4+1 นางในวรรณคดีไทยที่พัวพันกับสัตว์!!

4+1 นางในวรรณคดีไทย
ที่พัวพันกับสัตว์!!

 
สวัสดีค่ะชาวเด็กดีทุกคน กลับมาพบกับพี่ออนอีกแล้ว และวันนี้พี่ออนก็ไม่ลืมจะนำเรื่องที่น่าสนใจจากวรรณคดีไทยที่เราคุ้นเคยมาฝากทุกคนเช่นเคย ในวันนี้เราจะพูดกันในหัวข้อเรื่อง 4 +1นางในวรรณคดีที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ ค่ะ โอ้โห เห็นแค่หัวข้อเรื่อง พี่ออนก็เริ่มอยากจะรู้แล้วว่าเรื่องราวของแต่ละคนจะสร้างสรรค์และแฟนตาซีขนาดไหน เพราะฉะนั้น พวกเราอย่ารอช้ารีบไปอ่านกันเลยดีกว่า เย้ๆ
 
คนแรก นางเงือก : ปลา
 

 
นางเงือก เป็นอมนุษย์ชนิดหนึ่งที่ครึ่งบนเป็นคนแต่ครึ่งล่างเป็นหางปลาแทน และในวรรณคดีไทยของเราได้กล่าวถึงนางเงือกอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งนางสุพรรณมัจฉา (คนนี้พี่ออนไม่แน่ใจว่าคนอื่นนับเป็นเงือกกันไหม แต่พี่ออนนับนะคะ แม้ว่าครึ่งบนนางเป็นยักษ์ แต่ครึ่งล่างก็เป็นปลา นางสุพรรณมัจฉาเป็นเงือกสาวที่สวยมาก ขนาดหนุมานพบเข้ายังเกี้ยวพาราสีจนได้เสียกันและมีลูกชื่อด้วยกันชื่อมัจฉานุ) และนางเงือกที่เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดสงขลา แต่วันนี้ นางเงือกสาวที่พี่ออนเลือกมาพูดถึง คือพระนางจันทวดีพันปีหลวง หรือพระมารดาของสุดสาครนั่นเองค่ะ

นางจันทวดีพันปีหลวง หรือนางเงือกแม่ของสุดสาคร ผู้ที่ช่วยพระอภัยมณีหลบหนีจากถ้ำที่นางยักษ์ขังไว้ และพาไปถึงเกาะแก้วพิศดาร ด้วยความที่นางเป็นเงือกที่มีรูปร่างหน้าตาสวยงาม และความเจ้าชู้ของพระอภัยมณี ทำให้ทั้งสองคนได้เสียกันในที่สุด และมีบุตรร่วมกันหนึ่งคนคือ สุดสาคร แต่ชีวิตของนางเงือกนั้นไม่ได้สวยงามอย่างที่คาดคิด เพราะนางต้องจากลากับทั้งพระอภัยมณีและสุดสาคร และต้องรอคอยอยู่นานกว่าจะได้พบกันอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้พระอภัยมณีได้บวชเป็นฤๅษี ทั้งยังสั่งสอนนางให้รักษาศีลห้าอีกด้วย ส่วนสุดสาคร ลูกชายของนาง ณ เวลานั้น ได้ขึ้นครองเมืองลังกาแล้ว และดีต่อพระมารดามาก 

และด้วยความที่นางเป็นคนดี รักษาศีลห้าอย่างเคร่งครัด พระอินทร์จึงเมตตาสงสาร และลงมาตัดหางให้นางได้กลายเป็นมนุษย์เต็มตัว สุดท้ายแล้วชีวิตของนางเงือกผู้นี้ก็ได้พบเจอความสุขเพราะได้อยู่กับลูกของตนพร้อมทั้งลูกหลาน และได้รับการแต่งตั้งให้เป็น "พระนางจันทวดีพันปีหลวง" นั่นเองค่ะ  

แต่นางเงือกนั้นไม่ได้มีแต่ในวรรณคดีของไทยอย่างเดียวน้า ในวรรณกรรมของต่างประเทศก็มีความเชื่อเรื่องนางเงือกเหมือนกัน ทั้งจากนิทานกริมม์ชื่อดังที่ทางดิสนีย์ได้ทำมาเป็นการ์ตูนอย่าง The little mermaid หรือจากที่พบเห็นได้ตามตำนานเทพเจ้าของทางกรีกและโรมัน พี่ออนว่านางเงือก ก็เป็นตัวละครสากลที่ได้รับความนิยมมากๆ เหมือนกันนะคะ
 
คนที่สอง นางอุทัยเทวี : คางคก
 

 
นางอุทัยเทวี เป็นนางในวรรณคดีไทยอีกคนที่ถึงแม้จะรูปร่างหน้าตาสวยงาม แต่นางอาศัยอยู่ในคางคกค่ะทุกคน!! ใช่ค่ะ ทุกคนไม่ได้อ่านผิดแต่อย่างใด แต่นางอาศัยอยู่ในคางคกจริงๆ แต่ถ้าอยากรู้ว่าเพราะอะไรนางถึงไปอาศัยอยู่ในคางคง ต้องมาติดตามนะคะ

สาเหตุที่ทำให้นางอุทัยเทวีต้องไปอยู่ในคางคกเพราะว่าเมื่อตอนที่นางเกิด แม่ของนางซึ่งเป็นนาค ได้สำรอกนางออกมาเป็นไข่ แล้วบังเอิญมีคางคกตัวใหญ่มากินเข้าไป แต่ด้วยความที่ไข่ใบนั้นมีพิษพญานาคที่แม่ของนางคายไว้อยู่ด้วย ทำให้คางคกตัวนั้นตายคาที่ ประจวบเหมาะไข่ที่นางอุทัยเทวีอาศัยอยู่นั้นบังเอิญแตกพอดี เลยเข้าใจผิดคิดว่าตนเองนั้นเป็นลูกของคางคกตัวนั้น จึงอาศัยอยู่อย่างไม่นึกรังเกียจ ต่อมามีตายายคู่หนึ่งบังเอิญผ่านมาพบกับคางคกพูดได้จึงนำกลับไปเลี้ยง จนรู้ว่าข้างในคางคกตนนั้นมีเด็กน้อยแสนน่ารักอยู่ และได้ตั้งชื่อว่าอุทัยเทวี

เรื่องราวของนางยังไม่จบแค่นั้นนะคะ แต่ยังมีเรื่องราวน่าสนใจอยู่อีกมากมาย ถ้าทุกคนอย่างทราบสามารถหาอ่านได้จาก วรรณคดีไทยเรื่อง “อุทัยเทวี” ได้เลยค่ะ พออ่านวรรณคดีเรื่องนี้จบ พี่ออนก็คิดถึงวรรณกรรมต่างชาติอย่างเรื่องเจ้าชายกบขึ้นมาเหมือนกันนะคะ แต่เนื้อเรื่องค่อนข้างจะแตกต่างกันคือ เรื่องของเจ้าชายกบนั้น เจ้าชายถูกแม่มดสาปให้กลายเป็นกบ และจะแก้คำสาปได้ก็ต่อเมื่อได้หยาดน้ำตาอันบริสุทธิ์และความรักความเมตตาขององค์หญิง (อีกนัยหนึ่งคือจุมพิต) แต่เจ้าหญิงคางคกของเรา (นางอุทัยเทวี) กลับเต็มใจที่จะอยู่ในร่างของคางคกตนนั้นค่ะ แถมไม่ยอมออกจากร่างของคางคกอีกต่างหากทั้งๆ ที่ตากับยายก็ขอร้องให้นางออกมา (ที่ตากับยายทราบว่าเป็นเด็กผู้หญิงเพราะแอบดูตอนที่นางอุทัยเทวีใช้แหวนเสกข้าวปลาอาหารให้) เพราะนางคิดว่าคางคกตัวนั้นคือแม่ของนางนั่นเอง
 
คนที่สาม นางแก้วหน้าม้า : ม้า
 

 
นางแก้วหรือแก้วหน้าม้า นางเป็นลูกของชาวบ้านทั่วไป ชื่อของนางคือแก้ว แต่ความที่หน้าตาของนางคล้ายกับม้า จึงได้ชื่อเรียกว่าแก้วหน้าม้า อยู่มาวันหนึ่งนางบังเอิญเก็บว่าวที่พระปิ่นทองทำตกได้ และยื่นข้อเสนอให้พระปิ่นทองเมื่อโตขึ้นต้องมาแต่งงานกับนาง พระปิ่นทองที่ตอนนั้นอายุได้ 15 ชันษาและเสียดายของเล่นจึงตอบตกลงไป ด้วยความที่นางแก้วหน้าม้าหน้าตาอัปลักษณ์มาก พระปิ่นทองจึงอิดออดไม่ยอมทำตาม แต่พระนางนันทา (พระมารดา) เป็นผู้ที่มีความยุติธรรมมากจึงรับนางแก้วเข้ามาอยู่ในวังด้วย ท้าวภูวดลกับพระปิ่นทองที่ไม่ชอบนางแก้วอยู่แล้วจึงออกอุบาย ให้นางแก้วไปตัดเขาพระสุเมรมาตั้งในเมืองให้ได้ภายในเจ็ดวัน ไม่เช่นนั้นจะประหารชีวิต แต่ถ้าทำได้จะจัดงานอภิเษกให้นางกับพระปิ่นทอง ในขณะที่นางแก้วได้เดินทางออกไปค้นหาเขาพระสุเมร ก็บังเอญได้พบกับพระฤๅษีเข้า พระฤๅษีนึกสงสารจึงถอดหน้าม้าออก พร้อมทั้งให้มีดโต้วิเศษและเรือเหาะ ทำให้นางสามารถตัดเขาพระสุเมรได้ตามที่ท้าวภูวดลสั่งมา

แต่เรื่องราวของแก้วหน้าม้ายังไม่จบเพียงแค่นั้นนะคะ เพราะกว่าที่นางแก้วจะมีชีวิตที่สงบและมีความสุขได้ นางต้องผ่านเรื่องราวมากมายจริงๆ ตั้งแต่เรื่องที่ชวนให้เหนื่อยทั้งกายและใจอย่างเรื่องการหึงหวงของเมียคนอื่นๆ ของพระปิ่นทอง ทั้งยังต้องปลอมตัวเป็นชายเพื่อช่วยพระปิ่นทองออกรบอีกด้วยนะคะ โอ้โห นางแก้วของเรานั้นช่างเป็นผู้หญิงสตรองของจริงเลยค่ะทุกคน
 
คนที่สี่ นางเอื้อย : นกแขกเต้า
 

 
นางเอื้อย จากวรรณคดีพื้นบ้านเรื่อง ปลาบู่ทอง หรือที่ใครๆ เรียกว่าซินเดอเรลล่าเมืองไทย นางเอื้อยเป็นลูกสาวของทารกเศรษฐีกับนางขนิษฐา แต่เอื้อยไม่ใช่ลูกสาวคนเดียวของบ้าน นางยังมีพี่น้องร่วมบิดาอยู่อีกสองคนคืออ้ายกับอี่ ทั้งคู่เป็นลูกสาวของนางขนิษฐี ภรรยาอีกคนหนึ่งของเศรษฐีนั่นเองค่ะ (เหมือนดิสเซลล่ากับอนาสตาเซีย ในซินเดอเรลล่าเลย...) อยู่มาวันหนึ่งนางขนิษฐาออกไปจับปลากับทารกเศรษฐี วันนั้นจับปลาได้น้อยมาก เพียงหนึ่งตัว นางขนิษฐานึกอยากเอากลับไปให้เอื้อย จึงอ้อนวอนขอร้องสามี ทว่าวันนั้นทารกเศรษฐีกำลังโมโหที่จับปลาได้น้อย จึงทุบตีนาง ทำให้นางขนิษฐาตกน้ำและได้ไปเกิดเป็นปลาบู่ทองแทน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เอื้อยถูกรังแกและกลั่นแกล้งตลอด เมื่อนางขนิษฐี แม่เลี้ยงใจร้าย ทราบว่านางขนิษฐาไปเกิดเป็นปลาบู่ทองและมาคุยกับเอื้อยบ่อยๆ ก็จับไปทำแกง เอื้อยแอบเอาเกล็ดปลาไปฝัง ทำให้เกิดต้นมะเขืองอกงาม แต่นางขนิษฐีก็มาตัดทิ้งอีก ทว่าสุดท้ายนางได้ไปเกิดเป็นต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองตามที่เอื้อยอธิษฐานขอไว้ เมื่อเวลาผ่านไป ขณะที่พระเจ้าพรหมทัตได้ประพาสป่าได้บังเอิญพบต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองเข้า จึงได้เรียกเจ้าของต้นโพธิ์เข้าเฝ้า พอได้พบเอื้อยก็เกิดอาการชอบพอ และรับเข้าไปอยู่ในวังด้วยกัน (พี่ออนว่านางเอื้อยของเรานี้ต้องสวยไม่เบาเหมือนกันนะคะ เพราะขนาดเจอแค่ครั้งแรก พระเจ้าพรหมทัตก็หลงรัก ถึงขนาดพากลับไปอยู่ในวังด้วยกันเลย)

ส่วนสาเหตุที่ทำให้ต่อมานางต้องกลายเป็นนกแขกเต้า นั้นก็เพราะว่าหลังจากที่เอื้อยได้เข้าวัง นางขนิษฐีและอ้ายที่อิจฉานางเอื้อยอยู่แล้ว ได้ออกอุบายหลอกว่าพ่อของเอื้อยป่วยหนักมาก ให้รีบเดินทางมาเยี่ยม เอื้อยรีบเดินทางกลับ แต่เมื่อมาถึง นางขนิษฐีได้หลอกให้นางเอื้อยเข้าไปในห้องที่มีกระดานหกอยู่ เป็นการวางแผนหลอกให้นางเหยียบไม้กระดาน จะได้ตกลงไปในกระทะที่ต้มน้ำเดือดๆ รออยู่ แต่โชคดีมาก นางได้กลายร่างเป็นนกแขกเต้าและบินหนีไป

โถ่ น่าสงสารนางเอื้อยจริงๆ ที่มีแม่เลี้ยงใจโหด และพี่ใจเหี้ยมแบบนั้น กระซิกๆ แต่เรื่องราวของนางเอื้อย นกแขกเต้าของเราไม่ได้จบลงแค่นั้นนะคะ แต่ยังมีเหตุการณ์อื่นๆ อีกด้วย ถ้าอยากรู้ว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามต่อได้ที่ วรรณคดีพื้นบ้างเรื่อง “ปลาบู่ทอง” เลยค่ะทุกคน หรือจะอ่านซินเดอเรลล่า พี่ออนว่าก็คล้ายๆ กันอยู่เหมือนกันค่ะ
 
คนสุดท้าย พระสังข์ทอง : หอยสังข์
 

 
อย่าพึ่งตกใจนะคะว่าทำไมถึงมีตัวพระหลงมาอยู่ในบทความนี้ได้ พี่ออนผิดพลาดหรือเปล่า ไม่ใช่ค่ะทุกคน พี่ออนตั้งใจเอง ฮ่าฮ่าฮ่า ถ้าทุกคนอยากรู้แล้วว่าเรื่องราวของพระสังข์ทองน่าสนใจอย่างไร ก็ตามมาอ่านกันเลย

พระสังข์หรือเงาะป่า ของเรา เมื่อตอนที่พระนางจันท์เทวีมเหสี (แม่ของพระสังข์) คลอดบุตรออกมา แทนที่จะเป็นเด็กทารก กลับกลายเป็นหอยสังข์ นางจึงถูกใส่ร้ายว่าเป็นกาลกิณี จนต้องออกไปอยู่นอกวัง เมื่อเวลาผ่านไป พระสังข์ ซึ่งอาศัยอยู่ในหอยก็ได้เติบโตขึ้น แต่ก็ยังคงใช้ชีวิตอยู่ในหอยสังข์ ไม่ค่อยออกมาให้ใครเห็น นานๆ ครั้ง จึงจะแอบออกมาทำงานบ้านข้างนอกก็ตอนที่ไม่มีใครอยู่บ้านเท่านั้น อยู่มาวันหนึ่งพระนางจันท์เทวีเกิดนึกสงสัยว่าใครมาทำงานบ้านให้ จึงทำทีแกล้งออกไปข้างนอกแล้วไปแอบเฝ้าดู จึงพบว่าจริงๆ แล้วมีโอรสอาศัยอยู่ในหอยสังข์ และเมื่อพระนางเห็นดังนั้นจึงได้ทุบหอยสังข์ทิ้งไป และตั้งชื่อโอรสในนั้นว่า สังข์ทอง ค่ะ

แต่พระสังข์ของเราไม่ได้อยู่แต่ในหอยสังข์นะคะแต่ยังอยู่ในร่างเงาะป่าตัวดำอีกด้วย สงสัยใช่ไหมคะว่าพระสังข์ของเราไปอาศัยอยู่ในร่างของเงาะป่าได้อย่างไร พี่ออนจะเล่าให้ฟังแบบคร่าวๆ ก่อนนะคะ (ถ้าอยากรู้แบบละเอียดสามารถหาอ่านได้จาก วรรณคดีไทยเรื่อง “สังข์ทอง” ค่ะ) คือว่า มีช่วงหนึ่ง ที่พระสังข์ได้ไปอาศัยอยู่กับนางยักษ์ชื่อนางพันธุรัต และได้รับความเมตตาจากนางอยู่มาก ทว่าต่อมา พระสังข์ของเราได้รู้ความจริงว่านางพันธุรัตเป็นยักษ์ ก็เลยหลบหนีไปพร้อมๆ กับรูปเงาะ สมบัติของนางยักษ์ ระหว่างทาง พระสังข์ได้ไปพบบ่อเงินบ่อทองเข้า จึงลงไปชุบตัวแล้วใส่รูปเงาะหนีไป

พี่ออนว่าพระสังข์ของเรานี้เก่งเรื่องการปลอมตัวจริงๆ นะคะ ทั้งแอบอาศัยอยู่ในหอยสังข์และยังปลอมเป็นเงาะป่าอีก แต่พี่ออนแอบเสียดายอยู่เหมือนกันนะคะ ตรงที่พระสังข์ของเราหล่อขนาดนั้น แหม่ ไม่น่าแปลงกายไปอาศัยอยู่ในร่างอื่นเลย ฮ่าฮ่าฮ่า
 
จบไปแล้วนะคะกับบทความนี้ ทุกคนคิดเห็นอย่างไรกันบ้างเอ่ย สามารถมาพูดคุยกับพี่ออนได้นะคะ แต่ในส่วนตัวแล้ว พี่ออนคิดว่าวรรณคดีไทยของเรานั้นมีความคิดสร้างสรรค์สุดๆ จนพี่ออนต้องขอคารวะให้กับผู้ประพันธ์ทุกท่านเลยจริงๆ นอกจากวรรณคดีไทยจะสนุกสนานและน่าติดตามแล้ว ยังมีข้อคิดคติเตือนใจ และค่านิยมของสมัยก่อนสะท้อนออกมาให้เห็นอยู่ตลอดด้วยนะคะ ว้าว หนังสือดีๆ แบบนี้พวกเรารีบไปหาอ่านกันเถอะ สำหรับวันนี้พี่ออนก็ขอตัวลาไปก่อน แล้วเจอกันใหม่ครั้งหน้านะคะ บ๊ายบาย
 
ขอบคุณเนื้อหาและรูปภาพจาก 
หนังสือกุลสตรีไทย นางในวรรณคดี
2010&group=1&gblog=28
http://www.wannakadee.com/ 

 
'อคิราห์' นักเขียนติสท์เว่อร์ที่เรายินดีแนะนำ!
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

ปภาณิน 7 มิ.ย. 59 11:16 น. 5
พระปิ่นทองเป็นผู้ชายที่ไม่เอาไหนคนนึง มีดีอย่างเดียวคือมียศเป็นเจ้าชาย ในเนื้อเรื่องไม่เห็นมีว่าทำอะไร นอกจากเล่นว่าว หาเมีย พอเมืองมีภัยก็ไม่เห็นไปออกรบ ก็ส่งเมียปลอมตัวเป็นผู้ชายไปรบ มีครั้งนึงแก้วท้องลูกแฝดสาม ใกล้คลอดแล้ว ก็ยังต้องปลอมตัวเป็นผู้ชายไปรบ ว๊อทท พระปิ่นทองทำอะไรบ้างงง ถ้าเราเป็นแก้วเราไม่เอาหรอกผู้ชายคนนี้ ต่อให้เป็นเจ้าชายก็เถอะ แก้วเก่งฉกาจขนาดนี้ อยู่คนเดียวเลี้ยงพ่อแม่ได้สบายๆ5555
0
กำลังโหลด
immienmk27 Member 1 มิ.ย. 59 13:14 น. 2

พระสังข์นั้น เกิดมาก็เป็นหอยสังข์แล้วค่ะ และก็แม่ของพระสังข์นั้นก็ไม่ใช่พระสนม แต่เป็นพระมเหสี ถูกใส่ความแค่ว่าลูกของนางเป็นกาลกิณีเลยต้องหอบลูกหอยสังข์ออกจากเมืองไป

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
POSPrae Member 2 มิ.ย. 59 00:24 น. 3

"ทำให้นางขนิษฐีตกน้ำ" แม่ของเอื้อยชื่อนางขนิษฐาไม่ใช่หรอคะ พี่ออนพิมพ์ผิดหรือเปล่าคะ

0
กำลังโหลด

11 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
immienmk27 Member 1 มิ.ย. 59 13:14 น. 2

พระสังข์นั้น เกิดมาก็เป็นหอยสังข์แล้วค่ะ และก็แม่ของพระสังข์นั้นก็ไม่ใช่พระสนม แต่เป็นพระมเหสี ถูกใส่ความแค่ว่าลูกของนางเป็นกาลกิณีเลยต้องหอบลูกหอยสังข์ออกจากเมืองไป

0
กำลังโหลด
POSPrae Member 2 มิ.ย. 59 00:24 น. 3

"ทำให้นางขนิษฐีตกน้ำ" แม่ของเอื้อยชื่อนางขนิษฐาไม่ใช่หรอคะ พี่ออนพิมพ์ผิดหรือเปล่าคะ

0
กำลังโหลด
มานา นักอ่านนิยาย Member 7 มิ.ย. 59 06:47 น. 4

จริง ๆ แล้วรูปที่เอามาเป็นรูปของแก้วหน้าม้าเป็นรูปของนางวันทองนะครับ รูปของนางแก้วเป็นอีกรูปหนึ่ง แต่คล้าย ๆ กัน เพราะคนวาดเป็นท่านเดียวกันครับ ^^

0
กำลังโหลด
ปภาณิน 7 มิ.ย. 59 11:16 น. 5
พระปิ่นทองเป็นผู้ชายที่ไม่เอาไหนคนนึง มีดีอย่างเดียวคือมียศเป็นเจ้าชาย ในเนื้อเรื่องไม่เห็นมีว่าทำอะไร นอกจากเล่นว่าว หาเมีย พอเมืองมีภัยก็ไม่เห็นไปออกรบ ก็ส่งเมียปลอมตัวเป็นผู้ชายไปรบ มีครั้งนึงแก้วท้องลูกแฝดสาม ใกล้คลอดแล้ว ก็ยังต้องปลอมตัวเป็นผู้ชายไปรบ ว๊อทท พระปิ่นทองทำอะไรบ้างงง ถ้าเราเป็นแก้วเราไม่เอาหรอกผู้ชายคนนี้ ต่อให้เป็นเจ้าชายก็เถอะ แก้วเก่งฉกาจขนาดนี้ อยู่คนเดียวเลี้ยงพ่อแม่ได้สบายๆ5555
0
กำลังโหลด
bakery 13 มิ.ย. 59 06:40 น. 6
มโนราห์ - นก?? , จากเรื่องรามเกียรติเยอะเลย เช่น หนุมาน/ทีม18มงกุฎ - ลิง, ทศกัณฐ์ - ปู/แมงหวี่, ไมยรา - แมลงภู่ เป็นต้น, ศกุนตลา - นก, หลวิชัย-คาวี - เสือ-วัว
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
นางฟ้าสีแดง Member 13 ส.ค. 59 23:47 น. 8
สุพรรณมัจฉาไม่ใช่เงือกนะจ้ะ นางเป็นลูกของทศกัณฑ์กับปลา เป็นครึ่งยักษ์ครึ่งปลาจ่า
0
กำลังโหลด
นางฟ้าสีแดง Member 13 ส.ค. 59 23:47 น. 9
สุพรรณมัจฉาไม่ใช่เงือกนะจ้ะ นางเป็นลูกของทศกัณฑ์กับปลา เป็นครึ่งยักษ์ครึ่งปลาจ่า
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด