ชีวิตต้องเดินต่อ!
ทำความรู้จัก 10 ทายาทฆาตกรสุดฉาวโฉ่ในประวัติศาสตร์
พวกเขามีชีวิตอย่างไรกันบ้าง
สวัสดีชาวนักอ่านนักเขียนทุกคนค่ะ สำหรับวันนี้ แอดมินเกิดอารมณ์อยากอ่านประวัติของฆาตกรดู ก็เลยลองไปค้นหาบทความต่างๆ แล้วก็ไปเจอเข้ากับบทความเกี่ยวกับทายาทของฆาตกรระดับโลก ตัวบทความนี้ แปลกไปจากบทความอื่นตรงที่บอกเล่าเรื่องราวการใช้ชีวิตของบรรดาลูกชายลูกสาวของฆาตกรต่อเนื่อง ซึ่งมันทำให้แอดมินอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเป็นเราเองล่ะ จะรู้สึกอย่างไร การที่มีพ่อแม่เป็นฆาตกร มันส่งผลอย่างไรต่อเราได้บ้าง และมันจะทำให้เราใช้ชีวิตได้ลำบากขึ้นหรือไม่ อย่างไร จริงๆ แล้ว อ่านไปอ่านมายังอดคิดไม่ได้เลยว่า... ถ้าจะเขียนนิยายสักเรื่อง ที่พล็อตเป็นทำนองว่า พระเอกหรือนางเอกเป็นลูกของฆาตกร มันก็คงจะน่าอ่านอยู่ไม่น้อย
นั่นแหละค่ะ เลยอยากชวนทุกคนไปอ่านบทความนี้กันดู เผื่อได้แรงบันดาลใจใหม่ๆ เอามาเขียนนิยายได้
เคอร์รี่ รอว์สัน (Kerri Rawson)
เคอร์รี่ รอว์สัน เป็นบุตรสาวของเดนนิส ฆาตกรในชื่อ BTK ย่อมาจาก Bind (มัด), Torture (ทารุณกรรม) และ Kill (ฆ่า) อันเป็นลักษณะเฉพาะตัวของเขา ฆาตกรรายนี้ได้เขียนจดหมายบรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับการฆ่าส่งไปยังตำรวจและสำนักข่าวท้องถิ่นในช่วงที่เขาก่อเหตุฆาตกรรม ซึ่งอยู่ในช่วงปี ค.ศ. 1974-1991 เขากลับมาส่งจดหมายอีกครั้งในปี ค.ศ. 2004 จนถูกจับได้ในปี ค.ศ. 2005 และได้รับการพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต โดยมีกำหนดปล่อยตัวในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2180 โลกรู้จักรอว์สันครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2014 เธอให้สัมภาษณ์วิพากษ์วิจารณ์นักเขียนสตีเฟ่น คิง ราชานิยายระทึกขวัญอย่างหนัก สืบเรื่องจากคิงเขียนเรื่องสั้นที่อ้างอิงถึงฆาตกร BTK และต่อมานิยายเรื่องนี้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ทำให้ครอบครัวของเธอต้องลำบากอย่างมาก รอว์สันเป็นสมาชิกคนแรกของครอบครัวที่เคลื่อนไหว เธอให้สัมภาษณ์จากมุมของเธอว่า เธอและแม่ไม่เคยรู้เรื่องฆาตกรรมครั้งนี้มาก่อน และต้องเดือดร้อนมากเมื่อพ่อถูกจับ จนกระทั่งเรื่องเริ่มซา คิงก็มาเขียนเรื่องสั้นนี้ขึ้น ทำให้เธอและสามีต้องช็อกและลำบากใจที่ต้องรับมือกับนักข่าวจำนวนมาก รอว์สันเป็นทายาทฆาตกรที่ใช้ชีวิตปกติ ใส่ใจศาสนา เธออาศัยอยู่กับสามีและบุตรสองคน
เมลิสซ่า มัวร์ (Melissa Moore)
เมลิสซ่า มัวร์ เป็นบุตรสาวของฆาตกรที่ได้ฉายาว่า Happy Face Killer หรือคีธ แจสเพอร์สัน ผู้ซึ่งฆาตกรรมหญิงสาว 8 รายในช่วงปี ค.ศ. 1990-1995 ทุกวันนี้ เมลิสซ่า มัวร์ ก็ยังคงต้องรับผลกระทบจากการกระทำของพ่ออยู่ แจสเพอร์สันเริ่มก่อคดีเมื่อครั้งทำอาชีพคนขับรถบรรทุก ระหว่างที่ฆ่าเหยื่อ เขาเขียนจดหมายปริศนาส่งถึงตำรวจและสื่อต่างๆ เพื่อประกาศรายละเอียดในคดี และทุกครั้งเขาจะลงท้ายจดหมายด้วยภาพใบหน้ายิ้มแย้ม จึงเป็นที่มาของชื่อ ฆาตกรหน้ายิ้ม ตำรวจไม่สามารถจับฆาตกรได้ จนเจ้าตัวมอบตัวเองในปี ค.ศ. 1995 ตอนนั้นมัวร์อายุได้เพียง 15 เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าพ่อจะเป็นฆาตกร แต่ก็พอจะรู้ว่าพ่อมีด้านมืดบางอย่างที่อันตรายมากๆ ในบทความของบีบีซี เธอบอกว่า พ่อเริ่มพูดคุยถึงชีวิตเซ็กส์ส่วนตัวให้เธอฟัง ทั้งๆ เธอกระอักกระอ่วน และยังหว่านเสน่ห์กับผู้หญิงอื่นๆ ด้วย ตอนนี้มัวร์มีลูกแล้ว และเธอไม่สามารถเล่าเรื่อง ‘คุณตา’ ให้พวกเด็กๆ ฟังได้ การที่เป็นสมาชิกของครอบครัวที่มีพ่อเป็นฆาตกรต่อเนื่อง ทำให้เธอเกิดความเห็นอกเห็นใจและอยากช่วยเหลือผู้ที่ตกที่นั่งเดียวกัน เธอเขียนหนังสือชื่อ Shattered Silence: The Untold Story of a Serial Killer’s Daughter และมันทำให้ผู้คนตั้งคำถามกับเธอหลายๆ อย่าง มัวร์สรุปไว้อย่างน่าสนใจว่า เธอเองก็มีชีวิตไม่แตกต่างจากเหยื่อของพ่อเลย และไม่อยากให้ทุกคนคิดเลวร้ายกับเธอ ส่วนพ่อของเธอนั้นต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต
ไมเคิล คาลลิงเกอร์ (Michael Kallinger)
วัยเด็กของไมเคิล คาลลิงเกอร์เต็มไปด้วยเรื่องราวอันเจ็บปวด โจเซฟ คาลลิงเกอร์ พ่อของเขามีประวัติส่วนตัวที่โหดร้าย โจเซฟถูกพ่อแม่ซ้อมมาตั้งแต่เด็กๆ จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1974 เขาก็ฆาตกรรมบุตรชายของตัวเอง โจเซฟ จูเนียร์ เพื่อเอาเงินประกัน เมื่อถูกจับได้ โจเซฟหนีเตลิดไปพร้อมไมเคิล ลูกชายคนที่สองในวัย 15 ปี ไมเคิลต้องประสบชะตากรรมอันเลวร้าย เขาไม่ถูกพ่อฆ่า แต่กลายเป็นเหยื่อของการถูกข่มขืน ขอทาน และฆาตกรรมต่างๆ นานา จนกระทั่งมีพยานแอบเห็นเลือดที่เสื้อ ทั้งคู่จึงถูกจับ โจเซฟผู้เป็นพ่อถูกศาลตัดสินว่าผิดจริง เขาเป็นจำเลยฆ่าสามศพ ทั้งยังข่มขู่และทำร้ายผู้คนจำนวนมาก ไมเคิลนั้นรอดตัวไป เพราะศาลเชื่อว่าเขาจำเป็นต้องทำตามคำสั่งของผู้เป็นพ่อ ไมเคิลจึงถูกทำทัณฑ์บนและพ้นโทษเมื่ออายุได้ 25 ปี หลังจากวันนั้น เขาเปลี่ยนชื่อและมีชีวิตใหม่ ส่วนโจเซฟ คาลลิงเกอร์ผู้พ่อ เสียชีวิตในปี ค.ศ. 1996
ยูรี ออดนาเชวา (Yury Odnacheva)
อังเดร ชิกาทิโล คือหนึ่งในฆาตกรที่มีชื่อเสียงที่สุดของโซเวียต เขาข่มขืนและฆ่าเหยื่อมากกว่า 50 ราย ทั้งที่มีครอบครัวแล้ว มีภรรยาและลูกสองคน แต่ก็ยังมีพฤติกรรมฉาวโฉ่ และมีความชื่นชอบเรื่องเพศอันพิสดาร ผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่า ชิกาทิโลจะมีความสุขทางเพศได้ก็ต่อเมื่อได้ทรมานและเห็นความเจ็บปวดของผู้อื่น เขาถูกจับกุมในปี ค.ศ. 1990 และถูกประหารชีวิตในปี ค.ศ. 1994 ส่วน ยูรี บุตรชายของชิกาทิโลเปลี่ยนไปใช้นามสกุล ออดนาเชวาของผู้เป็นแม่นั้น ก็มีชีวิตล้มเหลว และถูกจับด้วยข้อหาต่างๆ มากมาย ตอนเล็กๆ ก็พวกลักเล็กขโมยน้อย แต่ในปี ค.ศ. 2009 เขาถูกจับข้อหาพยายามฆ่า เพราะพุ่งเข้าชาร์จแล้วแทงชายคนหนึ่งหลายต่อหลายครั้ง รายนี้น่าจะเข้าข่ายคำว่า เชื้อไม่ทิ้งแถว ...
แมทธิว ริดจ์เวย์ (Matthew Ridgway)
แกรี่ ริดจ์เวย์ มีชื่อเสียงฉาวโฉ่มากจากคดีฆาตกรรมผู้หญิง 49 คน ก่อนจะถูกจับตัวในปี ค.ศ. 2001 ประชาชนเรียกเขาว่า ฆาตกรแห่งแม่น้ำเขียว (Green River Killer) เพราะเขาทิ้งศพเหยื่อทั้งหมดลงในแม่น้ำ Green River นั่นเอง เหยื่อของริดจ์เวย์ส่วนใหญ่จะเป็นโสเภณี ราวกับว่าเขาเกลียดชังพวกเธอ ริดเวย์ถูกจับกุมและพิพากษาให้อยู่ในคุกหลายต่อหลายปี ต่อมาในปี ค.ศ. 2003 แมทธิว ลูกชายของเขาออกสื่อและให้สัมภาษณ์ว่าแม้ว่าพ่อกับแม่จะหย่าร้างกัน แต่ตอนเด็กๆ พ่อก็เหมือนพ่อปกติคนหนึ่ง ไปดูลูกชายแข่งฟุตบอล และสอนให้เขาปั่นจักรยานด้วย แมทธิวบอกว่าไม่รู้มาก่อนเลยว่าพ่อเป็นฆาตกร แต่พ่อเคยนำรูปของเหยื่อมาให้เขาดู และบอกว่าจะปลดปล่อยผู้หญิงพวกนั้น ตอนที่พ่อถูกจับ แมทธิวอายุได้ 26 ปี ปัจจุบันเขาแต่งงานแล้วและมีชีวิตสมรสที่สงบสุข
เจนน์ คาร์สัน (Jenn Carson)
ในช่วงปี ค.ศ. 1980 ไมเคิล คาร์สัน และซูซาน ภรรยาคนที่สอง ได้ฉายาว่า “ฆาตกรแม่มดแห่งซานฟรานซิสโก” (San Francisco Witch Killers) สองสามีภรรยาติดยาเสพติดงอมแงม และมองเห็นภาพหลอนว่าพระเจ้ามอบหมายภารกิจให้พวกเขากำจัดแม่มด พวกเขาออกล่าฆ่าคนไป 3 คนก่อนจะถูกจับได้ และสารภาพในปี ค.ศ. 1983 ขณะนั้น เจนน์ ลูกสาวของไมเคิล อายุเพียงแค่ 9 ขวบ ในตอนแรกเจนน์รับไม่ได้กับการกระทำของพ่อ ทั้งหดหู่ มีปัญหาเรื่องการกินอาหาร แต่ต่อมา ก็ค่อยๆ ดีขึ้น และปัจจุบัน เธอทำงานเป็นที่ปรึกษาให้กับครอบครัวของฆาตกร และยังคอยดูแลช่วยเหลือครอบครัวของเหยื่อที่ถูกพ่อของเธอฆ่าด้วย
สตีฟ โฮเดล (Steve Hodel)
ในวันที่ 15 มกราคม ค.ศ. 1947 สองแม่ลูกต้องเผชิญกับฉากสุดสยอง ศพของหญิงผู้หนึ่งนอนตายเปลือยทั้งร่างและถูกหั่นครึ่งท่อน ภายหลังตำรวจพบว่าเหยื่อชื่อ เอลิซาเบ็ธ ชอร์ต การสืบสวนล้มเหลวและไม่มีความคืบหน้า จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1999 อดีตตำรวจแอลเอ สตีฟ โฮเดล แจ้งเบาะแสว่า จอร์จ โฮเดล พ่อของเขาน่าจะเป็นฆาตกรที่ฆ่าชอร์ต หลังจากจอร์จ เสียชีวิตลง สตีฟก็ได้ครอบครองสมบัติทั้งหมดของพ่อ และพบภาพของชอร์ตเป็นจำนวนมาก รวมถึงหลักฐานอื่นๆ ที่ชี้ว่าพ่อของเขาคือฆาตกร ในวัย 74 สตีฟเขียนหนังสือชื่อ Black Dahlia Avenger: The True Story ซึ่งกลายเป็นนิยายขายดีติดอันดับ ปัจจุบัน สตีฟอาศัยอยู่กับคนรักในแอลเอ
เคนนี่ ไคเมส (Kenny Kimes)
มีฆาตกรหลายคน ที่แทนที่จะปิดบังการฆ่าไม่ให้ลูกรู้ ก็ดึงลูกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยแทน หนึ่งในนั้นคือ ซานเต้ ไคเมส แม่ของเคนนี่นี่เอง สามีและตัวเธอทำอาชีพศิลปิน จนกระทั่งวันที่เคนนี่จบการศึกษา ผู้เป็นพ่อเสียชีวิตอย่างปริศนา เคนนี่เข้ารับหน้าที่แทนพ่อตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา และร่วมมือกับผู้เป็นแม่ฆ่าคนถึง 3 คนในปี ค.ศ. 1998 หนึ่งในนั้นคือ ไอรีน ซิลเวอร์แมน ต่อมาทั้งคู่ถูกจับและต้องโทษติดคุกหลายปี
แคทยา พอฟคอฟ (Katya Popkov)
ในตอนแรก ภรรยาและลูกสาวของตำรวจรัสเซีย มิคาเอล พอฟคอฟ ไม่เชื่อเลยว่า สมาชิกในครอบครัวคนนี้คือฆาตกร ทั้งคู่ยืนกรานหนักแน่นถึงความบริสุทธิ์ของสามีและพ่อ แต่ก็ต้องยอมจำนนต่อหลักฐานจำนวนมาก พอฟคอฟได้ฉายาว่า ฆาตการมนุษย์หมาป่า เขาฆ่าโสเภณีจำนวนมากในช่วงปี ค.ศ. 1992-2000 รายชื่อเหยื่อของเขาถูกเปิดเผยในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น มิคาเอลฆ่าแม้กระทั่งเพื่อนร่วมงานของแคทยา บุตรสาว ทุกวันนี้ แคทยาเป็นครู แต่งงานแล้ว และเพิ่งจะคลอดลูกคนแรก เธอเริ่มยอมรับความจริงเกี่ยวกับการกระทำของผู้เป็นพ่อได้แล้ว และค่อนข้างเป็นห่วงว่าลูกของเธออาจได้รับยีนอันโหดร้ายจากพ่อก็เป็นได้
ไมเคิล บรันเนอร์ (Michael Brunner)
ชาร์ลส์ แมนสัน คือฆาตกรขึ้นชื่อและพ่อของเด็กๆ หลายคน เขาเป็นคนเปิดเผยเรื่องเพศ และมีสัมพันธ์กับผู้หญิงมากหน้าหลายตา หญิงสาวเหล่านั้นตั้งท้องและกำเนิดลูกๆ จำนวนมาก ตัวแมนสันเอง ก็ยังระบุไม่ได้เลยว่ามีลูกกี่คนกันแน่เพราะเปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น แต่เขาระบุรายชื่อบุตรได้ทั้งหมดสามคน (ไม่รวมลูกชายคนโตซึ่งฆ่าตัวตายในปี ค.ศ. 1993) หนึ่งในลูกของเขา เกิดกับแมรี่ บรันเนอร์ ในบทสัมภาษณ์ ไมเคิล บรันเนอร์ประกาศว่า... เขามีลูกแล้ว และไม่รู้สึกผูกพันกับพ่อผู้เป็นฆาตกรเลย เขาไม่ยอมเปิดเผยให้ใครรู้ว่าอยู่ที่ไหนและเก็บเนื้อเก็บตัวไม่ให้ใครรู้
ทีมงานนักเขียนเด็กดี
ขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.mirror.co.uk/news/uk-news/pregnant-daughter-russias-werewolf-serial-9636264
https://crimewatchdaily.com/videos/0-dpj277ou/
https://sputniknews.com/russia/20090423121258946/
http://crimefeed.com/2017/02/btks-daughter-planning-book-about-her-serial-killer-dad/
http://listverse.com/2017/06/05/top-10-children-of-notorious-murderers/
http://www.creepybasement.com/serial-children/


2 ความคิดเห็น
คืองงกับคนแรกมาก ตกลงว่าเธอเป็นฆาตกรหรือเป็นคนปกติที่แค่โชคร้ายมีพ่อเป็นฆาตกรกัน เพราะเท่าที่อ่านมันขัดกับประโยคแรกยังไงไม่รู้
ตอนแรกก็คิดว่าเรางงคนเดียว พยายามอ่านใหม่แล้วทำความเข้าใจใหม่หลายรอบเลย ฮ่าๆ
คนที่เป็นฆาตกรคือ เดนนิส เรเดอร์ ค่ะส่วนเคอร์รี่เป็นคนธรรมดาแต่ดันซวยที่มีพ่อเป็นฆาตกรเท่านั้นเอง
แอดมินคะกรุณาแก้ไขข้อมูลเพื่อความถูกต้องของเนื้อหาด้วยค่ะ