ยิ่งกว่านิยาย!
10 เรื่องจริงของแม่เลี้ยงใจร้ายที่เกิดขึ้นได้ใกล้ตัวอย่างไม่น่าเชื่อ
สวัสดีชาวนักอ่านนักเขียนทุกคนค่ะ ช่วงนี้แอดมินกำลังสนใจพวกคดีแปลกๆ ที่ส่งผลต่อชีวิตคนจริงๆ ก่อนหน้านี้ก็เคยทำเรื่อง คนถูกล็อตเตอรี่แล้วโชคร้าย ชีวิตล้มเหลวพังพินาศ ครั้งนี้ก็เลยขอมาถ่ายทอดเรื่องของคดีเกี่ยวกับแม่เลี้ยงบ้าง เพราะรู้สึกว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวมากๆ สามารถนำมาใช้เป็นพล็อตนิยายได้เลย
ส่วนตัวแอดมินอ่านนิยายมาหลายต่อหลายเรื่อง จะพบว่ามักจะมีเรื่อง “แม่เลี้ยงลูกเลี้ยง” อยู่เป็นประจำ ไม่ต้องดูที่ไหนอื่นไกล เทพนิยายที่ดังไปทั่วโลกอย่าง “ซินเดอเรลล่า” นั่นไง แม่เลี้ยงใจร้ายตัวแม่เลย น่ากลัวสุดๆ และนั่นแหละค่ะ แม่เลี้ยงใจร้ายในชีวิตจริงที่เราจะมาเล่าให้ฟังในวันนี้ แต่ละคนโหดร้ายไม่แพ้แม่เลี้ยงของซินเดอเรลล่าเลย จริงๆ นะ
1 โมนีค ดิลลาร์ด-โบทูเอลล์ (Monique Dillard-Bothuell)
เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ค.ศ. 2014 ชาร์ลี โบทูเอลล์ที่ 4 โทรศัพท์แจ้งตำรวจว่าชาร์ลีที่ 5 บุตรชายวัย 12 หายตัวไปจากบ้านที่ดีทรอยต์ คดีนี้กลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในสังคม จนกระทั่งสองอาทิตย์ต่อมา โบทูเอลล์ก็ได้ออกรายการทีวี Nancy Grace และสารภาพว่าเจอตัวลูกชายแล้ว ในห้องใต้ดินของที่บ้านนั่นเอง
โบทูเอลล์และโมนีค ดิลลาร์ด ภรรยาคนล่าสุด ซึ่งดำรงตำแหน่งแม่เลี้ยงของเด็กชายถูกจับกุมด้วยข้อหากักขังและทรมานเด็ก ชาลีให้การว่า โมนีคบังคับให้เขาลงไปที่ห้องใต้ดิน และบอกให้อยู่ที่นั่น เขาได้ยินโมนีคหลอกลวงพ่อว่า เขาหายตัวไป ตลอดระยะเวลานั้น ชาลีอดอาหารและถูกบังคับให้ใช้แรงงานอย่างหนัก เมื่อครั้งที่ตำรวจไปค้นห้องใต้ดิน กลับไม่เจอตัวเขา เพราะโมนีคสั่งให้เขาซ่อนตัวไว้ อย่าให้ใครเห็น โบทูเอลล์ถูกพิพากษาจำคุก 18 เดือน (รอลงอาญา) ส่วนโมนีครอดตัว ไม่ถูกดำเนินคดี
คดีนี้ถือเป็นคดีที่โหดร้ายระดับกลางแต่ก็น่ากลัวเหมือนกันว่าถ้าหากพ่อตามหาลูกชายไม่พบจะเป็นอย่างไร เพราะภรรยาใหม่ก็ร้ายกาจเหลือเกินที่จับเด็กไปซ่อน ยิ่งเมื่อดูชื่อนามสกุลแล้ว สัมผัสได้ว่า คนพ่อน่าจะเป็นคนร่ำรวยฐานะดี ก็เลยไม่แปลกที่บ้านจะใหญ่โตจนมีห้องใต้ดิน ทำให้การกักขังกลายเป็นเรื่องง่ายเข้า... แต่แอดมินแปลกใจนิดเดียวว่าทำไมแม่เลี้ยงไม่โดนดำเนินคดีด้วย ไม่ยุติธรรมเลยว่าไหมคะ
2 แดเนียล มิลเลอร์ (Danielle Miller)
ปี ค.ศ. 2016 ตำรวจที่เพนซิลเวเนียได้รับแจ้งเหตุการณ์ทรมานเด็ก ผู้ประสงค์ดี (ไม่ระบุชื่อ) แจ้งว่าสังเกตเห็นแดเนียล มิลเลอร์ ทำร้ายร่างกายหลานชายวัย 4 ขวบมาตลอดเวลาสามเดือน จากการสอบสวนพบว่า แดเนียลวัย 31 ปีอยู่ในฐานะแม่เลี้ยง เวลาโมโหไม่ได้ดังใจ เธอจะบังคับให้เด็กชายกินยาระบายและซอสเผ็ด แล้วยังชอบใช้เทปกาวมัดขาเด็กชายไว้ และถ้าเจ้าหนูดิ้นหลุด ก็จะโดนมัดใหม่ตลอดทั้งวัน พ่อของเด็กคือ นาธาน ดุ๊ก รู้เรื่องการทำร้ายร่างกายนี้ดี แต่ก็ไม่สนใจ บทสรุปของเรื่อง แดเนียลและนาธานโดนตั้งข้อหาร้ายแรง ส่วนเด็กน้อยได้รับความช่วยเหลือจากองค์กรของรัฐ
คดีนี้ฟังดูอาจจะไม่ร้ายแรงเท่าคดีต่อๆ ไปที่เราจะเล่า แต่ก็น่าสลดใจมาก เพราะผู้ถูกทำร้ายเป็นเด็กอายุน้อย เด็กวัย 4 ขวบ ยังไม่สามารถช่วยเหลือหรือปกป้องตัวเองได้ อ่านๆ ไปแล้ว แอดมินนึกถึงหลายๆ คดีในบ้านเรา ที่เหยื่อเป็นเด็กไม่รู้อีโหน่อีเหน่ และถูกผู้ใหญ่ทำร้ายร่างกาย ที่น่ากลัวคือ ผู้เป็นพ่อน่าจะหลงใหลภรรยาใหม่ ก็เลยปล่อยปละละเลย เป็นปัญหาสังคมที่น่ากลัวมากๆ ค่ะ สำหรับต่างประเทศ ก็จะมีองค์กรของรัฐคอยช่วย ถ้าในไทยน่าจะเป็นคุณปวีณามั้งคะ
3 เมลินด้า ดราเบ็ค คริทตัน (Melinda Drabek-Chritton)
ในคืนที่อากาศเหน็บหนาวกลางเดือนกุมภาพันธ์ปี ค.ศ. 2012 เด็กสาววัย 15 คนหนึ่งถูกพบเดินร่อนเร่อยู่บนถนนที่แมดิสัน วิสคอนซิน พลเมืองดีสังเกตว่าเธอสวมเพียงชุดนอน และไม่มีรองเท้า ก็เลยติดต่อตำรวจ เด็กสาวบอกเจ้าหน้าที่ว่า ถูกขังไว้ในห้องใต้ดินที่บ้านและหาทางหลบหนีออกมาได้ เธอถูกข่มขืนและทำร้ายร่างกายอย่างหนักจากสมาชิกครอบครัวสามคน ได้แก่ ผู้เป็นพ่อ แชด คริทตัน (42 ปี) แม่เลี้ยง เมลินด้า ดราเบ็ค คริทตัน (44 ปี) และพี่ชายต่างแม่ โจชัว ดราเบ็ค (วัย 20 ปี) ทั้งสามคนถูกจับกุมทันที
เมื่อต้องขึ้นศาล เด็กสาวให้การว่าถูกกักขังไว้ในห้องใต้ดินของบ้าน ไม่มีอาหารกิน ถูกซ้อมและทุบตี และยังโดนบังคับให้กินของเสียจากร่างกายของตน โจชัว พี่ชายต่างแม่ก็ข่มขืนและทำร้ายร่างกายเธออย่างหนัก โดยมีแชดผู้เป็นพ่อและเมลินด้าแม่เลี้ยงร่วมทุบตีด้วย เด็กสาวระบุว่า เมลินด้าเป็นผู้บงการ ท้ายสุด ทั้งแชดและเมลินด้า ต้องโทษเข้าคุกห้าปี ข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว ทำร้ายจิตใจเด็ก ส่วนโจชัว โดนข้อหาข่มขืน และต้องโทษจำคุกห้าปีเช่นกัน
อันนี้เป็นข่าวที่ได้อ่านบ่อยๆ และน่ากลัวมาก การที่พ่อกับแม่เลิกรากัน แล้วพ่อหรือแม่ไปแต่งงานใหม่ แล้วอีกฝ่ายมีลูกติดเป็นเพศตรงข้าม มองไปก็อันตรายเหมือนกันนะคะ นิยายไทยหลายเรื่อง (และการ์ตูนญี่ปุ่นบางเรื่อง) ชอบเขียนพล็อตจับคู่ลูกเลี้ยงชายและหญิงให้กลายเป็นคนรัก แต่ในโลกความเป็นจริง ก็มีหลายหนที่แทนที่จะรักกันแบบงดงาม กลับกลายเป็นเกลียดและกลั่นแกล้ง เคสนี้ก็เหมือนกันค่ะ มีการข่มขืน ทำร้ายร่างกาย อันตรายมากจริงๆ
4 แคทเธอรีน โลว์ (Catherine Lowe)
เช้าวันที่ 13 มกราคม ค.ศ. 2011 เซเลสต์ โลว์ วัย 5 ขวบล้มเจ็บด้วยอาการปวดท้องอย่างหนัก แทนที่จะส่งเด็กน้อยไปโรงพยาบาล แคทเธอรีน แม่เลี้ยงวัย 34 กลับพาเด็กหญิงไปทำงานด้วย เมื่อกลับถึงบ้าน ผู้เป็นพ่อ เวสลี่ย์ วัย 32 สังเกตว่าลูกสาวยังอาเจียนไม่เลิก ก็เลยรีบพาเด็กไปโรงพยาบาล น่าเสียดายที่อาการของเซเลสต์หนักมากแล้ว เด็กหญิงเสียชีวิตที่นั่น จากการชันสูตรพบว่า เด็กหญิงเสียชีวิตก่อนหน้าจะมาโรงพยาบาลถึง 2 ชั่วโมง และนั่นทำให้นักสืบต้องเข้ามามีส่วนร่วม พวกเขาพบผลลัพธ์เพิ่มเติมคือ เด็กหญิงมีบาดแผลภายใน เลือดออกไม่หยุดจนเสียชีวิต
แคทเธอรีนและเวสลี่ย์อ้างว่าเซเลสต์เป็นไข้หวัดใหญ่ และพวกเขาได้พยายามรักษาเด็กหญิงแล้ว แต่เพื่อนร่วมงานให้การตรงกันข้าม พวกเขาระบุว่าเด็กหญิงหน้าซีดและไร้เรี่ยวแรง แต่แคทเธอรีนกลับเพิกเฉย ไม่ยอมพาเธอไปหาหมอ แคทเธอรีนต้องโทษจำคุก 25 ปี ส่วนเวสลี่ย์ โดนข้อหาทำร้ายลูกสาว แต่ท้ายที่สุดก็ไม่สามารถเอาผิดได้เพราะขาดหลักฐาน
น่ากลัวหนักมากค่ะสำหรับเรื่องนี้ คือแอดมินรู้สึกว่า ปัญหาคือ พอสามีภรรยาเลิกรากัน แล้วสามีมีภรรยาใหม่ก็จะปรับกันลำบากอยู่บ้าง ในนิยายมักจะเขียนให้ภรรยาใหม่รักเด็ก จิตใจอ่อนหวาน แต่ในชีวิตอาจไม่เป็นแบบนั้นก็ได้ การที่ภรรยาใหม่เข้ากับคนเป็นพ่อได้ดี ไม่ได้หมายความว่าเธอจะต้องเข้ากับลูกได้ด้วย คือบางที แคทเธอรีนก็อาจจะคิดว่าเธอมารักกับเวสลี่ย์ ไม่ได้มารักกับเซเลสต์ และเธออาจไม่ได้มีจิตใจดีงามพอจะดูแลเด็ก แถมยังอาจจะรำคาญเมื่อต้องรับผิดชอบมากๆ สุดท้ายเรื่องก็เลยจบลงแบบนี้นี่แหละ
5 ซูแอนน์ ฮอบสัน (Sueanne Hobson)
วันที่ 17 เมษายน ค.ศ. 1980 เอ็ดเวิร์ด ฮอบสัน เข้าแจ้งความว่า คริส ฮอบสัน ลูกชายวัย 13 หายตัวไปจากบ้านที่แคนซัส ไม่ถึงหนึ่งเดือนต่อมา เจ้าหน้าที่พบศพเด็กชายที่สุสานแห่งหนึ่ง จากการชันสูตรพบว่าเสียชีวิตจากการถูกยิงที่ศีรษะและหน้าอก ตำรวจได้นำตัว เจมส์ จิมมี่ ครัมม์ พี่ชายต่างแม่วัย 16 ของคริสมาสอบสวน จิมมี่สารภาพความจริงว่า เขาร่วมมือกับแม่ ซูแอนน์วัย 39 และพอล ซอร์เรนติโน่ เพื่อนวัย 16 ฆาตกรรมน้องชาย จิมมี่ยังเล่าเพิ่มเติมว่า แม่เคยพยายามฆ่าคริสด้วยวิธีวางยาพิษในไอศกรีม แต่คริสรอดไปได้ เธอเลยเลือกวิธียิงแทน โดยให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า เธอจำเป็นต้องฆ่าคริสก่อนวันคริสต์มาสจะมาถึง เพราะไม่อยากซื้อของขวัญใดๆ ให้ลูกเลี้ยง
ในคืนวันฆาตกรรม จิมมี่กับพอลรับคริสจากบ้าน เด็กชายทั้งสามขับรถไปจนถึงจุดเกิดเหตุ พวกเขาสั่งให้คริสขุดหลุม และบอกให้ปีนลงไป จากนั้นก็บอกให้คริสหลับตานับถึงสามแล้วค่อยปีนขึ้นมา เมื่อคริสหลับตา สองวัยรุ่นก็ยิงเด็กชายจนถึงแก่ความตาย ศาลตัดสินให้จำคุกบุคคลทั้งสามตลอดชีวิต อย่างไรก็ตาม ซูแอนน์ได้รับการลดโทษและออกจากคุกในปี ค.ศ. 2011 ปัจจุบัน เธอใช้ชีวิตอยู่กับเอ็ดเวิร์ดผู้เป็นสามีตามปกติ
เรื่องนี้อ่านจบแล้วรู้สึกแย่มากค่ะ ตำหนิการกระทำของซูแอนน์แรงๆ คือเธอไม่ชอบลูกเลี้ยง ก็ไม่น่าจะดึงเอาเด็กวัยรุ่นอีกสองคนเข้ามามีเอี่ยวด้วย ยิ่งคนที่เป็นเพื่อนลูกยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ เพราะพอลไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับครอบครัวนี้เลย ยิ่งอ่านตอนจบว่าซูแอนน์ได้ลดโทษและออกมาใช้ชีวิตตามปกติ ยิ่งรู้สึกแย่มากๆ ค่ะ ก็หวังว่าเธอจะได้รับกรรมในส่วนของเธอบ้างนะคะ
6 เฮเธอร์ โจนส์ (Heather Jones)
วันที่ 25 พฤศจิกายน ปี ค.ศ. 2015 ตำรวจได้รับแจ้งจากไมเคิลและเฮเธอร์ โจนส์ ข้อหาการใช้ความรุนแรงในครอบครัว หลังจากสอบสวน พวกเขาพบว่า... เอเดรียน ลูกชายวัย 7 ขวบหายตัวไปหลาย
เดือนแล้ว ไม่กี่วันต่อมา ตำรวจพบศพในโรงนาแห่งหนึ่ง ตรวจสอบแล้วตรงกับดีเอ็นเอของเอเดรียน
เดือนแล้ว ไม่กี่วันต่อมา ตำรวจพบศพในโรงนาแห่งหนึ่ง ตรวจสอบแล้วตรงกับดีเอ็นเอของเอเดรียน
แม้จะมีหลักฐานเพียงเล็กน้อย เพราะสภาพศพเสียหายไปมากแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังตรวจพบร่องรอยการถูกทำร้ายอย่างหนัก และเหตุผลที่ศพอยู่ในโรงนา ก็ด้วยวัตถุประสงค์สุดโหดคือ ทิ้งให้หมูกิน เจ้าหน้าที่คนหนึ่งถึงกับพูดว่า เป็นเรื่องที่ชั่วร้ายที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมา ท้ายสุด จากการสอบสวนพบว่าผู้ลงมือคือ เฮเธอร์นั่นเอง เธอถูกจำคุกตลอดชีวิต ส่วนไมเคิล ผู้เป็นพ่อ ยังอยู่ระหว่างการไต่สวน รวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม
เรื่องนี้น่าจะสะเทือนใจมากที่สุดจาก 10 คดี บทความไม่ได้บอกวิธีที่เฮเธอร์ใช้ฆ่าลูกเลี้ยง แต่จากที่อ่านรู้สึกว่ามันน่าจะไม่ใช่วิธีที่โอเคเท่าไหร่ ยิ่งเจอว่าทิ้งศพเด็กชายให้หมูกินนี่ยิ่งรังเกียจและขยะแขยง คนอะไรใจยักษ์ใจมารได้ขนาดนี้ สมควรแล้วค่ะที่จะถูกจำคุกตลอดชีวิต เพราะถ้าอยู่ข้างนอกก็คงเป็นอันตรายต่อผู้อื่น
7 เรเน่ คิง (Renee King)
วันที่ 20 พฤศจิกายน ค.ศง 2010 เรเน่ คิง วัย 29 ปี โทร. แจ้ง 911 ว่า ลิลลี่ เฟอร์โนซ์ ลูกเลี้ยงวัยสองขวบหมดสติ เรเน่อ้างว่าระหว่างอาบน้ำ เธอทำเด็กหญิงหลุดมือ ทว่าจากการตรวจสอบพบว่า ลิลลี่ตายก่อนที่แม่เลี้ยงจะโทร. แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อขอความช่วยเหลือ นานถึง 2 ชั่วโมง และอาการบาดเจ็บนั้นก็ไม่ตรงกับคำบอกเล่าของเรแน่ เด็กหญิงมีรอยช้ำที่หัวมากกว่า 20 รอย และมีร่องรอยจากถูกทำร้ายที่อวัยวะเพศด้วย เรเน่ถูกจับทันที ข้อหาทำร้ายร่างกายและล่วงละเมิศทางเพศ เธอให้การว่า ไม่พอใจที่ลิลลี่ชอบฉี่ราด ก็เลยลงมือทำร้ายเด็ก เรเน่ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต
การปล่อยเด็กไว้กับแม่เลี้ยงสองต่อสอง เป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก ยิ่งเมื่ออ่านผลชันสูตรแล้วแอดมินใจหายมากค่ะ เด็กฉี่ราด เลยทำร้ายอวัยวะเพศ รู้สึกเลยว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนใจดำมาก ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าเด็กน้อยไม่เสียชีวิต แล้วได้เติบโตขึ้นเป็นหญิงสาว สิ่งที่เกิดขึ้นนี้จะกลายเป็นฝันร้ายในใจของเธอหนักแค่ไหน
8 เอลิซ่า เบเกอร์ (Elisa Baker)
ซาห์ร่า เบเกอร์ เกิดที่ออสเตรเลีย วันที่ 16 พฤศจิกายน ค.ศ. 1999 แม่แท้ๆ ของเธอป่วยด้วยโรคซึมเศร้าและไม่พร้อมที่จะดูแลเด็กเล็กๆ เมื่ออายุห้าขวบ แพทย์ตรวจพบว่าซาห์ร่าเป็นมะเร็งกระดูก ผลข้างเคียงจากการรักษา เด็กหญิงเสียขาและความสามารถในการฟังไป ในปี ค.ศ. 2008 อดัมเลิกกับภรรยาและเดินทางไปสหรัฐฯ พร้อมด้วยเอลิซ่า ภรรยาใหม่ ด้วยความหวังว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างสดใส
9 ตุลาคม ค.ศ. 2010 อดัมโทร. แจ้ง 911 ว่าซาห์ร่าหายตัวไปจากบ้านที่นอร์ธ แคโรไลน่า เจ้าตัวบอกว่าก่อนหน้านี้หนึ่งวันมีคนวางเพลิงเผาบ้านและทิ้งโน้ตถึงลูกสาวเจ้านายของเขา อดัมเชื่อว่า คนร้ายน่าจะลักพาตัวซาร่าไปผิด ระหว่างการสืบสวน เจ้าหน้าที่พบว่า ไม่มีใครเห็นเด็กหญิงมาสองอาทิตย์แล้ว เมื่อถูกซักถามหนักเข้า เอลิซ่าก็สารภาพว่าเป็นคนฆ่าบุตรเลี้ยงเอง โดยสถานที่เกิดเหตุคือ อ่างอาบน้ำ เมื่อฆ่าเด็กหญิงแล้ว เธอก็หั่นศพและนำไปทิ้งตามที่ต่างๆ เอลิซ่าพยายามซัดทอดอดัมด้วย แต่ตำรวจไม่สามารถหาหลักฐานเอาผิดเขาได้ เอลิซ่าถูกตัดสินเข้าคุกขั้นต่ำ 25 ปี ในปี ค.ศ. 2013 เธอให้สัมภาษณ์ว่า ตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์และอดัมต่างหากที่เป็นคนฆ่าซาห์ร่า
อ่านจบสงสารซาห์ร่าจับใจค่ะ ต้องเจอกับโรคร้ายอย่างมะเร็งกระดูกยังไม่พอ ยังต้องมาเจอกับเอลิซ่า แม่เลี้ยงใจมารเข้าอีก การที่เด็กเล็กๆ คนหนึ่งเจ็บป่วย ควรได้รับการเอาใจใส่ดูแล มากกว่าจะทำร้ายอย่างเหี้ยมโหด ยิ่งอ่านถึงตอนสารภาพว่า หั่นศพเด็กแล้วนำไปทิ้งตามที่ต่างๆ ยิ่งรู้สึกเลยว่า เอลิซ่าน่าจะป่วยทางจิต ไม่สมควรได้ใกล้ชิดเด็กเลยค่ะ
9 เทรซี่ ไรท์ (Tracey Wright)
เมื่ออายุได้หกขวบ ลอเรน ไรท์ จากอังกฤษ ต้องเจอกับเรื่องเลวร้ายมากมาย ในวันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ. 2000 ระหว่างเดินทางไปพักผ่อนที่ตุรกี แม่แท้ๆ ก็ทิ้งเธอไป และเมื่อเดินทางกลับบ้าน พ่อของเธอก็แต่งงานใหม่กับเทรซี่ สคาฟฟ์ ผู้ดูแลสนามเด็กเล่นในโรงเรียน เทรซี่มีลูกของตัวเองอยู่แล้ว และสองพ่อลูกย้ายเข้าไปในบ้านของแม่เลี้ยง แน่นอนว่าเทรซี่ไม่สนใจลูกเลี้ยง และแสดงออกอย่างเปิดเผยว่าลูกของเธอสำคัญกว่า ต่อมา เธอก็เริ่มทุบตีลอเรน แต่เคร็คทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่เสีย เด็กน้อยเริ่มมีรอยช้ำตามตัวและใบหน้าให้ครูเห็น จนครูประจำชั้นเริ่มกังวลและตัดสินใจเปิดประเด็นกับแม่เลี้ยง ทว่าเทรซี่ก็โกหกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งในที่สุด องค์กรของรัฐก็เข้ามาสืบสวนเรื่องนี้ แต่ทุกอย่างสายเกินไปแล้ว เมื่อเข้าค้นบ้าน พวกเขาพบร่างของลอเรนนอนหายใจรวยริน เธอกินน้ำและอาหารไม่ได้ ร่างกายบอบช้ำ ผมร่วง และหายใจแทบไม่ได้ ท้ายที่สุดลอเรนเสียชีวิตจากการขาดอาหาร เคร็คต้องโทษจำคุก 6 ปี ส่วนเทรซี่ต้องโทษจำคุก 15 ปี
เป็นคดีที่อ่านแล้วทรมานใจมากๆ ค่ะ คล้ายๆ กับเคสของแคทเธอรีน โลว์ แม่เลี้ยงบางคนก็รักสามีแต่ไม่ได้รักเด็กด้วย และสามีก็เลือกที่จะทำเป็นไม่รู้เรื่องเพื่อรักษาความสงบในครอบครัว โดยปล่อยให้ลูกของตัวเองโดยทำร้าย เป็นเรื่องอันตรายค่ะ
10 เฮเธอร์ เลเวลล์-คีย์ตัน (Heather Leavell-Keaton)
แม่เลี้ยงสาวสวยวัย 26 ปีคนนี้ อิจฉาลูกเลี้ยงวัย 5 ขวบอย่างหนัก และพยายามหาทางทำทุกทางเพื่อแยกเด็กหญิงออกจากผู้เป็นย่า เพื่อจะได้จัดการได้โดยไม่มีใครรู้เห็น เฮเธอร์เริ่มทุบตีทำร้ายเด็กหญิง และยังวางยาพิษในเครื่องดื่ม จนกระทั้งวันที่ 20 มีนาคม ค.ศ. 2010 เฮเธอร์ใส่ยาในปริมาณที่มากเกินไป ส่งผลให้นาตาลีเจ็บปวดจนกรีดร้องรุนแรง เฮเธอร์และจอห์น สามี จับร่างของเด็กหญิงใส่ลงในกระเป๋า และทิ้งไว้ให้เด็กน้อยถึงแก่ความตาย จากนั้นจึงนำร่างของเธอไปทิ้งไว้ในป่าเพื่ออำพรางศพ
เชส ลูกชายวัย 3 ขวบ เริ่มถามหาพี่สาว ทำให้คู่สามีภรรยากังวลมากว่า เชสอาจพูดบางอย่างต่อหน้าญาติพี่น้องคนอื่นๆ เฮเธอร์ก็เลยใช้วิธีเดิมๆ นั่นคือวางยาพิษเชสบ้าง เหตุการณ์เป็นไปตามเดิม และศพของเชสก็ถูกนำไปทิ้งในป่าเช่นเคย เรื่องมาแดงในที่สุด และสองสามีภรรยาก็ถูกจับ ทั้งคู่ต้องโทษหนัก เฮเธอร์กลายเป็นนักโทษหญิงคนแรกของรัฐแอลาบาม่าที่ต้องโทษประหาร
เรื่องสุดท้ายนี่พูดไม่ออกเลย ฆ่าลูกเลี้ยงคนเดียวยังไม่พอ ฆ่าถึงสองคน เพียงเพราะกลัวว่าเด็กจะพูดความจริง เป็นแม่เลี้ยงที่ใจร้ายมากจริงๆ ค่ะ แต่ที่โหดร้ายกว่าน่าจะเป็นพ่อ ที่ไม่ห้ามปรามหรือปกป้องลูกแท้ๆ ของตัวเอง แย่มากๆ ค่ะ
ทีมงานนักเขียนเด็กดี
ขอบคุณข้อมูลจาก
http://listverse.com/2017/02/03/10-real-life-evil-stepmothers-that-will-horrify-you/
http://www.al.com/news/mobile/index.ssf/2015/08/heather_leavell-keaton_sentenc.html
http://www.dailymail.co.uk/news/article-3015568/Divorcee-divides-Britain-s-millionaire-s-ex-wife-told-judge-No-handouts-job-claims-faces-life-charlady-sympathy.html
http://murderpedia.org/female.B/b/baker-elisa.htm
http://murderpedia.org/female.K/k/king-renee.htm


4 ความคิดเห็น
น่ากลัวจริงๆ แต่ทำไมอ่านของเฮเธอร์ โจนส์แล้ว ประโยคเริ่มแปลกๆ ล่ะคะ
ทำไมบางคนมันวิปริตจัง
พวกเขาไม่รู้สึกอะไร กับการกระทำ ของตัวเองเลยหรอ? ..นี่มันโหดร้ายมาก
คนพรรคนี้ไม่ต้องให้ความเป็นมนุษย์หรอก ควรให้ความเป็นสัตว์เดรัจฉานที่มีเปลือกนอกเป็นมนุษย์จะดีกว่า