น้องๆครับบบ ตอนที่2 นี้พี่เต้พี่เต้จะพาน้องๆมาดูขั้นตอนการทำเครื่องเบญจรงค์และ วัตถุดิบกันนะครับบบ

กรรมวิธีการผลิต หรือการขึ้นรูปผลิตภัณฑ์เครื่องเบญจรงค์มีความสำคัญอย่างยิ่ง ผู้ผลิตต้องมีความชำนาญมีความรู้ความสามารถเข้าใจในเทคนิคต่างๆ อย่างเพียงพอในการผลิตเครื่องเบญจรงค์แต่ละชนิด รวมไปถึงอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ ที่ช่วยในการผลิตกระบวนการผลิตจนได้เครื่องเบญจรงค์มีสองงขั้นตอนหลักๆคือการผลิตเซรามิคของขาวหรือเครื่องขาวและ กระบวนการเขียนลายเครื่องเบญจรงค์

เครื่องขาวหรือของขาวที่นำมาผลิตเป็นเครื่องเบญจรงค์เครื่องขาว หรือของขาวจะเป็นภาชนะรูปทรงต่างๆ มีสีขาวอาทิเช่น โถประดับ จาน ชาม แก้วน้ำ หม้อ ข้าว ขันข้าว แจกัน ชุดน้ำชา และกาแฟ เป็นต้น ลักษณะการเคลือบของของขาวนั้นมี 2 ลักษณะ คือ เคลือบ เงา และเคลือบด้าน ซึ่งเมื่อนำมาผลิตเป็นเครื่องเบญจรงค์แล้วจะให้ความสวยงามที่แตกต่างกันไปเครื่องขาวหรือของขาวนี้ สามารถซื้อได้จากโรงงานในอำเภอกระทุ่มแบนจังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสระบุรี ราคารับซื้อขึ้นอยู่กับแบบและขนาดของเครื่องขาวที่ใช้

วัตถุดิบและเนื้อดินที่ใช้ในการผลิตเครื่องขาวเพื่อทำเครื่องเบญจรงค์ วัตถุดิบมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการผลิตในการตอบสนองให้งานที่ผลิตขึ้นเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน และเป็นไปตามความต้องการของ
ผู้ผลิต รวมทั้งมีประสิทธิภาพสูงความเข้าใจอย่าง ถ่องแท้ในเรื่องของวัตถุดิบที่นำมาใช้งานก่อให้เกิดการพัฒนากรรมวิธีการผลิตการออกแบบ และการสร้างผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ขึ้นได้วัตถุดิบที่นำมาใช้ทำเครื่องเบญจรงค์
จะประกอบด้วยวัตถุดิบที่มีความเหนียววัตถุดิบที่ไม่มีความเหนียว และวัตถุดิบอื่นๆ มีดังนี้
1.วัตถุดิบที่มีความเหนียว วัตถุดิบประเภทนี้ได้แก่ดิน ชนิดต่างๆ ซึ่งมีคุณสมบัติแตกต่างกัน แต่ที่เหมาะแก่การนำมาผลิตเครื่องปั้น และเครื่องเบญจรงค์ มีดังนี้
ดินเกาลิน (Kaolin หรือ China Clay) ดินชนิดนี้บางแห่ง เรียกว่า ดินขาว
ดินเหนียว (Ball clay) ดินชนิดนี้บางแห่งเรียกว่า ดินดำ
ดินขาวเหนียว (Plastic clay) เกิดจากการผุกร่อนของหิน เนื้อดินละเอียดสีเนื้อ หรือสีเทา มีความเหนียวมักใช้ผสมกับดินชนิดอื่นเพื่อให้ขึ้นรูปทรงได้ง่าย
ดินแดง (Red clay หรือ Surface clay) เป็นดินที่มีความเหนียวมากมีเหล็ก และแอลคาไล (alkali) ผสมอยู่ในเนื้อดินค่อนข้างสูง เนื้อดินสีเทาแก่ สีน้ำตาลแก่ สีน้ำ ตาลอ่อนมักนำไปทำกระเบื้องมุงหลังคา
ดินสีเทา หรือดินสโตนแวร์ (Stoneware clay) เป็นดินที่มีความ เหนียว เนื้อดินเป็นสีเทาอ่อน สีเทาแก่ หรือสีน้ำตาลเข้ม
ดินทนไฟ (Fire clay) เป็นดินเนื้อค่อนข้างหยาบมีซิลิกา และอะลูมินาผสมอยู่มากดินมีสีน้ำตาลอ่อน สีเทา หรือสีคล้ำมีความเหนียวมากทนความร้อนสูงถึง 1,500 องศาเซลเซียส
2.วัตถุดิบที่ไม่มีความเหนียว เป็นวัตถุที่นำมาใช้ผสมลงไปในเนื้อดินที่นำมาปั้นผลิตภัณฑ์ หรือใช้เป็นส่วนผสมของน้ำเคลือบซึ่งได้แก่ หินประเภทต่างๆ หินที่นำมาใช้งานดังกล่าวมีดังนี้
หินฟันม้า (Flespar) เกิดจากการแปรสภาพของหินแกรนิต เป็นหินแข็ง ทึบแสง มีสีขาว สีชมพู
หินเขี้ยวหนุมาน (Quartz) เป็นผลึกของซิลิกา มีความแข็งย่อยสลายมาก มีความบริสุทธิ์สูง เมื่อนำมาบดละเอียดหรือเผาใช้ผสมในเนื้อดินเพื่อปั้นผลิตภัณฑ์จะทำให้เนื้อดินลดการหดตัวทนไฟสูง
หินไฟโรฟิลไลท์ (Pyrophylite) เป็นหินไม่แข็งมากนัก มีสีเทา สีเทาปนแดง เมื่อนำไปผสมในเนื้อดินปั้นผลิตภัณฑ์ทำให้มีความทนไฟสูง และลดการบิดเบี้ยวของตัวผลิตภัณฑ์ได้ดี
3.วัตถุดิบอื่น ในการทำผลิตภัณฑ์เครื่องปั้น ยังได้ใช้วัตถุดิบอื่นผสมลงในเนื้อดินปั้นหรือน้ำเคลือบ เพื่อให้เหมาะสมกับหน้าที่ใช้งานของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด วัตถุดิบดังกล่าวมีดังนี้
เถ้ากระดูก (Bone Ash) ได้จากการเผากระดูก มีส่วนผสมของแคลเซียมฟอสเฟต และแคลเซียมคาร์บอเนต นำไปผสมในเนื้อดินปั้นเป็นตัวช่วยในการหลอมละลาย ทำให้ผลิตภัณฑ์มีความโปร่งแสง
ทัลค์ (Talc) เมื่อนำไปผสมในเนื้อดินปั้นผลิตภัณฑ์ จะทำให้เนื้อดินลดความเหนียวลง มีผลให้ขึ้นรูปยาก แต่จะทำให้ผลิตภัณฑ์ทนไฟสูง ทนต่อด่าง เพิ่มความต้านทานกระแสไฟฟ้าได้ดี
เซอร์คอน (Zircon) มีคุณสมบัติทนความร้อนได้สูงระหว่าง 1,500-1,800 องศาเซลเซียส จึงมักใช้ผสมในเนื้อดินเพื่อใช้ทำวัตถุทนไฟ
สารประกอบอะลูมินา (Alumina) หมายถึงสารที่มีส่วนประกอบของอะลูมินาสูง ได้แก่ คอรันดัม บอกไซท์ กิบไซท์ และไดอะทอไมท์ เป็นต้น
กระบวนการผลิตและเขียนลายเครื่องเบญจรงค์

ในการผลิตจะเริ่มเขียนวนทองเพื่อเป็นเส้นนำลายส่วนในลวดลายที่มีรายละเอียดสูง เช่นลายประเพณีไทย หรือลวดลายที่เป็นเรื่องราวในวรรณคดีต้องมีการลอกลาย หรือร่างเส้นบนพื้นผิว ของขาว ก่อนจะลงลายน้ำทอง หรือตัดเส้นหลักก่อน แล้วเริ่มเขียนลายตามต้องการด้วยน้ำทอง
ทิ้งไว้ให้แห้ง เมื่อแห้งดีแล้ว จะนำมาลงสีตามลายที่เขียนทองไว้จนครบ การลงสีต้องไม่หนาจนเกินไป เพราะจะทำให้สีหลุดง่าย และต้องไม่บางจนเกินไป เพราะจะทำให้สีจางได้ง่ายอความเร็วในการทำงาน การลงสีนี้ อาจจำเป็นต้องใช้ช่างฝีมือหลายคน หากชิ้นงานมีรายละเอียดมากๆ ต้องมีการจัดแบ่งส่วนในการลงสีกัน ต่อมาจะทำการเก็บรายละเอียดต่างๆ และวนทองตามส่วนต่างๆ อีกครั้ง เช่น หูแก้ว ขอบโถ เป็นต้น

ในบางกลุ่มผู้ผลิต อาจมีเทคนิคพิเศษ ด้วยการลงสีพื้น ก่อน การตัดเส้นหลักและลงสีลาย ทำให้ได้ชิ้นงาน ที่มีความสวยงามแปลกออกไป ส่วนผสมบางอย่างนี้ อาจเป็นส่วนผสมเฉพาะตัวของกลุ่มผู้ผลิตบางกลุ่มเท่านั้น จากนั้น นำเข้าเตาเผา โดยเผาในอุณหภูมิประมาณ 800 องศาเซลเซียส ใช้เวลาเผาประมาณ 4 -5 ชั่วโมง เมื่อเตาเย็น จึงนำเครื่องเบญจรงค์ออกมา และวางรอไว้จนอุณหภูมิเย็นลงในอุณหภูมิปกติ
ในส่วนของการควบคุมอุณหภูมิในการเผาก็ มีความสำคับเช่นกัน เพราะสีบางสี ที่ใช้ในการเขียนลาย อาจซีดหรือจางลง หรืออาจมีการผิดเพี้ยนไปได้ หาก ควบคุมอุณหภูมิได้ไม่คงที่ เช่นมาก หรือสูงเกินไปส่วนนี้ มีการทดลองเก็บข้อมูลจากหลากหลายประสบการณ์ของกลุ่มผู้ผลิต


เป็นขั้นตอนในการทำที่ยุ่งยากมากเลยนะครับบบน้องๆ ทั้งเรื่องของวัถุตดิบ ขั้นตอนการขึ้นรูป การเผา และการลงลาย ความประณีตในการทำ สมแล้วที่เป็นของที่มีคุณค่าและหาไม่ได้ในชนชาติใดในโลก น้องๆครับบบ ในตอนหน้าพี่เต้จะพาน้องมาดูประเภทเครื่องเบญจรงค์ ว่ามีแบบไหนบางและสวยแค่ไหน น้องๆอย่าพึ่งเบื่อกันนะครับบบ
เต้จัง
ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ จาก http://student.swu.ac.th/ และ http://www.thaibenjarong.com/
5 ความคิดเห็น
สุดยอดอ่า สวยงามดี 55+
สวย
.....