ย้อนรำลึกถึง "เซ็นได" ก่อนถูกกลืนหายไปกับสึนามิ

 

     ... สำหรับใครที่ชอบท่องเที่ยวเดินทางไปยังต่างแดน พี่เหมี่ยวเชื่อว่า "ญี่ปุ่น" คงเป็นอีกหนึ่งประเทศหนึ่งที่เป็นประเทศในฝันที่ใครหลายๆ คนอยากจะไปเยี่ยมเยือน เพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีทั้งธรรมชาติที่สวยงาม วัฒนธรรมที่น่าสนใจ รวมไปถึงเป็นแหล่งรวมศิลปะที่โดเด่นและมีเอกลักษณ์ ทั้งยังเป็นศูนย์กลางแฟชั่นของเอเชีย(พี่เหมี่ยวจะบอกให้นะคะว่าญี่ปุ่นน่ะเค้านำเทรนด์มาก่อนเกาหลีอีก แต่มาเมื่อ 5-6 ปีหลังนี่ล่ะค่ะ ที่เกาหลีช่วงชิงบทบาทความเป็นผู้นำแฟชั่นไปได้) พี่เหมี่ยวเองยังแอบคิดเล่นๆ ว่าถ้ามีโอกาสสักครั้งในชีวิต พี่เหมี่ยวจะต้องไปเที่ยวญี่ปุ่นให้ได้ ...

 

     ใครที่เคยไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นคงจะรู้สึกได้ถึงมนต์เสน่ห์ของดินแดนแห่งนี้ ... แต่เมื่อบ่ายวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมานี้ ภาพความสวยงามเหล่านั้นได้ถูกกลืนหายไปกับภัยพิบัติครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในรอบศตวรรษ คลื่นยักษ์สึนามิได้ทำลายพื้นที่ในประเทศญี่ปุ่นเสียหายเป็นจำนวนมาก และหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายและมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดเป็นลำดับต้นๆ ของเหตุภัยพิบัติในครั้งนี้ก็คือ เมืองเซ็นได ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจังหวัดมิยางิ ... จากภาพของเมืองอันสวยงามและอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ และสถานที่ท่องเที่ยวอันน่าสนใจ ตอนนี้ภาพเหล่านั้นได้กลายเป็นเพียงอดีตไปแล้ว

 

 

     และเพื่อเป็นการระลึกถึงความสวยงามของเมืองแห่งนี้ วันนี้พี่เหมี่ยวก็มีเรื่องราวของเมืองเซ็นได รวมไปถึงภาพสวยๆ ของเมืองนี้มาฝากน้องๆ Dek-D กันค่ะ ...

 

 

     "เซ็นได โทโฮคุ" (Sendai Tohoku) หรือที่เราเรียกกันคุ้นหูว่า "เมืองเซ็นได" ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศญี่ปุ่น (เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในภาคอีสานของญี่ปุ่นนี่เอง) บนเกาะฮอนชู เมืองเซ็นไดมีประชากรประมาณ 1 ล้านคน ถือเป็นเมืองใหญ่อันดับหนึ่งของเกาะ ประกอบด้วยเมืองสำคัญคือ เซ็นได ฟูคุชิม่า และยามางาตะ ขึ้นอยู่กับมณฑลมิยางิ (Miyagi) อยู่ห่างจากเมืองหลวงโตเกียวประมาณ 400 กิโลเมตร

 

 

     หลายคนอาจจะเคยชินคิดว่าเมืองท่องเที่ยวของญี่ปุ่นจะมีเพียงแค่ โตเกียว เกียวโต โอซากา นารา ฮอกไกโด ฮิโรชิมา ฟูกูโอกะ แต่น้องๆ Dek-D ทราบรึเปล่าคะว่า เมืองเซ็นไดเองก็มีความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะเมืองเซ็นไดเป็นเมืองที่อุดมไปด้วยแหล่งทรัพยากรทางการท่องเที่ยวอันอุดมสมบูรณ์ และเปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์ของธรรมชาติอันงดงาม ทั้งป่าเขาลำเนาไพร เกาะกลางน้ำ บ่อน้ำพุร้อน และทิวทัศน์ชายทะเลของมหาสมุทรแปซิฟิค ท่ามกลางธรรมชาติอันเขียวขจีจนได้รับการขนานนามว่าเป็น "เมืองแห่งต้นไม้" ... ไม่ว่าใครที่ได้มาเยียมเยือนเมืองนี้ก็เป็นต้องติดอกติดในใจความงาม

 

 

     สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองเซ็นได้ที่ถ้าใครได้มาเที่ยวแล้วต้องห้ามพลาด ก็ได้แก่ อ่าวมัตสุชิมา (Matsushima) เป็นอ่าวที่มีทัศนียภาพที่งดงามเป็น 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น โดยมีลักษณะเป็นเกาะหินปูนรูปทรงแปลกตา ซึ่งมีมากถึง 260 เกาะ ตั้งเรียงรายกันอยู่ทั่วไปในบริเวณอ่าว นอกจากความสวยงามของเกาะแล้ว อ่าวมัตสุชิมายังเหมาะกับการล่องเรือชมความงามของทิวทัศน์ เพราะนอกทัศนียภาพของท้องทะเลอันสวยงามแล้ว อ่าวมัตสุชิมายังมีหมู่บ้านชาวประมงที่เพาะเลี้ยงหอยนางลมอันโด่งดัง (กูรูแดนปลาดิบเค้ากระซิบบอกมาว่าหอยนางรมที่นี่เป็นหอยนางรมที่มีรสชาติในระดับหัวแถวของญี่ปุ่นทีเดียวล่ะค่ะ แหม พูดแล้วก็น้ำลายสอ ;o)

 

 

     นอกจากนี้แล้วแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจก็ยังมี "เทือกเขาซาโอะ" (The Zao Mountains) เป็นเทือกเขาที่มีภูเขาไฟและทะเลสาปปากปล่องใกล้กับยอดเขา ถ้าใครที่ได้ไปเที่ยวที่นั่นก็จะได้เดินชมวิวอย่างเพลิดเพลินเลยล่ะค่ะ และที่สำคัญเมื่อถึงฤดูหนาว ที่นี่ก็จะเต้มไปด้วย Snow Monster หรือต้นไม้รูปร่างต่างๆ ที่ปกคลุมด้วยหิมะ ขอบอกเลยนะคะว่าสวยงามอลังการมากๆ เลยทีเดียวล่ะค่ะ

 

 

     แต่ถ้าอยากเที่ยวเซ็นไดแบบชิลๆ ล่ะก็ พี่เหมี่ยวแนะนำเลยค่ะว่า ต้องไปแช่น้ำพุร้อนอันโด่งดังของเมืองนี้ก็ดูค่ะ เพราะเมืองเซ็นไดมีน้ำพุร้อนอยู่หลายจุดให้ลงแช่ผ่อนคลายทุกส่วนร่างกาย ท่ามกลางความสงบและสวยงามของป่าเขาที่รายรอบอย่างสะดวกสบาย เห็นที่นี่มีแต่ป่าเขาอย่าคิดว่ามาเที่ยวที่นี่แล้วจะลำบากนะคะ เพราะว่าที่เซ็นไดมีมีทั้งรีสอร์ท โรงแรม และโรงเตี๊ยมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมให้เลือกพักมากมายค่ะ โดยที่นี่จะมี "น้ำพุร้อนเกโระ ออนเซ็น" เป็นไฮไลท์สำคัญของเมือง เพราะเป็นรีสอร์ทบ่อน้ำพุร้อน 1 ใน 3 ที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่นเนื่องจากมีคุณสมบัติโดดเด่นในเรื่องของความงาม และการรักษาผิวพรรณให้เปล่งปลั่งนุ่มนวล แถมยังมีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 1,000 ปี และได้รับการบันทึกให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี พ.ศ. 2551 อีกด้วย

 

 

     นอกจากแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแล้ว เมืองเซ็นไดก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ศาลเจ้าโกโคกุ ศาลเจ้าสำคัญของเมืองซึ่งสร้างอุทิศให้แก่ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์รวมชาติสมัยเมจิและในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือจะไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์เมืองเซ็นได ที่ภายในจัดแสดงโบราณวัตถุชิ้นๆสำคัญของเมืองเซ็นไดจำนวนมาก นอกจากนี้แล้วเมืองเซ็นไดยังมีเทศกาลงานประเพณีที่สำคัญ อาทิ เทศกาลทานะบาตะ อันเลื่องชื่อที่สืบทอดมาตราบจนทุกวันนี้ การแสดงระบำนกกระจอก ที่มีประวัติยาวนานกว่า 400 ปี ซึ่งเป็นระบำพื้นเมืองที่ผู้รำจะใช้สองมือถือพัดด้ามจิ๋วร่ายรำหรือเต้นไปมาเลียนแบบท่านกกระจอก ซึ่งปัจจุบันนิยมนำมาแสดงต้อนรับนักท่องเที่ยวและเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเข้าร่วมร่ายรำด้วยล่ะค่ะ

     ถือว่าเป็นเมืองที่มีทั้งความสวยงามในด้านของธรรมชาติ และมีเสน่ห์ในด้านของรากเหง้าของวัฒนธรรมทีเก่าแก่มากๆ เลยทีเดียวล่ะค่ะ น่าเสียดายที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองถูกทำลายจากภัยพิบัติสึนามิ ... พี่เหมี่ยวและน้องๆ Dek-D ทุกคนขอแสดงความเสียใจกับญาติของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้ สำหรับเหตุการณ์ร้ายๆ ที่ผ่านไปขอให้เป็นเพียงฝันร้ายของชาวญี่ปุ่นทุกคน หวังว่าสถานการณ์ทุกอย่างจะดีขึ้นในเร็ววันนี้ ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้ชาวญี่ปุ่นทุกคนด้วยนะคะ เข้มแข็งและสู้ๆ ค่ะ

 

 

 

ข้อมูลอ้างอิง : www.thai-japanguide.com , http://www.kooru.com/travel/travel-article-news.php?Art_ID=105 , http://www.japananatravel.co.th

ภาพประกอบ : http://www.kooru.com/travel/travel-article-news.php?Art_ID=105 , http://www.ikchin.com.sg/package/pkg_48_tohoku-goshikinuma2.jpg , http://board.trekkingthai.com/board/show.php?forum_id=2&topic_no=95305&topic_id=96233 , http://www.chatvariety.com/space/simple/?t1138.html , http://www.marketatnation.com/travel/detail.aspx?NewsID=2458&SectionName=ทัวร์เด่นรอบสัปดาห์&SectionID=2# 

 
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

23 ความคิดเห็น

Gimmick ۞ Maker Member 24 มี.ค. 54 17:43 น. 1
ธรรมชาติ ทำลาย เพื่อก่อเกิด เราจะพบสิ่งสวยงามอย่างอื่นที่ธรรมชาติทำลายแต่ก็เป็นผู้สร้างขึ้นเช่นกัน...หลังจากนี้

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 24 มีนาคม 2554 / 17:47
แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 24 มีนาคม 2554 / 17:49
แก้ไขครั้งที่ 3 เมื่อ 24 มีนาคม 2554 / 17:50
แก้ไขครั้งที่ 4 เมื่อ 24 มีนาคม 2554 / 17:51
แก้ไขครั้งที่ 5 เมื่อ 24 มีนาคม 2554 / 17:53
แก้ไขครั้งที่ 6 เมื่อ 24 มีนาคม 2554 / 17:54
0
กำลังโหลด
ชาโออิชิ' @ Cafe' girl ♣ Member 24 มี.ค. 54 20:05 น. 2

T^T...

ญี่ปุ่นดูเเลทรัพยาธรรมชาติของประเทศเขาดีมากอ่ะ

น้ำนี่ใส๊ใส จนเกือบเห็นไส้ปลาเเล้ว = ='

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
flamingo.King Member 24 มี.ค. 54 20:27 น. 4
ธรรมชาติสร้างธรรมชาติ ธรรมชาติสร้า้งมนุษย์ มนุษย์ทำลายธรรมชาติ ธรรมชาติทำลายมนุษย์ ธรรมชาติสร้างธรรมชาติ ธรรมชาติสร้างมนุษย์ มนุษย์ทำลายธรรมชาติ ธรรมชาติทำลายมนุษย์
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
YAMSANG!! Member 25 มี.ค. 54 11:18 น. 6

เห็นภาพสองภาพแตกต่างกันมาก
เมืองญี่ปุ่นเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรม เมื่อเจอเหตุการณ์อย่างนี้
เห็นแล้วเศร้าเลยทีเดียว! !สงสารคนญี่ปุ่นทุกคนไม่ว่าจะประสบเหตุหรือไม่
แต่แยมเชื่อว่าทุกคนคงเสียใจจากเหตุการณ์ภัยพิบัติธรรมชาติครั้งนี้: (

0
กำลังโหลด
DarkSaber - FINAL000 Member 25 มี.ค. 54 13:17 น. 7
อยากให้กลับมาอีกครั้ง.. หากย้ิอนเวลาได้.. อยากกลับไปแก้ใขตัวเอง.. ...โลกร้อน... แค่สิ่งนี้ เพียงสิ่งเดียว..
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เฌอริตา Member 31 มี.ค. 54 10:49 น. 14
สวยจริง! ญาติเราอยุ่ที่นั่น
เค้าบอกว่า สิบปีก่อน ก็เกิดอะไรนี่แหละ ภัยธรรมชาติ
ต้องสร้างบ้านใหม่ สร้างเสร็จแป๊ปๆ
เจอซึนามิอีกละ โอ้ย หมดตัวเลยอะ =___= (แต่ก็หมดตัวกันทั้งเกาะ)

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด