5 เหตุการณ์ (ที่ไม่น่าเป็นไปได้) จากเทพนิยาย ที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง!

 
5 เหตุการณ์ (ที่ไม่น่าเป็นไปได้) จากเทพนิยาย ที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง!
เมื่อ 5 เหตุการณ์สำคัญจากเทพนิยายชื่อดัง เกิดขึ้นจริง!!
 
น้องๆ คิดเหมือนพี่ตินไหมว่า... เวลาอ่านเทพนิยายต่างๆ มันเหมือนเราหลุดเข้าไปในโลกอีกโลก เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่เราไม่รู้จัก ทำให้นึกถึงอะไรที่เหนือจริง เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เจ้าหญิง เจ้าชาย นางฟ้า แม่มด ฯลฯ แต่... เชื่อไหมว่า... บางครั้ง เหตุการณ์ที่ปรากฎในเทพนิยาย ก็เกิดขึ้นในชีวิตจริงได้เช่นกัน
 
มาดูกันว่า 5 เหตุการณ์นั้นคืออะไร และมาจากเทพนิยายเรื่องอะไรบ้าง
 

 
หนูน้อยหมวกแดง
เครดิตภาพ : papertales.deviantart.com
 
สำหรับเรื่องนี้ พูดถึงเด็กผู้หญิงกับหมาป่า... และหมาป่านั้น ไม่ใช่หมาบ้านธรรมดาทั่วไป แต่ลักษณะของมันคล้ายกับมนุษย์หมาป่า ตัวใหญ่ ขนรุงรัง และมีความสามารถในการโต้ตอบขั้นพื้นฐานได้
  
บนโลกนี้ มีโรคที่เรียกว่า werewolf syndrome หรือโรคมนุษย์หมาป่า กล่าวคือ ผู้ป่วยจะมีขนงอกเต็มร่างกาย บ้างก็ลามไปถึงใบหน้าด้วย โดยโรคนี้เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม หรือบางคน ก็เป็นเพราะได้รับผลข้างเคียงจากยาบางชนิด หรือมะเร็งบางประเภท เป็นต้น จากสถิติ โรคมนุษย์หมาป่า ถูกค้นพบที่เกาะคานารีในช่วง ค.ศ. 1600 ผู้ป่วยคือ เปตรัส กอนซาเลซ ลูกสาวทั้งสอง ลูกชาย และหลาน ทุกคนเป็นโรคนี้เหมือนกันหมด ต่อมา ช่วงศตวรรษที่ 19 มีผู้คนเป็นโรคนี้เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น Jo-Jo the Dog-Faced Boy, Lionel the Lion-Faced Man หรือ the bearded lady ทุกคนอยู่กับคณะละครสัตว์ และกลายเป็นขวัญใจ  
 

 
พิน็อคคิโอ
เครดิตภาพ : wallpaperup.com
 
เด็กชายผู้ถูกแกะสลักจากไม้ ฝีมือของช่างไม้ใจอารี “เก็ปเป็ตโต้” จากนั้นก็ได้รับพรจากนางฟ้า ให้กลายเป็นคนจริงๆ ในตอนจบของเรื่อง ทว่าระหว่างเรื่อง พิน็อคคิโอก็คือแท่งไม้นั่นเอง
  
บนโลกนี้ มีโรคที่เรียกว่า Epidermodysplasia Verruciformis หรือโรคติดเชื้อที่ผิวหนัง และมีชื่อเล่นๆ ว่า “มนุษย์ต้นไม้” (คำเตือน อย่าเสิร์ชทางกูเกิ้ลเด็ดขาด พี่ตินเสิร์ชแล้ว รูปน่ากลัวมากกกกกกกกกก) ลักษณะจะคล้ายๆ เชื้อหูด สีน้ำตาลดูเหมือนเนื้อไม้แข็งๆ ที่มาเกาะตามเนื้อตามตัว จนทำให้ดูเหมือนต้นไม้งอกตามเนื้อตัว และเพราะแบบนี้แหละ เขาถึงเรียกชื่อโรคว่า มนุษย์ต้นไม้   
 
ปี ค.ศ. 2008 Dede Koswara หนุ่มชาวอินโดนีเซีย ได้ทำให้คนทั้งโลกต้องตะลึง เพราะเขามีหูดขึ้นตามเนื้อตัวเต็มไปหมด จนดูเหมือนว่าร่างกายได้กลายเป็นต้นไม้ไปเสียแล้ว หมอบอกว่า เขาเป็นโรคสองโรคผสมกัน นั่นคือ epidermodysplasia verruciformis และ ไวรัส HPV-2 เจ้าไวรัสนี้แทรกตัวเข้าไปในเซลส์ผิวหนังของคอสวาร่า ทำให้ผิวหนังผลิตเคราตินออกมามากกว่าปกติ ร่างกายของคอสวาร่าขาดภูมิคุ้มกัน และหูดก็ผุดขึ้นมาตามร่างกาย และนั่นทำให้เขากลายเป็น “มนุษย์ต้นไม้” ในที่สุด (ใครแอบไปเสิร์ชรูปเขาแล้วอย่าตกใจนะ เหมือนต้นไม้จริงๆ เลยหละ)
 

 
สโนว์ไวท์
เครดิตภาพ : dettoldisney.wordpress.com
 
ในเรื่องสโนว์ไวท์ มีฉากที่นางเอกของเรากินแอปเปิ้ลแล้วก็ล้มลง มีอาการคล้ายอยู่ในภาวะโคม่า คือยังหายใจแต่ว่าร่างกายขยับไม่ได้ และจะตื่นได้ก็ต่อเมื่อได้รับจุมพิตจากชายผู้เป็นรักแท้
 
คำอธิบายง่ายๆ ของโรคที่เกิดกับ สโนว์ไวท์ ก็คือ “แบคทีเรีย” โรคนี้มีชื่อเต็มว่า Listeria monocytogenesis เกิดจากแบคทีเรียที่แฝงตัวอยู่ในอาหารนานาชนิด (รวมแอปเปิ้ลไว้ด้วย) เมื่อผู้บริโภคเผลอกินเข้าไป จะเกิดอาการมึนงง สับสน บางคนก็ถึงกับสลบ ไปจนถึงโคม่า แต่การรักษาโรคนี้ไม่ใช่ “จูบ” แต่เป็นการให้แอนตี้บอดี้เพื่อกำจัดเชื้อ
 

 
พ่อมดมหัศจรรย์แห่งออซ
เครดิตภาพ : dvdsreleasedates.com
 
แม่มดชั่วร้ายแห่งทิศตะวันตก ในเรื่องพ่อมดมหัศจรรย์แห่งออซ มีจุดอ่อนที่แปลกและง่ายมาก นั่นคือแพ้ “น้ำ” เมื่อโดโรธีราดน้ำใส่ นางก็ละลายหายไป หลายคนสั่นหัวรัวๆ น้ำเปล่าเนี่ยนะ เป็นไปไม่ได้ แต่... ลองคุยกับคนที่เป็นโรค Aquagenic urticaria ก่อนมั้ย
 
โรคที่เราพูดถึงนี้ มีอีกชื่อคือ ภูมิแพ้น้ำ เป็นโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติของร่างกาย เมื่อถูกน้ำ ร่างกายจะเจ็บแสบ บางครั้ง เราก็เรียกโรคนี้ว่า “โรคแพ้น้ำตา” เพราะแม้แต่น้ำตาตัวเอง ก็ยังทำให้แสบร้อนได้ ไม่เฉพาะน้ำตา เหงื่อก็เช่นกัน เชื่อกันว่าโรคนี้ถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1964
 
ถ้าหากแม่มดทิศตะวันตกเป็นโรคนี้จริง นางอาจจะตายเพราะเจ็บปวดจากภูมิแพ้น้ำจนทนไม่ไหวก็ได้นะ
 

 
กระจกวิเศษ
เครดิตภาพ : thaumazein-albert.blogspot.com
 
กระจกวิเศษจากเรื่องสโนว์ไวท์ มาพร้อมคำคุ้นหู “กระจกวิเศษเอ๋ย จงบอกข้าเถิด ใครงามเลิศในปฐพี” และกระจกก็ตอบทันใดว่า “พระองค์น่ะสิ ที่งามเหนือใครในโลกา”
 
เกี่ยวกับเรื่องนี้ มีความเชื่อว่า... กระจกวิเศษในเรื่อง ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวของ Maria Sophia Margaretha Catherina von Erthal เจ้าหญิงชาวเยอรมันผู้ถือกำเนิดในปี ค.ศ. 1725 หลังจากพระมารดาของมาเรีย โซเฟีย เสียชีวิตในปี ค.ศ. 1741 เจ้าชายฟิลิปป์ พระบิดา อภิเษกสมรสใหม่กับ Claudia Elisabeth von Reichenstein แม่เลี้ยงคนงามที่สนใจความสวยความงามมากเป็นพิเศษ และรักลูกของตัวเองมากกว่าลูกเลี้ยง ต่อมา เจ้าชายได้มอบกระจก อันเป็นผลผลิตของ Lohr Mirror Manufacture (Kurmainzische Spiegelmanufaktur)ให้กับแม่เลี้ยงสาวผู้นี้ โดยกระจกมีความพิเศษคือ สามารถโต้ตอบได้ แต่จะเป็นการพูดซ้ำๆ ที่ถูกบันทึกเอาไว้ ตัวกระจกถูกเรียกว่า “กระจกพูดได้” และเป็นของขวัญที่ได้รับความนิยมกันมากในหมู่ชนชั้นสูงในยุคนั้น
  
200 ปีต่อมา เชื่อกันว่า พี่น้องกริมม์ ได้มีโอกาสพบเห็นกระจกบานนี้ ในปราสาทของเจ้าชายหรือที่เรียกกันว่าปราสาท von Erthal ซึ่ง ณ ตอนนั้นถูกนำมาปรับเป็นพิพิธภัณฑ์ในชื่อ Spessart Museum ประวัติเล็กๆ น้อยๆ ของกระจก และเรื่องเล่าที่น่าสนใจของแม่เลี้ยงสาวผู้หลงใหลความสวยความงาม น่าจะทำให้พี่น้องกริมม์เกิดแรงบันดาลใจ และเป็นที่มาของเรื่องสโนว์ไวท์ในเวลาต่อมา ทุกวันนี้ กระจกก็ยังตั้งอยู่ในพิพิธภัณฑ์นะ ใครสนใจก็แวะไปดูไปชมกันได้   
 
เป็นไงบ้าง ห้าข้อของเราจบลงไปแล้ว
อ่านแล้วก็แอบทึ่งเบาๆ เนอะ มีแบบนี้ด้วย ไม่อยากจะเชื่อเลย
ใครเคยได้ยินเรื่องอะไรแปลกๆ ก็มาเล่ากันต่อได้นะ อยากฟังจ้า 

 
อตินเอง
 
ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและเครดิตภาพจาก
พี่อติน
พี่อติน - Writer Editor ผู้ดูแลหมวดนักเขียนที่หลงใหลการอ่านแบบสุดๆ และไม่เคยพลาดทุกข่าวสารในวงการวรรณกรรม!

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

จุดจุดจุด 13 ก.พ. 59 10:45 น. 4-1
น่าจะแพ้เฉพาะผิวหนังภายนอกนะ ถ้าภายในก็แพ้คงตายนานละ เพราะในร่างกายของคนเราก็มีน้ำนิ?
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Pream_Parinuttha Member 31 ธ.ค. 58 14:06 น. 5

เข้ากระทู้นี้มาแล้วค่อนข้างผิดหวัง

วางหัวข้อว่า "เหตุการณ์" ก็นึกว่าเป็นเรื่องเป็นราว เช่น มนุษย์หมาป่าจับเด็กกินเพราะเชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะ ที่แท้ก็แค่คนที่ป่วยเป็นโรคผิดปกติทางพันธุกรรม

เฮ้อ...

0
กำลังโหลด

8 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
จุดจุดจุด 13 ก.พ. 59 10:45 น. 4-1
น่าจะแพ้เฉพาะผิวหนังภายนอกนะ ถ้าภายในก็แพ้คงตายนานละ เพราะในร่างกายของคนเราก็มีน้ำนิ?
0
กำลังโหลด
Pream_Parinuttha Member 31 ธ.ค. 58 14:06 น. 5

เข้ากระทู้นี้มาแล้วค่อนข้างผิดหวัง

วางหัวข้อว่า "เหตุการณ์" ก็นึกว่าเป็นเรื่องเป็นราว เช่น มนุษย์หมาป่าจับเด็กกินเพราะเชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะ ที่แท้ก็แค่คนที่ป่วยเป็นโรคผิดปกติทางพันธุกรรม

เฮ้อ...

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
HirariYurari+RainWitch Member 8 มี.ค. 60 22:45 น. 7

อ่านเรื่องของสโนวไวท์แล้วคิดค่ะ ว่าจูบของเจ้าชายจะต้องมีแอนติบอดี้ผสมอยู่แน่ๆ แล้วเป็นชนิดที่ออกฤทธิ์รวดเร็วทันใจมากๆ เลยด้วย...

0
กำลังโหลด
SweEtY Member 22 มี.ค. 60 22:06 น. 8

นี่หมอก็บอกว่าเราแพ้น้ำ -*- แต่เราไม่แน่ใจหรอก เพราะไม่ได้ทรมาณอะไรมากอ่ะ มันแสบก็จริงแต่ไม่รุนแรง

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด