|
ความจริงกับความฝันต่างกันเพียงลงมือทำ
ทุกคนมีความฝัน มากน้อย เพ้อเจ้อ หรืออยู่บนพื้นฐานความจริง แต่ทุกความฝันคงไม่เป็นจริง ถ้าไม่ลงมือทำ วันนี้พี่มิ้งเลยอยากพูดถึงเรื่องฝันๆ กับน้องๆ กัน โลกยังคงหมุนอยู่เสมอ อยู่ที่จะปล่อยให้มันผ่านไป หรือทำสิ่งใดๆ ให้เกิดขึ้นมา บุคคลที่ประสบความสำเร็จ ล้วนเป็นบุคคลที่เปี่ยมฝันด้วยกันทั้งสิ้น เมื่อคุณนึกถึงสิ่งที่ต้องการ และไม่เลิกคิดถึงมัน สิ่งเหล่านั้นจนวนเวียนและยังคงอยู่ รอวันเป็นจริงเมื่อคุณเริ่มออกแรงทำตามความฝัน ความจริงของฝันนั้นก็จะเริ่มขยับใกล้เข้ามาคุณ
ขั้นแรกคุณต้องเริ่มหัดฝันก่อน การจมติดอยู่กับข้อเท็จจริง จะทำให้ความฝันมักถูกคุมกำเนิด สองสิ่งนี้ไม่ถูกกันแต่เดิมอยู่แล้ว คุณต้องเลือกระหว่างความฝัน กับความเป็นไปได้ปกติ หากเลือกความฝัน ก็อ่านต่อได้
เมื่อเราได้เริ่มลงมือทำตามความฝัน จงเก็บความมุ่งมั่นนั้นเอาไว้ เพราะระหว่างทางต้องพบเจอกับอุปสรรคที่โถมใส่ การจะบรรลุถึงฝันต้องใช้ความมานะ บากบั่น เอาการทีเดียว และเมื่อใดที่เริ่มท้อก็ถึงเวลาที่จะงัดเอามุ่งมั่นในตอนแรกมาใช้อีกครั้ง
ต่างจากคนที่ลงมือทำ หากไม่ย่อท้อและตั้งใจทำต่อไป ไม่ช้า ไม่นาน ความคืบหน้าจะเป็นรอยต่อสำคัญ ที่ทำให้เราก้าวต่อไป จนวันหนึ่งความฝันดังกล่าวอาจเป็นจริงขึ้นมาก็ได้
|



92 ความคิดเห็น
เราทิ้งฝันของตัวเองไปนานแล้วค่ะ
แต่ตอนนี้ เรากำลังพยายามทำฝันของพ่อให้เป็นจริงค่ะ ^-^
แต่ตอนนี้มันช่างเลือนลางแล้วละ
แม้ว่าจะตามความฝันเอาตอนที่มีอายุแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่ามันสายนะ

เดินไป... เดินไป... มันผิดจากสิ่งที่จำเป็นต้องทำเพียงอย่างเดียว ก็คือมันมีอะไรบางอย่างเอ่อขึ้นมาในหัวใจ มันผลักดันเราไปข้างหน้า เหนื่อยน้อยลง สบายใจมากขึ้น มีความสุขมากขึ้น เพราะยิ่งเข้าใกล้ความฝันเข้าไปทุกที เลยรู้สึกเหมือนกับว่าความฝันก็เดินเข้ามาหาเราเหมือนกัน
ขออวยพรให้ผู้เดินตามความฝันทุกคนด้วยค่ะ ขอให้คุณจับต้องสิ่งนั้นได้ไวๆ
นั่น จะถือว่าเป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับเรา
เพราะอนาคตเป็นสิ่งที่เราการันตีไม่ได้ มันเปลี่ยนแปลงได้เสมอ
"ทำวันนี้ให้ดีที่สุด" มันเป็นคำตอบที่ถูกที่สุดแล้ว
เพราะถ้าใครบอกได้ว่า วันพรุ่งนี้เค้าจะเป็นยังไง
ปีหน้าเค้าจะเป็นยังไง สิบปีข้างหน้าเค้าจะเป็นอย่างไร
มีใครสามารถบอกสิ่งเหล่านี้ได้แน่นอนบ้าง
ความฝัน เราคิดว่ามันเป็นแค่ แรงบัลดาลใจ 1 %
แต่ 99 % ที่เราจะต้องทำด้วยตัวเอง
ไม่มีอะไรมากำหนดทางเดิืนเราได้ แม้แต่ความฝัน
เพราะโลกแห่งความจริง กับความฝัน
มันต่างกันลิบลับ ...
และเราจะทำมันให้จงได้ วะฮ่าฮ่าๆๆๆๆ~
ใครมีความฝันแบบเราแอดมาคุยกันได้น้าาา~ คุยกันๆๆๆ~
เพราะความฝันมันไม่แน่นอนอยู่แล้ว โลกแห่งความเป็นจริงกับความฝันมันต่างกันจริงๆ นั่นแหละ
แต่ว่า มันก็มีต่อคำอีกนะคะ
"ทำวันนี้ให้ดีที่สุด และทำวันพรุ่งนี้ให้ดีกว่า"
ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่ความฝัน แต่ความฝันนั้นก็ทำให้เราพยายามทำให้มันเป็นจริง
เพราะถ้าไม่มีความฝันนั้น อนาคตของเราก็จะโลเล ไม่แน่นอน เราก็จะไม่รู้ว่าเราจะเดินไปทางไหน เพราะไม่มีความฝันปูทางไว้ให้
ถ้าเรามีความฝัน เราก็จะเดินตามความฝัน ทำให้อนาคตของเรามีจุดเส้นชัย และพอเราทำความฝันที่ฝันมาตลอดทั้งชีวิตได้ เราก็จะภูมิใจตัวเองอย่างที่สุด และยังได้เล่าต่อๆ ไปจนถึงชั่วลูกชั่วหลาน
ปล. คห. ส่วนตัว
เราฝันที่อยากจะรองเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนให้ได้ ทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้ภาษาอังกฤษเลย
ศัพท์ง่ายๆบางคำยังไม่รู้เลย แต่เมื่อเราต้องการที่จะเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน
เชื่อมั้ย คนที่ชอบหลับเวลาเรียน ยิ่งวิชาภาษาอังกฤษไม่มีคราบไหนที่ไม่หลับ
แต่ตอนนี้ขึ้นม.3มา กลายเป็นคนละคนไม่เลย เพื่อนยังบอกเลยอ่ะ 55
ภาษาเราก็เริ่มพอได้บ้าง จะพยายามไปเรื่อยๆจนก็ "ความฝัน" จะกลายเป็น "ความจริง" ค่ะ ^O^
แต่เมื่อเจอความจริง อุปสรรคหลายอย่าง สับสนเล่นเอาพาลขี้เกียจ
เราว่าเราขี้สงสาร แบบว่าชอบเด็กตัวเล็กๆอ่ะ
แล้วก็อยากรักษาผู้คนอะไรแบบนั้น
ทั้งๆที่เมื่อก่อนเกลียดวิทย์นะ ไม่เข้าใจ
แต่เราว่ามันเป็นเพราะเรานอนไม่พออ่ะ ก็เลยหลับในห้องวิทย์
เลยเบื่อ =_=
แต่ครอบครัวไม่อยากให้เป็น ครอบครัวอยากให้เป็นหมออ่ะ เพื่อความสุขของท่านบางที่ก็ต้องทำ
คนที่มีฝันก็ขอให้ทำฝันนั้นให้สำเร็จด้วยนะ เป็นกำลังใจให้
แต่ครอบครัวไม่อยากให้เป็น ครอบครัวอยากให้เป็นหมออ่ะ เพื่อความสุขของท่านบางที่ก็ต้องทำ
คนที่มีฝันก็ขอให้ทำฝันนั้นให้สำเร็จด้วยนะ เป็นกำลังใจให้
พี่มิ้ง อยากให้น้องๆ ทุกคนอย่าหยุดฝัน เพียงเพราะความจริงมันยากหรือโหดร้ายครับ
จงฝันต่อไป ไม่มีใครไดความฝันมาอย่างง่ายได้ ต้องผ่านอุปสรรคหนักหนาด้วยกันทั้งนั้น
สิ่งที่จะทำให้ราแตกต่างคือ การกล้า กล้าทำ และอย่ายอมแพ้แก่ความจริงที่ยากลำบากครับ