"มองโลกแง่ดี" ทำได้ง่ายนิดเดียว

 

     ทุกวันนี้เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ในชีวิตประจำวันของเรา เมื่อเราก้าวเท้าออกจากบ้าน เราต้องพอเจอกับ "สภาวะตึงเครียด" มากมาย ทั้งฝนตก รถติด น้ำท่วม มลพิษทางเสียง ทางอากาศ อะไรต่อมิอะไรมากมาย ... ในหนึ่งวันเราจึงเจอกับเรื่องราวต่างๆมากมาย ทั้งร้ายและดีปะปนกันไป

     บางคนก็เก็บเอาเรื่องราวเหล่านั้นมาคิดมาก คิดเล็กคิดน้อยจนมองว่าโลกนี้มีแต่เรื่องเลวร้าย แต่ในทางกลับกันบางคนกลับมองว่เรื่องราวเหล่านั้นเป็นประสบการณ์ชีวิตที่จะทำให้เราแข่งแกร่งและกล้าที่เผชิญกับความจริงในโลกใบนี้ได้อย่างมีสติ

     พี่เหมี่ยวมองว่าสังคมสมัยนี้มีปมมืดบอดอะไรซ่อนอยู่ในจิตใจของแต่ละคน ถ้าเรายิ่งคิดมาก มีทัศนคติในแง่ลบกับเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในแต่ละวัน จนกลายเป็นคนที่มีความคิดแบบลบๆจนแทบจะคิดอะไรในแง่บวกไม่เป็น สมองของเราก็จะส่งความรู้สึกไม่ดีออกมาสู่จิตใจทำให้เกิดภาวะเครียด เมื่อเครียดมากๆและเป็นระยะเวลานาน โรคไมเกรนก็อาจถามหา โรคหัวใจก็อาจตามมา หรือโรคอื่นๆ ที่เราคาดไม่ถึง เพียงเพราะมุมมองการใช้ชีวิตที่สามารถเปลี่ยนคนทั้งคนให้กลายเป็นอีกคนได้ในระยะเวลาอันรวเร็ว ...

     ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะคะ... นี่คือหนึ่งในหลายๆ ผลเสียที่เกิดจากความคิดและการมองโลกในแง่ร้ายเกินไป ฟังดูแล้วน่ากลัวไม่น้อยเลยนะคะ

     และถ้าใครเริ่มรู้ตัวว่าตัวเองกำลังจะเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย พี่เหมี่ยวขอแนะนำให้ลองหันมามองโลกในแง่ดี เพื่อรักษาสุขภาพจิตและป้องกันการเกิดโรคต่างๆ ก่อนที่จะสายเกินแก้นะคะ

     เราสามารถเริ่มต้นง่ายๆ เพียงแค่ลองสลับจากคิดแง่ลบอย่างเดียว หรือวิตกจริตอยู่คนเดียว ให้หันมาคิดอีกด้านหนึ่ง เช่น เราแต่งตัวออกจากบ้านอย่างมั่นใจ แต่เผอิญไปเห็นสายตาของเพื่อนบ้านกำลังมองเราอยู่ เราจะคิดว่าอะไร ระหว่าง

ข้อ 1. แต่งออกมาได้ไม่รู้จักส่องกระจกซะบ้าง
ข้อ 2. แต่งตัวดูดีจัง
ข้อ 3. แค่มองเฉยๆ ไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์อะไร

     แน่นอน ถ้าเราคิดในข้อที่ 1 แสดงความเรากำลังคิดในแง่ลบ ในใจของเราก็จะเกิดความวิตกและไม่มั่นใจ ส่งผลออกมาทางใบหน้า และสมองก็จะเครียด และหัวใจเต้นเร็ว เพราะเราเกิดความกลัวนั่นเอง แต่ถ้าเราคิดแบบข้อ 2และข้อ 3 เรียกได้ว่าเป็นคนที่คิดบวก ความมั่นใจในตัวเองก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เรายิ้มและก็ยังยิ้มให้คนที่มองเราอีกด้วย

     พี่เหมี่ยวว่าแค่ให้เราลองปรับความรู้สึกหรือการหยุดคิดแทนคนอื่นสักครั้ง มองโลกอย่างมีความสุข เราก็จะมีความสุข หัวใจของเราก็จะได้มีเกราะป้องกันเพิ่มอีกหนึ่งชั้น ไมเกรนก็ไม่ถามหา และยังได้ผิวหน้าที่สดใสดูอ่อนกว่าวัยมาเป็นของแถมอีกด้วยนะคะ

    

     ได้ยินแบบนี้แล้วพี่เหมี่ยวว่า เราลองมาใช้วิธีคิดแบบสุขนิยม คิดอย่างมีความสุข โดยที่ไม่ทำให้ตัวเองหรือผู้อื่นเดือนร้อน และก็คิดในทางที่ถูกที่ควร และที่สำคัญคิดให้เป็น เพราะบางอย่าง ถูกใจอาจไม่ถูกต้อง สิ่งที่ถูกต้องก็อาจไม่ถูกใจก็ได้นะคะ

     พี่เหมี่ยวแนะนำว่าถ้าน้องๆเริ่มรู้สึกว่า กำลังมองโลกในแง่ร้ายเกินไป ก็ควรพักความคิด หายใจเข้าลึกๆ หรือนั่งลง พร้อมกับจิบเครื่องดื่มผสมธัญพืชมากคุณประโยชน์ร้อนๆซักแก้วให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นค่ะ

     ต่อจากนั้นก็ลองประมวลเหตุและผลหรือสิ่งที่น่าจะเป็นตามเหตุผลหรือข้อเท็จจริง จนได้ข้อสรุปแต่ก็เก็บไว้ในใจ 50 % อีก 50 % รอความเป็นจริงที่เราต้องรับรู้ และก็ยิ้มสู้กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นนะคะ ...

"แค่นี้เราก็คิดบวกได้แล้วล่ะค่ะ"


เรื่อง : พี่เหมี่ยวเองค่ะ 

พี่เหมี่ยวขอขอบคุณ : ภาพประกอบจาก radio.mcot.netค่ะ

 

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

15 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
...... 15 มิ.ย. 51 21:09 น. 12
ขอบคุณมากค่ะ ที่ให้คำแนะนำดีดี เป็นคนที่คิดมากจริงๆ จนบางครั้งเราไม่รู้ตัว จะคิดแง่บวก พยายามไม่คิดมากนะค่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ก้อนเมฆบาง ๆ 16 มิ.ย. 51 16:51 น. 15
ใช่คะ ทั้งหมดทุกต้องเลย แต่ในบางทีความเครียดก็เป็นอีกรสชาติหนึ่งในชีวิตเหมือนกัน หรือหากคุณเครียดกับสภาวะที่กำลังเผชิญ ก็ลองคิดดูว่าคุณกำลังดูหนังเรื่องใดเรื่องหนึ่งอยู่สิ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด