นม...
พี่ตินเป็นคนไม่ชอบกินนม แต่ก็ชอบนมนะ
สีมันสวยดี ขาวๆ ขุ่นๆ แล้วก็ดูเป็นอะไรที่ได้จากธรรมชาติดี
นมนั้นมีหลากหลายชนิดอยู่ในสัตว์แทบทุกชนิด แต่ว่าสำหรับเด็กแล้ว
นักวิทยาศาสตร์บอกว่ากินนมแม่นี่แหละดีที่สุด
เพราะมันมีสารอาหารเยอะที่สุดในทุกนม จะช่วยให้เจริญเติบโตได้ดี ทำให้เด็กแข็งแรง มีภูมิคุ้มกัน
และมีพัฒนาการทางสมอง + ร่างกายด้วย
( พี่ตินไม่ได้กินนมแม่อะ มิน่าตัวเล็ก ผอมด้วย > < )
ในนมส่วนใหญ่จะประกอบด้วยน้ำประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นเป็นโปรตีน
แล็คโตส เอนไซม์ต่างๆ ไขมัน วิตามิน เกลือแร่ และแร่ธาตุต่างๆ
โปรตีนในนมก็คือ casein, globulin และ albumin
แล็คโตส คือ glucose และ galactose
เอนไซม์ คือ phosphatase, catalase, xantinoxidase, reductase และ peroxidase y lipase
วิตามิน คือ vitamin A, vitamin D, vitamin B1 และ vitamin B2
แร่ธาตุ คือ แคลเซียม โซเดียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม และเหล็ก
เกลือแร่ คือ ไนเตรต ซัลเฟต คาร์บอเนต และโปรเพต
รสหวานๆ ในนมมาจากแล็คโตสที่มีส่วนผสมของน้ำตาลนั่นเอง
ส่วนสีขาวขุ่นมาจากไขมัน นมเป็นเครื่องดื่มที่รู้กันว่ามีแคลเซียมมากมาย
เรียกว่า 1 แก้ว (ประมาณ 8 ออนซ์) จะมีแคลเซียมประมาณ 300 มิลลิกรัม
การดื่มนมวันละ 3 แก้ว จะช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน และทำให้ร่างกายได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอ
แถมป้องกันอาการความดันโลหิตสูง และมะเร็งด้วย

และวันนี้ พี่ตินมีเรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับนม 15 ข้อ มาเล่าให้น้องๆ ฟังกันด้วยนะ
1. โดยเฉลี่ยแล้วคนอเมริกัน 1 คนจะดื่มนมประมาณ 400 แก้วต่อปี (มากกว่า 25 แกลลอนอีก)
2. นมนับว่าเป็นอาหารมื้อหนึ่งได้เลย มันมีส่วนผสมที่ควรค่าแก่ร่างกาย และช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้ดีมาก
3. โดยเฉลี่ยแล้ว วัวตัวหนึ่งจะผลิตน้ำนมได้ประมาณ 90 แก้วต่อวัน หรือประมาณ 200,000 แก้ว ตลอดชีวิตของมัน
4. ในนมมีสารที่เรียกว่า linoleic acid (CLA) ซึ่งเป็นสารที่ป้องกันมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคอ้วน
5. ในขั้นตอนการผลิตนมช็อกโกแลต มีการใช้สาหร่ายชนิดหนึ่งเข้าผสมด้วย มันเรียกว่า carrageenan
6. ผู้ชายต้องการแคลเซียมวันละ 1,000 มิลลิกรัม ประมาณแล้วเป็นนม 3 แก้ว
7. ทั้งที่หมดอายุแล้ว เรายังสามารถดื่มนมนั้นได้อีก 1 อาทิตย์หลังจากนั้น
8. ชาวกรีกโบราณเรียกชนเผ่าบาบาเรียนว่า นักดื่ม (นม)
9. การจะเก็บนมให้สดใหม่เท่าที่ทำได้ ให้เก็บไว้ด้านหลังตู้เย็น ตรงที่เย็นที่สุด ยิ่งอยู่ในอากาศร้อนเท่าไหร่ นมจะยิ่งเสียเร็วเท่านั้น
10. นมเป็นเครื่องดื่มหลักของ 17 รัฐ ในสหรัฐอเมริกา ได้แก่ อาร์คันซอร์, เดลาแวร์, หลุยเซียน่า, แมรี่แลนด์, มินเนโซต้า, มิสซิสซิปปี้, เนบราสก้า, นิวยอร์ก, นอร์ธ แคโรไลน่า, นอร์ธ ดาโกต้า, โอกลาโฮม่า, โอเรกอน, เพนซิลเวเนีย, เซาธ์ แคโรไลน่า, เวอร์มองต์, เวอร์จิเนีย และวิสคอนซิน
11. ชาวอังกฤษรู้จักนมของสัตว์ชนิดแรกคือ วัว เมื่อ 6,500 ปีที่แล้ว
12. หลุยส์ ปาสเตอร์สร้างเครื่องพาสเจอร์ไรซ์ขึ้นในปี 1864 เครื่องนี้ช่วยทำให้นมร้อนและเย็นลงอย่างรวดเร็ว เป็นการทำลายแบคทีเรียในนม โดยไม่ทำลายสารอาหารและรสชาติดั้งเดิมของมัน
13. สัตว์เกือบทุกประเภท คนเราสามารถเอาน้ำนมของมันมากินได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นม้า ลา แพะ แกะ อูฐ ควาย เรนเดียร์ สัตว์ที่ผลิตนมไม่ได้คือ หมูนั่นเอง
14. นมเป็นอาหารที่ดีสำหรับการลดน้ำหนัก กินแล้วอิ่ม และไม่มีแคลอรี่มากด้วย
15. น้ำตาลธรรมชาติในนมจะช่วยลดการเสี่ยงของมะเร็งได้ด้วย
Dek-d : อตินเอง
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.obesidad.net/, http://www.innovatewithdairy.com/, http://findarticles.com/
12 ความคิดเห็น
นม นม นม
อ่านแล้วหิวนมอ่ะ
เดี๋ยวไปหานมกินก่อนนะ
จ๊ะ
นม นม นม

อร่อยและมีประโยนช์
เพราะฉะนั้น
รักใครให้ดื่มนม
วันนี้คุณดื่มนมหรือยัง
ว่าแล้วก็หิวนม =w=
ขอบคุณสำหรับเกร็ดความรู้ดีๆนะคะ (_ _)