|
Meet # 112 เมื่อก่อนพี่ตินเคยสงสัยเสมอเลยว่า หนุ่มเศรษฐศาสตร์จะเป็นคนแบบไหนน้า เพราะว่าคณะก็อยู่ข้างๆ กัน (พี่ตินอยู่รัฐศาสตร์) แต่ไม่ค่อยมีเพื่อนเป็นเด็กคณะนี้เลย (เพราะพี่ตินกลัวตัวเลข) นั่นแหละ และวันนี้ เราก็ได้มาจับเข่าคุยกับ Meet คนล่าสุด ที่พี่ตินเชื่อว่าเป็นเด็กเศรษฐศาสตร็เต็มตัว เรียกว่าได้เข้าใจคณะนี้ก็วันนี้เอง - - น้องๆ ที่อยากเข้าใจเหมือนกัน ก็ตามพี่ตินไปคุยกับน้องเอ็มกันเลยจ้า |
|
|
พี่ติน : แนะนำตัวอย่างละเอียดซิ น้องเอ็ม เอาให้เพื่อนๆ รู้จักเราชัดๆ เลยนะ |
|
น้องเอ็ม : ก่อนอื่นเลยก็ขอกล่าว Hello กับเพื่อนชาวเด็กดีทุกคนและพี่อตินด้วยนะครับ ผมชื่อธนวัฒน์ อัศววงษ์สันติ หรือเพื่อนเรียกกันในนามว่า เอ็ม ครับ เรียนอยู่คณะเศรษฐศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปีที่ 2 ครับ ผมนะครับเป็นชอบสีขาว รักที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งใหม่ๆ ในชีวิตแต่ดันชอบเรียนวิชาประวัติศาสตร์มาแต่ไหนแต่ไร ไม่ค่อยชอบเลขมากนักแต่ก็ดันเข้าคณะเศรษฐศาสตร์ซึ่งเป็นวิชาที่ต้องใช้เลขเป็นตัวอธิบาย ง่า!!55 ชอบคิดอะไรแปลกๆ ไม่เหมือนคนอื่นเขา บางทีอาจจะพูดจาก็งงๆ บ้าง <อันนี้จากเพื่อนที่คุยกันบ่อยบอกมาครับ> หรือไม่ก็อาจจะดูเครียดไปในช่วงจังหวะของการใช้ชีวิต อาจจะเป็นเพราะชีวิตเราเป็นคนที่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อยมากหรือบางทีบ่อยดีจนน่ากลัวเลยแหละ แต่ก็เป็นคนชอบบริโภคงานศิลปะบวกกะเป็นคนรักสนุกนะ และสุขภาพแข็งแรงดีครับ
|
|
|
พี่ติน : เรียนเศรษฐศาสตร์ อินเตอร์ฯ เหรอ ทำไมอยากเรียนคณะนี้ละ เลือกเพราะอะไร |
|
น้องเอ็ม : ครับ ถูกต้องแล้วครับพี่ ผมอะเรียนคณะนี้มาจะ 2 ปีแล้วนะ ถ้าจะพูดถึงสิ่งที่ว่าทำให้อยากเรียนคณะนี้คงต้องกลับไปเวลาก่อนเข้าปีหนึ่งตอนที่เรายังเซเว่นตีนอยู่เลย55 ไม่ใช่ครับเซเว่นทีน ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่ขยันเรียนจัดเพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าเป็นช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตใครหลายคน และหนึ่งในนั้นก็ผมเลย จากเด็กที่แบบเรียนได้ 2 ต้นๆ ตอนอยู่ม.3 ที่เซนต์คาเบรียลกับความฝันที่จะได้เข้ามหาลัยรัฐบาลก็ดูว่ามันมีโอกาสไม่มากนัก ประกอบกับวิชาที่เด็กเก่งเขาจะมีคุณสมบัติดีพร้อมเช่น วิทย์ เลข อังกฤษ ผมก็ได้ไม่เคยถึง 3 สักที ผมอะแม้ฝันแต่ตอนนั้นยังเด็กอยู่เลยไม่กล้าคิดต่อหรอกครับว่าจะเอาไงดี แต่แบบคุณรู้ไหมว่าคนเราชีวิตนี้ไม่ใครกำหนดได้จริงๆ นะ เพราะในสามปีให้หลังของช่วงมัธยมปลายนี้ ผมได้โอกาสดีๆ ในชีวิตมากมายที่ได้เรียนรู้สิ่งที่เรียกว่าช่วงย่ำแย่ที่สุดในชีวิตที่มีแต่ปัญหาจนไปถึงจุดที่ได้รับโอกาสดีๆ จนเรามีกำลังใจและสู้ในสองปีสุดท้ายจนได้เข้ามาคณะแห่งนี้ โดยช่วงเวลานี้เองนั้นแหละพี่ที่ผมได้รู้จักบรรยากาศของธรรมศาสตร์ที่น่าสนุกและประทับใจนั้นเอง หนึ่งอาทิตย์กับการมานอนเล่นหอนอกกับพี่สาวเป็นสิ่งที่จุดประกายเลยว่านี่แหละคือมหาลัยที่ผมจะต้องเข้าให้ได้ เรื่องของเรื่อง อันที่จริงแล้วผมจะตามพี่สาวไปตลอดเลยดูสิว่าเขาทำไรกันแบบชีวิตใช้กันยังไง ไปเดินตลาดนัดหนุกไหมแล้วคอนเสิร์ตที่เขาบอกว่าตอนกลางคืนมีบ่อยๆ เป็นไง จนได้เจอพี่คนหนึ่งที่เป็นเพื่อนพี่สาวและเรียนอยู่คณะเศรษฐฯ อินเตอร์นี่แหละครับ เขาเล่าให้ฟังว่าที่เรียนเป็นไงบ้างแต่แรกๆ อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่ามันก็คล้ายกับบรรยากาศทั่วไป แต่สิ่งที่ทำให้ผมสนใจเอามากๆ เลยคือความคิดที่พี่เขามี เป็นความคิดที่จัดระบบดีมากและมีมุมมองอะไรที่คนทั่วไปมักมองไม่เห็นพี่เขาบอกว่าเมื่อก่อนก็ไม่ได้เป็นอย่างนี้นะ แต่แบบไอ้น้องเอยเรียนคณะนี้แล้วมันทำให้เราคิดอย่างนี้จริงๆ ตั้งแต่นั้นมามันเหมือนเสียงตีระฆังแบบคิดออกแล้วโว้ยว่าต่อไปนี้จุดหมายของเราคืออะไร ิ๊ |
|
|
พี่ติน : เล่ายาวเหลือเกิน ถามต่อนะ แล้วเศรษฐศาสตร์นี่ต้องเรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง |
|
น้องเอ็ม : ก่อนอื่นเลยนะครับอยากให้รู้ก่อนเศรษฐฯ คืออาไร เศรษฐศาสตร์คือการจัดการทรัพยากรต่างๆ บนโลกนี้ที่มีอยู่น้อยนิดให้มีประโยชน์สูงสุดอะครับ แต่จะให้พูดกันง่ายๆ ก็คือเราเรียนเกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจต่างๆ ทั้งที่เคยเกิดขึ้นแล้ว มีอยู่และแนวทางในอนาคต ในรูปแบบของภาพรวมของเศรษฐกิจจนไปถึงภาคเล็กๆเช่นหน่วยของการผลิตเป็นต้น โดยเลขนั้นเปรียบเสมือนเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ที่ทำให้เราอธิบายสิ่งต่างๆ ในเศรษฐกิจได้ รวมไปถึงการสร้างระบบทางเศรษฐกิจจากตัวเลขด้วยเช่นกัน แต่สำหรับคนที่ไม่เก่งเลขมากนักก็อย่างน้อยใจไปนะครับซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในนั้น เพราะที่นี่สอนให้เราเข้าใจและสามารถอธิบายทฤษฎีในรูปแบบของทั้งเลขและเนื้อหาด้วย และสิ่งที่พวกเราชาวเศรษฐฯ จะรู้กันดีว่าไม่มีทางไม่ได้เลยเวลาเรียนวิชานี้เพราะต้องมีแน่ๆคือกราฟนั่นเองครับ โดยส่วนตัวแล้วไม่มีวิชาไหนชอบเป็นพิเศษนะครับแต่ที่ประทับใจและได้จริงๆ หลังจากเรียนแล้วคือระบบความคิดที่ดีขึ้นในภาพรวมต่างๆ เรียนแล้วเหมือนเข้าใจอะไรในโลกมากขึ้นที่เราไม่เคยรู้อะครับแบบว่า เอ๊ะ มันทำให้เรามีความคิดขึ้นจริงๆ นะเนี่ย ดีจัง 55 และจุดเด่นที่เห็นได้ชัดของคณะคือเราได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ จากแทบทุกคณะเลย ทั้งบัญชี กฏหมาย การปกครอง ศิลปะ ในรูปแบบของแนวความคิดที่มีระบบอย่างเศรษฐศาสตร์เลยทำให้เราไปทำงานอะไรก็ได้นะแบบไม่ตายตัวเลย |
|
|
พี่ติน : อยากรู้ว่าระหว่างเศรษฐศาสตร์ ธรรมดา กับอินเตอร์ มันต่างกันตรงไหนอ่า เล่าให้พี่ตินฟังหน่อยได้ไหม (จริงๆ อยากรู้มานานแล้ว เดาเอาว่าคงเรียนเน้นภาษาอังกฤษป่ะ ไม่แน่ใจ) |
|
น้องเอ็ม : จิงๆแล้วนะครับทั้งเศรษฐศาสตร์ ภาคไทย หรือ อังกฤษเนี่ยโดยเนื้อหาทั่วไปแล้วก็เหมือนกันนะครับ แค่เรียนกันคนละภาษาเท่านั้นเองอาจารย์บางคนสอนทั้ง 2 ภาคเลยก็มี แต่แบบต่างกันก็คงจะแค่ภาษาที่ใช้เรียนคือเรียนภาคไทยก็เก่งได้นะ เพราะบางทีไม่เข้าใจไปถามพี่ภาคไทยเข้าก็อธิบายได้อย่างดีเลยแหละงั้บ พูดถึงภาษานั้นแบบก็คือเราเรียนทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษครับทั้งเลข และอื่นๆ อีกมากมายอาจารย์จะไม่ยอมพูดภาษาไทยกับเราเลยเวลาสอนหรือแม้กระทั่งเข้าไปถามก็ไม่ได้นะต้องแบบอังกฤษนะ และก็มีอาจารย์ต่างชาติซึ่งไม่ต้องพูดถึงตอนเรียนก็น่าจะรู้นะครับ แฮะๆ ถึงแม้ภาคอังกฤษเราจะต้องเรียนอยู่ท่าพระจันทร์ 4 ปีเลย แต่เราก็มีการติดต่อกับเพื่อนๆ ภาคไทยด้วยเพราะว่าคณะเราทั้ง 2 ภาคจะอยู่ในโต๊ะกลุ่มเดียวกันเลยเฉลี่ยกันไปแต่ละโต๊ะ เวลามีรับน้องก็จะมีด้วยกันในโต๊ะกลุ่มไม่มีแบ่งแยกนะ |
|
|
พี่ติน : สำหรับใครที่อยากเรียนเศรษฐศาสตร์อินเตอร์ ม.ธรรมศาสตร์ น้องเอ็มอยากแนะนำว่าอะไรดี พวกเขาควรเตรียมตัวอย่างไรให้พร้อม |
|
น้องเอ็ม : การเข้าเรียนที่นี่ เข้าได้ในแต่ละปีไม่เหมือนกันลองเปิดเว็บดูนะครับแต่หลักๆ เลยมีอยู่ 2 ทางคือสอบตรงและยื่นคะแนนอะ แบบส่วนใหญ่ก็จะสอบหรือเอาคะแนนในวิชาเลขหรืออังกฤษนะครับ แต่ที่อยากแนะนำเลยก็คือควรจะลองดูช่วงเวลาการรับสมัครดีๆ เพราะเวลาอาจจะแตกต่างจากระบบภาคไทยได้ถ้าจำไม่ผิดครับ ช่วงปลายปีนะ และถ้าอยากรู้จักเศรษฐฯ มากขึ้น อาจจะมาค่ายเปิดคณะที่พี่ๆ จัดให้ก็ได้นะครับ ก็ขยันๆ เรียนแล้วกันครับ เพราะรู้สึกว่าถ้าคุณตั้งใจนะสักวันมันต้องเป็นวันของคุณอยู่แล้วแหละยังไงก็เชียร์ทั้งภาคไทยและอังกฤษนะ
|
|
|
พี่ติน : พวกเพื่อนๆ ในคณะเป็นคนแบบไหน สังคมที่นี่เป็นยังไงบ้าง |
|
น้องเอ็ม : อยากจะบอกแหละครับว่าเพื่อนที่นี่คือหนึ่งในสาเหตุหลักที่ผมรักคณะนี้มาก ไม่ใช่แค่เพื่อนนะครับก็ทั้งน้องๆ พี่ๆ ด้วยเพราะที่นี่ถึงแม้ว่าจะเรียนแบบ inter แต่เพื่อนๆ ส่วนใหญ่กันเองแบบสุดๆ ไม่ถือตัวทุกคนเลย เพื่อนๆ ที่นี่ก็หนุกหนานนะครับ บ้าบอดี แล้วสังคมนี่ถ้าไม่ได้บอกว่าเรียน inter คงนึกว่าสังคมทั่วไป happy เหมือนภาคไทยเลยและโดยเฉพาะอย่างยิ่งรุ่นนึงตอนนี้มีอยู่ปะมาน100คน สนิทกันอยู่กันแบบอบอุ่นก็เรามีอยู๋กันแค่นี้นี่ครับ เราก็เลยเข้าใจกันเป็นธรรมดาและการคุยกันที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาเมื่อเราเจอกันเพื่อความเมามันของชีวิต 555 |
|
|
พี่ติน : อนาคตเมื่อจบคณะนี้ คิดว่าอยากจะทำอะไรต่อ |
|
น้องเอ็ม : คือผมอยากทำงานด้านศิลป์ๆ นะ 55 งงอะดิครับว่า เรียนเศรษฐแล้วไหงไม่ทำงานตามทางที่เรียนละก็จริงๆ แล้วสำหรับบางคนอาจจะวิชานี่แนวเขาเลย ผมนะชอบมากตรงความคิด แต่ตัววิชาจริงๆ แล้วก็ไม่ได้อินมากเท่ากับงานศิลป์ๆ นะ อยากทำงานเกี่ยวกับการสร้างหนังครับเป็นความฝันของผมเลยแหละที่จะได้สร้างหนังสักเรื่อง ส่วนที่เรียนมา เพราะผมเชื่อว่าการเรียนปริญญาตรีเรียนสิ่งที่เป็นพื้นฐานความคิดทั่วไปเท่านั้นเองแต่ถ้าทำงานคงต้องไปต่อโทซึ่งแน่นอน ฟิลม์คือสิ่งที่ผมจะเลือกเป็นตัวต่อไปครับ |
|
|
พี่ติน : น้องเอ็มใช้ชีวิตแบบไหน สไตล์ไหน มีปรัชญาชีวิตไหม |
|
น้องเอ็ม : ปรัชญาเลยหรือ 55 พี่ จริงๆ แล้วผมก็มีอยู่ 2 อันนะคือ ล้มแล้วต้องลุก เลียใจได้แต่ห้ามหยุด เพราะที่ผ่านมามันมีอุปสรรคมากมายเหลือเกิน ที่ทำให้แทบเคยไม่อยากลุกอีกเลย เพราะผมเชื่อว่าสักวันต้องมีวันของเราครับ เวลาใช้ชีวิตก็ใช้ชีวิตแบบให้รางวัลกับตัวเองบ้างและอยู่บนพื้นฐานของความสุข ลองดูดิครับถ้าเรายิ้มกับสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้นสัก2-3ครั้งแล้วกลับมานักคิดดูเอ..วันนี้เรามีความสุขขึ้นนะ 55ส่วนเวลาเครียดก็ปล่อยออกมาบ้างกับคนที่เราเชื่อใจ เราไม่อยู่ตัวคนเดียวนะมีคนอีกมากมายที่เรารักและเขารักเราฉะนั้นไม่ควรทำร้ายตัวเองด้วยการเก็บเรื่องต่างๆ ให้ทุกข์อย่างยิ่ง เพราะไม่ว่ายังไงอะไรๆ มันก็แก้ได้หมดแหละแค่หยุดแล้วคิดหรือไม่ก็ให้เวลาช่วยสักพักทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง |
|
|
พี่ติน : ถ้าได้เกิดอีกรอบ อยากจะเกิดเป็นอะไรดี |
|
น้องเอ็ม : ถามแปลกๆ นะพี่ แต่ถ้าจะให้เกิดนะครับอะแน่นอนผมย่อมอยากเกิดเป็นคนเหมือนเดิม เป็นลูกของพ่อแม่ เป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้องของคนที่เรารู้จัก เป็นตัวตนในตอนนี้ที่เราเป็นอยู่ เพราะที่ผ่านมาอาจจะมีอะไรเสียใจมาบ้าง แต่ก็คุ้มเหลือเกินที่ชีวิตนี้ผ่านจนถึงจุดนี้และได้รับอะไรดีๆหลายอย่างนะ ผมรู้สึกว่าบางทีผมก็โชคดีอยู่มากเลยทีเดียวแหละ |
|
| พี่ติน : เปรียบเทียบเอ็มกับสัตว์ |
| น้องเอ็ม : เป็นปลาโลมาดีไหม จะได้เป็นเพื่อนกับมนุษย์ทุกคนเอะ <แล้วตกลงเราเป็นคนปะเนี่ย> ที่บอกว่าเหมือนอะเพราะชอบกินปลาและว่ายน้ำ จริงๆๆ นะ 55 กินปลาแล้วจะดีใจเพราะอร่อยดี 555 บ้าไปแล้ว แล้วก็เป็นคนสนุกสนาน รักพวกพ้องมาก และที่สำคัญปลาโลมาได้อยู่บนเวทีบ่อยๆ เลยก็เหมือนที่เราชอบเล่นละครเวทีนะครับ |
|
|
พี่ติน : เล่าถึงครอบครัวให้ฟังหน่อยสิ มีกันกี่คน เป็นยังไงกันบ้างเอ่ย |
|
น้องเอ็ม : ครอบครัวของป๋มนะครับมีอยู่ 5 คนนะครับ ที่บ้านก็ทำการธุรกิจการค้าทั่วไป เอาจริงๆ แล้วที่บ้านเลี้ยงแบบช่วยเหลือตัวเองตลอดเลยนะ เช่นตั้งแต่ประถมก็นั่งรถกลับบ้านเองด้วยแหละเก่งไหมครับ 555 ทั้งบ้านก็เลยมักจะเป็นคนมีความคิดที่เป็นของตนเอง แต่เวลามีอะไรก็จะพูดกันตรงๆ จะได้เข้าใจกันไปเลย โห สมัยใหม่น่าดู แต่แบบกับความคิดโบราณก็ยังคงมีอยู่บ้างตามสไตล์ของคนจีน เช่นการเรียนวิศวะคือการซ่อมเครื่องจักรสำหรับพวกเขา ลูกทั้ง3คนก็จะมีภาษาที่ 2 ต่างจากพ่อแม่ ซึ่งเวลาคุยกันเป็นส่วนตัวก็จะพูดกันด้วยภาษาจีน Soundtrack ซึ่งฟังไม่ออกและดูลึกลับดี 55 |
|
|
พี่ติน : ตอนนี้น้องเอ็มมีอะไรที่สนใจเป็นพิเศษไหม |
|
น้องเอ็ม : แบบสนใจอะตอนนี้มีอยู่มากมาย แต่แบบที่มากๆ เลยก็คือกำลังจากไปพิเศษเรียนการแสดงจะเริ่มแล้วอะครับต้นปีหน้า |
|
|
พี่ติน : ดีจัง เล่าเรื่องตัวเองเพิ่มอีกหน่อยได้ไหม จะได้รู้จักกันมากขึ้นไง |
|
น้องเอ็ม : อย่างที่ได้รู้จักผมไปบ้างแล้ว ผมนะเวลาเจอใครส่วนใหญ่จะคุยด้วยอย่างเต็มที่เลย 55บางคนอาจจะคิดว่าแบบแปลกๆ นะครับ แต่ไม่หรอกเพราะเพื่อนหลายคนบอกว่าวันแรกคุยกับผมยังไงผมก็คงยังงั้นวันนี้ เพราะผมคิดว่าแบบว่าแบบไหนๆ จะรู้จักเป็นเพื่อนแล้วก็ทำความรู้จักกันให้ดีแบบเฮฮาไปเลย มันก็คงทำให้ผมดูโก๊ะๆ รั่วๆไปบ้าง แล้วบางทีก็ชอบทำอะไรไม่เหมือนชาวบ้าน 55 รักภาพยนตร์และการแสดงละครนะครับ เห็นยังงี้เวลาจะทำอะไรจะทำอย่างสุดกำลังเลยทีดียว ก็เขาอุตส่าห์ให้งานมาแล้วก็ต้องทำอย่างละเอียดไปเลยจนบางทีเหมือนเครียดไปเลยก็มี หลายครั้งที่เป็นคนค่อนข้าง Sensitive นะครับ เพราะมีอะไรนิดหน่อยเราก็จะรู้สึกไปกับมันมากหรือคิดมากไปเองมั้ง แต่เพื่อนบอกก็ดีแล้วแคร์คนอื่นดี 55 |
|
| พี่ติน : แล้วคิดยังไงกับเว็บเด็กดีดอทคอม |
0 ความคิดเห็น