หากพูดถึงเทศกาลฮาโลวีน..หลายคนคงจะนึกถึง ผีฝรั่งดูดเลือด พ่อมด แม่มด หรือแม้กระทั่งฟักทอง..แต่วันนี้ พี่ลาเต้ ขอพาน้องๆมาต้อนรับเทศกาลฮาโลวีนในรูปแบบไทยๆ กับผีไทยๆ ที่เชื่อว่าความน่ากลัวสยองขวัญไม่น้อยไปกว่ากันเลย..

          หากถามว่าตำนานผีที่คนไทยรู้จักกันดี ตั้งแต่สมัยคุณทวดยังสาว เรื่อยมาจนถึงวัยรุ่นหน้าใสอย่างพวกเราทุกวันนี้ คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า "แม่นาคพระโขนง" เป็นผีไทยที่อยู่คู่ความเชื่อมาอย่างช้านาน..ตำนานเรื่องเล่าเรื่องนี้ คนไทยทุกคนต้องเคยได้ยินผ่านหู และวันนี้ พี่ลาเต้ จะพาน้องๆชาวเด็กดีมาร่วมย้อนรอยตำนานแม่นาคพระโขนง ในเทศกาลวันฮาโลวีนปีนี้ครับ..

  ตำนานแม่นาคพระโขนง 

          แม่นาคพระโขนง เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับผีตายทั้งกลมที่เป็นที่รู้จักกันดีเรื่องหนึ่งของไทย เชื่อว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในรัชสมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่มีตัวตนอยู่จริง ปัจจุบันมี ศาลแม่นาค ตั้งอยู่ที่ วัดมหาบุศย์ เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร

 

  เรื่องเล่าแม่นาคพระโขนง 

          ขณะนั้นมีผัวหนุ่มเมียสาวคู่หนึ่ง อาศัยอยู่กินด้วยกันที่ย่านพระโขนง ฝ่ายสามีชื่อนายมาก ส่วนภรรยาชื่อนางนาค ทั้งสองอยู่กินกันจนนางนาคตั้งครรภ์อ่อนๆ นายมากก็มีเหตุจำเป็นที่จะต้องไปเป็นทหารประจำการณ์ที่บางกอกตามหมายเรียก นางนาคจึงต้องอยู่เพียงคนเดียวตามลำพัง

          ยิ่งนานวัน ท้องของนางนาคก็ยิ่งโตขึ้นเรื่อยๆ จนครบกำหนดคลอด หมอตำแยก็มาทำคลอดให้ แต่ว่าลูกของนางนาคไม่ยอมกลับหัว และคลอดออกมาตามธรรมชาติ ส่งผลให้นางนาคเจ็บปวดยิ่งนัก และในที่สุดนางนาคก็ทนความเจ็บปวดไม่ไหว ต้องสิ้นลมหายใจไปพร้อมกับลูกในท้อง จนกลายเป็นผีตายทั้งกลม

          หลังจากนั้น ศพของนางนาคได้ถูกนำไปฝังไว้ยังป่าช้าหลังวัดมหาบุศย์ ส่วนนายมากเมื่อปลดประจำการจากทหารก็กลับมายังพระโขนงโดยที่ยังไม่ทราบว่าเมียของตัวเองได้ตายจากไปแล้ว นายมากกลับมาถึงก็ไม่ได้พบเพื่อนบ้านเลย เนื่องจากหลังจากที่นางนาคตายไปก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ตัวบ้านของนางนาคอีกเลย เพราะกลัวผีนางนาค ซึ่งต่างก็เชื่อกันว่าวิญญาณของผีตายทั้งกลมนั้นเฮี้ยน และมีความดุร้ายเป็นยิ่งนัก

ภาพยนตร์ "นางนาก" ฉากสุดท้าย..ที่คนดูทุกคนต้องร้องไห้..

          ครั้นเมื่อนายมากกลับมาอยู่ที่บ้าน ก็อยู่กินกับนางนาคต่อไป นางนาคก็คอยพยายามรั้งนายมากให้อยู่ที่บ้านตลอดเวลา ไม่ให้ออกไปพบใคร เพราะเกรงว่านายมากจะรู้ความจริงจากชาวบ้าน นายมากก็เชื่อเมีย เพราะรักเมีย ไม่ว่าใครที่มาพบเจอนายมาก แม้จะบอกนายมากว่าอย่างไร นายมากก็ไม่เชื่อว่าเมียตัวเองตายจากไปแล้ว

          จนวันหนึ่งขณะที่นางนาคตำน้ำพริกอยู่บนบ้าน นางนาคทำมะนาวตกลงไปใต้ถุนบ้าน ด้วยความรีบร้อน นางจึงเอื้อมมือยาวลงมาจากร่องบนพื้นบ้านเพื่อเก็บมะนาวที่อยู่ใต้ถุนบ้าน นายมากขณะนั้น บังเอิญผ่านมาเห็นพอดี จึงปักใจเชื่ออย่างเต็มร้อย ว่าเมียตัวเองเป็นผีตามที่ชาวบ้านว่ากัน

          นายมากวางแผนหลบหนีผีนางนาค ขณะนั้นนางนาคเมื่อเห็นผิดสังเกตจึงออกมาดู ทำให้รู้ว่าสามีผู้เป็นที่รักได้รู้ความจริง และกำลังจะหนีไป จึงตามนายมากไปทันที นายมากเมื่อเห็นผีนางนาคตามมาจึงหนีเข้าไปหลบอยู่ในดงหนาด นางนาคก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะผีกลัวใบหนาด นายมากหนีไปพึ่งพระที่วัด นางนาคไม่ลดละพยายาม ด้วยความที่เจ็บใจชาวบ้านที่คอยยุแยงตะแคงรั่วสามีตัวเอง ทำให้นางนาคออกอาละวาดหลอกหลอนชาวบ้านจนหวาดกลัวกันไปทั้งบางพระโขนง ซึ่งความเฮี้ยนของนางนาค ความเชื่อส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ถูกฝังไว้ระหว่างต้นตะเคียนคู่นั่นเอง

ตำนานความรักของ "นางนาค" ที่หายากในสังคมคนปัจจุบัน..

          แต่สุดท้ายผีนางนาค ก็ถูกสมเด็จพระพุฒาจารย์ [โต พรหมรังสี] สยบลงได้ โดยการใช้พระธรรมชี้นำให้นางนาคเข้าใจในความเป็นจริงว่าผีอยู่กับคนไม่ได้ ท่านสมเด็จฯได้นำกะโหลกศีรษะส่วนหน้าผากของนางนาคออกมาทำปั้นเหน่ง [หัวเข็มขัดโบราณ] เพื่อเป็นการสะกดวิญญาณ และนำนางนาคสู่สุคติ หลังจากนั้น ปั้นเหน่งชิ้นนั้นก็ตกทอดไปยังเจ้าของอื่นๆ อีกหลายมือ ตั้งแต่บัดนั้นมา ตำนานรักของนางนาค นับเป็นตำนานรักอีกเรื่องหนึ่งที่ประทับใจคนไทยอย่างมิรู้คลาย กับความรักที่มั่นคงของนางนาคที่มีต่อสามี แม้แต่ความตายก็มิอาจพรากหัวใจรักของนางไปได้

  ย้อนรอยแม่นาคพระโขนง 

          เรื่องราวของแม่นาคพระโขนง ปรากฏอยู่ทั่วไปตามความเชื่อของคนไทยสมัยก่อน และปัจจุบัน เช่น เชื่อว่าชื่อสี่แยกมหานาค ที่เขตดุสิตในปัจจุบัน มาจากการที่แม่นาคอาละวาดขยายตัวให้ใหญ่ และล้นเกล้ารัชกาลที่ 4 ก็ยังเคยเสด็จทอดพระเนตรด้วย , เชื่อว่าพระสงฆ์รูปที่มาปราบแม่นาคได้นั้นคือ สมเด็จพระพุฒาจารย์ [โต พรหมรังสี] อีกทั้งยังเชื่อว่า ท่านได้เจาะกะโหลกที่หน้าผากของแม่นาคทำเป็นปั้นเหน่ง เพื่อสะกดวิญญาณแม่นาค และได้สร้างห้องเพื่อเก็บปั้นเหน่งชิ้นนี้ไว้ต่างหาก ,หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ก็ยังได้เขียนบันทึกเอาไว้ว่า เมื่อสมัยเด็กๆ ท่านเคยเห็นสิ่งที่เชื่อว่าเป็นรอยเท้าแม่นาคบนขื่อเพดานวัดมหาบุศย์ด้วย ซึ่งปัจจุบันศาลาที่ถูกเขียนนี้ได้ถูกรื้อถอนไปแล้ว

เสียงกล่อมลูกของแม่นาค ในละคร "แม่นาคพระโขนง"

          ถึงอย่างไร ความเชื่อเรื่องแม่นาคพระโขนง ก็ยังปรากฏอยู่ในความเชื่อของคนไทย ณ วัดมหาบุศย์ เขตสวนหลวง ปัจจุบันนี้ มีศาลแม่นาคตั้งอยู่ ซึ่งเป็นที่สักการะ เคารพบูชาอย่างมากของบุคคลในและนอกพื้นที่ โดยบุคคลเหล่านี้จะเรียกแม่นาคด้วยความเคารพว่า "ย่านาค" บ้างก็เชื่อกันว่าแม่นาคได้ไปเกิดใหม่แล้ว

          ในทางบันเทิง เรื่องราวของแม่นาคพระโขนง ได้ถูกสร้างเป็นละครโทรทัศน์และภาพยนตร์หลายต่อหลายครั้ง ในรอบหลายปี อีกทั้งยังสร้างเป็นละครหรือภาพยนตร์ตลกล้อเลียนก็เคยมาแล้ว โดยล่าสุดเป็นละครเวทีโอเปร่าอำนวยการแสดงโดย สมเถา สุจริตกุล ในปี พ.ศ. 2545

  วันหนึ่ง..ที่ศาลย่านาค.. 

          หลายครั้งหลายคราวที่ พี่ลาเต้ ได้มีโอกาสได้เข้าไปไหว้รูปปั้นย่านาค ในศาลด้านหลังวัดมหาบุศย์..พื้นที่ตรงนั้นบอกเล่าเหตุการณ์ในอดีตได้เป็นอย่างดี จนสามารถจินตนาการให้นึกภาพตามได้ไม่ยาก..มีศาลหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ใกล้ๆกับริมน้ำ ด้านหลังของศาลเป็นสุสานของวัดมหาบุศย์ที่เต็มไปด้วยโลงศพ และต้นตะเคียน ด้านหน้าของศาลติดคลองสายหนึ่งที่ชื่อว่า "คลองพระโขนง" บรรยากาศในละแวกนั้นจะคึกคักมากๆในช่วงกลางวัน แต่ก็จะเงียบสงัดวังเวงในยามค่ำคืน [ยกเว้นวันที่หวยออกจะมีคนเยอะมากๆหลายเท่า]

          เป็นความเชื่อที่มีมานานแล้วว่า ชายไทยคนไหนที่ไม่อยากติดทหาร หรือญาติพี่น้องกลุ่มใดไม่อยากให้ลูกหลายต้องเป็นทหาร จะต้องมาขอพรจากย่านาค ซึ่งก็จะสมหวังไม่ได้เป็นทหารสมใจ..เพราะเชื่อว่าท่านไม่ชอบการเป็นทหาร เพราะทหารทำให้ท่านกับสามีต้องพรากจากกัน..

บรรยากาศใน "ศาลย่านาค" วัดมหาบุศย์ กรุงเทพฯ

          ครั้งหนึ่ง พี่ลาเต้ เคยพาเพื่อนๆในกลุ่มไปไหว้ท่านพร้อมกัน..ทุกคนไม่เคยมา ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกของทุกคน ทันทีที่ถึงศาล พี่ลาเต้ ก็พาเพื่อนๆไปดูสถานที่ที่ถูกเล่าขานเป็นตำนานหลายๆแห่ง เช่น ต้นตะเคียน ป่าช้า ศาลาริมน้ำ ที่ตั้งบ้านย่านาคในอดีต หรือแม้กระทั่งเดินเข้าไปหาพระเพื่อถามว่า ศาลาที่มีรอยเท้าย่านาคอยู่ตรงไหน..

          เมื่อได้ทราบประวัติ และหลักฐานต่างๆจนเกือบครบ พี่ลาเต้ ก็พาเพื่อนๆเข้าไปไหว้ย่านาค..บรรยากาศในศาลก็เต็มไปด้วยชุดไทย ชุดเด็ก และดอกไม้ต่างๆ ที่คนนำมาไหว้ และแก้บน..พอไหว้เสร็จก็ทยอยออกมาทีละคน..เพื่อนๆ พี่ลาเต้ ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า..รู้สึกหัวใจเต้นแรงมากๆตอนที่ปิดทองที่หุ่นย่านาค แม้กระทั่งระหว่างทางที่นั่งรถเดินทางกลับ เพื่อนแต่ละคนก็เล่าว่าตอนนี้ในหัวยังเห็นเป็นรูปหุ่นย่านาคตลอดเวลา..

          แม้ว่าในปัจจุบันยังมีคนถกเกียงกันอยู่นะครับว่า "ตำนานแม่นาคพระโขนง" เป็นเรื่องจริง หรือเรื่องเล่า..แต่อย่างไรก็ตามศาลย่านาคแห่งนี้ก็ได้อยู่คู่ต้นตะเคียน และวัดมหาบุศย์มานานแล้วหลายช่วงอายุคน..แต่สิ่งหนึ่งที่อยู่นาน และมากกว่านั้น ก็คือ เรื่องราวความรักของแม่นาค ที่บริสุทธิ์ และซื่อสัตย์มั่นคงต่อคนรัก..ซึ่งหาได้ยากในสังคมความรักของคนยุคปัจุจุบัน..

พี่ลาเต้
พี่ลาเต้ - Columnist นักข่าวสายการศึกษา เกาะติดทุกข่าวแทนน้องๆ ตัวถีบ ตัวดันให้ ม.6 สอบติด

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

27 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
:Foppy_Fone: Member 28 ต.ค. 51 13:02 น. 4
คห . 2
เห็นครูเราบอกว่า นากนะค่ะ ^^ เพราะสมัยก่อนเวลาเค้าจะตั้งชื่อคน เค้าจะไม่ใช้คำศัพท์ที่มันอ่านยากหรือว่าเล่นเสียง แต่ว่าจะสะกดตรงๆตัวเลย
0
กำลังโหลด
พี่ลาเต้ Columnist 28 ต.ค. 51 13:39 น. 5

น้องๆคงสงสัยใช่ไหมครับว่า "แม่นาก" หรือ "แม่นาค" ซึ่ง พี่ลาเต้ ก็ได้ไปถามผู้รู้มาแล้วครับ..โดยเขาบอกว่าคนสมัยก่อนจะใช้ว่า "แม่นาก" จนกระทั่งวันเวลาแปลี่ยนแปลงไป "แม่นาก" ก็ได้แผลงเป็น "แม่นาค" ในปัจจุบันครับ..เขาได้ให้เกร็ดความรู้ที่น่าสนใจอีกว่า ชื่อเขตในกรุงเทพฯ เป็นคำแผลงเยอะมากๆ เช่น หัวลำโพง หรือนางเลิ้ง เป็นต้น..

แต่ก็มีหลายคนให้เหตุผลว่า..น่าจะเป็น "แม่นาค" เพราะ "นาค" ในที่นี้น่าจะหมายถึงโลหะชนิดหนึ่งที่นิยมใช้เป็นเครื่องประดับในอดีต ซึ่งดูเป็นมงคลในการตั้งชื่อมากกว่า "นาก" ซึ่งหมายถึงสัตว์..ประกอบกับที่วัดมหาบุศย์ และศาลย่านาค ก็จะใช้คำว่า "แม่นาค" เหมือนกันครับ..

นี่ก็เป็นข้อมูลจากผู้รู้ในบางส่วนนะครับ..น้องคนไหนอยากจะเพิ่มเติมข้อมูล ก็เข้ามาโพสต่อกันได้เลยครับ..

0
กำลังโหลด
actmicro 28 ต.ค. 51 13:47 น. 6
ตอนเด้กๆเมื่อดุหนังเรื่องนี้ผมรู้สึกกลัวมากเลยเมื่อได้พุดถึงนาก แต่ตอนนี้ความคิดมันเป็นคนละแบบครับ ตอนนี้กลับนับถือในความรักความจริงใจของเขาที่หาได้ยากในสัคมปัจจุบันแทน
0
กำลังโหลด
><~ 28 ต.ค. 51 13:53 น. 7
บ้านตั้งอยู่ใกล้วัดมหาบุศย์ เวลามีเรื่องอะไรก็ไปขอท่าน ตอนสอบสาธิตปทุมวันกับเตรียมก็ไปขอให้ย่านากช่วยอวยพรให้เรามีสมาธิ ไม่ทำผิดพลาด ถ้าเราเคารพท่านจากใจจริง ผลก็คือสอบติดค่ะ ><
0
กำลังโหลด
แวมไพร์กิ๊กก๊อก Member 28 ต.ค. 51 14:04 น. 8
พะ..พะ...พี่ลาเต้O_O
กลัวคร๊าฟฟผมดูตอนเด็กๆนะไปดูที่โรงแล้วมันจะมีแก้วน้ำอ่ะ
แล้วแม่ผมกินเสร็จก็เก็บกลับบ้านเอามาใส่หนังยางไว้แล้วเอาไว้ในตู้
เวลาแม่ให้ผมเปิดตู้เอาของ
ผมกลัวมากมาย
ตอนนี้ก็กลัวขนาดแค่ลายแก้วน้ำอ่าา
มันน่ากลัวมากมาย
แต่ตำนานรักแม่นากนี่ซึ้งได้ใจจริงๆ
0
กำลังโหลด
แพนด้าOK Member 28 ต.ค. 51 15:16 น. 10

พี่เหมี่ยวว่าจริง ๆ พี่ลาเต้ควรเปลี่ยนตำแหน่งจากคอลัมนิสต์ไปเป็น "พ่อหมอลาเต้" ได้แล้วล่ะค่ะ เพราะช่วงนี้วชาญในเรื่องลี้ลับ และไสยศาสตร์มนดำเหลือเกิน ... นี่ช่วงนี้ต้องจุดธูปคุยกะพี่ลาเต้นะคะเนี่ย ไม่งั้นคุยกันไม่รู้เรื่องค่ะ 5555+

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
_Honey_ Member 28 ต.ค. 51 16:57 น. 12
หนูเห็นด้วยกะพี่เว็บ คห.ที่ 10 ค่ะ

แหะๆ พี่ลาเต้นำทั้งภาพทั้งเรื่องราวมะเสียหลอนเลย

พี่ลาเต้หลอนไหมเนี่ย
0
กำลังโหลด
blooom 28 ต.ค. 51 17:12 น. 13
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังรังสี)
ท่านอยู่ ณ วัดระฆังโฆสิตาราม

ชาวสตรีวัดระฆัง นับถือท่านมาก
ตอนเช้าๆ เราจะสวดพระคาถาชินบัญชรของท่านทุกเช้าตอนเข้าแถว
ท่านเป็นอาจารย์ของรัชกาลที่ 5 ด้วยน้ะ

^^
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
refresh Member 28 ต.ค. 51 19:33 น. 17
ช่ายเรื่องนี้น่ากลัวมากเลย
ส่วนเรื่องทหารอ่ะค่ะ ที่บ้านก็เชื่อกันอย่างนั้นนะคะ
พี่ชายก็เคยไปไหว้ และ ก็ไม่ติดทหารค่ะ
ความรักของแม่นาคก็เป็นความรักที่น่าประทับใจนะคะ
0
กำลังโหลด
clam Member 28 ต.ค. 51 20:01 น. 18

ตอนเด็กๆ ติดเรื่องนี้มากๆ ค่ะ

ไม่เคยพลาดเลย ถึงขนาดดูติดทีวีเลยค่ะ

แบบว่า ดูใกล้ทีวีมากๆ อ่ะ หน้าเรา-หน้าจอทีวี ห่างแค่คืบเดียวเอง

เป็นจุดเริ่มต้นของ สายตาสั้น =_=" พอดูบ่อยๆ สายตาก้อเริ่มแย่

เหอะๆ เซงเลย ปัจจุบัน สั้น -500 แล้วค๊า

อนาคตตาช้านจะบอดมั๊ยเนี่ยกรู =_="

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด