Spoil
- ประกาศ BNK48 รุ่นที่ 3 จะมีเด็กจากกัมพูชา ลาว และเมียนมาร์
- ชาวเน็ตดราม่าอยากให้มีแต่เด็กไทย ตามคือ Bangkok48
- AKB48 เองก็มีเมมเบอร์ต่างชาติ ถึงแม้จะไม่ใช่คนญี่ปุ่นก็ตาม
___________
หลังจากที่มีการแชร์จากคุณ Tuangporn Asvavilai ว่าจะมีการออดิชั่น BNK48 รุ่นที่ 3 ที่เป็นความร่วมมือของประเทศเพื่อนบ้าน โดยวัตถุประสงค์ของโปรเจ็กต์นี้ คือการคัดเลือกวัยรุ่นกัมพูชาจำนวนหนึ่งไปเป็นสมาชิก BNK48 รุ่นที่ 3 ซึ่งจะถูกส่งไปเทรนที่ประเทศไทย โปรเจคนี้จะเริ่มต้นที่กัมพูชา และดำเนินการต่อที่ "ลาว" และ "เมียนมาร์" ทำให้ในอนาคต BNK48 รุ่นที่ 3 จะมีสมาชิกจาก "ไทย" "กัมพูชา" "ลาว" และ" เมียนมาร์" ก็เกิดกระแสร้อนระอุในโซเชียล ที่หลายๆ คนพร้อมเชียร์เต็มที่ ในขณะที่ก็มีแฟนคลับบางส่วนมองว่าไม่เหมาะสม ยังไม่อยากให้มีชาวต่างชาติในวง แค่มีไทยกับญี่ปุ่นก็เพียงพอแล้ว
ส่วนหนึ่งของคอมเมนต์ที่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้

จากคอมเมนต์ของหลายคนให้ความคิดเห็นในเชิงว่าการรับเด็กสาวจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาจะทำให้เสน่ห์ของวงน้องสาวแบบไทยๆ หดหายไป และความพยายามของเด็กๆ เพื่อนบ้านคงจะไม่สำเร็จแน่ แต่จริงๆ แล้ว พอลองย้อนไปดู ก็พบว่า AKB48 วงพี่สาวที่เป็นต้นตำรับเองก็เคยเปิดรับชาวต่างชาติมาเป็นเมมเบอร์ที่ประสบความสำเร็จมาแล้วด้วย
เมมเบอร์ต่างชาติคนแรกของ AKB48
มาจาริน AKB48 หรือ หม่าเจียหลิง เด็กสาวชาวไต้หวันหน้าตาน่ารักสดใสคนนี้ เธอคือเมมเบอร์ต่างชาติแท้ๆ คนแรกและคนเดียวของ AKB48 ที่ผ่านการออดิชั่นที่ไต้หวันในปี 2015 และถูกเลื่อนให้เป็นหนึ่งในสมาชิกทีม B เพียงแค่ไม่กี่เดือนหลังจากนั้น จนขึ้นชื่อว่าเป็นสมาชิกที่ถูกโปรโมตเร็วที่สุดคนหนึ่ง ปัจจุบันมาจารินย้ายไปอยู่ในทีม 4 เป็นที่เรียบร้อย
หลายคนสงสัยว่าแล้วชาวต่างชาติที่ไม่ใช่คนญี่ปุ่นแบบนี้ จะไปรอดเหรอ? ถ้างั้นมาดูที่ผลงานโดดเด่นของมาจาริน เธอติดเซ็มบัตสึในหลายๆ ซิงเกิล และได้เซ็นเตอร์เพลงรองในซิงเกิ้ลที่ 51 คือเพลง Tomodachi ga Dekita ในขณะที่งาน The 10th AKB48 World Senbatsu ที่มาจารินลงเลือกตั้งก็ติดอันดับที่ 97 ด้วย ซึ่งแน่นอนว่ากว่าจะมาจุดนี้ได้ ก็ต้องฝ่าฟันมาไม่น้อย เพราะเป็นชาวต่างชาติคนเดียวในวง ไหนจะเรื่องภาษา วัฒนธรรม และการแข่งขัน ซึ่งมาจารินเคยระบายออกมาทั้งน้ำตาในไลฟ์หลังจากครบรอบการมาญี่ปุ่น 1 ปีด้วย
มาจาริน AKB48 กับมิวสิค BNK48
ใครรัก ใครชอบมาจาริน ติดตามเธอได้ที่ IG macyacyarin
และด้อมแฟนไทย Ma Chia-Ling 馬嘉伶 AKB48 Thai Fans
JKT48 จากอินโดนีเซียก็มีเมมเบอร์ต่างชาติ!
ไม่ใช่แค่ AKB48 เท่านั้นที่มีชาวต่างชาติ เพราะวงน้องสาวฝั่งอินโดนีเซียอย่าง JKT48 ก็มีเซลิน JKT48 รุ่นที่ 4 ซึ่งเป็นชาวมาเลเซียมาเข้าร่วมเมื่อปี 2016 ด้วย
จะแปลกอะไรในเมื่อเกิร์ลกรุ๊ปไทย-เมียนมาร์ ก็ทำมาแล้ว!
นอกจากวงสาวๆ ตระกูล 48 ที่มีชาวต่างชาติแล้ว วงไทยๆ ที่เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับเมียนมาร์ อย่างวง Rose Quatz ที่มีสมาชิก 5 คน 3 สัญชาติ ประกอบด้วยซองชิน (เกาหลี) อิง (ไทย) เอิร์น (ไทย) เนชิ (เมียนมาร์) ซินดี้ (เมียนมาร์) ก็เป็นอีกหนึ่งวงที่เป็นหน้าเป็นตา และประสบความสำเร็จในประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาก

Rose Quatz ออกมาแล้ว 3 ซิงเกิ้ล แต่ละซิงเกิ้ลมีทั้งเวอร์ชั่นภาษาไทยและเมียนมาร์
ภาพจาก FB : Rose Quartz Thailand
ถ้าถามว่าดังแค่ไหน ก็บอกเลยว่าถึงขนาดเคยเกือบห้างที่เมียนมาร์แตกแล้ว
แล้วจะผิดอะไรถ้า BNK48 จะเริ่มเปิดรับเมมเบอร์จากต่างประเทศ เปิดพื้นที่ให้เด็กสาวจากเพื่อนบ้านได้ตามหาความฝันของตัวเองบ้าง ไม่แน่ว่าเราอาจได้เห็นสาวๆ ทั้งจากกัมพูชา ลาว และเมียนมาร์ มุ่งมั่นจนโดดเด่นกลายเป็นเซ็นเตอร์ที่ทุกคนหลงรักก็เป็นได้ แล้วคุณล่ะ คิดเห็นอย่างไรบ้าง?
6 ความคิดเห็น
พวกที่ไม่เห็นด้วยคงจะเหยียดเพื่อนบ้านอาเซียนจนเคยตัว
ไม่ได้เรียกว่าเหยียดค่ะ เรียกว่าไม่เห็นด้วย.
เอาไทยให้มันฮิตจริงๆก่อนดีกว่า ตั้งแต่เปิดมาดังเพลงเดียว
กรณีของมาจารินคือเค้าผ่านออดิชั่นแบบพิเศษในไต้หวันมาแล้ว แล้วมีการคัดเลือกจากกลุ่มนั้นอีกทีหนึ่งถึงได้มาอยู่AKB ส่วนคนอื่นที่ออดิชั่นผ่านแบบเดียวกับมาจารินก็ไปอยู่TPEแทน อาจจะคล้ายๆกันแต่มันคนละแบบกับที่BNKกำลังจะทำนะ อีกอย่างตอนAKBทำ วงอยู่มีอายุมาพอสมควรแล้ว นี่BNKยังไม่ได้ถึงครึ่งวงพี่มันจะเร็วไปหน่อยรึเปล่า
เมื่อปีที่แล้ว เราเคยเจอกระทู้ที่มีเด็กบางคนถามเรื่องออดิชั่นรุ่นที่ 3 ในบอร์ดเด็กดี
เราคิดในใจ รุ่นที่ 2 ยังไม่ทันได้มีผลงานเลย
จะมีรีบมีรุ่นที่ 3 แล้วเหรอ
เขมรเนี่ยนะ!? เอามาทำไมคะ?...
แล้วทำไมถึงไม่ควรเอาคนเขมรมาล่ะคะ...?
ตอบคำถามให้ดีๆนะคะ ไม่อย่างนั้นมันอาจจะไปย้อนแย้งกับที่ตัวเองตอบคห.1ไว้ว่าไม่ใช่การเหยียดเอาได้
อ่านคอมเม้นในเพจที่โพสจ์แล้วตกใจมาก
ทำไมถึงยึดติดกับstereotypeขนาดนั้น ทำไมถึงคิดว่าคนประเทศนั้นๆต้องมีลักษณะแบบเดียวกันหมด
อย่างเรื่องไทย-กัมพูชา สิ่งที่ทำให้เกิดอคติก็คือประวัติศาสตร์ พฤติกรรมแย่ๆที่ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างชาติ
เรามองว่าโคตรการนี้เป้นเรื่องแปลกใหม่ เป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง เรารู้ว่าคนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยเพราะกลัวจะมีดราม่า และโปรเจคล่มไม่เป็นท่า เพราะปัจจัยหลายๆอย่าง
แต่ทางบริษัทก็ต้องมีวิธีคัดเด็กว่า เด็กที่ได้รับเลือกควรมีลักษณะอย่างไรถึงจะอยู่รอด ไม่เกิดปัญหาในโปรเจคนี้ และการตัดสินใจข้อนี้ต้องมีข้อดีมากกว่าแน่นอน
อย่างว่านั่นแหละ สื่อก็ทำหน้าที่นำเสนอ คนเสพสื่อก็ต้องมีความคิดที่เปิดกว้างด้วย