แม้บรรยากาศการประกาศผลแอดมิชชั่น 58 จะผ่านพ้นไปแล้ว แต่เชื่อว่าหลายคนยังตื่นเต้นอยู่ไม่หายเลยใช่มั้ยล่ะ พี่แก้วเองก็พลอยลุ้นและตื่นเต้นไปกับน้องๆ ทุกคนด้วย เหมือนเพิ่งสอบติดมหาวิทยาลัยไปเมื่อไม่นานมานี้เอง แต่ว่า...อย่างที่รู้ๆ กันแหละค่ะ ว่าระบบการแอดมิชชั่นในช่วงปีหลังๆ มานี่ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เอาแน่เอานอนไม่ได้จริงๆ ยิ่งเทียบกับระบบเอ็นทรานซ์ในสมัยก่อนแล้วละก็ ยิ่งแตกต่างกันเยอะ!
วันนี้พี่แก้วและ Time Machine จะพาน้องๆ วัยรุ่น เด็กแอดฯ ยุคนี้ ไปย้อนดูบรรยากาศของการเอ็นทรานซ์รุ่นพี่ๆ ยุคเอ็นทรานซ์รุ่นสุดท้ายก่อนเปลี่ยนแปลงระบบ (ช่วงปี 2542-2548) ที่มีอะไรสนุกๆ แตกต่างจากการสอบในสมัยนี้ เทียบกันให้เห็นจะจะไปเลย เด็กแอดฯดูได้ เด็กเอ็นท์(ในอดีต) มาดูก็ยังดี เด็กม.6 รุ่นไหนๆ ก็อิน
เอ็นทรานซ์-แอดมิชชั่น
เริ่มจากเรื่องแรกแบบเบสิกสุดๆ ก็คือระบบการสอบนี่ล่ะ จากสมัยโน้น ใช้ระบบที่เรียกว่า เอ็นทรานซ์ (Entrance Examination) เป็นการสอบแข่งขันเพื่อคัดเลือกเข้าสู่มหาวิทยาลัยแบบวัดใจกันทั้งประเทศ ก็เปลี่ยนระบบมาเป็นแอดมิชชั่น (Admission) ระบบการรับเข้า ที่เพิ่งเริ่มในปี 2549 นี่เอง
ปัจจุบันถ้าได้ยินใครพูดคำว่า “เอ็นท์” อยู่ละก็ อนุมานอายุได้ทันทีว่าอย่างต่ำต้องเฉียดเข้าใกล้เลข 3 แล้วสินะ สินะ

ระเบียบการเอ็นทรานซ์ VS ระเบียบการแอดมิชชั่น

ระบบเอ็นทรานซ์ช่วงนั้น แต่ละคนจะต้องได้รับจดหมาย 3 ซอง 3 สีนี้! ในขณะที่สมัยนี้ ไม่พึ่งพี่ไปรษณีย์แล้วจ้า
วิธีสอบ
ย้อนไปในช่วงเอ็นทรานซ์ยุค 2542-2548 จะมีการสอบวิชาหลักและวิชาเฉพาะทั้งหมด 2 รอบ (รอบตุลาคม และรอบมีนาคม) แล้วเลือกเอาคะแนนที่ดีที่สุดของแต่ละวิชา พร้อม GPA (เกรดเฉลี่ยสะสม) และ PR (ค่าความสามารถของนักเรียนในแต่ละกลุ่มโรงเรียน) แล้วยื่นเลือก 4 คณะโลด หลายคนบอกดีสิ สอบ 2 รอบ จะได้แก้ตัวได้ แต่หลายคนก็จบเห่ เพราะคะแนนแย่กว่ารอบแรกอีก อันนี้ตัวใครตัวมันค่ะ
ในขณะที่ระบบแอดมิชชั่นปัจจุบัน สอบ O-NET (8 กลุ่มวิชาสาระ เทียบไปก็เหมือนวิชาหลักของระบบเอ็นทรานซ์นั่นแหละ) สอบ 1 รอบ และ GAT/PAT (ทดสอบความถนัด) สอบ 2 รอบ แล้วยื่นเลือก 4 คณะ งานนี้ทางผู้ใหญ่ใจดีเค้าบอกว่า ที่ปรับก็เพราะจะได้ไม่ต้องสอบวิชาการเยอะ ไม่ต้องติวหนังสือกันบ้าระห่ำแบบสมัยก่อน (แต่เอาเข้าจริง ดูเหมือนจะติวกันหนักหน่วงกว่าเดิมอีกเนี่ย)
ห้องแนะแนว-โปรแกรมคำนวณคะแนน
สมัยก่อนน่ะเหรอ จะเลือกคณะอะไร ถ้าไม่เข้าห้องแนะแนวไปถามครู ก็หาดูคะแนนต่ำสุดสูงสุดในหนังสือระเบียบการ เก็งคะแนนจากข้อมูลเก่า หรือถามครูแนะแนว ไม่งั้นก็ลอกตามเพื่อนเอาซะเลย
ส่วนสมัยนี้เหรอ เรียกว่ามีตัวช่วยเยอะ! ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ กูรูผู้พึ่งได้ ไหนจะโปรแกรมคำนวณคะแนนอีก เข้าเน็ตปั๊บ กรอกคะแนนปุ๊บ รู้ผลทันทีว่าดีไม่ดียังไง ใช้เป็นตัวช่วยตัดสินใจง่ายกว่าเยอะ (แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เชื่อตัวเองดีที่สุดค่ะ ดูจากหลายๆ อย่างรวมกัน อย่าเชื่อทางใดทางหนึ่งโดยเฉพาะ ที่เหลือก็ขึ้นกับดวงด้วย เพราะคะแนนแต่ละปีก็เหวี่ยงได้ใจ ระวังจะเจ็บไปเจ็บมาไม่รู้ตัว!

สมัยนี้แค่เข้าโปรแกรมคำนวณคะแนน กรอกคะแนน แล้วเลือกคณะ
ก็มีกราฟขึ้นมาเปรียบเทียบให้เห้นชัดๆ ทันสมัยสุดๆ
ตัดแปะ-คลิกเมาส์
เชื่อว่าน้องๆ คงจะงง ตัดแปะอะไร ไม่เข้าใจ เล่าง่ายๆ ให้เห็นภาพ สมัยก่อนเวลาจะยื่นเลือกคณะ จะต้องซื้อหนังสือระเบียบการ ในนั้นจะมีข้อมูลที่เป็นตารางของแต่ละคณะ แต่ละมหาวิทยาลัย ใครจะเข้าคณะไหน ตัดรหัสนั้นมาแปะในใบสมัครเลยค่ะ ตัดแล้วใช้กาวแท่งค่อยๆ บรรจงติดอันดับ 1 2 3 4 ลงไป งานนี้บอกเลยว่าต้องใช้ทักษะศิลปะตัดแปะชั้นสูง ไหนจะช่องเล็กจิ๋ว ไหนจะกลัวมันปลิวระหว่างตัด ไหนจะตัดผิดช่อง แปะผิดด้าน โอ๊ย เชื่อเถอะว่าเด็กเอ็นท์สมัยนั้นเจอมาหมด

เลือกคณะ แล้วตัดรหัสมาแปะในใบสมัครเลยค่ะ งานนี้ต้องทำดีๆ ไม่งั้นมีแปะผิดแปะถูก
หรือซวยสุดๆ ตัดมาแล้วปลิวหายไป ใบเล็กนิดเดียว หาไม่เจอแน่ๆ
ในขณะที่สมัยนี้ แค่มีอินเทอร์เน็ตก็พอ เข้าเว็บเลยจ้า กรอกชื่อกับหมายเลขบัตรประชาชน แล้วลงคณะที่เลือก 4 อันดับ ปริ๊นใบออกมา จะปริ๊นท์กี่สิบใบก็ไม่มีใครว่าอะไร ตัดสินใจให้ดี แล้วหยิบใบที่ใช่ ไปจ่ายตังค์ที่ 7-11 ใกล้บ้าน เป็นอันเสร็จพิธี โบกมือลากาวแท่งยู้ฮูได้เลย
เช็กผล รอจดหมาย-รอลุ้นในเน็ต
เอาละ มาถึงการประกาศผลเอ็นท์ (แอดมิชชั่น) สักที ถ้าเป็นสมัยก่อน รุ่น 2542-2548 จะมีทั้งประกาศผ่านเว็บ หรือรอจดหมายที่แจ้งผลการคัดเลือกมาส่งที่บ้าน แต่อะไรก็ไม่คลาสสิกเท่ากับการไปยืนลุ้นส่องรายชื่อที่ติดไว้ที่บอร์ดของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ใครใจร้อน ต้องไปรอตั้งแต่มืด อย่าลืมถือไฟฉายหรือเทียนไข ไว้ส่องไฟหารายชื่อกันด้วยนะ ส่องไปลุ้นไป โอ๊ย หัวใจจะวาย ใครติดคณะไหน ก็มีรุ่นพี่คณะนั้นรอต้อนรับอยู่ใกล้ๆ บูมบาลาก้า พาสันทนาการฮาเฮกันไป สนุกจะตาย
ในขณะที่สมัยนี้ แค่ลุ้นผลในเน็ต เปิดเว็บเช็กเอา อยู่ที่ว่าเน็ตเน่า เต่าคลานแค่ไหน จะมีลุ้นหน่อยก็ตรงที่ถ้าเปิดมาจังหวะไม่ดี มีเว็บล่มประจำ ทำใจได้เลย

ทุกอย่างทำที่หน้าคอมฯ ไม่เว้นแม้แต่ลุ้นผลคะแนน
งานนี้ใครเน็ตดีได้เปรียบไป ยกเว้นเว็บล่ม ระบบพัง ก็เกิดมาแล้ว
แต่ละยุคแต่ละสมัย ก็มีสีสันการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่แตกต่างกันไปค่ะ แล้วน้องๆ ละค่ะ ถ้าเลือกได้ อยากสอบแบบไหน อยากให้ประกาศผลแบบใด มาคุยกันที่กล่องคอมเมนต์ข้างล่างนี้เลย ส่วนใครที่เกิดทันสมัยก่อนโน้น ยังมีอะไรอีกบ้างนะ ที่แตกต่างจากสมัยนี้ ที่พูดกี่ทีก็คิดถึงความคลาสสิกในยุคนั้นจริงๆ มารำลึกความหลังกับ Time Machine กันนะ






29 ความคิดเห็น
เราชอบระบบ ENTRANCE
เราอุตส่าห์ดีใจว่าตอนนั้นจะได้สอบระบบนี้
เพราะพวกพี่ ๆ กับพวกหลาน ๆ ที่อายุมากกว่าเราสอบ ENTRANCE กันทั้งนั้น
แต่พอเราขึ้นม.4 ตอนปี 2549 กลับเปลี่ยนระบบเป็น Admission ซะงั้น
เราเป็นเด็กแอดมิชชั่นรุ่นสุดท้ายที่สอบ A-NET มีนาคม 2552
อ๋อ ที่แท้คำว่าเอนทรานซ์ก็คือแบบนี้นี่เอง เคยอ่านนิยายสมัยก่อนเล่มเก่า ๆ ที่พี่ซื้อต่อจากพบพี่ของเพื่อนพี่อีกที ก็เห็นนางเอกพูด ปีนี้เอนท์ ต้องอ่านหนังสือ ไอเราก็งง เอนท์อะไรหว่า เข้ามหาลัยรึ อันเดียวกับแอดมินชั่นรึเปล่า #บ่งบอกอายุคนเขียนมากครับ #ฮา
เจอกระทู้แบบนี้ นึกถึงประสบการณ์ส่วนตัวเก่าๆ เลยุนะ ตอนตัดแปะคะแนนเนี่ย เสร็จแล้ว ต้องเอาคะแนนให้แม่ดู ปรากฎแม่ไม่เห็นด้วยแล้วแกะรหัสคณะที่ผมแปะไว้ออกเลย บอกให้เลือกใหม่ด้วย พร้อมประโยคสุดฮิต "เชื่อแม่สิ" "นี่แม่หวังดีนะ" สุดท้ายต้องตัดรหัสส่งไปให้แม่เช็คว่าผมเลือกคณะไหน แล้วแม่แปะติดให้เอง ตอนส่งใบไปก็เลือกแพทย์จุฬาอันดับ 1 ไปทั้งๆ ที่มั่นใจว่าไม่ติด 100% ติดอันดับ 2 ตามคาด แม่มาถามด้วยว่าผมไปแอบแก้ใบไปอีกรึเปล่า
เสียดาย มาไม่ทันระบบจดหมายสามสี แต่ผมจะเอาไอเดียนี้ไปปรับใช้ในกิจกรรมในอนาคตครับ #จดหมายใบเก็บคะแนน