เงือกปะทะไซเรน ต่างกันตรงไหนต้องอ่าน!

 
สวัสดีชาวนักเขียนนักอ่านทุกคนค่ะ ช่วงนี้อากาศเมืองไทยยังคงร้อนอบอ้าวอึมครึม สลับฝนตกเป็นระยะ อากาศแบบนี้ทำให้พี่ซูมนึกถึงท้องฟ้าสีฟ้าครามกับเสียงคลื่นกระทบหาดทราย ถึงขนาดทนไม่ไหวต้องไปหยิบนิยายเรื่อง Mermaid Rharpsody เพลงสุดท้ายของนางเงือก จากปลายปากกาของ V.Rondell  มาอ่านอีกรอบ พออ่านจบ พี่ซูมแทบอยากเก็บกระเป๋าลาพักร้อนไปเที่ยวเลยค่ะ 
 
นอกจากทะเล... นิยายเรื่องนี้ก็ทำให้พี่ซูมอดไม่ได้ที่จะคิดถึงนางเงือก ซึ่งเป็นตัวละครหลักที่ปรากฏในนิยาย อ่านไปก็แอบสงสัยว่าตกลงแล้ว เงือกกับไซเรนนี่ไม่ใช่เผ่าพันธุ์เดียวกันหรือ...?? ความสงสัยทำให้พี่ซูมตัดสินใจลองไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมมาค่ะ และข้อมูลทั้งหมดที่หามาได้ก็อยู่ในบทความนี้แล้ว ใครที่สงสัยหรือไม่แน่ใจเหมือนพี่ซูม ไปไขปริศนาพร้อมๆ กันเลยค่ะ 


นางเงือก
 

ในวันอากาศดี นางเงือกจะมานั่งหวีผมอยู่บนโขดหิน
 

รูปลักษณ์ภายนอกของเงือก

​​ร่างกายครึ่งบนเป็นมนุษย์ ครึ่งล่างเป็นหางปลา เงือกตามตำนานส่วนใหญ่มักเป็นสตรีโฉมงาม เส้นผมยาวสยาย สติปัญญาเฉลียวฉลาด นั่งหวีผมแถวโขดหินบนชายฝั่ง ฟังเสียงคลื่น เสียงนกร้อง บรรยายมาแบบนี้ เห็นภาพเลยไหมคะ (ถ้ายังนึกไม่ออกดูภาพด้านบนเลยค่ะ) 

​​

ความเชื่อและตำนานเกี่ยวกับเงือก

ในภาษาอังกฤษ เราใช้คำว่า “เมอร์เมด” (Mermaid) ที่แปลว่าหญิงสาวแห่งท้องทะเล แทนนางเงือกที่เป็นเพศหญิงและ “เมอร์แมน” (Merman) สำหรับใช้เรียกเงือกที่เป็นเพศชาย เนื่องจากตามตำนานเชื่อว่าเงือกมีถิ่นกำเนิดที่ชายฝั่งบริตตานีไปจนถึงคอร์นวอลล์ จากนั้นก็แพร่พันธุ์และกระจายไปจนถึงฝั่งตะวันตกของเกาะอังกฤษ ไปจนถึงสก็อตแลนด์และสแกนดิเนเวีย คำสองคำนี้ จึงมาจากคำผสมของแองโกล (ภาษาอังกฤษโบราณ) และภาษาฝรั่งเศส ในขณะที่ชาวไอร์แลนด์มีคำเฉพาะเรียกเงือกว่า... “เมอร์โรว์” หรือ “เมอรูซา”
 

นอกจากความเชื่อด้านบน ก็ยังมีตำนานเกี่ยวกับเงือกในหลายๆ ประเทศและหลายๆ วัฒนธรรม ที่เราได้ยินบ่อยที่สุดคงหนีไม่พ้นตำนานเทพปกรณัมกรีกที่เล่าว่า ต้นตระกูลของเงือกคือไตรตอน โอรสของเทพโพไซดอน เทพเจ้าแห่งท้องทะเลกับนางพรายน้ำสาว ไตรตอนมีหางเป็นปลา ไว้หนวดเครายาว อาศัยอยู่ในปราสาททองคำ มีอาวุธประจำกายคือตรีศูล และมีแตรหอยสังข์ใช้สำหรับเป่าควบคุมทะเลให้สงบหรือบ้าคลั่งก็ได้ และยังมีอีกตำนานที่โด่งดังไม่แพ้กัน เล่าว่า เงือกสืบเชื้อสายมาจากเทพโอนเนสและเทพอียา ซึ่งเป็นเทพแห่งท้องทะเลของบาบิโลน ร่างกายของทั้งสองพระองค์เป็นมนุษย์ แต่ศีรษะเป็นปลา ปรากฏกายขึ้นจากทะเลในยามเช้าและกลับลงทะเลตอนพลบค่ำ นอกจากนี้ มีนิทานปรัมปราที่เชื่อว่าเงือกเป็นลูกหลานของมนุษย์ที่ถูกเทพแห่งท้องทะเลสาป จนมีร่างครึ่งคนครึ่งปลา ต้องดื่มเลือดหรือกินเนื้อสดๆ จึงมีผิวสีเทาซีดคล้ำ และมีฟันคมกริบ (ตำนานหลังนี่ค่อนข้างน่ากลัวและสยดสยองอยู่)  
 

เรื่องราวของเงือกที่ปรากฏในงานวรรณกรรม

พี่ซูมค่อนข้างมั่นใจว่า น้องๆ แถวนี้ส่วนใหญ่น่าจะรู้จักเงือกผ่านวรรณกรรมชื่อดังอย่าง "เงือกน้อย" หรือ "The Little Mermaid" ของฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน กันใช่ไหมคะ เรื่องราวของนางเงือกน้อยที่หลงรักเจ้าชายรูปงาม จนตัดสินใจไปอธิษฐานต่อแม่มดแห่งท้องทะเลให้มีขาเรียวยาวเหมือนมนุษย์ แต่ก็ต้องแลกกับเสียงอันไพเราะ และทุกย่างก้าวที่เดิน เธอจะต้องเจ็บปวดเหมือนเหยียบลงบนคมมีด บทลงท้ายของเทพนิยายเรื่องนี้ เงือกน้อยต้องตายและสลายกลายเป็นฟองน้ำ (อย่างไรก็ตาม ในการ์ตูนฉบับดิสนี่ย์ ได้มีการปรับให้เงือกน้อยสมหวังกับเจ้าชาย...) 
 

ตัวแอนเดอร์สัน นักเขียนเรื่องนี้เองก็เป็นชาวเดนมาร์ก ซึ่งเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยตำนานและความเชื่อเกี่ยวกับเงือก เจ้าตัวเองก็บอกว่า... ได้รับแรงบันดาลใจในการเขียนเทพนิยายเรื่องนี้จากปกรณัมเทพกรีกอย่างเรื่อง อันดีน เรียกว่าสืบต่อกันมาเป็นทอดๆ เลยนะคะ
 

พูดถึงเทพนิยายของฝรั่งกันไปแล้ว ขอข้ามฝั่งมาพูดถึงวรรณคดีไทยบ้าง เชื่อว่าถ้าพูดถึง "นางเงือก" ทุกคนต้องนึกถึง "พระนางจันทวดีพันปีหลวง" หรือนางเงือกจากเรื่องพระอภัยมณี ผลงานของสุนทรภู่นั่นเอง โดยในเรื่องนี้ นางเงือกมีความสัมพันธ์กับพระอภัยมณีและมีบุตรหนึ่งคนชื่อว่า "สุดสาคร" นอกจากนางเงือกที่ปรากฏในเรื่องพระอภัยมณี เราต้องไม่ลืมนางเงือกอีกนางที่มีความสำคัญมากอย่าง "นางสุพรรณมัจฉา" นางเงือกสาวสวย บุตรสาวของทศกัณฐ์ที่ปรากฏในเรื่อง "รามเกียรติ์" ด้วยค่ะ ท้ายที่สุด นางสุพรรณมัจฉา ก็ตกเป็นภรรยาของหนุมาน และมีลูกด้วยกันหนึ่งคนชื่อมัจฉานุ (เท่ากับว่าครึ่งลิงครึ่งปลา) 

เห็นไหมคะว่าเราคุ้นเคยกับเงือกกันมากทีเดียว และถึงแม้ว่าเงือกจะมีสองเพศ แต่ก็แปลกที่วรรณกรรมส่วนใหญ่มักเลือกเล่าเรื่องของเงือกฝ่ายหญิงเป็นหลัก และแต่ละเรื่องก็ล้วนแล้วแต่พัวพันกับความรักทั้งนั้นด้วย พี่ซูมคิดว่า คงเพราะนางเงือกเป็นปริศนาที่น่าสนใจ ทำให้นักเขียนอดไม่ได้ที่จะเขียนถึงและจินตนาการไปว่า ถ้าพวกนางได้มีความรักกับมนุษย์จะเป็นอย่างไร อะไรที่ลึกลับและคาดเดาไม่ได้ ก็คงจะเรียกร้องความสนใจ ทำให้เราอยากรู้อยากลองนั่นเองค่ะ   

เอาล่ะค่ะ ก็จบในส่วนของเงือกกันไปแล้ว คราวนี้พี่ซูมขอข้ามฝั่งไปที่ฝั่งของไซเรนบ้างดีกว่าค่ะ น้องๆ จะได้เข้าใจความแตกต่างของทั้งสองเผ่าพันธุ์ ว่ามันเป็นอย่างไร ลองไปอ่านเรื่องของไซเรนดูกันนะคะ 

ไซเรน
 

รูปลักษณ์ภายนอกของไซเรน

ถิ่นกำเนิดคือ แอนธิโมเอสซ่า (ปัจจุบันคือทะเลแถวเกาะซิซิลี ประเทศอิตาลี) นางมีรูปร่างเป็นนกขนาดใหญ่คล้ายนกแร้ง แต่ส่วนหัวเป็นหญิงสาวหน้าตาสวยสดงดงาม เสียงร้องเพลงของไซเรนไพเราะเสนาะหูมากจนสามารถสะกดผู้ฟังให้ตกอยู่ในภาวะไร้สติ ลืมสิ้นทุกอย่างได้ และพวกนางก็ใช้เสียงนี่แหละที่ใช้หลอกล่อเหล่านักเดินเรือทั้งหลายให้แล่นเรือชนหินโสโครกใกล้เกาะที่อาศัยอยู่ จากนั้นจึงจับผู้เคราะห์ร้ายกินเป็นอาหาร อือหือ...อย่างโหด! 

วิธีการแก้ปัญหาไม่ให้ถูกนางไซเรนจับไปกินได้
จงมัดตัวเองไว้กับเสากระโดงเรือซะ

ความเชื่อและตำนานเกี่ยวกับไซเรน

ถ้ายึดตามตำนานกรีกโรมัน ไซเรน คือพรายน้ำ ลูกสาวของเทพแม่น้ำอาคีลัสกับเทพมิวส์ตนหนึ่ง เดิมทีไม่ได้เป็นครึ่งคนครึ่งนกอย่างที่เห็นกันหรอกนะคะ มันมีที่มาที่ไปค่ะ พี่ซูมสรุปมาให้สองเรื่องก็แล้วกันนะคะ

เรื่องแรกเล่ากันว่าไซเรนเป็นนางกำนัลของเทพีเพอร์ซิโฟเน่ แต่อยู่ๆ เทพฮาเดสก็มาฉุดเทพีเพอร์ซิโฟเน่ไปแบบดราม่าหนักมาก (พิศาลเจ้าพ่อตบจูบยังอาย) ไซเรนไล่ตามไม่ทันจึงอ้อนวอนขอให้เทพซุสประทานปีกให้ จะได้บินตามได้ทัน แต่อีกเรื่องเล่าหนึ่งจากเรื่องเดียวกันกลับเล่าว่า เทวีดีมิเตอร์ แม่ของเทพีเพอร์ซิโฟเน่ โกรธนางไซเรนที่ดูแลลูกสาวของนางไม่ดี ปล่อยให้เทพฮาเดสมาลักพาตัวไปได้ จึงสาปนางไซเรนเป็นการลงโทษ 

ส่วนเรื่องที่สองนี่เหตุผลแปลกมากค่ะ ฟังแล้วพี่ซูมรู้สึกแอบช็อกเบาๆ สาเหตุมันมาจากการที่เหล่าไซเรนยืนยันจะถือครองพรหมจรรย์ความบริสุทธิ์ผุดผ่องไว้ตลอดไป พอเทพีวีนัสมารู้เข้าเลยพิโรธ และสาปพวกนางให้เป็นครึ่งคนครึ่งนกบินถลาเล่นลมซะเลย สุดท้ายเหล่าไซเรนก็ร้องเพลงล่อหนุ่มกะลาสีกันต่อไปจ้า (ทำไมเรื่องแค่นี้ต้องทำโทษด้วย แอบไม่เข้าใจเลยจริงๆ) 

นางไซเรนหน้าตาแบบนี้เอง 

เรื่องราวของไซเรนที่ปรากฏในวรรณกรรม

คงต้องเริ่มจากวรรณกรรมกรีกก่อนเพื่อนค่ะ เมื่อครั้งเจสันกับลูกเรืออาร์โกต้องออกเดินทางไปหาขนแกะทองคำจากโคลคีส เรือได้แล่นผ่านเกาะของนางไซเรน พวกนางก็เลยได้โอกาสร้องเพลงหลอกล่อให้เรือเข้าไปใกล้เกาะ เป็นโชคดีของพวกเขาที่นางเมเดีย ภรรยาของเจสันบอกออร์ฟีอุสให้บรรเลงเพลงพิณให้ไพเราะกว่าเสียงของพวกไซเรน เจอเสียงอันไพเราะกว่าแบบนี้ ก็ส่งผลให้บรรดานางไซเรนอับอาย และบินหนีไป ลูกเรืออาร์โกทั้งหมดจึงเอาชีวิตรอดมาได้  

นอกจากปกรณัมกรีก ในมหากาพย์โอดิสซีของกวีเอกโฮเมอร์เองก็ไม่น้อยหน้า มีเรื่องราวที่เล่าถึงนางไซเรนเช่นเดียวกันค่ะ พี่ซูมจะเล่าให้ฟังคร่าวๆ แล้วกันนะคะ เรื่องทั้งหมดเริ่มจาก โอดิซีอุส กษัตริย์แห่งอิธากา ได้ร่วมมือกับกองทัพพันธมิตรกรีกเปิดสงครามพิชิตกรุงทรอย หลังสงครามจบและได้รับชัยชนะจึงเดินทางกลับบ้านเกิด ระหว่างทาง เรือได้แล่นผ่านเกาะของเหล่าไซเรน พระองค์รู้เรื่องเพลงมรณะของไซเรนมาก่อนจึงมีรับสั่งให้ลูกเรือมัดพระองค์ไว้กับเสากระโดงเรือ ทว่าแม้จะทำเช่นนั้น แต่เมื่อได้ยินเสียงเพลง โอดิซีอุสก็ยังต้องมนต์ และพยายามดิ้นอย่างแรงหมายจะโดดน้ำว่ายไปยังเกาะไซเรนอยู่ดี เคราะห์ดีเชือกมัดแน่นหนามาก โอดิซิอุสจึงรอดพ้นอันตรายจากพวกไซเรนมาได้ในที่สุด
 

ภาพของโอดิซิอุสในมหากาพย์โอดิสซี

แล้วความแตกต่างของเงือกกับไซเรนอยู่ตรงไหน

เล่าสู่กันฟังไปด้านบนคงพอไขข้อสงสัยให้น้องๆ ได้แล้วนะคะว่าความแตกต่างของเงือกและไซเรนมีอะไรบ้าง เริ่มที่เงือกเป็นอมนุษย์ครึ่งคนครึ่งปลาว่ายน้ำเล่นอยู่ในทะเล วันไหนเบื่อถึงขึ้นมานั่งหวีผมร้องเพลงโชว์ความสวยกันอยู่บนโขดหินใกล้ชายหาดชมนกชมไม้ ส่วนไซเรนเป็นอมนุษย์ครึ่งคนครึ่งนก บินถลาเล่นลมไปพร้อมร้องเพลงอวดเสียงกังวานใสมรณะ หลอกล่อชาวเรือให้หลงเคลิบเคลิ้ม จากนั้นจึงเชือดนิ่มหลังเรือแตกและจับกินเป็นอาหารซะเลย ถ้าสรุปง่ายๆ ก็คือ เงือกเป็นปลา ส่วนไซเรนเป็นนก เงือกไม่โหดร้าย ไม่ทำร้ายคน แต่ไซเรนนั้น ทำร้ายคนเป็นอาชีพ ก็ประมาณนี้ค่ะ 

ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าเงือกกับไซเรนไม่ใช่สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน ถ้าหากใครกลัวลืมลองท่องไว้ง่ายๆ ว่า “ไซเรนเป็นนกบินบนฟ้า ส่วนเงือกเป็นปลาว่ายอยู่ใต้น้ำ” รับรองจำได้แน่นอนค่ะ 
 

สุดท้ายนี้หวังว่าบทความนี้จะสร้างประโยชน์ให้ใครหลายคน โดยเฉพาะนักเขียนสายแฟนตาซี สามารถนำสิ่งนี้ได้ไปต่อยอดหรือประยุกต์ใช้กับสิ่งที่กำลังเขียนอยู่ หรือถ้าไม่ได้เอาไปเขียนอะไร ก็ถือว่ารู้ไว้สนุกๆ ค่ะ ^ ^ 
 

ขอบคุณที่อ่านกันมาจนบรรทัดนี้ หวังว่าจะสนุกกับบทความค่ะ  

พี่ซูม

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก

คอสมอส. (2556). สัตว์พิสดาร จากเทพนิยาย. พิมพ์ครั้งที่ 2 . ไทยควอลิตี้บุ๊คส์ : กรุงเทพฯ.

ดานุภา ไชยพรธรรม. (ม.ป.ป). อภิธานศัพท์ ตำนาน เรื่องเล่า นิทานปรัมปราจากทั่วโลก.

พิมพ์ครั้งที่ 2 . แพรธรรม : กรุงเทพฯ.

http://www.baanmaha.com/community/threads/27365-นางในวรรณคดี-๙-เมียพระอภัย

http://dragonfly.exteen.com/20050527/entry

https://en.wikipedia.org/wiki/Undine

http://enc1145monsters.wikia.com/wiki/Siren

http://www.komkid.com/ตำนาน/ไซเรนsirenเสียงเพลงมรณะ/

http://metro.co.uk/2016/10/14/disney-had-to-cut-an-erection-from-the-little-mermaid-except-all-was-not-what-it-seemed-6192652/

https://www.pinterest.com/pin/508062401684268167/

http://www.talesbeyondbelief.com/nymphs/mermaids.htm

http://www.tartoh.com/topic/8764/Siren

http://www.unigang.com/Article/7285

https://www.wired.com/2014/10/fantastically-wrong-strange-murderous-sometimes-sexy-history-mermaid/
 

Dek-D Team
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

=w=/ 16 มิ.ย. 60 12:01 น. 2

เราเคยอ่านเกร็ดประวัติศาสตร์แบบละเอียดมากๆของเงือกกับไซเรน(มันจะเป็นเล่มการ์ตูนความรู้ที่ทั้งเล่มมีแต่เรื่องของเงือกกับไซเรนน่ะค่ะ)


ผู้เขียนบอกว่าตามที่ศึกษาค้นคว้า ในวรรณกรรมเรื่องแรกที่ปรากฎชื่อไซเรน คนแต่งไม่ได้บรรยายรูปร่างหน้าตาแน่ชัด ศิลปินในยุคนั้นเลยตีความกันว่า ไซเรนเป็นครึ่งคนครึ่งนกบนโขดหิน กินคน (ซึ่งในเวลาไล่ๆกัน มันก็มีตำนานเรื่องเทพีฤดูใบไม้ผลิกับฮาเดส แต่ไม่แน่ใจว่าอันไหนมาก่อน) สรุปคือในยุคแรก ไซเรนคือครึ่งคนครึ่งนก


แต่พออีกยุคนึง ก็มีแนวความคิดว่า ไซเรนเป็นครึ่งคนครึ่งปลา ร้องเพลงบนโขดหิน และยังกินคน ศิลปินในยุคนั้นวาดไซเรนเป็นครึ่งนกบ้าง ครึ่งปลาบ้าง บางคนก็ถึงกับวาดครึ่งคนครึ่งนกครึ่งปลา แบบมีทั้งปีกทั้งหางปลาไปเลย เป็นยุคที่งงๆอยู่ แต่ในยุคนั้น ไม่มีคำว่าเงือก เงือก=ไซเรน ไปเลย

และในอีกยุค ผู้คนเริ่มไม่เชื่อเรื่องไซเรนกลางทะเลแล้ว ไซเรนรูปร่างเงือกที่ดุร้่ายและกินคน ก็เลยค่อยๆถูกศิลปินตีความเป็นสิ่งมีชีวิตในน้ำที่งดงามและน่าค้นหา ไซเรนครึ่งคนครึ่งปลา จากที่กินคนก็กลายเป็นเงือกเฉยๆ ที่ไม่กินคน และในยุคนั้นก็มีเรื่องเงือกน้อยออกมาน่ะค่ะ ไซเรนก็เลยไม่=เงือกแล้ว


สรุปคือในความเข้าใจที่อ่านหนังสือเล่มนั้น ไซเรนเป็นได้ทั้งรูปร่างเงือกหรือครึ่งคนครึ่งนก แล้วแต่ว่าศิลปินแต่ละคนจะจินตนาการน่ะค่ะ^^

0
กำลังโหลด
FAiiiRY Member 21 มิ.ย. 60 04:14 น. 4

เหมือนจะพิมพ์ผิดตรงข้อมูลเกี่ยวกับมัจฉานุ มัจฉานุเป็นครึ่งลิงครึ่งปลาค่ะ


สาเหตุที่ส่วนมากเงือกเพศหญิงมักจะถูกพูดถึงมากกว่าเพศชายก็เพราะคนที่กล่าวอ้างว่าพบเห็นนางเงือกส่วนมากคือพวกกะลาสีเรือที่เป็นผู้ชาย เมื่อออกเรือไปแล้วก็เล่าว่าพบเห็นนางเงือกนั่งอยู่บนโขดหิน ชาวบ้านเลยก็เลยคิดว่าจริงๆ แล้วนางเงือกคือปลาพะยูนที่ขึ้นมาบนโขดหิน แล้วบังเอิญมีหญ้าทะเลหรือพวกสาหร่ายพันติดหัวมาด้วยแล้วก็บังหน้าบังตา ทำให้เห็นเหมือนเป็นคนผมยาว กะลาสีเรือที่เดินทะเลมานาน ไม่ได้พบกับหญิงสาว เลยเพ้อไปว่าเห็นเป็นหญิงสาวผมยาวที่มีหางเหมือนปลามานั่งอยู่บนโขดหิน


ส่วนตำนานเกี่ยวกับไซเรนที่กล่าวว่าโดนเทพวีนัสสาป อาจจะเพราะว่าวีนัสเป็นเทพแห่งความรักและความงาม เลยไม่พอใจที่ไซเรนจะถือครองพรหมจรรย์รึเปล่าคะ ไม่ก็ไซเรนรูปงามมากจนทำให้วีนัสอิจฉา วีนัสเองก็มีวีรกรรมเรื่องทำร้ายคนอื่นเพราะเขาสวยอยู่ เหล่าเทพก็ไม่ค่อยมีเหตุผลกันเท่าไหร่อยู่แล้ว เอาแต่ใจ พอไม่ได้ดั่งใจแล้วอยากสาปใครก็สาปไปทั่ว เฮ้อ

0
กำลังโหลด
เอ็กซ์โซซิสน้อยserinia Member 14 มิ.ย. 60 22:05 น. 1-1

ใช่ค่า อันนี้อิงตามตำนานของกรีกค่ะ จะเข้าใจเห็นภาพชัดแยกง่ายกว่าค่ะ >W<

0
กำลังโหลด
แสงเทียนท่ามกลางความมืดมิด Member 16 มิ.ย. 60 21:24 น. 3

สิ่งที่ทั้งคู่มีเหมือนกันคือ ใบหน้าอันสวยสด สำหรับเรานะ

สวยทั้งคู่เลยค่ะ รักอ่ะ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด

11 ความคิดเห็น

เอ็กซ์โซซิสน้อยserinia Member 14 มิ.ย. 60 22:05 น. 1-1

ใช่ค่า อันนี้อิงตามตำนานของกรีกค่ะ จะเข้าใจเห็นภาพชัดแยกง่ายกว่าค่ะ >W<

0
กำลังโหลด
=w=/ 16 มิ.ย. 60 12:01 น. 2

เราเคยอ่านเกร็ดประวัติศาสตร์แบบละเอียดมากๆของเงือกกับไซเรน(มันจะเป็นเล่มการ์ตูนความรู้ที่ทั้งเล่มมีแต่เรื่องของเงือกกับไซเรนน่ะค่ะ)


ผู้เขียนบอกว่าตามที่ศึกษาค้นคว้า ในวรรณกรรมเรื่องแรกที่ปรากฎชื่อไซเรน คนแต่งไม่ได้บรรยายรูปร่างหน้าตาแน่ชัด ศิลปินในยุคนั้นเลยตีความกันว่า ไซเรนเป็นครึ่งคนครึ่งนกบนโขดหิน กินคน (ซึ่งในเวลาไล่ๆกัน มันก็มีตำนานเรื่องเทพีฤดูใบไม้ผลิกับฮาเดส แต่ไม่แน่ใจว่าอันไหนมาก่อน) สรุปคือในยุคแรก ไซเรนคือครึ่งคนครึ่งนก


แต่พออีกยุคนึง ก็มีแนวความคิดว่า ไซเรนเป็นครึ่งคนครึ่งปลา ร้องเพลงบนโขดหิน และยังกินคน ศิลปินในยุคนั้นวาดไซเรนเป็นครึ่งนกบ้าง ครึ่งปลาบ้าง บางคนก็ถึงกับวาดครึ่งคนครึ่งนกครึ่งปลา แบบมีทั้งปีกทั้งหางปลาไปเลย เป็นยุคที่งงๆอยู่ แต่ในยุคนั้น ไม่มีคำว่าเงือก เงือก=ไซเรน ไปเลย

และในอีกยุค ผู้คนเริ่มไม่เชื่อเรื่องไซเรนกลางทะเลแล้ว ไซเรนรูปร่างเงือกที่ดุร้่ายและกินคน ก็เลยค่อยๆถูกศิลปินตีความเป็นสิ่งมีชีวิตในน้ำที่งดงามและน่าค้นหา ไซเรนครึ่งคนครึ่งปลา จากที่กินคนก็กลายเป็นเงือกเฉยๆ ที่ไม่กินคน และในยุคนั้นก็มีเรื่องเงือกน้อยออกมาน่ะค่ะ ไซเรนก็เลยไม่=เงือกแล้ว


สรุปคือในความเข้าใจที่อ่านหนังสือเล่มนั้น ไซเรนเป็นได้ทั้งรูปร่างเงือกหรือครึ่งคนครึ่งนก แล้วแต่ว่าศิลปินแต่ละคนจะจินตนาการน่ะค่ะ^^

0
กำลังโหลด
แสงเทียนท่ามกลางความมืดมิด Member 16 มิ.ย. 60 21:24 น. 3

สิ่งที่ทั้งคู่มีเหมือนกันคือ ใบหน้าอันสวยสด สำหรับเรานะ

สวยทั้งคู่เลยค่ะ รักอ่ะ

0
กำลังโหลด
FAiiiRY Member 21 มิ.ย. 60 04:14 น. 4

เหมือนจะพิมพ์ผิดตรงข้อมูลเกี่ยวกับมัจฉานุ มัจฉานุเป็นครึ่งลิงครึ่งปลาค่ะ


สาเหตุที่ส่วนมากเงือกเพศหญิงมักจะถูกพูดถึงมากกว่าเพศชายก็เพราะคนที่กล่าวอ้างว่าพบเห็นนางเงือกส่วนมากคือพวกกะลาสีเรือที่เป็นผู้ชาย เมื่อออกเรือไปแล้วก็เล่าว่าพบเห็นนางเงือกนั่งอยู่บนโขดหิน ชาวบ้านเลยก็เลยคิดว่าจริงๆ แล้วนางเงือกคือปลาพะยูนที่ขึ้นมาบนโขดหิน แล้วบังเอิญมีหญ้าทะเลหรือพวกสาหร่ายพันติดหัวมาด้วยแล้วก็บังหน้าบังตา ทำให้เห็นเหมือนเป็นคนผมยาว กะลาสีเรือที่เดินทะเลมานาน ไม่ได้พบกับหญิงสาว เลยเพ้อไปว่าเห็นเป็นหญิงสาวผมยาวที่มีหางเหมือนปลามานั่งอยู่บนโขดหิน


ส่วนตำนานเกี่ยวกับไซเรนที่กล่าวว่าโดนเทพวีนัสสาป อาจจะเพราะว่าวีนัสเป็นเทพแห่งความรักและความงาม เลยไม่พอใจที่ไซเรนจะถือครองพรหมจรรย์รึเปล่าคะ ไม่ก็ไซเรนรูปงามมากจนทำให้วีนัสอิจฉา วีนัสเองก็มีวีรกรรมเรื่องทำร้ายคนอื่นเพราะเขาสวยอยู่ เหล่าเทพก็ไม่ค่อยมีเหตุผลกันเท่าไหร่อยู่แล้ว เอาแต่ใจ พอไม่ได้ดั่งใจแล้วอยากสาปใครก็สาปไปทั่ว เฮ้อ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
แพรวเอง Member 22 มิ.ย. 60 14:19 น. 6

มีคำถามค่ะพี่ซูม

นางสุพรรณมัจฉาตกเป็นภรรยาของหนุมานแล้วเกี่ยวอะไรกับสุดสาครคะ.. ??

พิมพ์ผิดหรือป่าว..

0
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยเจ้าของ

กำลังโหลด
กำลังโหลด
mol 13 ก.ย. 60 13:48 น. 9

เข้าใจว่าไซเรนคือเงือกมาตลอด อาจจะเพราะอยู่ในทะเล และเรื่องที่บรรยายถึงก็เรียกเป็นเงือก = คนครึ่งปลา อันนี้แนวใหม่ คนครึ่งนก นางเงือกไม่มีเรื่องราวเกี่ยวกับเสียงที่ไพเราะ แต่ไซเรนใช้เสียงที่ไพเราะมากๆ ล่อลวงนักเดินเรือให้ชนโขดหิน เรือล่ม คนครึ่งนกจะนึกถึงกินรีที่ป่าหิมพานต์มากกว่า คืออยู่ในป่าในภูเขา ถ้าอยู่ในน้ำก็นึกถึงปลา แต่อาจเป็นนกที่อยู่ตามโขดหินก็ได้เนอะ

..... ขอบคุณค่ะ

0
กำลังโหลด
Light 13 ก.ย. 60 17:12 น. 10

มันจะไปเข้าใจยากอาร๊ายยย สาเหตุที่ไซเรนโดนสาปอ่ะ

ขนาดตอนเพอร์เซโฟเน่บอกว่าจะถึงพรหมจรรย์เหมือนกันเฮสเทียอโฟไดท์ยังหมั่นไส้แกล้งให้อีรอสยิงศรใส่ฮาเดสให้ไปหลงเพอร์เซโฟเน่แล้วฉุดลงนรกเลย 5555

พูดง่ายๆก็อิจกันดีๆนี่เองล่ะ(เพราะตัวโดนจนพลุนแล้วน่ะสิ)

อนึ่งเทพีที่ถึงครองพรหมจรรย์มีแค่ 3 องค์เท่านั้นคือ อาเธน่า เฮสเทีย และอาเทมิส (หรือก็คือที่เหลือโดนหมดแล้ว)

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด