคม 2567 |
| ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินความเหมาะสมของบุคคลเพื่อรับทุน | ภายในวันที่ 12 เมษายน 2567 |
| ผู้เข้ารับการประเมินความเหมาะสมของบุคคลเพื่อรับทุน เข้าพบส่วนราชการ | 29 เมษายน - 9 พฤษภาคม 2567 |
| กิจกรรมก่อนการประเมินความเหมาะสมของบุคคลเพื่อรับทุน (ยกเว้นทุนรัฐบาลทางด้านวิทยาศาสตร์ฯ) | 10-11 พฤษภาคม 2567 |
| กิจกรรมก่อนการประเมินความเหมาะสมเพื่อรับทุนรัฐบาลทางด้านวิทยาศาสตร์ฯ | ภายในเดือนพฤษภาคม 2567 |
| ประเมินความเหมาะสมของบุคคลเพื่อรับทุน | 18-19 พฤษภาคม และ 25-26 พฤษภาคม 2567 |
| ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับทุน | ภายในวันที่ 28 มิถุนายน 2567 |
| ผู้มีสิทธิได้รับทุนรายงานตัวและนัดหมายไปตรวจสุขภาพ | แจ้งกำหนดการในประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับทุน |
Note: กำหนดการข้างต้นอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
ช่องทางติดต่อสอบถาม
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)
- หากมีปัญหาเกี่ยวกับการสมัครสอบหรือปัญหาอื่น สามารถติดต่อได้ที่ 02-547-1903, 1907, 1910, 1911, 1916, 1955
- หากมีปัญหาเกี่ยวกับระบบการสมัครสอบ สามารถติดต่อได้ที่ Call Center โทร. 02-697-0999 กด 1 กด 501
- หากมีปัญหาชำระเงินทางแอปพลิเคชัน "Krungthai Next"/"เป๋าตัง" โทร. 02-111-1111
- ติดต่อได้ในวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-16.30 น.
สำหรับใครที่มองหาโอกาสโกอินเตอร์ ตอนนี้มีหลายทุนกำลังเปิดรับสมัคร
ตามไปเช็กกันต่อได้เลยที่ "โปรแกรมค้นหาทุนเรียนต่อนอก by Dek-D"
ติดตามทุนต่อนอกง่ายๆ กับ Dek-D
- Website: www.dek-d.com/studyabroad
- X: @tornokandcourse
- IG: @tornokandcourse
- Facebook: Study Abroad เรียนต่อนอก by Dek-D
- TikTok: @tornokandcourse
0 ความคิดเห็น